“นอกจากนี้บอกข้าด้วยว่าทักษะการต่อสู้แบบใดที่เ้าอยากได้”กงเสวียนถามขณะนั่งบนเก้าอี้โยกหน้าบ้านไม้ไผ่โยกไปมาเบาๆ
“ข้า้าวิชาดาบขอรับแล้วทำไมถึงเรียกว่าอาจารย์ลุง ไม่ใช่อาจารย์อาเล่า?” ฉู่หนิงกล่าว
“ไร้สาระข้าเป็ศิษย์คนโตของอาจารย์ ไม่ว่าเ้าจะเป็ศิษย์ใครในอนาคตอาจารย์ของเ้าก็ไม่ใหญ่เท่ากับข้า เข้าใจหรือไม่? ถังชีทักษะการต่อสู้แบบไหนที่เ้าอยากได้? เยี่ยซางเ้าก็ด้วย?” กงเสวียนมองไปที่ถังชีกับเยี่ยซางและถามต่อ
“วิชาดาบ”ถังชีกล่าวคำตอบของเขา
“วิชาหอกการใช้หอกต่อสู้ ฯลฯ” เยี่ยซางพูดขณะที่แตะหอกเหล็กดำที่อยู่ข้างหลังตนเอง
เยี่ยซางอยู่กับหอกเหล็กมามากกว่าสองปีแล้วหอกเล่มนี้ทำจากชิ้นส่วนของเหล็กสีดำเนื่องจากหมู่บ้านจู๋หยวนไม่มีผู้เชี่ยวชาญหรือความรู้ในการทำหอกที่ดีนักหอกเหล็กสีดำของเยี่ยซางจึงสร้างขึ้นแบบหยาบๆ เท่านั้น
“ย่อมได้ มาหาข้าพรุ่งนี้เช้าเพื่อรับเคล็ดวิชาส่วนนี่คือยาปี้กู่ให้พวกเ้ากินหนึ่งเม็ดเป็เวลาสามวันพวกเ้าไปทำความสะอาดที่พักเสียเถิด!”กงเสวียนโยนขวดยาให้พวกเยี่ยซางทั้งสามคนอีกครั้งแล้วโบกมือไล่พวกเขาออกไป
ถังเทียนเลือกทิศใต้และฉู่หนิงเลือกทิศตะวันตกดังนั้นเยี่ยซางจึงต้องไปทางทิศตะวันออก
“เ้าสิบสามทางด้านตะวันออกของูเานี้มีหน้าผาอยู่ มองไม่เห็นพื้นด้านล่างแล้วยังมีลมหยินที่เป็พิษอยู่ด้านล่าง ดังนั้นเ้าอย่าเข้าไปใกล้แถวนั้นเสียเล่า”เมื่อเห็นว่าเยี่ยซางได้เลือกทิศตะวันออก กงเสวียนจึงพูดเตือน
กงเสวียนเป็ศิษย์คนแรกของยอดเขาไท่เสวียนเขาอยู่ในระดับเดียวกับฉู่หลิงเซียว หลูจิ้ง ถังเชียนเชียนและคนอื่นๆพวกเขาทั้งหมดเป็ทายาทของประมุขยอดเขา กงเสวียนจึงมาอยู่ที่นี่อย่างเงียบสงบส่วนอีกเหตุผลคือที่นี่เป็หน้าผาสูงชันที่ปกป้องยอดเขาไท่เสวียน เมื่อก่อนนี้เคยได้รับการปกป้องโดยคนสี่คนจากยอดเขาไท่เสวียนแต่ตอนนี้เมื่อกงเสวียนประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะระดับสูงเขาจึงได้อยู่ที่นี่เพียงลำพัง
เยี่ยซางพยักหน้าให้กงเสวียนแล้วเดินไปทางทิศตะวันออกหลังจากเดินไปได้เจ็ดถึงแปดลี้ เยี่ยซางก็เห็นโต๊ะหน้าบ้านไม้ไผ่ แม้จะไม่ได้ทรุดโทรมแต่ก็เห็นได้ว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่มานานแล้ว
เยี่ยซางทำความสะอาดวัชพืชในสวนและเถาไม้ต่างๆรอบรั้วไม้ไผ่ จากนั้นจึงไปทำความสะอาดบ้าน
เขาใช้เวลาครึ่งชั่วยามในการทำความสะอาดสถานที่หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว เยี่ยซางก็เริ่มนั่งลงฝึกฝนนี่ไม่ใช่เพราะแรงกดดันจากหลิ่วหยางอวี่หรือกงเสวียนแต่เยี่ยซางมีความสนใจในการบ่มเพาะเป็อย่างมากต่างหาก
การฝึกนี้ใช้เวลาครึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเมื่อถึงรุ่งสางหลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยเยี่ยซางก็ไปที่บ้านของกงเสวียนพร้อมหอกเหล็กสีดำบนหลัง
หน้าบ้านไม้ไผ่กงเสวียนเขย่าเก้าอี้โยกไปมาอย่างสบายๆ “สิบสามน้อยเ้ามาเร็วมากดูท่าจะดีขึ้นแล้วสินะ อาการาเ็เป็อย่างไรบ้าง?”
