ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 446 : เตาหลอมดารา

จารึกที่ 446 : เตาหลอมดารา : กำเนิดกระบี่ทัณฑ์สูญตา


เมื่อแสงสว่างอันเจิดจ้าของดวงตะวันค่อยๆ ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆสีมุกที่ไหลเอื่อย ดินแดนไร้พรมแดนที่เคยคุกรุ่นด้วยรังสีฆ่าฟันและแรงกดดันจากสวรรค์ บัดนี้กลับมาอยู่ในความสงบอันน่าพิศวง เกาะลอยฟ้านับร้อยที่เชื่อมต่อกันด้วยค่ายกลดาวตกสูญตา ดูประหนึ่งสร้อยไข่มุกที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศธาตุ


ณ ลานกว้างบนดาดฟ้านาวาหมื่นอักขระ ศิษย์หัวกะทิสามพันนายกำลังเร่งมือจัดระเบียบทรัพยากรที่ได้รับเป็นบรรณาการจากขั้วอำนาจท้องถิ่น ทว่าสายตาของพวกเขามักจะลอบมองไปยังจุดศูนย์กลางของเรืออยู่เสมอ


ที่นั่น 'หอกพิพากษาสวรรค์' ซึ่งเคยเป็นตัวแทนแห่งความตายและความหยิ่งยโสของวิหารเทพอนันตกาล บัดนี้ถูกปักทิ้งไว้บนพื้นศิลาอย่างไร้ค่า กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ที่เคยแผ่ซ่านถูก 'ความว่างเปล่า' ของอาเจียกัดกินจนเหลือเพียงตัวหอกที่หล่อหลอมจาก 'โลหะดาราสวรรค์' อันบริสุทธิ์


อาเจียนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้าหอกขนาดยักษ์ ชุดคลุมสีครามพัดพลิ้วไปตามกระแสลมปราณที่ไหลเวียน เขาไม่ได้รีบร้อนจัดการกับศัสตราตรงหน้า ทว่ากำลังฟื้นฟูพลังวิญญาณที่สูญเสียไปจากการสร้าง 'เบิกเนตรสูญตา'


ฉินมู่หลางยืนกอดอกอยู่ด้านข้าง สายตาคมกริบของเขามิได้จับจ้องที่อาเจีย ทว่าจดจ่ออยู่กับหอกพิพากษาประหนึ่งนักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อ


"โลหะชนิดนี้... ข้าไม่เคยสัมผัสเจอในทวีปตะวันออก" ฉินมู่หลางเอ่ยทำลายความเงียบ "มันมีความหนาแน่นจนแทบจะบิดเบือนพื้นที่รอบๆ แม้จะไร้เจตจำนงของผู้ร่าย แต่ความคมของมันก็ยังคงกรีดอากาศจนเกิดเสียงร้อง"


"มันคือ 'โลหะดาราสวรรค์' มู่หลาง" อาเจียลืมตาขึ้น นัยน์ตาสูญตาทอประกายลึกล้ำ "แร่ที่เกิดจากการบีบอัดของดวงดาวที่แตกดับในทะเลความว่างเปล่า วิหารเทพอนันตกาลคงใช้เวลานับพันปีในการรวบรวมมันมาหลอมเป็นหอกเล่มนี้... ทว่า บัดนี้มันจะเป็นกระบี่เล่มใหม่ของเจ้า"


"กระบี่เล่มใหม่..." ฉินมู่หลางชักกระบี่นิรันดร์ที่อยู่ข้างเอวออกมาลูบคลำเบาๆ กระบี่เล่มนี้ร่วมเป็นร่วมตายกับเขามานับไม่ถ้วน "กระบี่ของข้ายังคมอยู่... แต่ข้ารู้ดีว่า หากต้องปะทะกับตัวตนระดับข้ามผ่านมหายานอย่างต่อเนื่อง โลหะของโลกใบนี้ไม่อาจทนรับเจตจำนงกระบี่ของข้าได้อีกต่อไป"


"เจ้าเข้าใจถูกต้อง" อาเจียพยักหน้า "กระบี่นิรันดร์ของเจ้า เป็นเพียงภาชนะที่รองรับเจตจำนง หากเจตจำนงขยายใหญ่ขึ้น ภาชนะก็ต้องขยายตาม... อี้หราน!"


เฟิงอวี้หรานที่นั่งหาวอยู่บนกาบเรือ กระโดดลงมาด้วยความกระตือรือร้น "ได้เวลาเผาอะไรเล่นแล้วใช่หรือไม่?"


