“ทุกคนระวังตัวด้วย!”
หน่วยเอทไนน์มองจ้องไปรอบตัวหลังจากที่พวกเขาเดินทางมาถึงเขตที่ยังไม่มีข้อมูล ปรากฎว่าพื้นที่รอบตัวในตอนนี้เต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างปรักหักพัง ทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากหินที่นำมาประกอบรวมกัน ภายใต้การกวาดตามองรอบๆแอนเดอร์สันพบว่าที่แห่งนี้ไม่มีต้นไม้เช่นเดิม ส่วนลมก็พัดเบาบางมากจนไม่สามารถสำรวจทั่วทุกพื้นที่ได้
ทันใดนั้นทุกคนก็หันมองไปยังรอยเท้าของนักวิทยาศาสตร์และทหารที่มาด้วยกันกำลังมุ่งหน้าไปยังส่วนที่เป็นปราสาทขนาดใหญ่ ถึงแม้สิ่งที่อยู่รอบข้างจะเสียหายลงไปตามกาลเวลา มีร่องรอยการผุพัง ปราสาทหลังที่ตั้งอยู่ตรงหน้าทุกคนกลับตั้งตระหง่านตา เต็มไปด้วยหินที่อยู่ในสภาพดีเยี่ยมไม่มีร่องรอยของความเสียหาย หลังจากรู้เป้าหมายที่ควรจะเดินทางไปหน่วยเอทไนน์ก็เริ่มระมัดระวังตัวมากกว่าเดิมแล้วก้าวไปยังปราสาทในทันที
“ทุกคนระวังตัวเอาไว้ พยายามเหยียบไปบนรอยเท้าที่ทิ้งเอาไว้ มันต้องปลอดภัยจากกับดักแน่นอน”
แอนเดอร์สันเปิดใช้งานเวทย์ตรวจสอบทุกอย่างที่อยู่รอบตัวยังปกติ ไม่มีอะไรที่เป็นอันตราย ระบบของเขาก็ยังไม่แจ้งเตือนให้รู้ถึงความน่ากลัวของที่นี่ เขาจึงเดินได้อย่างสบายใจหายห่วง กระทั่งทุกคนเดินผ่านสิ่งก่อสร้างที่กลายเป็นเศษซากจนมาถึงหน้าปราสาทสีน้ำตาลได้แล้วนั้น เวทย์อัญเชิญหมาป่าก็ได้เปิดใช้งานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้หมาป่าเดินนำทุกคนเข้าไปในปราสาท
“ผมจะส่งมันไปแล้วนะ”
ชายผู้เป็นเจ้าของหมาป่าออกคำสั่งให้มันวิ่งเข้าไปในปราสาทเพื่อจะสำรวจดูว่าด้านในมีอะไร แต่ทันใดนั้นการติดต่อก็ขาดหายไป มันไม่ใช่การขาดหายเหมือนครั้งก่อนที่สามารถกลับมาเชื่อมต่อกันได้ใหม่หากตามหมาป่าเข้าไปในพื้นที่ แต่มันกลับเป็นการขาดหายไปของการตายที่เกิดจากตัวหมาป่า เมื่อรู้ว่าปราสาทมีพลังงานบางอย่างที่สามารถฆ่าหมาป่าได้ เขาจึงรีบรายงานในทันที
“หัวหน้า แย่แล้ว ด้านในมีพลังบางอย่างที่ฆ่าหมาป่าของผม”
บนใบหน้าของผู้เป็นหัวหน้าเต็มไปด้วยความวิตก อย่างไรก็ตามเขาได้นำนาฬิกาขึ้นมาตรวจสอบ การอยู่ที่นี่นอกจากสำรวจแล้วพวกเขาจะต้องกลับออกไปให้ได้ในเวลาที่กำหนดด้วย หลังจากรู้ว่าพวกเขาเหลือเวลาอีก 4 ชั่วโมง การสำรวจจึงหยุดลงในทันที พื้นที่ตรงหน้าคงจะเป็นพื้นที่ที่สามารถหาเบาะแสนักวิจัยได้ แต่พวกเขากลับยังไม่เข้าไปเนื่องจากมันอันตรายและไม่มีเวลาพอจะสำรวจมัน หากหน่วยเอทไนน์เข้าไปแล้วเกิดหาทางออกไม่ได้ กลุ่มต่อจากนี้ที่จะเข้ามาสำรวจเพื่อตามหาจะต้องลงเอยไม่ต่างจากพวกเขา
ดังนั้นการเดินทางออกไปตามกำหนดเพื่อนำข้อมูลเส้นทางใหม่และเส้นทางการเดินใหม่ไปให้กลุ่มที่จะเข้ามา จึงสำคัญไม่ต่างกันเพราะมันสามารถลดระยะเวลาการสำรวจของกลุ่มที่จะเข้ามาได้
“กลับกันเถอะ!”
