" ตาย " ชายหนุ่มฟาดฝ่ามือเข้าใส่ในทันที
" เปรี้ยง " นนท์จับจ้องยังฝ่ามือปรานที่ลอยเข้าหา
" เจ้ามีพลังเพียงแค่นี้ ยังคิดมาปล้นชิงข้า " นนท์ฟาดฝ่ามือสวนกลับ
" ตูม " ร่างของชายหนุ่มปลิวไปไกล ทั่วร่างพลันแหลกเหลว
" ไอ้สาระเลว " ชายชรา สะมัดมือเรียกกระบี่สีเงินวาววับออกมา
" ฟิ้ว " ปรานสังหารพุ่งเข้าหา เร็วจนชนิดที่ คำว่ากระพริบตายังช้ากว่า นนท์เหยียดร่างถอยหลังสะบัดมือเรียกกระบี่สีชาด
" ตูม " ร่างของทั้งสองเหยียดถอยหลัง นนท์ยกยิ้ม
หมื่นกระบี่พลันปรากฎ ล่องลอยฉวัดเฉวียนแล้วพุ่งเข้าใส่ชายชรา
" ไอ้ชั่ว " ชายชราพลันแตกตื่น ฟาดกระบี่สีเงินเข้าต้าน
" ตูม " เสียงระเบิดดังกึกก้อง ร่างชราทิ้งเข่าหนึ่งข้างลงที่พื้น สำรอกเลือดออกมากองโต
" ข้าจะทำเช่นใดกับพวกเจ้าดี " นนท์ยืนมองดูสองโจร
" ข้าคิดได้แล้ว ครานี้ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป แต่หากว่ามีคราหน้าอีก ข้าจะมิละเว้นพวกเจ้าแน่ " นนท์ทะยานร่างจากไปในทันที
" เก็บกวาดเส้นปรานแล้วค่อยกลับ " เมื่อปลอดผู้คนนนท์แทรกร่างลงในผืนดินแล้สทำการผนึกเส้นปรานมังกร
" เส้นปรานที่อยู่รอบธารทองภือว่าแข็งแกร่งที่สุด นนท์มองดูกองผฃึกเส้นปรานมังกรนับพันที่เก็บมาได้ " ในใจพลันครุ่นคิดอย่างหนัก
" โลกเมฆาจะเป็นอย่างไร " นนท์สะลัดความคิดแล้วเข้าไปในแหวนห้วงมิติ
" เตาสรรพสิ่ง " นนท์ฉีกยิ้มออกมา เร่งตรวจสอบเตาสรรพสิ่ง
" อะรไกันใยมิมีพลัง " นนท์ส่ายหน้าวาดมือเรียกบ่อน้ำปรานเทพออกมา แล้วนำเตาสรรพสิ่งแช่ลงไป
" ช้าไป " นนท์เรียกเศษแก่นจักรวาลออกมาขนาดเท่ากับหนึ่งเม็ดทราย แล้วใสไว้ภายในเตา ส่งพลังเพื่อกระตุ้นให้เตาสรรพสิ่งดูดกลืนพลังเพื่อฟิ้นตัว
" เริ่มดูดพลังแล้ว " นนท์พยักหน้า
" ระฆังยอดสวรรค์ " ระฆังยอดสวรรค์ลอยอยู่เหนือฝ่ามือ
" แข็งแกร่งจริงๆ " นนท์สะบัดมือส่งไขกระดูกของตนสามหยด ไปยังระฆังยอดสวรรค์เพื่อตีตราความเป็นเจ้าของ
" ดี " นนท์พยักหน้าแล้วส่งระฆังยอดเต๋าแช่ไว้ในบ่อน้ำปรานเทพ
" ปลูกหญ้ากายาเทพดีกว่า " นนท์ทะยานร่างไปยังแปลงปลูก
นนท์เริ่มทำการแยกรากของของหญ้ากายาเทพปลูกลงยังแปลงสมุนไพร แล้วทะยานเข้าตรวจสอบสมุนไพรที่ใช้หลอมโอสถกายาสวรรค์
