ในใจผมเต็มไปด้วยความสงสัยอยากรู้ว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นแบบไหนกันแน่
ผมอยากให้อาจารย์เปิดตาให้จะได้เห็นภาพตรงหน้าด้วยตาตัวเอง แต่อาจารย์บอกว่ากลัวผมจะตกใจ
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ผมไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม ผมยิ่งอยากเห็นมากขึ้น
ในเมื่อผมก้าวเข้ามาในเส้นทางนี้แล้วสักวันก็ต้องเจอสุสานร้างแบบนี้อยู่ดี
ดังนั้นผมจึงตัดสินใจขอให้อาจารย์เปิดตาให้ผม
ถ้าหากเห็นแล้วรับไม่ไหวก็เป็นเพราะตัวผมเองที่อ่อนแอเกินไป
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยปากอาจารย์ก็พูดขึ้นมาก่อน “เก็บธูปไว้สิบดอก นอกนั้นจุดให้หมดไอ้พวกนี้แม่งทำตัวเหมือนผีอดตายไม่มีผิด...”
“ไม่มีปัญหาครับ อาจารย์!” ผมตอบรับทันทีแล้วตั้งใจจะจุดธูปให้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน
ธูปที่ผมใช้เป็นธูปแบบเล็กหนึ่งกำมีสามสิบดอก
ผมหยิบสามกำออกมาเหลือไว้สิบดอก
ครั้งนี้ผมจุดธูปแปดสิบดอกในคราวเดียว
หยดขี้ผึ้งลงบนฐานจากนั้นก็จุดไฟ
ธูปติดไฟอย่างง่ายดายควันสีขาวลอยอวลหนาจนทำให้ผมลืมตาแทบไม่ขึ้น
ผมปักธูปแปดสิบดอกลงบนพื้นควันธูปลอยกระจายออกไปรอบด้าน
ขณะเดียวกันอาจารย์ก็หยิบเงินกระดาษออกมาหลายปึกจากถุงผ้า
ขณะที่ผมกำลังขยี้ตาอาจารย์ก็โปรยเงินกระดาษไปทั่วบริเวณ
“ทุกท่านที่อยู่ที่นี่ วันนี้พวกเรามาทำธุระ ตอนนี้ได้จุดธูปบูชาให้แล้ว เงินเหล่านี้ถือเป็นค่าผ่านทาง”
“ฟึบ...”
เงินกระดาษถูกโปรยขึ้นฟ้าแต่ไม่มีแม้แต่ใบเดียวที่ร่วงลงพื้น...
เงินกระดาษลอยคว้างอยู่รอบตัวเราล่องลอยขึ้นลงไปมา
ดูเผินๆคล้ายมีมือที่มองไม่เห็นพยายามแย่งชิงมันอยู่จากเบื้องล่าง
ภาพที่เห็นชวนให้รู้สึกพิศวง…
เมื่อผมเริ่มลืมตาได้ก็หันไปพูดกับอาจารย์ทันที “อาจารย์ เปิดตาให้ผมเถอะ! ผมอยากเห็น”
อาจารย์ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม “แน่ใจหรือว่าอยากเปิดตา”
“ครับ!ผมเข้ามาในสายนี้แล้ว และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอผี สุสานร้างแบบนี้ผมก็อยากเห็นกับตาสักครั้ง”
ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันผมอย่างแรงกล้าผมอยากรู้ว่าตอนนี้รอบตัวเกิดอะไรขึ้นกันแน่
อาจารย์หัวเราะเบาๆ “เจ้าเด็กน้อยฉันกลัวว่านายจะกลับไปฝันร้ายเสียมากกว่า สิ่งที่จะได้เห็นมันน่ากลัวกว่าทุกอย่างที่เคยเจอมามาก ต่อให้เป็นหนังสยองขวัญที่น่ากลัวที่สุดก็เทียบไม่ได้กับสิ่งที่อยู่ที่นี่…”
แม้อาจารย์จะพูดอย่างไม่ยี่หระแต่ผมกลับไม่สงสัยเลยว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง
แต่ในเมื่อผมเลือกเส้นทางนี้แล้วก็ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “อาจารย์ ผมควบคุมตัวเองได้!”
อาจารย์เห็นความจริงจังในแววตาผมก็พ่นลมหายใจออกแล้วดีดบุหรี่ในมือทิ้ง
“เอาเถอะ!”
