เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ตอนนี้ได้เกิดข่าวใหญ่เเพร่กระจายไปทั่วเมืองลั่วหยางรวมถึงเมืองหลวงและเมืองอื่นๆอีกมากมาย ข่าวแรกคือข่าวของนางคณิกาอันดับที่หนึ่งของเมืองหลวงที่ตอนนี้นางได้ย้ายจากเมืองหลวงไปที่เมืองลั่วหยางและที่สำคัญนางยังไปอยู่ที่หอไชน่าทาวน์ที่กำลังโด่งดังอยู่ทุกวันนี้ ข่าวที่สองคือข่าวของการจัดงานชุมนุมบทกวีที่แม่นางมู่หว่านชิงเป็นคนจัดขึ้นมาที่หอไชน่าทาวน์ แถมรางวัลยังเป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจเป็นอย่างมาก รางวัลอย่างแรกคือได้พบแม่นางมู่หว่านชิงสองต่อสอง อย่างที่สองคือ การได้กินอาหารฟรีตลอด 1 ปีที่หอไชน่าทาวน์ จบข่าวคุณชายหลายคนที่ชอบพอในตัวของแม่นางมู่หว่านชิง ต่างก็กำลังเดินทางมาที่เมืองลั่วหยาง มีบางคนยังไม่เคยที่จะเชยชมความงดงามของนางการที่มู่หว่านชิงได้จัดงานชุมนุมบทกวีขึ้นมาเพราะนางคิดว่าอาจจะได้เจอและได้ทำความรู้จักกับคุณชายต่างๆพร้อมทั้งอาจจะได้เจอเจ้าของหอตัวจริง เพราะไม่กี่วันก่อนนางได้รับจดหมายจากองค์ชายให้สืบหาว่าใครคือเจ้าของหอตัวจริง
ภายในเรือนเล็กติดแม่น้ำหลิวจ้านกำลังนั่งกินข้าวเช้ากับเย่เอ๋อ จูล่งและหลินเฉา ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลิวจ้านได้ไปชมดูการฝึกซ้อมของกองกำลังที่บนภูเขา บางครั้งเขาก็ตกปลาอยู่ที่ท่าน้ำหน้าบ้าน จะมีเย่เอ๋อคอยติดตามตัวเขาเหมือนเงา
“ทำไมวันนี้ถึงมีเรือเเล่นผ่านนานน้ำไปยังเมืองท่าเรือเยอะเหลือเกิน” หลิวจ้านที่พูดขึ้นมา
“เรียนคุณชายข้าได้เข้าไปในตัวเมืองท่าเรือ มีชาวบ้านแถวนั้นพูดกันว่า ที่ช่วงนี้มีเรือมาเทียบท่าเยอะมากขึ้นเป็นเพราะข่าวของการจัดงานชุมนุมบทกวีขอรับ”หลินเฉาพูดขึ้นมา
“ทำไมทุกคนถึงดูตื่นเต้นกับงานชุมนุมบทกวีมากแบบนี้ละ”หลิวจ้านสงสัยและถามทุกคน
“เรียนคุณชายจากที่เย่เอ๋อเคยไปดูงานชุมนุมบทกวีที่เมืองหลวง หากว่าใครสามารถแต่งบทกวีที่ดีกว่าของทุกคนออกมาได้คนๆนั้นจะได้รับพระราชทานของกำนัลจากฝ่าบาทและชื่อเสียงของคนๆนั้นจะกระจายโดงดังไปทั่วทุกที่เจ้าค่ะแถมยังได้รับความเคารพจากบรรดาบัณฑิตทั่วล่า”
หลิวจ้านพอได้ฟังก็เข้าใจ ยุคนี้คงจะเป็นยุคของผู้มีความสามารถด้านบทกวีสินะ ทุกคนกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ หลิวจ้านกินข้าวเสร็จวันนี้เขาไม่คิดที่จะทำอะไรเพราะอากาศช่วงนี้เริ่มที่จะเย็นลงหลิวจ้านอยู่แต่ในเรือนเล็กของเขานอนกอดเย่เอ๋อแทนผ้าห่ม
ภายในวังหลวง ตำหนักขององค์หญิงใหญ่
“เจ้าคิดว่านางต้องการทำสิ่งใดถึงได้ไปอยู่ที่นั่น”องค์หญิงใหญ่พูดคุยกับผู้ติดตามของนาง
“เรียนองค์หญิง ทำไมเราไม่ฆ่านางซะองค์หญิงก็ทรงทราบ ว่านางเป็นคนขององค์ชายใหญ่ทำไมไม่จัดการกับนางเจ้าค่ะ”
“เเสดงว่าเจ้ายังไม่รู้เบื่องหลังของนางสินะ เอาเป็นว่านางยังมีประโยชน์ นางทั้งฉลาด หลักแหลม มีไหวพริบ หากว่านางไม่ได้เป็นคนขององค์ชายใหญ่ ข้าคงจะรับนางมาเป็นที่ปรึกษาให้กับข้า”