ไม่จำเป็นต้องวาดแผนที่เพราะชุดเกราะของทุกคนสามารถสแกนพื้นที่รอบๆเพื่อเก็บเป็นตัวอย่างเอาไว้ใช้ในครั้งถัดไปได้เพียงแค่กลับค่ายและเขียนรายงานระบุเส้นทางปลอดภัยบนแผนที่ที่ชุดเกราะสแกนงานของพวกเขาก็จบแล้ว แต่ทันใดนั้นเองขนทั่วร่างของหน่วยเอทไนน์ต่างลุกชันขึ้นพร้อมกัน เมื่อทางกลับของพวกเขามีวัตถุบางอย่างหล่นลงมาจากท้องฟ้าส่งเสียงดังก้องมาพร้อมกับปลดปล่อยมานามหาศาลเข้าข่มทุกๆคน
ตึง!
“นั่นมันอะไรกัน มอนสเตอร์ชนิดใหม่อย่างนั้นเหรอ”
ทหารทุกนายเกิดความสงสัยหลังจากมองไปยังจุดที่เกิดเสียง ปรากฎว่าในตำแหน่งนั้นมีเสาสีดำสูง 10 เมตรปักอยู่บนพื้นดิน จากรัศมีความกว้างของเสาที่พวกเขาเห็นมันเป็นเสาต้นใหญ่ราว 2 เมตร สูง 10 เมตร แต่ที่ทำให้มันเป็นสิ่งที่น่าสงสัยก็เพราะว่าตอนนี้รอบๆเสามีโซ่สีดำพันเกี่ยวเอาไว้ โดยโซ่สีดำมากมายกลับยึดติดตัวเองเอาไว้กับอากาศเหมือนกับว่าโซ่มาจากมิติอื่น
[แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 150]
ดวงตาของแอนเดอร์สันเบิกกว้าง การแจ้งเตือนจากทางระบบทำให้เขาตกใจมากเพราะมอนสเตอร์ 901 ปีสามารถกระตุ้นอันตรายได้เพียง 140 เท่านั้น แต่เสาที่ไม่ปรากฎระดับพลังเวทย์กลับกระตุ้นอันตรายได้ถึง 150 ส่งผลให้แอนเดอร์สันระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยระดับอันตรายที่เกิน 100 ทั้งที่เขามีพลังเวทย์ 751 ปีหมายความว่ามันมีความสามารถพอจะฆ่าเขาได้
“ภูติสายลมจำแลงร่าง คำสาปจำแลงศพ”
เวทย์ 2 บทเปิดใช้งานเพื่อทำให้ตนเองรอดจากสถานการณ์เสี่ยงตายในตอนนี้ หัวหน้าหน่วยเอทไนน์ที่ไม่รู้ว่าเสาต้นนี้คืออะไรเขาจึงสั่งให้ทหารส่งหมาป่าออกไปสำรวจรอบๆเสาเพราะมันปิดเส้นทางกลับของพวกเขาเอาไว้
“หัวหน้า ถ้าเป็นผมจะไม่ทำแบบนั้น”
แอนเดอร์สันเตือนผู้เป็นหัวหน้า ตอนนี้พวกเขายังพอมีทางรอดไปได้เพราะยังไม่เข้าไปใกล้เสาสีดำปริศนาที่ถูกล่ามเอาไว้ด้วยโซ่ ผู้เป็นหัวหน้าเมื่อได้ยินคำพูดของแอนเดอร์สันจึงหันมาสอบถามเพราะความคิดเห็นของทุกคนในตอนนี้มีค่ามาก
“แกรู้จักมันเหรอไอ้หนู”
“ไม่ แต่มันอันตราย ผมรู้ว่ามันโจมตีได้และรู้ว่าหมาป่าจะทำให้มันเริ่มโจมตี”
“เพียงแค่การคาดการณ์สินะ มีใครอยากจะออกความเห็นอะไรอีกไหม”
ไม่มีใครรู้ว่าเสาสีดำคืออะไร ไม่มีใครรู้ระยะการโจมตีของมัน ตอนนี้ทุกคนล้วนแล้วมืดแปดด้านเพราะการสู้กับสิ่งลี้ลับส่วนมากมักจบลงที่ความตาย
