ณ จวนสกุลซู
“เวลานี้มีเสียงเล่าลือว่าโรงหมอลั่วอันคังมีหมอที่รักษาคนด้วยวิธีผ่าตัดและยังเย็บแผลโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น่าเกลียดไว้ด้วย เ้ารู้หรือไม่ว่าหมอที่พวกเขาพูดถึงคือผู้ใด หรือว่าจะเป็ท่านพ่อตากับพี่ใหญ่ของเ้า” ซูจิ้นจงถามฮูหยินใหญ่
“วิชาแพทย์ของตระกูลลั่วไม่เคยบันทึกวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดและการเย็บแผลไว้ หากท่านพ่อกับพี่ใหญ่เป็คนรักษา เช่นนั้นก็หมายความว่าพวกเขาอาจศึกษามาจากตำราเล่มอื่นเ้าค่ะ” ฮูหยินใหญ่ตอบสามี
“ในตำราแพทย์ตระกูลลั่วไม่มีจริงรึ?” ซูจิ้นจงถามภรรยาอย่างไม่ไว้ใจ “เ้าไม่ได้แอบเก็บตำราบางส่วนไว้ใช่หรือไม่”
“ตำราเล่มนั้นท่านเคยอ่านมาแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ” ฮูหยินใหญ่ทำหน้าน้อยใจ “ตอนที่ท่านไปทดสอบเข้าสำนักแพทย์หลวงท่านก็อ่านตำราเล่มนั้นไปหลายรอบแล้วไม่ใช่หรือ แล้วท่านเห็นรอยฉีกขาดตรงส่วนใดหรือไม่”
ซูจิ้นจงนึกไปถึงตำราแพทย์ของบรรพบุรุษตระกูลลั่วที่ตนอ่านเพื่อไปทดสอบเข้าสำนักแพทย์หลวง ตำราเล่มนั้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีและไม่มีรอยฉีกขาดจริงๆ
ตอนนั้นซูจิ้นจงมีความคิดที่จะยึดตำราแพทย์เล่มนั้นไว้เป็ของตนเอง แต่เขาคิดว่าอย่างไรตระกูลลั่วคงตัดบุตรสาวคนนี้ไม่ขาด เขาจึงจำใจคืนตำราแพทย์ให้ภรรยาไปเก็บไว้โดยไม่ได้คัดลอกไว้ด้วยซ้ำ เพราะหากวันใดท่านพ่อตาให้อภัยแล้วยินยอมให้ตนกับภรรยาไปมาหาสู่ ถึงตอนนั้นเขาจะให้ท่านพ่อตาและพี่ใหญ่ของภรรยาสอนวิชาแพทย์ตระกูลลั่วให้
แต่ไม่คิดว่าจนป่านนี้แล้วท่านพ่อตากับพี่ใหญ่ของภรรยาจะยังใจแข็งไม่ยอมยกโทษให้ภรรยาของตน ไม่เท่านั้นพวกเขายังรับซูหยุนหรานเข้าเป็คนของตระกูลลั่วอีกด้วย ดูท่าแล้วภรรยาผู้นี้คงทำประโยชน์ให้เขาไม่ได้แล้วกระมัง
ซูจิ้นจงแสร้งปั้นหน้ายิ้มก่อนจะดึงร่างเล็กๆ ของภรรยาเข้ามากอด “ข้าขอโทษด้วยที่ทำให้เ้ารู้สึกน้อยใจ เ้าก็รู้ว่าข้าชอบศึกษาวิชาแพทย์ เมื่อได้รู้ว่าโรงหมอของท่านพ่อตามีวิธีรักษาที่หาได้ยาก ข้าจึงสนใจและอยากเรียนรู้ ด้วยความตื่นเต้นจึงทำให้ข้าพูดผิดไปบ้าง หวังว่าเ้าจะให้อภัยข้านะ”