" จวนได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว " นนท์พึมพำ
" กลับดีกว่า " นนท์เร่งทะยานร่างในโพรงใต้ดินไปยังท่าเทียบเรือเหาะ
" น่าจะได้กลับมาอีกครั้ง " นนท์พึมพำแล้วเร่งเรือเหาะเข้าอุโมงค์มิติในทันใด
" ดีที่ยกระดับเรือเหาะแล้ว " นนท์ใช้แร่ทองอนันตกาลและแก่นมุกห้วงมิติ ยกระดับของเรือเหาะเป็นขั้นสวรรค์ซึ่งทำให้การเดินทางนั้นเร็วกว่าเดิมถึงร้อยเท่า
" หากใช้เรือเหาะที่ยังมิได้ยกระดับ ใช้เวลานานถึงสองปีกว่าที่จะไปถึงโลกเมฆา " นนท์พึมพำ
" เรือเหาะขั้นสวรรค์กับขั้นเทพต่างกันลิบลับ เพียงมิกี่วันก็ถึงแล้ว " นนท์ให้อาชาเพลิงออกมาเฝ้าเรือเหาะ
" นี่เจ้าจะทะลวงขั้นราชันย์แล้วรึ " นนท์ลูบหัวของมันเล่น
" เจ้าเฝ้าไว้ไห้ดี " นนท์หายเข้าไปในแหวนห้วงมิติ
นนท์ทะยานร่างเข้าเก็บเกี่ยวสมุนไพรที่ใช้หลอมโอสถกายาเทพ
" เริ่ม " นนท์เริ่มทำการหลอมโอสถกายาเทพในทันที
นนท์มองโอสถกายาเทพที่หลอมเสร็จ " น่ากลัวจริงๆ " นนท์พึมพำแล้วเริ่มทำการดูดกลืนโอสถกายาเทพ
" ครืน " เพลิงร้อนแรงปานเพลิงนรกแผดเผาอวัยวะภายในจนมอดไหม้ ทั้งของเหลวในร่างยังเหือดแห้ง เปลวเพลิงแผดเผาทั่วโครงกระดูกจนโครงกระดูกที่แข็งแกร่งพลันหลอมละลาย
" อ้าก " ร่างเหลวยอบตัวลงกองที่พื้น ประดุจก้อนเนื้อหนึ่งก้อนที่ไรัค่าไร้ราคา
เนิ่นนานนับหกชั่วยามที่เพลิงร้อนแรงแผดเผาเพื่อหลอมร่าง
" ต้องทนให้ได้ " ดวงจิตของนนท์รับรู้ถึงความทุกข์ทนแสนสาหัส
" วูบ " เปลวเพลิงร้อนแรงมอดดับลง ก้อนเนื้อทั้งหมดถูกขัดเกลากลับกลายเป็นก้อนเนื้อสีทอง
" วิ้ง " สมุนไพรทิพย์จักรวาลออกฤทธิ์ขั้นสุดท้าย
ก้อนเนื้อสีทองพลันขยับกลับกลายเป็นร่างทองนั่งขัดสมาธิ
" ตูม " เสียงระเบิดดังขึันที่ตันเถียน ร่างทองพยักหน้า
เมื่อปรับสมดุลร่างกายแล้วเสร็จ " ขั้นย่อยที่สองแล้ว พลังกายประมือได้กับห้าอักขระ ผากผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังสามารประมือกับแปดอักขระได้ " นนท์พึมพำ
" ดี " นนท์ ทะยานร่างไปยังค่ายกลทดสอบกาย และค่ายกลวิญญาณอสูร แล้วเริ่มฝึกในทันใด
" จะถึงแล้ว " นนท์มองยังจุดสีขาวที่บังเกิดขึ้นที่ปลายอุโมงค์มิติ
" ครืน " เรือเหาะลำใหญ่ลอยผ่านอุโมงค์ทางออกของอุโมงค์มิติ
" ผู้มาเยือนจ่ายผลึกปรานสรรพสิ่งร้อยก้อน " นนท์โยนผลึกปรานให้ไป