“นางเก่งขนาดนั้นเลยหรือเจ้าค่ะ”
“เจ้าเคยได้ยินเรื่องเมืองหน้าด่านที่ติดกับพวกซงหยูหรือไม่”
“เคยเจ้าค่ะ หม่อมฉันจำได้ว่าเกิดข่าวลือที่ว่ากุนซือที่คอยบัญชาการสนามรบในตอนนั้นเป็นเพียงเด็กสาวที่มีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น”
“ถูกต้อง เจ้าคิดว่าเวลาผ่านมานางไปอยู่ที่ไหน”
“หม่อมฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันเจ้าค่ะ”
“ถึงแม้ว่านางจะปกปิดตัวตนของนางเพราะไม่ต้องการพบเจอความวุ่นวายแต่มีหรือที่นางจะปิดบังข้าได้ หญิงสาวที่ทั้งเก่งและฉลาดแถมเคยบัญชาทัพมาแล้ว และยังเป็นบุตรตรีของอดีตแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ข้าจดจำนางได้เสมอและนางก็คือแม่นางมู่หว่านเอ๋อ นี่คือสาเหตุที่พวกเราไม่สามารถแตะต้องนางได้”
ผู้ติดตามขององค์หญิงถึงกับอึ่ง
“แต่ข้าได้มีแผนการจัดการกับนางแล้ว ถึงพวกเราจะไม่สามารถนำนางมาช่วยงานได้แต่พวกเราต้องไม่ให้นางได้ทำงานกับองค์ชายใหญ่เหมือนกัน”
“พวกเราต้องทำยังไงหรือเจ้าค่ะ”
“เจ้าก็รู้ว่าตอนนี้นางอยู่ที่ไหน เจ้าลองนึกถึงหน้าชายหนุมที่แม้แต่ข้าเขาก็ยังต้องการตัวข้าไปเป็นภรรยา บงบอกว่าคนผู้นี้มักมากในกาม ชอบสาวงามเจ้าคิดว่าแม่นางมู่หว่านชิงจะตกเป็นภรรยาของเขาอีกคนหรือไม่”
“หม่อมฉันคิดว่าแม่นางมู่ไม่น่าจะชอบคนแบบเขานะเจ้าค่ะ”
“เจ้าอย่าลืมซะสิ เรื่องที่แม่นางมู่มีความสามารถ เคยมีคนพูดเอาไว้ว่า คนที่มีความสามารถย่อมชื่นชอบคนที่มีความสามารถมากกว่าตัวเอง พวกเราคงจะต้องเดินทางไปที่หอไชน่าทาวน์ไปเตรียมตัวเถอะ”
ภายในหอไชน่าทาวน์
“เจ้าคิดว่าคนที่สร้างหอไชน่าทาวน์ขึ้นมาเขาจะเป็นคนแบบไหน”มู่หว่านชิงพูดคุยกับผู้ติดตามของนาง
“ข้าคิดว่าเจ้าของหอน่าจะเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดของยุคนี้ก็ว่าได้เจ้าค่ะ”
ทั้งสองเริ่มที่จะพูดคุยเรื่องของเจ้าของหอไชน่าทาวน์ เพราะพวกนางมาอยู่ที่นี้หลายวันได้เดินสำรวจรอบๆหอ แต่ละสิ่งแต่ละอย่างที่ได้พบ ล้วนทำให้พวกนางทึ่งในความสามารถ เช่นลิฟท์ ที่ใช้แรงของม้า 4 ตัวในการยกให้ตัวลิฟท์ลอยขึ้นไป ปั้มสูบน้ำพลังม้า บ่อตกกุ้ง ตกปลา รสชาติของอาหาร รสชาติของสุราและที่สำคัญคือหม้อไฟ ที่พวกนางทั้งสองต้องสั่งมากินทุกวัน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่เคยเกิดขขึ้นมาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ ทำให้มู่หว่านชิงอยากจะรู้จักคนๆนี้มีขึ้น
“เจ้าของหอจะเป็นหญิงหรือว่าชายกันนะ”แม่นางมู่พูดขึ้นมา
“หากว่าเจ้าของหอเป็นชายท่านจะยอมเปิดใจหรือไม่เจ้าค่ะ”
“เจ้าพูดเรื่องไรสาระอะไร เจ้าก็รู้ว่าข้ามีคนที่รักอยู่แล้ว”
“แต่เขาไม่เคยบอกว่ารักท่านเลยนะเจ้าค่ะ”
แม่นางมู่ได้ยินสิ่งที่ผู้ติดตามของนางพูดนางก็รู้สึกเศร้าในทันที หรือว่าพวกเราคงจะไม่มีวาสนาต่อกัน