ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 เชิญเข้าร่วมทีม

    บทที่35 เชิญเข้าร่วมทีม

         "นี่"

         เพิ่งออกมาถึงหน้าประตูร้านคาเฟ่อินเทอร์เน็ตเซี่ยเขอเข่อก็ตามออกมา

          "เธอจะตามออกมาทำไม?" เย่จื่อเฉินยกยิ้มเซี่ยเขอเข่อขมวดคิ้ววิ่งไปหยุดยืนข้างเขา "นายอ่อนข้อให้ฉันทำไม?"

         "เปล่านี่ คนอย่างฉันชอบเอาชนะมากเลยนะจะไปอ่อนข้อให้เธอได้ยังไงเล่า เอาล่ะ ดึกมากแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะเป็นผู้หญิงเล่นเกมดึกขนาดนี้ทุกวันมันไม่ดีต่อผิวนะ"

         พอหันหลังโบกมือให้เซี่ยเขอเข่อแล้ว เย่จื่อเฉินก็เดินข้ามถนนไป

          "สักวันฉันจะเอาชนะนายให้ได้"

         ติ๊ง!

          ได้รับด้ายแดง

          ผู้ดึงด้ายเย่จื่อเฉิน ผู้ถูกดึงเซี่ยเขอเข่อ

         ระดับความรู้สึกดีปัจจุบัน 10

         พรูดดด!

          เย่จื่อเฉินที่เดินมาถึงอีกฝั่งถนนเกือบจะกระอักเลือดออกมา ที่เขารีบเอ่ยลาแบบนั้นก็เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้นี่แหละ

         แต่ว่า ถ้ามันจะเกิดมันก็ต้องเกิด

         วันต่อมา เมื่อมียาวิเศษอยู่ในมือแล้ว เย่จื่อเฉินก็ไม่ใช่คนที่ผัดวันประกันพรุ่งจึงได้นำยาวิเศษไปให้ถึงมือเซียวไห่ทันที

          "เสี่ยวเย่ ขอบคุณจริงๆ"

         เซียวไห่ประคองขวดหยกไว้ในมือ ตื่นเต้นจนแขนสั่นไหวเล็กน้อยเย่จื่อเฉินอาจจะไม่รู้ว่ายาวิเศษนี้มันหมายความว่าอะไร

         แต่เซียวไห่รู้ดีเลย

         ถึงแม้ว่าตระกูลเซียวจะเป็นตระกูลใหญ่เก่าแก่ไม่เป็นสองรองใครในเมืองปิงเฉิงแต่เมื่อคุณปู่ต้องเกษียณเนื่องจากอาการป่วย และพ่อของเขาก็ไม่ถนัดทางด้านธุรกิจเขาจึงได้รับช่วงเข้ามาดูแลธุรกิจของครอบครัวได้เมื่อไม่นานนี้

         แนวทางของบริษัทก็มีแนวโน้มว่าจะลดลง

         เพื่อยาวิเศษเม็ดนี้เขาจึงทำทุกอย่างทุกวิถีทางช่วยเย่จื่อเฉินจัดการห่าวเหวินจนไม่เหลืออะไรเลยไม่รู้ว่าได้สร้างความขุ่นเคืองใจให้กี่ตระกูลแล้ว

         แต่ทุกอย่างนี้ เขาก็ทำเพื่อยาวิเศษเม็ดนี้

          ขอเพียงแค่คุณปู่สามารถลุกขึ้นยืนได้ ตระกูลเซียวก็จะยืนหยัดขึ้นมาได้

          "พี่ไห่ช่วยผมมาตั้งมากมาย ผมก็เอายาเม็ดนี้ให้พี่ไห่แน่นอนไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้นหรอกครับ" เย่จื่อเฉินไหวไหล่แล้วพูด "จริงสิเจ้าคนที่ชื่อห่าวเหวินนั่นเป็นยังไงบ้างครับ?"

         "ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในคุกไปทั้งชีวิตนั่นแหละ"

          "สมน้ำหน้า"

         เย่จื่อเฉินหัวเราะหึ พอคิดว่าสิ่งที่ตัวเองควรทำก็ได้ทำหมดแล้วเขาจึงโบกมือบอกลาเซียวไห่

          "พี่ไห่ ผมต้องไปแล้วนะ"

          "รอเดี๋ยว ยังมีของขวัญให้นายอีก" สิ้นเสียงของเซียวไห่ปอร์เช่918สีเงินคันหนึ่งก็ค่อยๆ ขับเข้ามา

         เมื่อเห็นรถคันนี้ เย่จื่อเฉินก็ตาเป็นประกาย

         พูดตามตรง เขาไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับรถมากเท่าไร แต่ซูเปอร์คาร์รุ่นลิมิเต็ดแบบนี้ก็เคยเห็นบนเว็บไซต์ไป๋ตู้มาแล้วหลายครั้ง

         ได้ยินมาว่ารถคันนี้ผลิตมามีจำนวนจำกัดอยู่แค่ที่เก้าร้อยสิบแปดคันเท่านั้นซึ่งภายในประเทศนั้นหายากมาก

          "ให้นาย"

         เซียวไห่สังเกตเห็นสีหน้าของเย่จื่อเฉินเขาชี้ไปทางรถ918คันนั้นแล้วยิ้ม

          "ให้ผม?"