“ตอบอาจารย์ลุงอาการาเ็ของข้าเกือบจะหายดีแล้วขอรับ” เยี่ยซางพยักหน้า
“เอาละเกือบจะหายก็ดีแล้ว ร่างกายเ้าแข็งแกร่งจริงๆไอ้สารเลวสองคนนี้ยังจำทางมาได้อยู่หรือ?” หลังจากลุกขึ้นตรวจอาการาเ็ของเยี่ยซางเสร็จกงเสวียนก็ต่อว่าขึ้น
เมื่อกงเสวียนเอ่ยปากจบถังเทียนและฉู่หนิงก็ต้องหน้าแดงด้วยความอับอาย
“ครั้งต่อไปอย่าให้ข้าต้องรอเ้าอีกนี่คือตำราทักษะการต่อสู้ที่เ้า้า นำกลับมาคืนข้าภายในครึ่งเดือน”กงเสวียนโยนตำราสามเล่มให้ทั้งสามคนคนละเล่ม
“อาจารย์ลุงท่านมีตำราเกี่ยวกับการฝึกร่างกายบ้างหรือไม่?” ถังเทียนถาม
“ศิษย์ที่เข้ามาใหม่มีโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะได้รับทักษะจากสำนักหากเ้า้าตำราทักษะการต่อสู้อื่นๆ เ้าต้องเอาแต้มเกียรติยศจากสำนักมาแลก!”กงเสวียนตอบ
“อาวุธก็ด้วยหรือ?” ฉู่หนิงถามต่อ
“แน่นอนไม่เห็นจำเป็ต้องถาม” กงเสวียนเหลือบมองฉู่หนิงและตอบ
“ท่านอาจารย์แต้มเกียรติยศของสำนักนั้นมาจากไหน?” เยี่ยซางถาม
“หลังจากเข้าสู่ระดับจวี้หยวนแล้วเ้าสามารถไปที่หอเกียรติยศของยอดเขาตานติ่งเพื่อรับภารกิจของสำนักได้หากเ้าสามารถครองตำแหน่งในการจัดอันดับศิษย์ของสำนักได้เ้าจะได้แต้มเกียรติยศทุกเดือน” กงเสวียนกล่าว
“ข้าจะไม่คิดเื่นั้นในตอนนี้อาจารย์ลุง ท่านคงยุ่งอยู่ ข้าจะขอกลับไปฝึกก่อน” เยี่ยซางถือตำราที่กงเสวียนโยนให้ก่อนจะเดินกลับไปที่บ้านไม้ไผ่ของตนเอง
“หากพวกเ้าทั้งสองไม่รีบไปบ่มเพาะเช่นนั้นข้าจะเล่าเกี่ยวกับป่าหมื่นอสูรให้ฟัง!” กงเสวียนเล่าถึงป่าหมื่นอสูรให้ฉู่หนิงและถังเทียนฟัง
ป่าหมื่นอสูรเป็สถานที่ที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่มันอยู่ไม่ไกลจากยอดเขาไท่เสวียนมากนักแต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของที่แห่งนั้นถึงหุบเขาโอสถจะอยู่ใกล้แต่ก็ไม่ได้เข้าไป ป่านั้นมีพื้นที่กว้างขว้างหลายพันลี้ซึ่งมีทั้งแมลง งู และมดที่มีพิษจำนวนมาก ที่พบมากที่สุดคือมดบินกระหายเืระดับของมันไม่สูงนัก แต่กลับมีจำนวนมหาศาล แม้จะเป็สัตว์อสูรระดับสามหรือสี่ก็ยังตกเป็เป้าหมายของมดบินกระหายเืได้หลังจากนั้นครู่หนึ่งมันก็จะเหลือเพียงกองกระดูก
“นอกจากนี้ยังมีแมงป่องหางดำระดับของแมงป่องหางดำไม่สูงเช่นเดียวกับมดบินที่กระหายเื แต่พวกมันมีจำนวนมากความแตกต่างคือพวกมันสนใจแต่สมองและไขกระดูกของสัตว์อสูรและมนุษย์เท่านั้นมันจะเข้าไปทางปากของเ้าแล้วออกทางตากับจมูก เดี๋ยวก่อน! ข้ายังพูดไม่จบนะเ้าจะวิ่งไปไหนกัน?” กงเสวียนโบกมือให้ฉู่หนิงกับถังเทียนที่ถ่มน้ำลายก่อนจะวิ่งหนีไปแล้ว
ทั้งฉู่หนิงและถังเทียนไม่ยอมหยุดวิ่งแต่กลับเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นป่าหมื่นอสูรนั้นโหดร้ายเกินไป หากไม่พยายามฝึกฝนและทำตามข้อกำหนดไม่ได้แล้ว คงโดนกงเสวียนโยนเข้าไปในนั้นจริงแม้อีกฝ่ายไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาทั้งสองคนตายแต่ก็ไม่มีปัญหาที่จะทรมานพวกเขาหนักๆ แม้แต่น้อย
เยี่ยซางกลับไปบ้านไม้ไผ่เขาแทบรอไม่ไหวที่จะอ่านเคล็ดวิชาหม้อโอสถลึกลับ
สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเยี่ยซางคือการแนะนำวิชาหม้อโอสถลึกลับ
