เมื่อการต่อสู้ระหว่างทันย่าและต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์สิ้นสุดลง พลังงานอันมหาศาลที่เคยปั่นป่วนทั่วบริเวณก็เริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ
สนามพลังที่เกิดจากการปะทะกันของทั้งสองได้ทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือน และบรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่ธรรมดา แรงปะทะนั้นไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม แต่ยังมีผลกระทบต่อสนามแม่เหล็กของโลกเอง
เมื่อสนามพลังเริ่มฟื้นตัวและกลับคืนสู่สภาพดังเดิม อนุภาคพลังงานแม่เหล็กที่บิดเบี้ยวจากการปะทะกันก็กลับเข้าสู่ความสมดุล
บรรยากาศรอบตัวที่เคยปั่นป่วนด้วยสายฟ้าและพลังอันดุเดือดกลับกลายเป็นเงียบสงบ ราวกับว่าการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ไม่เคยเกิดขึ้น
แต่ผลกระทบจากการปะทะนั้นไม่ได้จบเพียงแค่ในสนามต่อสู้เท่านั้น ดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้องเหตุการณ์นี้จากที่ไกล
ทั้งในสมาพันธ์โลกและที่อื่นๆ ดวงตาเหล่านั้นคือดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก พวกมันถูกส่งมาเพื่อตรวจสอบและสอดแนมการต่อสู้ในทวีปมืด
ทันใดนั้นเอง ขณะที่ดาวเทียมหลายดวงกำลังรวบรวมข้อมูลจากการปะทะรุนแรง สนามพลังที่ยังเหลืออยู่กลับเริ่มทำงานอีกครั้ง พลังงานที่เคยกระจัดกระจายกลับรวมตัวกันอีกครั้ง และก่อกำเนิดเป็นม่านพลังบางอย่างที่ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด
การสอดแนมจากอวกาศที่เคยชัดเจนก็ถูกบดบังอย่างรวดเร็ว ดาวเทียมหลายดวงเริ่มทำงานอย่างผิดปกติ สัญญาณที่ส่งมายังศูนย์ควบคุมขาดหายไปทีละน้อย ภาพการต่อสู้ที่เคยปรากฏชัดเจนในจอภาพกลับกลายเป็นสีดำและเต็มไปด้วยการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า
เจ้าหน้าที่ในศูนย์ควบคุมของสมาพันธ์โลกต่างพากันตกตะลึงเมื่อไม่สามารถติดตามข้อมูลได้อีกต่อไป
“เกิดอะไรขึ้น?”
หนึ่งในเจ้าหน้าที่เอ่ยด้วยความสับสน จ้องมองไปยังภาพโฮโลแกรมที่ขาดหายไป
อาซาเลียที่ยืนอยู่ไม่ไกลพลันถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นสนามพลังแม่เหล็กที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดพื้นที่ส่วนลึกของทวีปมืด บรรยากาศที่ค่อยๆกลับคืนสู่ความสงบภายใต้ม่านพลังที่ปกคลุม มันเป็นสัญญาณชัดเจนว่าพื้นที่นี้กำลังถูกแยกขาดจากการตรวจสอบใดๆ
[สนามพลังแม่เหล็กนี้...]
[ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นไปอีก]
อาซาเลียเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวล
[การที่มีสนามแม่เหล็กปกคลุมอยู่ในอาณาเขตส่วนลึกของทวีปมืด ทำให้เทคโนโลยีของเราแทบไม่สามารถเข้าถึงได้เลย]
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางครุ่นคิดถึงสถานการณ์ที่กำลังแย่ลง ทวีปมืดที่เต็มไปด้วยพลังและอันตราย ตอนนี้ถูกปิดบังด้วยพลังงานที่เทคโนโลยีระดับสูงของสมาพันธ์โลกไม่สามารถตรวจจับหรือเข้าถึงได้ สิ่งนี้ทำให้ความสามารถในการเฝ้าระวังของพวกเขาลดลงอย่างมาก
การประชุมยังคงดำเนินไปด้วยความตึงเครียดเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างทันย่าและต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทวีปมืด เหล่าผู้นำของสมาพันธ์โลกต่างนั่งวิเคราะห์และหารือถึงทางออกที่อาจเกิดขึ้น แต่ในขณะที่บรรยากาศเคร่งเครียดนั้นยังคงครอบคลุม
ทันใดนั้นประตูห้องโถงประชุมก็เปิดออก เสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นดังก้องในห้องที่เงียบสงัด
สายตาทุกคู่หันไปยังต้นเสียง และสิ่งที่พวกเขาเห็นคือชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้ามาอย่างสง่างาม
ผมของเขาเป็นสีฟ้าครามสว่างไสว และออร่าที่แผ่ออกมาทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ที่ไม่สามารถมองข้ามได้
ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือ รามิน ราชันสงครามอันดับที่ 1 แห่งสมาพันธ์โลก บุคคลที่มีพลังและอำนาจสูงสุดในหมู่พวกเขาทั้งหมด
เมื่อตัวของหลี่จิ้งเห็นรามินก้าวเดินเข้ามา ใบหน้าอันเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทันที
“รามิน! ในที่สุดเจ้าก็มาถึง!”