“ข้าเพียงแค่น้อยใจแต่ข้าไม่เคยโกรธท่านเลยเ้าค่ะ” ฮูหยินใหญ่เบียดร่างกายเข้าหาสามี “ท่านพี่ ท่านเชื่อข้าแล้วใช่หรือไม่เ้าคะว่าข้าไม่ได้ทำอะไรกับตำราเล่มนั้น”
ั้แ่ฮูหยินใหญ่ได้ฟังคำแนะนำของซูหยุนหรานที่บอกให้นางยืนหยัดและต่อสู้ปัญหาด้วยตัวเองเพื่อรักษาตำแหน่งฮูหยินใหญ่ไว้ให้มั่นคง
ฮูหยินใหญ่จึงกลับมาคิดทบทวนถึงความชอบและความพึงพอใจที่สามีมีต่อหลินจี้เหยา และพบว่าสิ่งที่ทำให้หลินจี้เหยาเป็ที่โปรดปรานของสามีได้คือความหรรษายามค่ำคืน ซึ่งนางที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างสตรีที่อยู่ในกรอบไม่อาจทำในสิ่งน่าอายนั้นได้
แต่เมื่อนึกถึงคำแนะนำของลูกสาว อีกทั้งเวลานี้หลินจี้เหยาได้ขึ้นเป็ภรรยาเท่าเทียมแล้ว แม้ฮูหยินใหญ่จะมีตำราแพทย์ของบรรพบุรุษตระกูลลั่วอยู่ในมือ แต่หากนางยอมทำตัวนอกกรอบแล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็สตรีร้อนแรง รวมถึงกลิ่นกายหอมหวานที่ติดตัวมาแต่กำเนิดที่นับเป็ข้อได้เปรียบ
ฮูหยินใหญ่จึงให้สาวใช้คนสนิทไปซื้อหนังสือต้องห้ามมาศึกษา แรกๆ นางก็ไม่กล้าทำท่วงท่าน่าอายเช่นนั้น แต่เมื่อนึกว่าต้องทำให้สามีกลับมาหลงตนเองอย่างหัวปักหัวปำบ้าง ความอายก็พ่ายแพ้ให้ความความ้าที่อยากยึดครองสามีให้มาเป็ของตนแต่เพียงผู้เดียว คิดได้อย่างนั้นฮูหยินใหญ่ก็เบียดกายเข้าหาสามี
กลิ่นหอมจากกายภรรยารวมถึงท่าทางออดอ้อนของนางทำให้ไฟร้อนในร่างกายของซูจิ้นจงถูกจุดขึ้น ‘ภรรยาแสนน่าเบื่อของข้ากลายเป็จิ้งจอกน้อยไปั้แ่เมื่อไหร่ เดิมข้าคิดจะยึดตำราแพทย์เล่มนั้นมาแล้วเฉดหัวเ้าออกจากจวน เพียงแต่กลิ่นกายหอมหวานที่เกิดจากธรรมชาติในร่างกายของเ้าเป็สิ่งที่หาได้ยากยิ่ง หากข้าหย่าขาดและไล่เ้าออกไป คงมีบุรุษไม่น้อยที่อยากรับเ้าเข้าจวน ไม่!...ข้าไม่ปล่อยเ้าไปแล้ว เ้าต้องอยู่เป็เครื่องบำบัดความ้าให้ข้า’
“ท่านพี่ ท่านคิดอะไรอยู่หรือเ้าคะ” ฮูหยินใหญ่ถามพร้อมกับใช้มือนุ่มลื่นลูบไปบนหน้าอกของสามี
ซูจิ้นจงทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจู่โจมเข้าหาภรรยาแม้เวลานี้จะเป็เวลากลางวันก็ตาม โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าเสียงแห่งความสุขของพวกเขามีแม่ลูกคู่หนึ่งยืนฟังอยู่