พูดจบเขาชี้ไปที่ถุงผ้า “ในถุงนั้นมีขวดสีดำอยู่ ข้างในบรรจุน้ำตาวัวที่แช่ด้วยต้นฉีซิงเฉ่านายฉีดใส่เปลือกตาไปสักหน่อย อีกสามวินาทีประตูสู่อีกโลกจะเปิดออกเอง”
“ครับ!”ผมตอบรับอย่างรวดเร็ว แล้วรีบค้นในถุงทันที
ไม่นานก็เจอขวดเล็กสีดำที่มีหัวฉีดพ่น
ผมเปิดฝาออกหลับตาแน่นก่อนฉีดลงบนเปลือกตาสองครั้ง
แค่สองครั้ง…แต่แทบทำให้ผมขาดใจ!
กลิ่นเหม็นคาวรุนแรงราวกับน้ำเน่าผสมกับกลิ่นฟอร์มาลินมันฉุนกว่าทุกอย่างที่ผมเคยสัมผัส
ผมรู้สึกคลื่นไส้จนแทบอาเจียน
ความเย็นแผ่ซ่านเข้าตาลึกถึงกระดูกคล้ายมีของเหลวเย็นเฉียบไหลซึมเข้าไปในลูกตา
เจ็บจี๊ด…เจ็บจนไม่สามารถลืมตาได้ทันที
“อาจารย์นี่มันกลิ่นบ้าอะไรกัน! แสบตาชะมัด!” ผมร้องออกมา
อาจารย์จุดบุหรี่อีกมวนพลางพูดว่า “นายคิดว่าตาจะเปิดได้ง่ายๆหรือ ยานี้จะช่วยกดพลังหยางเอาไว้ ทำให้สามารถเปิดตาเห็นโลกวิญญาณได้ หากไม่มีสิ่งนี้ ตาธรรมดาไม่มีทางมองเห็นพวกสกปรกเหล่านี้ได้หรอก อ้อ จริงสิ! ถ้าโชคร้ายเหมือนเมื่อก่อน พลังชีวิตตกต่ำใกล้ตายนายก็สามารถมองเห็นพวกมันได้เช่นกัน”
อาจารย์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดา
ผมเริ่มรู้สึกว่าความเจ็บแปลบและความเย็นที่แผ่ซ่านในดวงตาค่อยๆบรรเทาลง
ในขณะเดียวกันหูของผมก็เริ่มได้ยินเสียงบางอย่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“ไอ้เวรมึงแย่งของกูทำไม!”
“ของกู!ของกู!”
“มึงจะแย่งอะไรนี่ของกูโว้ย!”
“ขอกูสูดเถอะขอสูดสักที!”
“โคตรฟิน!กูนี่ไม่ได้สูดธูปมาหลายสิบปีแล้ว”
“...”
เสียงโหวกเหวกวุ่นวายเหล่านี้ดังขึ้นข้างหูผมอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ผมค่อยๆลืมตาขึ้นทีละน้อย
ภาพที่เคยพร่ามัวเริ่มแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ
พื้นที่ว่างเปล่ารอบตัวตอนนี้เต็มไปด้วยร่างของผู้คนที่ดูคล้ายมนุษย์
พวกเขาห้อมล้อมพวกเราไว้
บางคนก้มหน้าก้มตาสูดควันธูปอย่างบ้าคลั่ง
บางคนกำลังแย่งชิงเงินกระดาษอย่างหิวกระหาย
เมื่อดวงตาของผมปรับโฟกัสได้ชัดขึ้น ก็เริ่มมองเห็นรูปลักษณ์ของพวกมันอย่างชัดเจน
สิ่งแรกที่ผมเห็นคือผีตนหนึ่งใบหน้าของมันเต็มไปด้วยเลือด ครึ่งใบหน้าหลุดลอกลงมาห้อยที่คาง ขณะกำลังสูดควันธูปเข้าไปเต็มปอด
ถัดออกไปมีร่างหนึ่งกำลังถือศีรษะตัวเองไว้ด้วยสองมือ พร้อมกับสูดควันธูปอย่างกระหาย
ข้างๆกันนั้นมีผีที่ลำไส้ทะลักออกมา มันกำลังใช้มือยัดอวัยวะเหล่านั้นกลับเข้าไปในช่องท้องของตัวเอง
รอบข้างยังมีผีที่ไม่มีดวงตาแขนขาขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ
บางตัวแลบลิ้นยาวลงมาถึงอกบ้างก็แบกขาตัวเองไว้บนบ่า…
พวกมันมีมากมายล้นหลามนับคร่าวๆ คงไม่ต่ำกว่าร้อยตน
พวกมันกำลังล้อมผมกับอาจารย์เอาไว้
ปากของพวกมันเปล่งเสียงครวญครางแผ่วเบาหรือไม่ก็ด่าทอเสียงดังลั่น
ที่นี่…คือสถานที่รวมตัวของผีตายโหง
ดูเหมือนว่าทุกตนจะตายอย่างไม่เป็นธรรม
ร่างของพวกมันล้วนมีบาดแผลเละเทะหรือไม่ก็ตายอย่างสยดสยอง
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่อยากให้ผมเปิดตา
ภาพตรงหน้ามันชวนขนลุกจริงๆ
แต่ผมเป็นนักศึกษาแพทย์เรียนวิชาผ่าศพมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง
สภาพจิตใจของผมแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก
แม้จะตกตะลึงกับภาพที่เห็นจนขนลุกเกรียว แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นสติแตกลนลาน
ผมพยายามกดความหวั่นไหวในใจเอาไว้ก่อนพูดออกมา “อาจารย์ นี่มัน…เกินไปจริงๆ!”