หลี่จิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดีและโล่งใจ เขารู้ว่าการมาของรามินจะช่วยเสริมพลังและความมั่นใจให้กับสมาพันธ์โลกในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้
รามินเดินเข้ามาอย่างมั่นคง สายตาของเขามองกวาดไปทั่วห้องประชุม ดวงตาสีฟ้าครามของเขาฉายแววอันลึกล้ำ
“ข้าได้ยินว่ามีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นในทวีปมืด ข้าเลยรีบกลับมา เพราะรู้ว่ามีบางสิ่งที่พวกเราต้องจัดการอย่างเร่งด่วน”
รามินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนิ่ง
ขณะที่เขานั่งลงที่เก้าอี้ตัวใหญ่ตรงกลางห้อง ดวงตาของเขาหันไปสบกับหลี่จิ้ง
หลี่จิ้งได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับเพื่อยืนยัน ขณะที่เขาอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“ใช่ พวกเรากำลังเผชิญกับบางสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ มันเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่ของเหล่าวมอนสเตอร์ อันที่จริงข้าอยากจะให้บุคลากรหลักของสมาพันธ์โลกมาให้หมด แต่ทันย่าและโรซาเลียก็ไม่ได้มาเข้าร่วมการประชุม”
“ข้าพยายามติดต่อพวกเขา แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ ข้าเลยส่งคนไปตรวจสอบที่คฤหาสน์ของทันย่า แต่ดูเหมือนพวกเขาจะหลบเลี่ยงอะไรบางอย่างอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ซิ ทันย่าเหมือนจะไม่อยู่?”
รามินฟังอย่างตั้งใจ คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของทันย่า
“ทันย่า? ข้าเคยสงสัยในตัวเขาอยู่บ้าง ความสามารถของเขานั้นโดดเด่นเกินกว่าจะเป็นแค่นักสู้พันธุกรรมธรรมดา”
ในขณะที่การประชุมดำเนินไปอย่างเข้มข้น รามินที่ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องที่หลี่จิ้งเพิ่งเล่าให้ฟัง
“ข้ามีคำถาม.. ความสัมพันธ์ระหว่างทันย่าและโรซาเลียคืออะไรกันแน่?”
รามินพูดขึ้นเบาๆ แต่ทุกคนในห้องสามารถรับรู้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น
“ได้ยินมาว่าทั้งสองมีความใกล้ชิดกันมาก แต่ดูเหมือนจะมีบางอย่างที่ซับซ้อนซ่อนอยู่?”
คำถามนี้ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที หลี่จิ้งที่นิ่งสงบกลับต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา และความสัมพันธ์ระหว่างทันย่ากับโรซาเลียนั้นยิ่งลึกลับกว่าที่หลายคนเคยได้คาดคิด แต่เขาเองก็ไม่สามารถพูดมันออกไปอย่างตรงๆได้
“เรื่องนั้น... ”
หลี่จิ้งลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบ
“มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ทันย่าและโรซาเลียเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งทั้งคู่ และดูเหมือนพวกเขาจะมีความลับบางอย่าง เหมือนกับว่าทั้งสองกำลังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกัน และหลังจากที่เกิดการต่อสู้กันในครั้งล่าสุด ข้าก็เห็นว่าโรซาเลียพักอาศัยอยู่ในที่พักส่วนตัวของทันย่าตลอด”
ทันทีที่หลี่จิ้งพูดจบ รามินกลับไม่ได้แสดงความพึงพอใจต่อคำตอบนั้น ดวงตาสีฟ้าครามของเขาเปล่งประกายด้วยความเฉยชา
จากนั้นตัวของเขาก็ค่อยๆปล่อยพลังออกมาทีละน้อย และยีนพันธุกรรมที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเขาเริ่มตอบสนองต่อความคิดและอารมณ์ของเขา
“ครืนนนนนนนนนนนนนนน!”