วิชาหม้อโอสถลึกลับเป็วิธีการบ่มเพาะขั้นพื้นฐานสำหรับศิษย์ทั่วไปของหุบเขาโอสถโดยเคล็ดวิชานี้เป็วิธีการบ่มเพาะของระดับเลี่ยนชี่และจวี้หยวน
ถัดจากนั้นคือหม้อโอสถิญญาที่มีเพียงศิษย์สายในเท่านั้นที่สามารถฝึกฝนได้โดยผู้ฝึกเคล็ดหม้อโอสถิญญาจะต้องบรรลุระดับหนิงตันและเฟินเสินซึ่งสามารถฝึกฝนได้จนถึงขั้นสูงสุดของระดับเฟินเสิน
วิชาที่สอดคล้องกับระดับเวิ่นซวีและเฮ่าเทียนคือหม้อโอสถ์ซึ่งเป็รากฐานของหุบเขาโอสถหากไม่ใช่ศิษย์หลักหรือผู้าุโจะไม่สามารถเข้าถึงเคล็ดวิชานี้ได้
หลังจากฝึกเคล็ดวิชาหม้อโอสถ์จนถึงขั้นสูงสุดแล้วถัดจากนั้นจะเป็การฝึกหม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสามารถฝึกฝนได้จนถึงระดับเซิ่งจิ้งในตำนาน
แต่เคล็ดวิชาขั้นสุดท้ายอย่างหม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์นั้นปัจจุบันไม่มีผู้ใดทราบเนื่องจากคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ได้หายสาบสูญไปนานแล้ว
คัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์คือคัมภีร์การบ่มเพาะของหุบเขาโอสถโดยรวมเคล็ดวิชาวิชาหม้อโอสถลึกลับ หม้อโอสถิญญา หม้อโอสถ์และหม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดไว้ด้วยกัน
อย่างไรก็ตามคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์สูญหายไปนานแล้วยังมีการเขียนไว้ในบทแรกของวิชาหม้อโอสถลึกลับว่าผู้ใดก็ตามที่สามารถเรียกนำคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์มาคืนหุบเขาโอสถได้จะได้รับการสำนึกบุญคุณจากหุบเขาโอสถ
เมื่อเยี่ยซางเห็นข้อความนี้ก็ได้แต่ส่ายหัวั้แ่ตอนที่คัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์หายไปจนถึงตอนนี้ไม่รู้ว่ามันหายไปกี่ปีแล้ว การอยากจะได้กลับมา จะง่ายกว่าอย่างที่พูดหรือ?
เยี่ยซางพลิกข้ามบทแรกไปอ่านข้อความหลักใจความสำคัญของวิชาหม้อโอสถลึกลับคือการเปลี่ยนร่างกายของตนให้เป็เสมือนหม้อโอสถแต่เส้นทางโคจรพลังมีซับซ้อนเป็อย่างมาก
หลังจากจำได้เยี่ยซางก็เริ่มโคจรพลังปราณจากตันเถียนไปตามเส้นทางของวิชาหม้อโอสถลึกลับ เขาใช้เวลาสองชั่วยามจึงสามารถชักนำปราณแท้จริงไปตามเส้นทางของวิชาหม้อโอสถลึกลับได้ทั้งยังต้องโคจรอย่างต่อเนื่องเป็เวลาเจ็ดวันถึงจะนับได้ว่าฝึกฝนได้สำเร็จ
แม้ว่าเส้นทางโคจรของวิชาหม้อโอสถลึกลับจะซับซ้อนแต่ความเร็วของการไหลเวียนนั้นรวดเร็วเป็อย่างมาก เมื่อเทียบกับวิธีการง่ายๆในการรวบรวมและเก็บปราณที่เยี่ยซางเคยฝึกฝนมาก่อนนั้นด้วยวิชานี้กลับเร็วกว่ามาก
หลังจากเข้าสู่วิชาหม้อโอสถลึกลับแล้วเยี่ยซางก็ไม่ได้หยุดพัก เขายังฝึกฝนไม่หยุดจนถึง่บ่าย
หลังจากยืดเส้นยืดสายของเขาสักพักหนึ่งเยี่ยซางก็พบว่าการบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก หากเขาทำเช่นนี้ต่อไปคงจะไปถึงขั้นที่สี่ของเลี่ยนชี่ได้ภายในสองสามวัน
หลังจากอาบน้ำในลำธารเล็กๆซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านไม้ไผ่แล้วเยี่ยซางก็กินยาปี้กู่และยาเผยหยวนก่อนจะฝึกฝนต่อไป
แต่เยี่ยซางไม่รู้เลยว่ามีเงาดำปรากฏขึ้นนอกบ้านไผ่
เมื่อเห็นการบ่มเพาะที่เงียบสงบของเยี่ยซางร่างนั้นก็จากไปและมาปรากฎที่บ้านไม้ไผ่ของกงเสวียนแทน