" เจ้า มั่งคั่งมิเบานี่ " นนท์หาได้สนใจเดินเข้าเมืองในทันที
" จับมัน " เหล่าทหารต่างกรูเข้าล้อมนนท์ไว้
" เจ้าถึงกับบังอาจมิฟังคำข้า " นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของชายผู้นั้น
" แท้จริงแล้วพวกเจ้าเป็นคนของตระกูลชวี่รึ " นนทืเอ่ยขึ้น
" ครานั้นข้าปล่อยพวกเจ้าไป แต่พวกเจ้ายังกล้าเสนอหน้ามาให้ข้าเห็นอีก " นนท์สะบัดส่งร่างของเหล่าทหารหายลับไป
" เป็นตระกูลชวี่ ร่วมมือกับตระกูลจงแห่งโลกไท่งั้นรึ " นนท์ค้นความทรงจำของทหารยาม
" พวกเจ้าช่างกล้าพาผู้คนมากมายบุกมาทำลายโลกที่สงบสุขใบนี้ " นนท์ส่งเสียงอันดัง
" ท่านโจวกลับมาแล้ว "
" เจ้าเป็นผู้ใด ใยจึงกล้ามาส่งเสียงยังวิหารของข้า " นนท์ชี้นิ้วไปยังหน้าผากของชายชรา
" เจ้ามาจากตระกูลจงสินะ " นนท์ถอนหายใจหนัก
" เจ้ารู้รึไม่ การที่เจ้าสังหารผู้คนนับร้อยล้านของโลกเมฆานั้น แม้นเจ้าจะมีอีกร้อยล้านชีวิต เจ้าก็ชดใช้มิหมด " นนท์ชี้นิ้วไปยังหน้าผากของชายชรา
" อ้าก " ร่างชราสิบอักขระร่วงลงที่พื้นในทันที
" ผู้อาวุโสยี่สิบห้า ตายในทันทีโดยที่ยังมิได้สู้ "
นนท์กวาดตามองยังเหล่าศิษย์ของตระกูลจง ที่คุกเข่าทั้งสองข้างลงที่พื้น
" ไอ้แก่แซ่ชวี่ " เสียงของนนท์ดังขึ้นท่วมท้นฟ้า ร่างของชายวัยกลางคนแซ่ชวี่ลอยออกมา
" คราที่แล้ว ข้าใจดีปล่อยเจ้าไป โดยหวังให้เจ้านั้นกลับตัวกลับใจ แต่นอกจากเจ้าจะมิกลับตัว เจ้ายังพายอดยุทธต่างจักรวาล มาเข่นฆ่าผู้คนมากมายถึงร้อยล้าน โทษของเจ้ามิอาจให้อภัยได้ " ชายแซ่ชวี่ทิ้งร่างลงพื้นเร่งคุกเข่าในทันใด
" ท่านผู้สูงส่ง ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าจะมิทำอีกแล้ว " นนท์แสยะยิ้ม
" โอกาสของเจ้ามันหมดไปแล้ว " นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้
" เจ้าบอกว่าเจ้าสำนึกผิด แต่ในความคิดของเจ้า มิได้คิดจะสำนึกผิดแต่อย่างใด " นนท์สะบัดมือ
" อา นายท่านสามตาย แม้นแต่ร่างก็มิหลงเหลือ " เหล่าศิษย์ตระกูลชวี่ต่างเร่งคุกเข่าในทันที
" ข้าจะทำเช่นไรกับพวกเจ้าดี " นนท์กวาดตามองยังเหล่าศิษย์ทั้งสองตระกูล
" พวกเจ้าจงกลับไปบอกตระกูลของเจ้า ข้าโจวนนท์จะไปเยี่ยมตระกูลของพวกเจ้า เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับผู้คนของโลกเมฆา "
