ขนทั่วร่างลุกชันหลังจากเห็นภาพบนผนังภายในห้องที่มาถึง เมื่อรวมเอาเรื่องราวภาพวาดจากห้องต่างๆเข้ามาไว้ด้วยกันเขาก็พบเข้ากับอาวุธมหาประลัยชิ้นหนึ่งที่สามารถสั่นสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน สิ่งมีชีวิตตัวใดที่อยู่ภายใต้เลเวล 200 ล้วนถูกทำลายทั้งสิ้นจากอาวุธชิ้นนี้
“ 12 ชิ้น ต้องหาให้ได้ 12 ชิ้นสินะ แล้วมีคนได้มันไปหรือยังหว่า ”
เจ้าหน้าที่หยางพูดกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น ผ่านมาแล้ว 3 วันนับตั้งแต่เขาเข้าสู่ซากโบราณสถาน ความเร็วในการเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากเดิมมากเนื่องจากมอนสเตอร์ทั้งหมดที่เคยไล่ล่าพวกเขาถูกสังหารตายไม่เหลือแม้กระทั่งซาก ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดตามเส้นทาง
มอนสเตอร์เลเวล 140 ที่เคยเห็นล้วนถูกสังหารเหลือไว้แค่รอยเลือด เขาไม่แปลกใจเลยที่การเดินทางจะรวดเร็วขนาดนี้ เนื่องจากว่าตระกูลเจียงและตระกูลหานมีผู้อาวุโสเลเวล 180 เดินทางมาด้วยที่นี่จึงไม่ใช้สถานที่อันตรายแต่อย่างใด สิ่งที่พวกเขาระมัดระวังไม่ใช่มอนสเตอร์แต่เป็นกับดักต่างๆ
นอกจากตระกูลทั้ง 2 แล้วขุมอำนาจระดับกลางและขุมอำนาจขนาดใหญ่จากเมืองต่างๆที่เดินทางมายังมีเลเวล 120 ไปจนถึง 130 เดินทางมาด้วย การสำรวจจึงรวดเร็วมากกว่าที่พวกเขาเคยทำมาก่อน
หลังจากรู้แล้วว่าซากโบราณสถานแห่งนี้เก็บอาวุธมหาประลัยที่สามารถสังหารมอนสเตอร์เลเวล 200 ได้ง่ายดายเขาจึงรีบเดินทางต่อเพราะอยากเห็นว่าขุมอำนาจใดจะได้ครอบครองมัน
เขามีหน้าที่ในการจดบันทึกเพื่อตรวจสอบความสามารถของขุมอำนาจต่างๆ ผ่านไอเทมและสิ่งของที่แต่ละขุมอำนาจได้รับ
ไม่ได้มีเพียงแค่เขาที่พยายามตรวจสอบขุมอำนาจต่างๆเท่านั้น ภายในหน่วยของเขามีเจ้าหน้าที่อีกมากมายที่ถูกส่งไปทั่วประเทศเพื่อจดบันทึกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของขุมอำนาจต่างๆรวมไปถึงสิ่งที่พวกเขาได้รับจากพื้นที่ล่า
เมื่อรู้ว่าเขาจำเป็นต้องเร่งมือแล้วเพราะไม่รู้ว่าใครได้ไอเทมทั้ง 12 อย่างไปจึงพยายามตามหาคนจากตระกูลหานและตระกูลเจียงเพราะพวกเขามีผู้แข็งแกร่งเยอะที่สุด โอกาสที่จะเจอหนึ่งในอาวุธทั้ง 12 ชิ้นจึงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ไม่แน่ทั้งสองตระกูลอาจจะเป็นผู้เก็บเกี่ยวไอเทมทั้ง 12 ไปทั้งหมดแล้ว ดูจากร่องรอยการเดินทางที่ถูกทิ้งเอาไว้ ของทุกอย่างที่อยู่ตามทางเดินและภายในห้องที่ต้องสะเดาะกลอนเข้าไป ล้วนถูกเก็บทั้งหมด
---------------------------------------------------------------
สายตาหลายร้อยมองไปยังผู้มีอาชีพนักสำรวจทั้ง 5 คนกำลังใช้มือลูบคลำไปตามประตูพร้อมกับใช้สกิลของตนเองเพื่อปลดกลไกเข้าไปด้านใน
ประตูด้านหน้าของพวกเขามีขนาดสูงใหญ่ราว 100 เมตร นับว่าเป็นประตูที่สูงอย่างมาก การที่พวกเขาต้องหยุดอยู่ตำแหน่งนี้ก็เพราะว่าเส้นทางทั้งหมดในระแวกใกล้เคียงพาพวกเขามาที่นี่ ผู้นำตระกูลเจียงและผู้นำตระกูลหานจึงสั่งให้เปิดห้องเพื่อเข้าไปด้านใน
ตึง!