“หัวหน้า เป็นไปได้ไหมที่นักวิทยาศาสตร์จะหายไปเพราะสิ่งนี้” รองหัวหน้าคาดการณ์สิ่งที่คิดว่าอาจจะเป็นไปได้
“ไม่น่าเป็นไปได้ ถ้ามันเป็นสิ่งที่ทำให้นักวิทยาศตร์หายไปจริงๆ รอยเท้าของนักวิทยาศาสตร์คงไม่มุ่งตรงเข้าไปในปราสาทแบบนั้นหรอก หากพวกเขาถูกสิ่งนี้เล่นงาน รอยเท้าของนักวิทยาศาสตร์จะต้องหันกลับมาดูเสาต้นนี้เหมือนกับเรา”
ทุกคนเข้าใจสิ่งที่หัวหน้าคาดการณ์ แอนเดอร์สันก็พอจะคาดการณ์ทุกอย่างได้แบบนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าเสาสีดำปริศนาที่ถูกมัดเอาไว้ด้วยโซ่นั้นอันตรายเกินไปที่จะสู้ได้
“ส่งหมาป่าเข้าไปตรวจสอบ”
“ครับ”
วิธีเดียวที่จะทำให้เดินทางกลับออกไปจากที่นี่ได้คือสำรวจเสาสีดำ หากหมาป่าถูกฆ่าพวกเขาก็จะได้รู้ว่ามันมีพลังอะไร
“เข้าไป”
หมาป่าตัวใหม่ค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆเสาสีดำปริศนาสูง 10 เมตร ระหว่างนี้เองแอนเดอร์สันก็ได้สำรวจเสาอย่างละเอียดทำให้เขาเห็นรอยต่อของเสาที่สามารถแยกมันออกได้ 10 ท่อน ทันใดนั้นหมาป่าที่ส่งเข้าไปสำรวจมันก็ได้หยุดเท้าตัวเองลง หลังจากมีการเคลื่อนไหวของต้นเสา
คลืด!
ท่อนแรกของเสาค่อยๆหมุนจนทำให้เกิดเสียงดังกระทั่งตำแหน่งที่เป็นรอยแกะสลักทรงกลมบนเสาเคลื่อนมาหยุดที่ตำแหน่งหมาป่า การหมุนของเสาท่อนแรกก็หยุดลง พริบตานั้นเองวงกลมบนเสาท่อนแรกก็ได้เปิดอ้าออกเผยให้เห็นดวงตาสีแดงอยู่ด้านใน
“ดวงตา!”
ทุกคนเห็นดวงตาบนท่อนเสาพร้อมกัน จึงรู้ว่ามันน่าจะมีการโจมตีไม่ต่างจากหินดวงตาที่พวกเขาเดินผ่าน แต่แล้วลำแสงสีแดงจ้าก็ได้พุ่งออกมาจากดวงตาทำให้ทุกคนตกใจตื่นกับพลังทำลายของมันที่สามารถทำลายหินภายในพื้นที่แห่งนี้ให้เกิดเป็นรอยแหว่งหายไปไกลหลายสิบเมตร
พรึ่บ!
หมาป่าที่กระโดดหลบการโจมตีได้มันก็พุ่งไปรอบๆเพื่อจะทดสอบความสามารถของเสา เหล่าทหารจึงได้คิดวิธีการหลบออกไป ทันใดนั้นท่อนเสาที่สองถัดจากท่อนแรกก็ได้เคลื่อนไหวไล่ตามหมาป่าพร้อมกับเปิดดวงตาของมันขึ้นมาหนึ่งดวง แต่ครั้งนี้สิ่งที่มันโจมตีกลับไม่ได้เป็นลำแสงสีแดง ดวงตาบนท่อนเสาที่สองได้ปลดปล่อยลำแสงสีฟ้าที่สามารถแช่แข็งพื้นดินได้
ตึง!
ท่อนเสาที่สามเคลื่อนไหวไล่ตามหมาป่าก่อนจะปลดปล่อยลำแสงสีน้ำตาลไล่ยิง เพียงแค่ลำแสงสีน้ำตาลกระทบเข้ากับหินมันก็ได้ระเบิดแตกตัวกลายเป็นหอกแหลมไล่ตามหลังหมาป่าที่กำลังใช้ความเร็วสูงสุดของมันวิ่งสุดชีวิต
ตึง!
“แต่ละท่อนไม่ได้มีแค่ 1 ตา”
ทหารที่มีความสามารถในการสำรวจรายงานทุกๆอย่าง ด้วยการวิ่งของหมาป่าทำให้ดวงตาของท่อนเสาที่ 1 เปิดออกมา ไม่เพียงเท่านั้นท่อนเสาที่ 2 และ 3 ก็ได้ปรากฎดวงตาที่ 2 ของพวกมันเช่นเดียวกัน หมาป่าที่พยายามกระโดดไปรอบๆหลังจากที่ถูกโจมตีจากเสาที่กำลังปลดปล่อยลำแสงออกมามากมายหลายสาย ในที่สุดมันก็ถูกเล่นงานจนตายกลายเป็นก้อนน้ำแข็งต่อหน้าทุกๆคน
“หัวหน้าครับจากการสำรวจเสาตรงหน้าของเรามีท่อนเสาจำนวน 10 ท่อน แต่ละท่อนสามารถเปิดดวงตาได้ 3 ดวง”
ทุกคนกลืนน้ำลาย การเปิดดวงตาได้ 3 ดวงต่อหนึ่งท่อนเสา หมายความว่าเสาสีดำปริศนาสามารถโจมตีรอบด้านได้และเมื่อพวกมันเปิดตาทั้งหมดบนเสาขึ้นมา การจะเดินผ่านแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดวงตาที่อยู่บนท่อนที่ 4 ขึ้นไปจะโจมตีเป็นธาตุอะไร
เพียงแค่ไฟ น้ำแข็ง และธาตุดิน 3 ธาตุก็สามารถฆ่าพวกเขาได้แล้ว หากมีธาตุอื่นๆที่น่ากลัวเพิ่มเข้ามาอีกยิ่งทำให้พวกเขารอดไปได้ยาก
“ตรวจหาเส้นทางหลีกเลี่ยงเสา”
หมาป่าตัวใหม่วิ่งออกไปสำรวจรอบๆตามคำสั่งหัวหน้า แต่แล้วท่อนเสาที่ 10 ที่อยู่บนสุดก็เริ่มขยับก่อนจะปลดปล่อยลำแสงสีทองยิงทะลวงร่างของหมาป่าจากระยะไกลจนมันตาย
“อย่าขยับ!”
คำสั่งถูกส่งเข้าไปในระบบหลังจากรู้ว่าอาณาเขตการโจมตีของเสาปริศนาไกลมาก จากระยะห่างของมันและทางที่พวกเขาจะใช้เดินออกไปเป็นระยะที่มันโจมตีถึง ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนแผนการใหม่
“หัวหน้าเราจะเอายังไงต่อ”
“ทางเดิมคงกลับไม่ได้ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน เรากลับออกไปทางด้านอื่น”
กลุ่มทหารเริ่มหันมองไปยังทิศทางที่ไกลจากเสาสีดำปริศนา แต่แล้วพวกเขากลับเบิกตาเมื่อมีวัตถุสีดำตกลงมาจากฟากฟ้าปักลงไปบนพื้นดิน จากการมองเห็นเสาที่ปรากฎตัวมาใหม่ 3 ต้นพวกมันล้วนแล้วปักดักทางพวกเขาไม่ว่าจะเป็นทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก จนไม่สามารถใช้เส้นทางไหนหนีออกไปได้เพราะอาณาเขตของทั้ง 4 เสาติดกัน พื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่ในตอนนี้เองนั้นจึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยสุดท้ายที่ทำให้พวกเขาต้องเลือกว่าจะวิ่งออกไปจากที่นี่ด้วยทิศไหน
แอนเดอร์สันยังคงเงียบเช่นเดิม เขายังไม่รู้ว่าทหารแต่ละคนมีนิสัยอย่างไร หากวันนี้เขาช่วยจนหลายคนรอดไปได้ เขาไม่รู้ทหารที่รอดจะตอบแทนเขาด้วยอะไรบ้าง หากเป็นคำขอบคุณเขาพอรับได้ แต่หากเป็นการใส่ร้ายที่พยายามทำให้เขากลายเป็นผู้ร้ายให้ได้ในภารกิจเขารับไม่ได้แน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นเราจะกลับทางเดิม ไม่มีสาเหตุที่เราจะต้องไปเส้นทางอื่นในเมื่อมีเสาปริศนามาขวางทางเช่นกัน แต่ว่าเราไม่สามารถวิ่งออกไปได้ ฉันอยากจะขอตัวแทน 10 คนไปทดสอบ”
ทหารหลายคนมองหน้ากัน ตัวแทนทั้ง 10 จะต้องวิ่งผ่านต้นเสาเพื่อออกไปจากเขตแห่งนี้ให้ได้
“เอาล่ะในเมื่อไม่มีใครอาสาฉันจะใช้วิธีการสุ่มก็แล้วกัน”