"ข้าต้องการให้เจ้าใช้เพลิงอัคคีบรรพกาล หลอมละลายหอกเล่มนี้" อาเจียชี้ปลายพู่กันไปที่หอกพิพากษา "ทว่า อย่าเผาผลาญจนมันกลายเป็นเถ้าถ่าน จงใช้ความร้อนสูงสุดบีบคั้นให้สิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในโลหะระเหยออกไป"


เฟิงอวี้หรานฉีกยิ้มกว้าง ร่างของเขาพลันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีทองอร่าม มังกรเพลิงสองตัวพุ่งทะยานออกจากฝ่ามือ เข้าโอบรัดหอกพิพากษาสวรรค์


ฟู่มมมม!


ความร้อนระดับที่สามารถละลายภูเขาได้ในพริบตา แผดเผาหอกยักษ์ โลหะดาราสวรรค์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานและสั่นสะเทือน เสียงครางหวีดหวิวของเจตจำนงสวรรค์ที่ยังหลงเหลืออยู่ตามซอกหลืบของเนื้อโลหะ ถูกแผดเผาจนสูญสิ้น


หยาดน้ำสีดำคล้ำซึ่งเป็นสิ่งเจือปน หยดแหมะลงบนพื้นดาดฟ้า ก่อนจะถูกค่ายกลของเรือดูดซับไปทำลายทิ้ง


เมื่อหอกยักษ์เริ่มอ่อนตัวและหลอมละลายจนกลายเป็นก้อนโลหะเหลวสีทองสว่าง อาเจียก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาทะยานร่างขึ้นกลางอากาศ พู่กันนิรันดร์ในมือตวัดร่ายรำด้วยท่วงท่าที่สง่างามประหนึ่งมังกรท่องนภา


"สูญญตา... ชำระล้าง!"


หมึกวิญญาณสีเทาประกายทอง หยดลงบนก้อนโลหะเหลวที่กำลังเดือดพล่าน ความร้อนของเพลิงอัคคีบรรพกาลมิอาจทำลายหมึกวิญญาณได้ ทว่าหมึกนั้นกลับซึมซาบเข้าไปในเนื้อโลหะ ดึงเอาคุณสมบัติ 'แข็งกร้าว' ของดวงดาว มาผสานกับความ 'ว่างเปล่า' ของวิถีเต๋า


"มู่หลาง! ตอนนี้แหละ!" อาเจียตวาดก้อง


ฉินมู่หลางไม่รอช้า เขาปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่อันคมกริบที่สะสมมาทั้งชีวิต พุ่งทะยานเข้าสู่ก้อนโลหะเหลวกลางอากาศ เขาไม่ได้ใช้ค้อนตีเหล็ก ทว่าเขาใช้ 'เจตจำนง' ในการขึ้นรูปศัสตรา


ครืนนนน!


โลหะเหลวสีทองเริ่มบิดตัวและยืดขยายตามรูปร่างที่ฉินมู่หลางปรารถนา มันมิใช่กระบี่ที่กว้างหรือหนักเทอะทะ ทว่าเรียวยาว คมกริบ และแผ่กลิ่นอายที่สามารถตัดขาดได้แม้กระทั่งความว่างเปล่า


อาเจียไม่ได้หยุดมือ เขาวาดอักขระ 'ทัณฑ์' (罚) และ 'สูญ' (空) ผสานลงไปบนใบกระบี่ที่กำลังเย็นตัวลง อักขระทั้งสองตัวฝังลึกลงไปในเนื้อโลหะ กลายเป็นลวดลายที่ดูคล้ายกับสายฟ้าสีเทาที่ถูกแช่แข็งไว้


วิ้งงงง!


กระบวนการหลอมศัสตราเสร็จสมบูรณ์ แสงสว่างเจิดจ้าระเบิดออกจากใบกระบี่ บดบังแสงตะวันไปชั่วขณะ ก่อนที่กระบี่เล่มใหม่จะลอยลงมาอยู่ในมือของฉินมู่หลางอย่างเชื่องช้า


มันคือกระบี่ที่มีความยาวสามฉื่อ ใบกระบี่ใสกระจ่างดุจคริสตัล ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายสีเทาของสายฟ้าสูญญตา ด้ามกระบี่เรียบง่ายไร้การประดับประดา ทว่าเมื่อฉินมู่หลางกำมันไว้ กลิ่นอายของเขากลับผสานเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมาแต่กำเนิด


"เจตจำนงของกระบี่เล่มนี้... ไม่เพียงแต่ตัดขาดปราณวิญญาณ แต่สามารถตัดขาด 'กฎเกณฑ์' ได้ชั่วขณะ..." ฉินมู่หลางตวัดกระบี่เบาๆ มิติเบื้องหน้าพลันเกิดรอยแยกสีดำขนาดเล็ก ก่อนจะสมานตัวกลับอย่างรวดเร็ว เขามองกระบี่ในมือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปีติ "ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"


"ข้าตั้งชื่อมันว่า 'ทัณฑ์สูญตา'" อาเจียร่อนลงมายืนเคียงข้างสหาย "นับแต่นี้ไป หากวิหารเทพอนันตกาลส่งใครลงมาพิพากษาพวกเรา... เจ้าก็จงใช้กระบี่เล่มนี้ พิพากษาพวกมันกลับไป"


"ฮ่าฮ่าฮ่า! ได้กระบี่ใหม่แล้วก็อย่าลืมว่าใครเป็นคนช่วยหลอมล่ะ!" เฟิงอวี้หรานดับเพลิงในมือ ก่อนจะเดินเข้ามากอดคอฉินมู่หลาง


หลินซิงเสวี่ยและเย่วปิงอวิ๋นเดินตามเข้ามาแสดงความยินดี บรรยากาศบนดาดฟ้าเรือเต็มไปด้วยความอบอุ่นของมิตรภาพ


ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังชื่นชมกระบี่เล่มใหม่ อาเจียกลับหันไปมองยังทิศทางของห้วงตันเถียนตนเอง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า


"ดูเหมือนว่า... วันนี้เราจะไม่ได้มีเพียงกระบี่ที่ถือกำเนิดใหม่เสียแล้ว" อาเจียเอ่ยขึ้น


ทุกคนชะงักและหันมองตามสายตาของอาเจีย


อากาศธาตุเบื้องหน้าอาเจียบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง รอยแยกมิติที่ถูกเปิดออกด้วยเจตจำนงภายใน แผ่กลิ่นอายที่ลึกล้ำและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคลื่นมิติใดๆ ที่พวกเขาเคยสัมผัส โดมเพลิงอัคคีบรรพกาลที่อาเจียเคยใช้ห่อหุ้มเจ้าถุงเงิน บัดนี้แตกร้าวและสลายหายไป


สิ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ มิใช่แมงมุมน้อยตัวเท่าฝ่ามืออีกต่อไป ทว่ามันคือ 'ราชันมารมิติ' ที่สง่างามและน่าเกรงขาม ร่างของเจ้าถุงเงินขยายใหญ่ขึ้นจนเท่ากับสิงโต ขาทั้งแปดเรียวยาวและคมกริบดุจหอก ลำตัวสีเงินประกายเขียวคล้ำทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในอวกาศ และที่น่าตื่นตะลึงที่สุด คืออักขระมิติบนแผ่นหลังของมัน ที่บัดนี้ซับซ้อนและลึกล้ำเทียบเท่ากับค่ายกลระดับมหายาน!


เจ้าถุงเงินส่งเสียงร้องแหลมเล็กทว่าก้องกังวาน มันกระโดดวูบเดียว หายตัวไปจากอากาศธาตุ ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่บนไหล่ของเจ้าสัว พยนต์เทวะขนาดยักษ์ ความเร็วในการเคลื่อนที่ผ่านมิติของมัน บัดนี้ไร้ร่องรอยและไร้ซึ่งการกระเพื่อมของอากาศอย่างสิ้นเชิง!


"กลืนกินแก่นวิญญาณระดับมหายาน จนวิวัฒนาการสายเลือดได้สำเร็จ..." มู่เฉินที่ยืนมองอยู่แต่ต้น พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "มารมิติตัวนี้ บัดนี้มีความสามารถเทียบเท่ากับผู้บัญญัติกฎเกณฑ์มิติแล้ว"


อาเจียมองดูสหายร่วมรบที่แข็งแกร่งขึ้นทุกคน ความมั่นใจในแววตาของชายหนุ่มเปี่ยมล้น "กระบี่คมกริบพร้อมสรรพ มิติพร้อมแทรกซึม ค่ายกลตระหง่านฟ้า... สำนักหมื่นอักขระ มิใช่เพียงขั้วอำนาจที่เอาแต่ตั้งรับอีกต่อไป"


เขาหันไปมองทิศทางของทะเลเมฆ ที่ทอดตัวยาวไปสู่ศูนย์กลางของทวีปศักดิ์สิทธิ์


"ดินแดนปราณโลหิต ของตระกูลเซียนโบราณ อยู่ไม่ไกลจากดินแดนไร้พรมแดนแห่งนี้นัก... ในเมื่อพวกมันเป็นสุนัขรับใช้ของวิหารเทพอนันตกาล เราก็ควรจะไป 'ถอนเขี้ยว' สุนัขตัวนี้เสียก่อน เพื่อส่งคำเตือนไปถึงเจ้านายของมัน!"


ปฐมบทแห่งการบุกเบิกได้สิ้นสุดลง และการรุกรานเพื่อล้างแค้นของสายเลือดหมื่นอักขระ... กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

เคล็ดกายานวดารา

เคล็ดกายานวดารา

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
11.12M 7294
จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
5.95M 1357
อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
450K 1842
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

นิยาย แฟนตาซี
73K 77
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.63M 2739
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34