“ท่านแม่จะปล่อยให้ฮูหยินใหญ่ยึดครองท่านพ่อไว้เพียงผู้เดียวเช่นนี้หรือเ้าคะ” ซูชิงหว่านถามมารดาอย่างไม่พอใจ “หากท่านแม่มัวแต่ใจเย็นอยู่อย่างนี้ ข้าเกรงว่าท่านพ่อคงไม่กลับมาสนใจท่านเหมือนเมื่อก่อนแล้วเ้าค่ะ”
“เวลานี้ท่านพ่อของเ้ากำลังหลงนังนั่น เ้าก็รู้ว่าท่านพ่อของเ้าชอบสตรีที่มีกลิ่นกายหอมหวาน ตอนนั้นข้าไม่น่าปล่อยให้เขามีโอกาสได้ค้างที่เรือนของลั่วเจินเจินเลย” หลินฮูหยินหันมามองลูกสาวตาขวาง “หากไม่เพราะเ้าไปหาเื่ซูหยุนหรานจนทำให้นังคนไร้ประโยชน์นั่นเรียกร้องความเห็นใจให้มารดาของมันได้สำเร็จ มีหรือที่ท่านพ่อของเ้าจะปล่อยให้ข้านอนเหงาอยู่ที่เรือนคนเดียว”
“ท่านแม่จะโทษข้าได้อย่างไรเ้าคะ หากจะโทษต้องโทษซูหยุนหรานที่อยู่ดีๆ มันก็ทำตัวเปลี่ยนไปเป็คนละคน” ซูชิงหว่านพูดขึ้น “พูดถึงซูหยุนหรานทำให้ข้านึกบางอย่างขึ้นมาได้ ท่านแม่คิดว่าหมอเทวดาที่โรงหมอลั่วอันคังจะเป็ซูหยุนหรานหรือไม่เ้าคะ”
หลินฮูหยินหันมามองลูกสาวอย่างตำหนิ “เ้าคิดได้อย่างไรว่าหมอเทวดาผู้นั้นจะเป็ซูหยุนหราน เ้าลืมไปแล้วหรือว่านังคนไร้ประโยชน์นั่นแม้แต่สมุนไพรกับต้นหญ้ายังแยกไม่ออก การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดแม้แต่แพทย์หลวงยังทำไม่สำเร็จ แล้วนังนั่นจะทำได้อย่างไร เ้าเอาเวลาคิดเื่ไร้สาระพวกนี้ไปหาวิธีเอาตำราแพทย์ของบรรพบุรุษตระกูลลั่วมาศึกษาจะดีกว่า เพราะอีกไม่นานจะมีการทดสอบหมอหญิงเ้าสำนักแพทย์หลวงแล้วไม่ใช่หรือ เ้าต้องอาศัยโอกาสนี้สร้างชื่อเสียงให้ตนเองให้ได้ เมื่อแต่งเข้าจวนเสียนอ๋องจะได้ไม่มีผู้ใดกล้าดูถูกเ้า”
ซูชิงหว่านได้ยินคำพูดมารดาก็หัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ “เสียนอ๋องพึงพอใจในตัวข้าเป็อย่างมาก ต่อให้ข้าทดสอบเข้าสำนักแพทย์หลวงไม่ผ่านเขาก็มีวิธีที่จะให้ข้าเข้าไปทำงานในสำนักแพทย์หลวงได้อยู่ดี ท่านแม่ไม่ต้องกังวลเื่นี้หรอกเ้าค่ะ”
“เ้าก็มั่นใจไปเถอะ กว่าจะถึงงานแต่งของเ้าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น” หลินฮูหยินเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “อีกสามวันจะถึงวันแต่งของซูหยุนหราน ข้าว่าจะเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้นางสักหน่อย”