ทันใดนั้น พลังอำนาจอันมหาศาลเริ่มแผ่กระจายออกมาจากร่างของรามิน กฎต้นกำเนิดสีฟ้าครามที่เคยนิ่งสงบกลับแปรเปลี่ยนเป็นพายุพลังที่โหมกระหน่ำภายในห้อง พลังงานที่บิดเบี้ยวทำให้ทุกคนในห้องประชุมหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
“นี่เจ้า...”
หลี่จิ้ง ซวนหยวน และหยางจินเหินต่างก็ต้องตกตะลึง พวกเขารู้ว่ารามินเป็นหนึ่งในนักสู้ที่ทรงพลังที่สุดในสมาพันธ์โลก แต่พลังที่เขาปลดปล่อยออกมานั้นเกินกว่าที่พวกเขาคาดคิด มันคือพลังของนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 9 ดาว— ถือเป็นระดับพลังที่หาได้ยากยิ่งในดวงดาวนี้
“นี่มันพลังมหาศาลมากนัก! อาจทัดเทียมกับข้าหรือเหนือกว่าซะอีก! ว่าแต่นี่เจ้ายกระดับมายังขั้นนี้่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกกับข้าละ?”
ชายชราได้แต่อุทานเบาๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ ขณะที่เขารู้สึกถึงแรงกดดันจากพลังที่รามินปลดปล่อยออกมาอย่างหนัก
“เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ รามิน?”
ขณะที่ซวนหยวนก็เอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความระแวงเล็กน้อย เขารับรู้ได้ถึงความไม่ปกติที่ซ่อนอยู่ในตัวรามิน เหมือนอารมณ์ของเขากำลังแปรปรวน พอพูดถึงชื่อของทันย่าและโรซาเลีย จิตใจของเขาก็ไม่มั่นคง เหมือนกำลังโกรธเกรี้ยวอยู่เป็นอย่างมาก
รามินพอได้ยินแบบนั้นก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ขณะที่พลังอำนาจของเขายังคงแผ่ออกมา
“ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่าอะไรคือความลับที่พวกเขาปิดบังเอาไว้ ทันย่าและโรซาเลีย... มีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพวกเขาที่เราไม่รู้ และข้าไม่สามารถนิ่งเฉยได้ในตอนนี้”
แม้พลังที่รามินปลดปล่อยจะทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกถึงแรงกดดันที่รุนแรง แต่หลี่จิ้งกลับไม่แสดงความหวาดกลัว เขายืนขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ข้ารู้ดีว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่รามิน ทว่าเรื่องความรักน่ะ มันห้ามกันไม่ได้หรอกนะ”
รามินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนพลังอำนาจของตนเองกลับมาอย่างช้าๆ พายุพลังที่โหมกระหน่ำภายในห้องค่อยๆจางหายไป เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง
“ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัดท่านหลี่จิ้ง”
“แต่ข้าจะพิสูจน์พวกมันด้วยตนเอง”
หลังจากที่พลังของรามินสงบลง บรรยากาศในห้องประชุมก็กลับมาเป็นปกติ
แต่ทุกคนต่างรับรู้ได้ถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากคำถามของรามิน และการที่พลังระดับดาวเคราะห์ 9 ดาวถูกปลดปล่อยออกมานั้น บ่งบอกได้ถึงความอันตรายที่ใกล้เข้ามา
“ถ้าหากเจ้าสงสัยในความสัมพันธ์เกี่ยวกับทันย่าและโรซาเลีย ข้าแนะนำให้เจ้าไปตรวจสอบเขาด้วยตนเอง แต่อย่าทำอะไรเกินเลยไปละ”
“ยังไงทันย่าก็ดำรงตำแหน่งจักรพรรดิสงคราม เขาอยู่เหนือยิ่งกว่ากฎไปอีกขั้น”
หลี่จิ้งเอ่ยเตือน น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ทำให้ชายหนุ่มผมฟ้าครามต้องพยักหน้ารับ ก่อนจะหันกลับไปที่ประตู
“ข้าจะตรวจสอบทุกอย่างเอง”
“แล้วข้าจะกลับมาพร้อมคำตอบ”
..
อ้าว ห้าวหรอ?