" พวกเจ้าจงทิ้งทุกสิ่งที่ติดตัวไว้ที่นี่ " เหล่าศิษย์ทั้งสองตระกูลเร่งทิ้งแหวนมิติ แล้วเร่งขึ้นเรือเหาะจากไปในทันที
" ขอบคุณท่านโจว " นนท์พยักหน้า
นนท์เร่งฟื้นฟูโลกเมฆาเป็นการด่วน มิว่าจะเป็นด่านฝึกกาย ด่านวิญญาณอสูร วิหารปรับกาย ศิลาอนันตกาลเต๋า ทั้งยังวางเส้นปรานมังกรโกลาหล
" ศิลาอนันตกาลเต๋านี้ ข้าได้วางค่ายกลเร่งเวลาสองพันเท่าไว้ พวกเจ้าจะมิเสียเวลาในการหยั่งรู้มากมายนัก " นนท์ยกยิ้ม
" ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่สักระยะ เพื่อรอคนเหล่านั้นกลับมา " นนท์กวาดตามองยังผู้คนมากมาย
" พวกเจ้าแยกย้ายไปฝึกเถิด " ผู้คนมากมายต่างเร่งทะยานร่างไปยังด่านฝึกฝน
นนท์มองดูเหล่ายอดยุทธของโลกเมฆาที่เวลานี้คงเหลือเพียงขั้นฝึกต่ำ เพราะขั้นฝึกสูงนั้นถูกสังหารสิ้นแล้ว
" จิตใจของผู้คนช่างโหดร้ายยิ่งนัก หากมิแข็งแกร่งก็มิมีทางอยู่ได้ " นนท์พึมพำ
นนท์สร้างวิหารของตนขึ้นหนึ่งหลัง เพื่ออยู่เฝ้าโลกเมฆา
" เราก็เริ่มฝึกบ้าง " นนท์หายเข้าไปในแหวนห้วงมิติ แล้วเริ่มทำการหยั่งรู้อักขระเทพตัวที่สิบเจ็ด
" เก้าเดือน " นนท์พึมพำ
" ขั้นย่อยที่สามแล้ว อักขระเทพก็หยั่งรู้ได้สิบเจ็ดตัวแล้ว " นนท์พึมพำ
" ออกไปเดินเล่นดีกว่า " นนท์ออกจากวิหาร
" อา ดีจริง ปรานมังกรเข้มข้นมากนัก " นนท์เดินดูวิหารและอาคารต่างๆที่ภูกสร้างขึ้นใหม่
" อาจารย์โจว " นนท์พยักหน้าให้ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
" ขั้นฝึกของทุกคนเป็นเช่นไรบ้าง " นนท์เอ่ยถาม
" อาจารย์โจว กลับมาอยู่ที่จุดเดิมแล้วขอรับ " นนท์ยกยิ้มออกมา
" น่าเสียดายเหล่าผู้เฒ่าที่จากไป " นนท์เอ่ยขึ้น
" เรียกเจ้าสำนัก เจ้าตระกูลมาพบข้าที " นนท์สั่งการยังชายวัยกลางคน
" ขอรับ ข้าจะเร่งไป " ชายผู้นั้นเร่งจากไป
" คารวะอาจารย์โจว " นนท์พยักหน้า
" ทุกท่าน นี่คือ โอสถกายามังกรทองแดง มังกรเงิน มังกรทอง พวกท่านนำไปแจกจ่ายให้เหล่าศิษย์ของท่านเถิด และยอดยุทธอิสระด้วยเถิด " นนท์สบัดมือส่งโอสถทั้งสามออกไป
" ข้าก็มิมีสิ่งใดให้มากมายนอกจากสิ่งเหล่านี้ " เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างหลั่งน้ำตา