แต่อาจารย์กลับหัวเราะเบาๆ “ที่นี่คือสุสานร้างวิญญาณที่ถูกฝังอยู่ที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นวิญญาณที่ตายอย่างไม่เป็นธรรม ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ที่นี่แทบไม่มีใครมาเซ่นไหว้ วิญญาณในสถานที่แบบนี้จึงดุร้ายกว่าที่อยู่ในสุสานทั่วไปหลายเท่า ถ้าคนดวงแข็งมายังพอเอาตัวรอดออกไปได้ แต่ถ้าเป็นคนดวงอ่อนหากอยู่ที่นี่นานเกินไป ได้ถูกพวกมันสูบพลังจนหมดตัวแน่ เบาหน่อยก็แค่ป่วยหนัก หนักหน่อยก็คือถึงตาย”
ผมพยักหน้าเข้าใจดีว่าหากถูกวิญญาณร้ายเกาะติดจะเกิดผลกระทบต่อร่างกายขนาดไหน
แต่หลังจากกวาดตามองไปรอบๆก็ไม่เห็นวี่แวววิญญาณของเพื่อนผมเลย
ผมจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “อาจารย์ผมไม่เห็นเพื่อนผมอยู่ที่นี่”
อาจารย์ยังคงสงบนิ่งกล่าวอย่างใจเย็น “ไม่ต้องรีบ เราต้องจัดการพวกนี้ก่อน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันจะมาป่วนให้ยุ่งยาก พอไล่พวกนี้ไปได้แล้ว ฉันจะเผากระดาษยันต์และจุดธูปเรียกดวงวิญญาณเพื่อนนายกลับมา ถ้าเรียกกลับมาได้ก็ดีไป แต่ถ้าเรียกไม่ได้…”
อาจารย์เว้นจังหวะราวกับอยากทำให้ผมร้อนใจ
ผมรีบถามทันที “ถ้าเรียกกลับมาไม่ได้ล่ะครับ”
อาจารย์ถอนหายใจลึกก่อนเหลือบมองฝูงวิญญาณที่ยังคงแย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่ง “ถ้าเรียกกลับมาไม่ได้ แสดงว่าวิญญาณเพื่อนนายเจอปัญหาเข้าแล้ว เราคงต้องออกตามหาด้วยตัวเองซึ่งมีสองทางเลือก อย่างแรกทำลายค่ายกลที่กักขังวิญญาณเพื่อนนาย อย่างที่สอง…กำจัดผีร้ายที่ขังวิญญาณของเธอเอาไว้”
อาจารย์ขยับตัวอย่างเคร่งขรึมก่อนพูดต่อ “ถ้าเป็นอย่างแรกยังพอว่า ค่ายกลพวกนี้ส่วนมากไม่ซับซ้อนฉันเคยมาที่สุสานร้างนี้แล้ว ที่นี่ไม่มีค่ายกลพิเศษอะไรนัก
“แต่ถ้าเป็นอย่างหลังละก็คงยุ่งยากแล้ว แสดงว่าในสุสานร้างแห่งนี้มีผีร้ายระดับสูงซ่อนตัวอยู่ หากจะจัดการมัน ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะถ้าพลาดไปไม่เพียงแต่จะช่วยเพื่อนนายไม่ได้ แต่อาจเป็นฉันกับนายที่ต้องตายตามไปด้วย…”