เสียงราวกับมีคนทุบเหล็กดังขึ้นด้านหลังประตู นักสำรวจทั้ง 5 รีบวิ่งถอยห่างหลังจากที่พวกเขาสามารถปลดล็อกกลไกตัวสุดท้ายได้สำเร็จ
ทันทีที่กลไกลับชิ้นสุดท้ายถูกบังคับเปิดโดยไม่มีกุญแจพื้นดินด้านหน้าก็เริ่มสั่นไหวราวกับทุกอย่างจะพังถล่มลงมา
ขณะที่ทุกคนพยายามหาที่ยึดเกาะไม่ให้ตนเองล้มตัวลงไปบนพื้นดิน ด้านหลังประตูก็เริ่มมีเสียงกลไกมากมายดังออกมาโดยไม่รู้ว่ามีชิ้นส่วนใดบ้างกำลังเคลื่อนไหว สิ่งที่ทุกคนสนใจกลับไม่ใช่การเคลื่อนตัวของกลไก ทุกคนสนใจประตูขนาดใหญ่ที่ค่อยๆแง้มเปิดมากกว่า
ฟู่ว!
ลมเย็นๆพัดออกมาจากห้อง ทุกคนที่ถูกลมกระแทกหน้าได้กลิ่นราวกับเหล็กขึ้นสนิมพัดออกมาจากด้านใน ภายใต้ประตูที่ค่อยๆเปิดอ้าออกทุกสายตาล้วนพยายามสอดส่องเข้าไปด้านในก่อนจะเผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่างมีลักษณะเหมือนคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง
“ เข้าไป ”
คุณชายหานบอกให้ทีมสำรวจเดินเข้าไปในห้องเพื่อตรวจดูว่าอะไรอยู่ด้านในนั้น
ทีมสำรวจ 5 คนจึงเปิดใช้งานสกิลของตนเองเพื่อตรวจสอบโครงสร้างห้องข้างในก่อนจะค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปเมื่อรู้ว่าไม่มีกับดัก
คนที่อยู่ข้างนอกทำได้เพียงกวาดตามองดูสิ่งต่างๆจากด้านนอกเท่านั้นเพราะกลัวว่าถ้าเดินเข้าไปอาจจะทำให้มีบางสิ่งเกิดขึ้นมาได้
สายตาของสมาชิกทั้งสองตระกูลพยายามมองผนังห้องสลับกับมองทีมสำรวจ ห้องตรงหน้ามีเรื่องราววาดเอาไว้บนผนังเยอะกว่าห้องต่างๆที่ผ่านมา ราวกับว่าที่นี่อาจจะมีเบาะแสสำคัญ ไม่นานทีมสำรวจก็กลับมาพร้อมข่าวดีที่ทำให้ผู้อาวุโสฉีกยิ้มหน้าบานเพราะสิ่งที่อยู่ในห้องคืออุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมซากโบราณสถานแห่งนี้
คุณชายหานนำทีมโดยผู้อาวุโสของตระกูลเดินนำเข้าไปก่อน ตระกูลเจียงรีบเดินตามเข้าไปเพราะอยากรู้ว่าในห้องมีอะไรอยู่บ้าง
เมื่อทุกคนเข้ามาด้านในได้แล้วนั้นบนใบหน้าของทุกคนก็เผยให้เห็นความตะลึงงันเพราะห้องที่เข้ามาล้วนแล้วเต็มไปด้วยวิทยาการโบราณ
ใจกลางห้องมีหลอดแก้วขนาดใหญ่บรรจุสสารสีเขียวเอาไว้คอยให้พลังงาน สายไฟที่ต่อเข้าไปนั้นถูกสร้างมาจากวัสดุบางอย่างที่ให้ผิวสัมผัสคล้ายกับเหล็กกล้า ภายในท่อมีสสารไหลเวียนสร้างเป็นวงจรเพื่อให้ซากโบราณสถานแห่งนี้ยังคงทำงานต่อไป
บนเพดานห้องที่เข้ามาเต็มไปด้วยท่อมากมาย แต่ละท่อมีสสารหลากสีคอยเคลื่อนตัวไปมาราวกับว่าพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิต
นักวิเคราะห์เริ่มทำการแกะรูปภาพบนผนังเพื่อตีความ เหล่าผู้อาวุโสทำเพียงกวาดตามองภาพรอบข้างแล้วตีความหมายด้วยตนเองไปก่อน จนกระทั่งผ่านไป 1 ชั่วโมงนักวิเคราะห์ก็บอกเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาตีความได้