" เพียงสิ่งที่ท่านทำให้ก็มากพอแล้วขอรับ " นนท์พยักหน้า
" มิมีสิ่งใดแล้ว แยกย้ายไปฝึกเถิด " เหล่ายอดยุทธทั้งหลายต่างเร่งกลับยังสำนัก ตระกูล ถ้ำของตน
นนท์ออกท่องเที่ยวทั่วโลกเมฆาราวสิบวัน แล้วกลับเข้าทำการฝึกฝนทันที
" หนึ่งปีแล้วรึ " นนท์พึมพำ
" ขั้นย่อยที่สี่แล้ว อักขระเทพก็หยั่งรู้ได้สิบแปดตัวแล้ว พลังกายอย่างเดียวสามารถประมือกับเจ็ดอักขระได้แล้ว หากผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังสิบอักขระยังมิใช่คู่มือ " นนท์พึมพำ
" ข้างนอกเป็นเช่นไรบ้าง " นนท์เดินออกจากวิหาร
" เหมือนจะมีราชันย์ขั้นต้นราวร้อยคน " นนท์ยกยิ้มออกมา
" พวกเจ้า มีผู้ใดลองเปิดประตูวิหารรึยัง " นนท์เอ่ยถาม
" พวกเรารออาจารย์โจวออกมาขอรับ " นนท์ยกยิ้ม
" ข้าว่า ควรให้รุ่นเยาว์ไปทดสอบดีกว่า ส่วนพวกท่านก็อยู่เป็นกำลังให้กับโลกเมฆาจะดีสุด " นนท์ได้เล่าเรื่องราวของแดนเทพให้ทุกคนฟัง
" หากเป็นเช่นนั้น คงต้องเร่งไปยังรุ่นเยาว์ " เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างพูดคุยกับนนท์อยู่พักใหญ่
" พวกท่านติดขัดเรื่องใดบ้าง " นนท์เอ่ยถาม
เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างแย่งจนพูดจนวุ่นวาย นนท์ยกมือขึ้น
" พวกท่านแย่งกันพูดเช่นนี้ ข้าฟังมิทัน " นนท์เอ่ย
นนท์ได้ทำการชี้แนะให้กับเหล่าผู้อาวุโสนานถึงสามวัน ทั้งยังบบรยายเต๋าอีกห้าวัน
" เข้าสู่การหยั่งรู้แล้ว " นนท์ใช้ออกด้วยเคลื่อนย้ายเมฆาไปยังวิหารของตน
" ขั้นย่อยที่ห้าแล้ว " นนท์พยักหน้า เพียงหกเดือนที่นนท์ทำการฝึกรอบนี้
" อักขระตัวที่สิบเก้าได้เพียงรูปรอย ยิ่งอักขระขั้นสูงขึ้น ก็ยิ่งหยั่งรู้ยากขึ้น " นนท์ส่ายหน้า
" หยั่งรู้ต่อ " นนท์ทำการหยั่งรู้อักขระเทพตัวที่สิบเก้าราวสี่ปีของเวลาจริง
" ตูม " นนท์เร่งปรับสมดุลร่างกาย
" ตัวที่สิบเก้ายากจริงแฮะ " นนท์พึมพำ
" ขั้นย่อยที่หกแล้ว พลังกายประมือกับขั้นย่อยที่เก้าได้แล้ว หากผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังสามารถประมือกับขั้นย่อยที่สิบสองได้ " นนท์พยักหน้าแล้วเร่งไปยังด่านฝึกกายและค่ายกลวิญญาณอสูร
" สามเดือนแล้วรึ " นนท์พึมพำ เวลานี้ขั้นฝึกของนนท์นั้นอยู่ที่ขั้นที่หกสูงสุดแล้ว
" ครืน "