“เราไม่ได้รับเทียบเชิญแล้วจะเตรียมของให้สิ้นเปลืองทำไมเ้าคะ”
“ของขวัญที่ข้าจะเตรียมแม้มีราคาสูงแต่มันก็คุ้มหากจะทำให้ซูหยุนหรานขายหน้าคนทั้งเมืองหลวง”
“ท่านแม่ตั้งใจจะทำอะไรหรือเ้าคะ”
“เอาไว้ให้ถึงวันนั้นแล้วเ้าจะรู้เอง” หลินฮูหยินยิ้มกริ่ม ‘จะโทษข้าไม่ได้นะซูหยุนหราน หากท่านแม่ของเ้าไม่ยึดท่านพี่ไว้คนเดียวแล้วทำให้ท่านพี่ไม่โปรดปรานข้าเหมือนเดิม ในเมื่อข้าจัดการกับท่านแม่ของเ้าไม่ได้ เช่นนั้นข้าขอระบายโทสะนี้กับเ้าก็แล้วกัน หวังว่าของขวัญที่ข้ามอบให้จะทำให้ฉิงอ๋องและเ้ามองหน้ากันไม่ติด’
เกี้ยวแปดคนหามพร้อมด้วยขบวนรับเ้าสาวยาวถึงสิบลี้เคลื่อนขบวนอย่างเอิกเกริก สินสอดของหมั้นที่ฉิงอ๋องจัดเตรียมไว้ให้เ้าสาวมีมูลค่ามหาศาล สมบัติทุกหีบถูกเปิดออกให้ผู้คนได้ชมจนตาลาย โดยเฉพาะผ้าไหมจันทราที่ทั่วทั้งแคว้นต้าสุ่ยมีเพียงฉิงอ๋องที่มีไว้ใน ฉิงอ๋องยังเอามาเป็สินสอดให้เ้าสาวอย่างใจกว้าง
ที่ตั้งของบ้านสกุลลั่วไปถึงจวนฉิงอ๋องนับว่าอยู่คนละฟากเมือง แต่ฉิงอ๋องกลับพาขบวนเ้าสาวแห่รอบเมืองหลวงถึงสามรอบเพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าซูหยุนหรานคือสตรีเพียงคนเดียวที่เขายกย่องให้เป็พระชายา
เมื่อรู้ว่าฉิงอ๋องยกย่องและให้เกียรติพระชายาถึงเพียงนี้ ผู้ที่คิดจะถากถางว่าซูหยุนหรานเป็สตรีไร้ประโยชน์ก็ต้องเงียบปากไปกันหมด เพราะหากพวกเขาเผลอพูดจาล่วงเกินก็ไม่รู้ว่าฉิงอ๋องจะนำวิธีลงโทษแบบใดมาใช้
ขบวนรับเ้าสาวของฉิงอ๋องเดินวนรอบเมืองหลวงครบสามรอบ ในขณะที่ฉินจื่อฉิงอุ้มเ้าสาวเพื่อก้าวข้ามธรณีประตู มีบุรุษแต่งกายคล้ายบัณฑิตฝ่าฝูงชนเข้ามาคุกเข่าแล้วร่ำไห้ที่หน้าจวน
“หรานเอ๋อ เหตุใดเ้าไม่รักษาสัญญา เ้าเคยสัญญาว่าเมื่อข้าสอบเป็ซิ่วไฉได้เ้าจะแต่งกับข้า แล้วทำไมตอนนี้เ้าถึงไปแต่งกับผู้อื่น” บัณฑิตผู้นั้นร้องไห้อย่างไม่สนใจสายตาผู้ใด “หากเ้าถูกบังคับให้แต่งเ้าก็บอกข้ามา ข้าจะช่วยเ้ายกเลิกงานแต่งครั้งนี้เอง”
ฉินจื่อฉิงหัวเราะในลำคอ “งานแต่งครั้งนี้เ้าคิดจะยกเลิกก็ยกเลิกได้หรือ เ้ารู้หรือไม่ว่าฝ่าาเป็ผู้พระราชทานสมรสให้เรา”
บัณฑิตได้ฟังถึงกับหน้าซีด คนที่จ้างวานไม่ได้บอกเขาเื่นี้ คนผู้นั้นบอกเพียงว่าหากเขาทำให้งานแต่งครั้งนี้ล่มได้ เขาจะได้รับเงินค่าจ้างถึงหนึ่งหมื่นตำลึง “ไม่...ไม่จริง”
“เ้าบอกว่าข้าหมั้นหมายกับเ้า ข้าไปหมั้นกับเ้าเมื่อไหร่และหนังสือหมั้นหมายอยู่ที่ใด” ซูหยุนหรานถาม
“วันที่เราหมั้นกันคือวันที่เ้าไปนอนค้างที่บ้านของข้า ส่วนหนังสือหมั้นหมายย่อมไม่มี แต่ในเมื่อเ้าถามหาหลักฐาน แม้จะน่าอายแต่ข้าจำเป็ต้องเอามันออกมาแสดง” บัณฑิตล้วงตู้โตว[1] สีแดงสดของสตรีออกมา “ตู้โตวตัวนี้เ้ามอบให้ข้าไว้เป็ของที่ระลึก ชื่อของเ้ายังปักอยู่บนนี้”
ซูหยุนหรานบอกให้ฉินจื่อฉิงวางนางลง จากนั้นนางก็เดินไปหาบัณฑิตหนุ่มก่อนจะหยิบตู้โตวขึ้นมา ใช้เวลาไม่นานมิติวิเศษก็ตรวจสอบออกมาได้แล้วว่าตู้โตวตัวนั้นเป็ของผู้ใด ซูหยุนหรานโยนตู้โตวไปยังกลุ่มบุรุษท่าทางเ้าชู้ “บัณฑิตผู้นี้อ่านตำราจนตาลาย พวกเ้าอ่านให้ทุกคนฟังทีว่าชื่อที่ปักอยู่บนตู้โตวตัวนั้นเป็ชื่อของผู้ใด”
เมื่อบุรุษเ้าชู้กลุ่มนั้นได้รับตู้โตว พวกเขาก็อ่านออกมาเสียงดัง “เหยา! ตู้โตวตัวนี้ปักคำว่าเหยาเอาไว้”
คำถามต่อมาคือเหยาผู้นั้นคือผู้ใด ไม่รอให้ทุกคนสงสัยนาน
ซูหยุนหรานหันไปยิ้มให้บัณฑิตหนุ่ม “เวลานี้ข้ากับตระกูลซูตัดสัมพันธ์และข้ากับหมอหลวงซูจิ้นจงไม่ได้เป็บิดาและบุตรกันแล้ว ไม่ว่าคนสกุลซูจะทำเื่งามหน้าใดไว้ เ้าก็กลับไปสอบถามเองว่าเ้าของตู้โตวที่ชื่อเหยาคือผู้ใด หากจำไม่ผิดสกุลซูมีผู้ใช้ชื่อเหยาเพียงคนเดียวและอายุของเ้ากับนางห่างจนเป็แม่ลูกกันได้แล้ว ไม่คิดว่าความรักที่นางมีต่อเ้าจะร้อนแรงไม่แพ้สตรีวัยเยาว์ถึงเพียงนี้”
คำพูดของซูหยุนหรานเหมือนเป็คำใบ้ แต่คำตอบของมันกลับชัดเจน ไม่นานเื่ความรักร้อนแรงของเหยาเหยากับบัณฑิตหนุ่มก็กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง
_____________________
[1] ตู้โตว คือ เสื้อชั้นในแบบดั้งเดิมของจีน มีลักษณะเป็ผ้าผืนเล็กคล้ายผ้ากันเปื้อน ใช้ผูกคล้องคอและรอบเอวเพื่อปกปิดหน้าอกและหน้าท้อง (ที่มา : Google AI)