“ คุณชาย ที่นี่เป็นห้องควบคุมของซากโบราณสถานแห่งนี้จริงๆ ”
“ แล้วมันทำอะไรได้บ้าง ”
ทุกคนอยากรู้เกี่ยวกับความสามารถของห้องควบคุม มันสามารถควบคุมสิ่งใดได้บ้าง
“ คุณชาย จากที่เราตีความห้องนี้ใช้เปิดทางเดินที่แท้จริงของซากโบราณสถานแห่งนี้ มันจะนำเราไปยังสถานที่สำคัญๆ รวมไปถึงสถานที่เก็บไอเทมทั้ง 12 ชิ้นที่เราเห็นภาพวาดในห้องก่อนหน้านี้ด้วย ”
หัวใจของคุณชายหานเต้นตุบตับ ผู้อาวุโสตระกูลเจียงแสดงใบหน้ายิ้มแย้มไม่อาจปกปิดใบหน้านี้ได้
“ แล้วจะควบคุมมันยังไง ”
“ จากการตีความของเราเครื่องควบคุมในห้องนี้จำเป็นต้องเปิดเตาพลังงานทั้ง 7 ให้ได้ก่อน ”
“ ท่อพลังงานพวกนี้ไม่ใช่ท่อพลังงานเหรอ ”
คุณชายหานชี้ขึ้นไปบนเพดาน เขาเห็นสสารหลากสีเคลื่อนตัวไปมาภายในท่อ มันควรจะเป็นพลังงานที่ใช้หล่อเลี้ยง
“ มันเป็นสสารที่ยังไม่ถูกกระตุ้นให้ปลดปล่อยพลังงาน เราจำเป็นต้องเปิดเตาพลังงานก่อนเพื่อทำให้สสารพวกนี้คายพลังงานออกมา ”
“ แล้วจะไปห้องพลังงานยังไง ”
ทีมสำรวจเดินเวียนวนรอบๆเครื่องควบคุม ทันใดนั้นพวกเขาก็เปิดกลไกบางอย่างเผยให้เห็นทางเดินลงไปใต้ดินจำนวน 7 เส้นทาง ขนาดของทางใหญ่พอสมควรสามารถขับรถเก๋งเข้าไปได้ 1 คัน
“ ไกลไหม ” คุณชายหานเห็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังห้องพลังงานจึงสอบถาม
“ ผมไม่รู้เหมือนกันครับว่าไกลไหม บนภาพวาดบอกเพียงแค่ว่าเส้นทางทั้ง 7 นำไปยังห้องพลังงาน ส่วนจะมีกับดักหรืออันตรายอยู่ไหมผมไม่ทราบเช่นกันครับ ”
คุณชายหานมองหน้าผู้อาวุโสตระกูลหานสลับกับมองหน้าผู้อาวุโสตระกูลเจียง หากพวกเขาให้ผู้อาวุโสเข้าสู่เส้นทางทั้ง 7 มีโอกาสสูงที่จะเปิดเครื่องได้ในเวลา 1 - 2 ชั่วโมง
“ ผู้อาวุโสครับ ถ้าผมจะขอให้ผู้อาวุโสตระกูลเจียงสัก 3 คนช่วยเดินทางไปเปิดเตาพลังงานจะเป็นอะไรไหมครับ ทางตระกูลหานของเราจะให้ผู้อาวุโสไป 4 คน ”
ผู้อาวุโสหันมองหน้ากัน แม้จะส่งผู้อาวุโสไป 7 คนพวกเขายังเหลือผู้อาวุโสอีก 3 คนคอยป้องกันที่นี่เอาไว้ หากมีขุมอำนาจอื่นคิดจะเข้ามาแย่งคงสามารถไล่ออกไปได้ หลังจากตกลงกันเสร็จสิ้นผู้อาวุโสทั้ง 7 จึงเลือกเส้นทางของตนเอง
ตลอด 3 วันที่ผ่านมายังไม่เคยเจอมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่า 180 ดังนั้นพวกเขาจึงถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เลเวลสูงที่สุดในซากโบราณสถาน ณ ตอนนี้
“ เฝ้าประตูเอาไว้อย่าให้ใครเข้ามาได้ ”
คุณชายหานสั่งให้คนของตระกูลหานเข้าปิดล้อมหน้าประตูทางเข้าเอาไว้ป้องกันไม่ให้ใครเข้ามา นอกจากจะปิดกั้นการเดินทางแล้วเขายังสั่งให้คนติดตั้งอุปกรณ์ปกปิดการมองเห็นเพื่อไม่ให้ฮันเตอร์รู้ว่าด้านในมีอะไรซ่อนอยู่