          จนกระทั่งเห็นแววตาที่แน่ใจของเซียวไห่ เย่จื่อเฉินถึงได้กลืนน้ำลาย

         ถ้าเป็นของขวัญอย่างอื่น เย่จื่อเฉินอาจจะปฏิเสธก็ได้

         แต่รถคันนี้...

          "ขอบคุณครับพี่ไห่"

            เย่จื่อเฉินไม่สามารถต้านทานแรงยั่วยุของรถคันนี้ได้เลยจริงๆก่อนจะเลียริมฝีปากแล้วก็เข้าไปลูบตัวรถ

         ตรู๊ดดด

         เย่จื่อเฉินที่เพิ่งจะได้รับรถมากำลังลองขับอย่างไม่อยากวางมือเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก็ทำให้เขาต้องจอดรถอย่างเสียไม่ได้

          "ฮัลโหล"

          "เย่จื่อเฉิน ฉันเซี่ยเขอเข่อนะ นายมาที่ร้านเครื่องดื่มหน้ามหาลัยหน่อย"

          "มีอะไร?"

         "ฉันต้องการเจอนาย นายกล้าไม่มาเหรอ?"

         เย่จื่อเฉินไม่อยากแบกรับความรู้สึกมากไปกว่านี้แล้วหลังจากที่เขายืนยันความสัมพันธ์กับเซียวอี้เหม่ยในฐานะคนรักเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายขนาดนั้นแล้ว

         ถ้าพูดกันจากก้นบึ้งของหัวใจแล้ว ที่จริงแล้วเขาค่อนข้างหัวโบราณ

         หนึ่งสามีหนึ่งภรรยาถึงจะมีโครงสร้างครอบครัวที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

          "นี่ นายฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า"

         เซี่ยเขอเข่อที่อยู่ปลายสายอีกด้านโมโหแล้ว เย่จื่อเฉินถอนหายใจเบาๆแล้วพูดออกไปอย่างเหนื่อยหน่าย

          "ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"

         เมื่อโยนโทรศัพท์ไว้ด้านข้างเย่จื่อเฉินก็ลดกระจกลงแล้วโบกมือให้เซียวไห่

          "พี่ไห่ ผมไปแล้วนะครับ"

         หลังจากนั้นสิบกว่านาที เย่จื่อเฉินก็มาถึงร้านเครื่องดื่มหน้ามหาวิทยาลัย

         ส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นสถานที่ที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปิงเฉิงนัดรวมกลุ่มกันเย่จื่อเฉินขับปอร์เช่918เข้ามาแล้วหาที่จอดรถจากนั้นก็เตรียมเดินไปที่ร้านเครื่องดื่ม

         แต่เขากลับประเมินระดับความสนใจของรถสปอร์ตคันนี้ต่ำเกินไป

         ซูเปอร์คาร์คันนี้เพิ่งปรากฏตัวนักศึกษากลุ่มหนึ่งในร้านก็พุ่งออกมากันหมดดวงตาจดจ้องเขม็งอยู่ที่รถสปอร์ตคันนั้น

         หลังจากที่เห็นเย่จื่อเฉินลงมาจากรถดวงตานักศึกษาหญิงหลายคนก็เป็นประกายระยิบระยับ

         มีหลายคนที่ตาถึงมองออกว่าคือเย่จื่อเฉินและอุทานขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

          "อาเสี่ย เขาคืออาเสี่ยนี่!"

         "อาเสี่ยไหน?"

         "เธอนี่ แม้แต่อาเสี่ยก็ยังไม่รู้จัก ก็คนที่ดังมากเป็นพิเศษบนเว็บไซต์มหาลัยช่วงนี้นั่นไง"

          "ว้าว ปอร์เช่918นี่ อาเสี่ยคนนี้เป็นเศรษฐีตัวจริงเลยฉันจะกลับไปออกจากกลุ่ม แล้วเข้ากลุ่มแฟนคลับของเขา..."

