หลินตงก้าวเดินไปยังเบื้องหน้าอย่างช้าๆพลางสำรวจทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ ด้วยห้วงจิตสัมผัสของเขาที่มีระยะทางถึงหลายร้อยเมตรเลยทำให้เขาสามารถตรวจสอบรอบบริเวณทั้งหมดได้ในทันที
"นั้นคือเมืองหน้าด่านหรอ? ทำไมมันดูทรุดโทรมเช่นนี้!!"
ชายหนุ่มมองไปยังกำแพงเมืองบ้านหน้าที่พังทลายลงเป็นบางส่วน บนตัวของกำแพงมีรอยโลหิตที่แห้งกราดติดอยู่มากมาย ถ้าเทียบกับเมืองเหรินซานที่มีบรรยากาศที่ครื้้นเครงก็ต้องบอกกว่าไม่ดีเลย เมืองนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงัดพร้อมกับกลิ่นอายของโลหิตที่ยังไม่จางหาย
เขาเริ่มมีสีหน้าที่เคร่งขรึมพร้อมกับเดินไปอย่างไม่สนใจและเมื่อเขามาถึงหน้าประตูเมืองก็ถึงกับต้องประหลาดใจเพราะว่าที่หน้าประตูกลับมีทหารรักษาการณ์ยืนอยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้น พวกเขาสวมชุดเกราะสีดำทมิฬพร้อมกับหอกล้ำค่าในมือที่เปล่งประกายสีทอง ใบหน้าของพวกเขานิ่งเฉยราวกับรูปปั้นที่ไม่ได้สนใจอะไรแถมพลังของพวกเขาก็ทำให้หลินตงต้องตกตะลึง
ทหารรักษาการณ์มีพลังถึงจิตยุทธแห่งปฐพีขั้นกลางเนี่ยนะ เมืองนี้มันอะไรกัน
ขณะเดียวกันทหารทั้งสองคนที่ยืนอย่างสงบนิ่งก็สัมผัสได้ถึงร่างเงาของคนผู้นึงที่กำลังจะเดินเข้ามา พวกเขามีสีหน้าที่นิ่งเฉยเป็นอย่างมากและพวกเขาก็ชำเลืองมองหลินตงเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นจนทำให้หลินตงสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ
ชายหนุ่มหรี่ตาลงอย่างจริงจังพร้อมกับเปิดเนตรเทพมังกรอมตะขึ้น นัยน์ตาสีแดงเพลิงเปล่งประกายพร้อมกับสัญลักษณ์อักษรโบราณตรงหน้าผากของเขาและเมื่อเขาเปิดวิชามังกรเซียนแล้วก็ทำให้เห็นถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ภายในใต้ชุดเกราะสีดำทมิฬนั้นกลับไม่มีเนื้อหนังอยู่เลยจะมีก็เพียงแค่โลหะล้ำค่าที่ถูกตีขึ้นพร้อมกับประกอบเข้าด้วยกันแถมพวกเขายังถูกอัดแน่นไปด้วยพลังของผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณ
"นี่คือหุ่นเชิดเงา? บ้าไปแล้ว..!!"
หลินตงถึงกับอุทานออกมาอย่างตกใจ ภายในบันทึกโบราณของท่านอาจารย์ก็เคยมีบันทึกไว้แต่ทว่าก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันซักเท่าไหร่เพราะถึงยังไงพวกมันกว่าจะประกอบขึ้นได้สักตัวมันก็ต้องใช้ทรัพยากรเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าหุ่นเชิดที่มีพลังสูงสุดมีพลังถึงระดับราชันย์เทพอมตะเลยก็ว่าได้ เขาสามารถลงมือเพียงแค่หมัดเดียวก็ทำลายจักรวาลได้จนสิ้น ถึงหลินตงจะไม่รู้ว่าราชันย์เทพอมตะแข็งแกร่งแค่แต่ดูๆแล้วคงจะแข็งแกร่งกว่าท่านอาจารย์ชิงหลงเซียนแน่ๆ
ระหว่างนั้นเขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ชิดกับทั้งสองพร้อมกับเบิกเนตรสำรวจทุกสิ่งทุกอย่าง ทหารทั้งสองก็นิ่งเฉยอย่างไม่สนใจและยืนอยู่ในท่าเดิมแบบนั้นเพราะเนื่องจากว่าพวกเขาถูกตั้งคำสั่งมาให้ไม่ลงมือก่อนแต่ตราบใดที่พวกเขาถูกโจมตีขึ้นมา ร่างกายของพวกเขาก็จะตอบโต้และลงมือสังหารคนๆนั้นซะ
หลินตงเดินรอบๆพลางสำรวจร่างของทั้งสองคนอย่างตื่นเต้น ท่าทางของเขาตอนนี้ราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ จากที่ดูๆแล้วหุ่นเชิดขั้นจิตยุทธแห่งปฐพีนี้ผู้ที่สร้างพวกมันขึ้นมาคงจะไม่ต้องการพวกมันแถมเขายังเอามันมาให้เป็นทหารรักษาการณ์ของเมืองอีก ทั้งๆที่เมืองแห่งนี้ก็ไม่มีผู้คนเข้าออกเลยแม้แต่นิด เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ๆไม่มีใครอยากจะมากันยกเว้นก็แต่ว่ามีพลังที่แข็งแกร่งแล้ว
"จะทิ้งไว้ก็เสียดาย!!"
ชายหนุ่มปลดปล่อยจิตสัมผัสพร้อมกับมองซ้ายมองขวาเพื่อสำรวจว่าจะมีใครมาบริเวณนี้หรือเปล่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเขาก็จะขอลองอะไรหน่อยและถ้ามันทำได้อย่างที่เขาคิดไว้ละก็หุ่นเชิดเงาทั้งสองคนนี้ก็จะมาเป็นพลังให้กับเขาได้
เขาค่อยๆยกมือของตนขึ้นพลางชี้นิ้วมือไปยังร่างหุ่นเชิดทั้งสอง นัยน์ตาสีแดงเพลิงเริ่มส่องสว่างขึ้นเพื่อตรวจสอบถึงส่วนลึก เนตรเทพมังกรอมตะตรวจสอบทุกสรรพสิ่งอีกครั้งจนกระทั่งไปพบเจอกับตัวอักษรโบราณสีฟ้าครามที่ถูกสลักเอาไว้ตรงบริเวณหัวใจของหุ่น ต้องบอกก่อนว่าหุ่นเชิดเงาทุกตนที่เคลื่อนไหวได้มีตราประทับของผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณอยู่ ถ้าเขาสามารถใช้ศาสตร์เทพบงการอสูรของเขาประทับเข้าไปแทนที่ละก็หุ่นเชิดทั้งสองนี้ก็จะตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน
ขณะนั่นภายในร่างศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพเริ่มปลดปล่อยพลังขึ้นอีกครั้ง มันเริ่มวาดสัญลักษณ์โบราณออกมาถึงสองอันตามความคิดของเขา ลวยลายสีแดงเพลิงเริ่มเปล่งประกายขึ้นอย่างช้าๆบนนิ้วมือ
ชายหนุ่มเริ่มวาดมันออกมาอย่างประณีต ขณะเดียวกันก็มีเสียงหอบหายใจที่ดังขึ้น พลังงานภายในร่างสูญสลายหายไปอย่างรวดเร็ว นี้คือครั้งแรกที่เขาใช้มันพร้อมกันถึงสองวงแหวน ถ้าเขามิทำเช่นนี้เขาคงจะได้เข้าต่อสู้กับหุ่นเชิดเงาอีกตัวแน่ๆ
ต้องบอกก่อนว่าถ้าเขาใช้สัญลักษณ์วงแหวนเพียงแค่วงเดียวกับหุ่นเชิดเงาเบื้องหน้ามันจะมีปัญหาเอาได้ เพราะถึงยังไงหุ่นเชิดเงาพวกนี้ก็ถูกตั้งค่าไว้ให้ลงมือกับสิ่งแปลกปลอมที่ผิดสังเกต ถ้าชายหนุ่มลงมือกับเพียงแค่ตนเดียวอีกตัวที่เหลือก็จะกระตุ้นการทำงานและเข้าเล่นงานชายหนุ่มทันที เขาจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องควบคุมพวกมันทั้งสองในพร้อมกัน
พริบตานั้นสัญลักษณ์วงแหวนสีแดงเพลิงโบราณก็เปล่งประกายขึ้นกลางห้วงอากาศถึงสองอัน มันราวกับเป็นลวดลวยมังกรที่หมุนวนไปมาอย่างสวยงาม หลินตงเมื่อเห็นมันก็หัวเราะแห้งๆออกมา ให้ตายสิ การใช้พลังที่มากเกินไปกับวงแหวนถึงสองอันนี้ก็ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยเลยทีเดียว
"ศาสตร์เทพบงการอสูร ประทับ!!"
สิ้นคำพูดของเขาชายหนุ่มก็สบัดมือของตนส่งสัญลักษณ์วงแหวนทั้งสองเข้าไปยังร่างกายของพวกเขาในทันที
ทันใดนั้นร่างหุ่นเชิดทั้งสองก็เริ่มกระตุกไปมา พลังวิญญาณสีฟ้าครามเริ่มถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างพร้อมกับแตกสลายอย่างรวดเร็ว พวกมันเริ่มล้มลงไปกับพื้นดินและนอนนิ่งไปราวกับว่าตกตายไปแล้ว
หลินตรงรีบใช้เนตรเทพมังกรอมจะตรวจสอบในทันทีก็จะเห็นว่าตราผนึกของผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณกำลังถูกแผดเผาจากสัญลักษณ์วงแหวนของเขา มันก็กำลังจะเข้าแทนที่อย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาเห็นเช่นนั้นก็อุทานออกมาอย่างดีใจ มันใช้ได้ผลจริงๆ ศาสตร์เทพบงการอสูรสามารถครอบงำได้แม้แต่กับหุ่นเชิดเงาที่ไม่มีชีวิตพวกนี้
ผ่านไปชั่วครู่เดียวหุ่นเชิดทั้งสองก็เริ่มลุกขึ้นมาพร้อมกับคุกเข่าลงเบื้องหน้าของร่างเงาที่เป็นเจ้านายคนใหม่ หลังจากนี้พวกเขาจะเชื่อฟังแต่เพียงคำสั่งของหลินตงเท่านั้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า เยี่ยมมาก ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมพวกเจ้าถึงได้มาอยู่บริเวณนี้ได้แต่หลังจากนี้พวกเจ้าจะเป็นกำลังให้กับข้า"
หลินตงหัวเราะร่าออกมาอย่างยินดีพร้อมกับจับไปยังร่างของทั้งสองอย่างดีใจ เพียงไม่นานก็ได้คนคุ้มกันที่มีพลังถึงจิตยุทธแห่งปฐพีขั้นกลางถึงสองคน ในตอนนี้เขาสามารถจับตัวของพวกเขาได้แล้วและคำสั่งที่เขาประทับลงไปแทนผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณก็คือการฟังคำสั่งเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น ส่วนผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณที่ลงตราประทับสีฟ้าครามเอาไว้ในตัวของพวกมันหลังจากนี้ก็ไม่มีสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องอะไรกับทั้งสองคนนี้แล้ว