---------------------------------------------------------------
“ ไม่เดินต่อล่ะ ”
มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายแมวชำเลืองมองสิ่งที่นั่งอยู่บนหลังคอของมัน นับเป็นเวลา 5 ชั่วโมงแล้วที่สิ่งมีชีวิตเล็กๆนี่ขึ้นมานั่งบนคอแล้วใช้มือแทงผิวหนังจนทำให้มันรู้สึกเจ็บปวด ต่อให้จะพยายามสลัดอีกฝ่ายให้ลงจากคอมันก็ทำไม่ได้จึงยอมจำนนด้วยการพาอีกฝ่ายเดินไปรอบๆ
“ แกไม่รู้จักเส้นทางอื่นเหรอ ไม่เป็นไรๆ เราจะแยกกันที่นี่ก็แล้วกัน ขอบคุณที่พามาห้องสมบัตินะ เอาล่ะ หลังจากฉันลงจากหลังแกแล้วทางใครทางมันล่ะ ถ้าแกเลือกที่จะโจมตีฉันจำเอาไว้เลยว่าฉันจะขี่คอแกไปในเส้นทางที่แกไม่รู้จัก ”
แม้พลังโจมตีของมนุษย์จะไม่มากพอที่จะสังหารมันให้ตาย แต่การถูกโจมตีจุดอ่อนเรื่อยๆทำให้มันรู้สึกเจ็บปวด ทันทีที่เฉินห่าวตัดสินใจลงจากหลังของมอนสเตอร์เลเวล 160 มันกลับกางกรงเล็บข่วนมาที่เขาด้วยความเร็วสูงที่สุด
อย่างไรก็ตามสิ่งที่มันข่วนกลับเป็นร่างปลอมที่เกิดจากพลัง ร่างจริงยังอยู่บนหลังคอ เฉินห่าวเห็นว่าเสือเล่นไม่ซื่อจึงใช้มือแทงไปที่หลังคอของมันจนล้มลงไปนอนร้องครวญครางบนพื้น
“ ไอ้เสือบ้านี่ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ นี่แกกลับคำพูดเหรอ ได้ๆ ในเมื่อแกไม่เชื่องฉันจะทำให้แกเจ็บปวดที่สุด ”
แม๊ว!
เสียงข่มขู่ออกมาจากมอนสเตอร์ มันพยายามใช้หลังคอกระแทกผนังและเพดาน สิ่งที่อยู่หลังคอกลับหลบอยู่ในซอกที่แรงกระแทกส่งไปไม่ถึงมันจึงล้มตัวลงนอนพร้อมกับขอทำข้อตกลงใหม่
“ โอเคได้ ครั้งนี้ถ้าแกโจมตีฉันอีกเดี๋ยวได้เจอดีแน่ ดีนะที่พรสวรรค์ของแกไม่ดีพอ ไม่งั้นฉันจับแกไปด้วยแล้ว ”
มอนสเตอร์เลเวล 160 รู้สึกกลัว มันไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตเลเวลน้อยกว่าเล่นงานเช่นนี้มาก่อน หลังจากที่เฉินห่าวลงจากหลังเขาก็มองไปยังประตูบานใหญ่ที่มอนสเตอร์บอกว่าอาจจะมีสมบัติข้างใน มันไม่สามารถเข้าไปได้เพราะมีกลไกปิดเอาไว้แน่น
ขณะที่เฉินห่าวยืนมองประตูมอนสเตอร์ก็ได้กางกรงเล็บออกจนทำให้พื้นถูกตัด ทว่ามันก็รีบเก็บกรงเล็บแล้ววิ่งหนีไปหลังจากเห็นว่าเฉินห่าวชำเลืองมองมาที่มันเช่นกัน
“ โอเค ทางใครทางมันตั้งแต่แรกก็จบแล้ว อย่าไปบอกใครล่ะว่าเจอฉันเดี๋ยวจะขี่พวกมันไม่ได้อีก ”
แม้จะสังหารมอนสเตอร์ไม่ได้เลยสักตัว แต่เขาก็มีวิธีเอาชีวิตรอดจากพวกมัน หลังจากปล่อยให้เสือวิ่งจากไปนั้น เฉินห่าวจึงมองประตูอีกครั้งแล้วใช้สันมือเสริมด้วยมานากระแทกไปยังจุดสีแดงบนประตูจนทำให้ได้ยินเสียงตึงตัง
ทันใดนั้นประตูขนาดยักษ์ก็เริ่มเปิดอ้าออกเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
“ โอ๊ะ ที่นี่ก็มีของน่าสนใจเหมือนกันสินะ ”