         เมื่อบทสนทนาของนักศึกษาที่อยู่รอบๆ เข้ามาในหู เย่จื่อเฉินก็ถึงกับเอามือลูบหน้าผาก

         ดูท่าว่าเว็บไซต์มหาลัยจะปลุกกระแสหัวข้อขึ้นมาอีกแล้ว

         เดินเข้ามาในร้านเครื่องดื่มหลังจากที่เขาเข้ามาแล้วก็มีนักศึกษาหญิงหลายคนตามเข้ามาด้วยบางทีนี่อาจจะเป็นผลกระทบของคนดังล่ะมั้งเดินไปไหนก็มักจะมีกลุ่มแฟนคลับตามอยู่เสมอ

          "ทางนี้"

         ตรงตำแหน่งติดกระจกของร้านเครื่องดื่มเย่จื่อเฉินเห็นเซี่ยเขอเข่อกวักมือเรียกเขาอยู่ แต่ไม่ได้มีเธอแค่คนเดียวข้างกายเธอยังมีผู้หญิงสวมหมวกแก๊ปอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง

          "อยากเจอฉันเหรอ?"

          เย่จื่อเฉินนั่งลงที่เก้าอี้ เซี่ยเขอเข่อที่พอได้ยินน้ำเสียงแบบขอไปทีของเขาแววตาก็ขุ่นเคืองขึ้นมาเล็กน้อย

          "ทำไม ฉันอยากเจอนายแล้วนายไม่ดีใจหรือไง?"

         "เปล่าๆ" เย่จื่อเฉินโบกมือปฏิเสธเซี่ยเขอเข่อมองค้อนเขา ก่อนชี้ไปยังผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ แล้วพูด "ที่จริงแล้วไม่ใช่ฉันหรอกที่อยากเจอนาย แต่เธอต่างหากที่อยากเจอนาย"

          "เธอเป็นใคร?"

         "สวัสดี ฉันจิงหว่าน นักไลฟ์สดที่ช่องของตัวเอง"

         หญิงสาวถอดหมวกแก๊ปออกแล้วยื่นมือออกไปทางเย่จื่อเฉินหลังจากที่ได้เห็นหญิงสาว เย่จื่อเฉินก็ชะงักไปนิด

         โอ๊ะ สวยดีนี่

         ถ้าอยู่ที่มหาลัยเทคโนโลยีปิงเฉิงก็สามารถเป็นดาวมหาลัยอันดับต้นๆได้เลย

         จริงอย่างที่คิดเลย คนที่ทำงานไลฟ์สดสวยกันทุกคน

         เย่จื่อเฉินใช้เนตรอัคคีมองโดยอัตโนมัติ

         สวยธรรมชาติ!

          จับมือเล็กน้อยพอเป็นพิธี อดที่จะพูดไม่ได้เลยว่านิ้วมือของผู้หญิงคนนี้เรียวมากถ้าดีดเปียโนจะต้องเป็นมือหนึ่งแน่นอน

         โดยเฉพาะมือคู่นั้นที่นิ่มมาก ให้ความรู้สึกแบบนุ่มนิ่มไร้กระดูกเลย

          "เมื่อวานตอนที่นายกับเขอเข่อแข่งกันตัวต่อตัวกัน ฉันก็อยู่ด้วย"

          "อ้อ"

         เย่จื่อเฉินตอบกลับด้วยเสียงเรียบนิ่งมือก็กวักเรียกพนักงานเพื่อสั่งน้ำมะนาวไปหนึ่งแก้ว

         น้ำเสียงที่ไม่ยินดียินดียินร้ายแบบนี้ทำให้จิงหว่านอึ้งไปนิดเธอเป็นนักไลฟ์สดบนช่องของตัวเองอีกทั้งยังเป็นนักไลฟ์สดที่มีแฟนคลับมากกว่าหนึ่งล้านคนเลยนะยังไม่เคยเจอกับการทำตัวเย็นชาใส่ขนาดนี้เลย

          "เย่จื่อเฉิน นายตั้งใจคุยกับจิงหว่านหน่อยเธอมีชื่อเสียงในการไลฟ์สดบนช่องของตัวเองมากเลยนะ เล่นเกมเก่งมากด้วย"

         เซี่ยเขอเข่อชักจะทนดูต่อไปไม่ไหวจึงออกปากเตือนเย่จื่อเฉินยกมือขึ้นแล้วพยักหน้าพูดอย่างเหนื่อยหน่าย

          "โอเคๆ คุณนักไลฟ์สดจิงหว่าน ไม่ทราบว่าที่คุณมาหาผมนี่มีธุระอะไรเหรอครับ?"

         "เย่จื่อเฉิน..."

          "ช่างเถอะๆ" จิงหว่านยิ้มพร้อมกับห้ามเซี่ยเขอเข่อขอบอกเลยว่าผู้หญิงคนนี้ยิ้มหนึ่งทีก็เป็นที่รักของทุกคนได้เลยจริงๆ

          "ฉันอยากตั้งทีมเกม"

          "อื้ม!"

          จู่ๆ จิงหว่านก็ลุกจากเก้าอี้ก่อนจะก้มหัวพร้อมกับยื่นมือเล็กขาวใสออกไปหาเย่จื่อเฉิน

         "และฉันอยากขอให้นายเข้าร่วมทีมของฉัน"

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน