ตอนที่63 ขายดิบขายดีอย่างกับแจกฟรี
หนูถูกเลี้ยงในฟาร์มอย่างดี อีกทั้งอาหารที่ให้ก็มีแต่ดีๆทั้งนั้น รสชาติของมันไม่เหมือนกับหนูที่จับมาขาย แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงหนังหนูกรอบๆที่ถูกย่างจนเป็นสีเหลืองทองอร่าม ดูแล้วน่ารับประทาน กลิ่นหอมของเนื้อที่ถูกย่างโชยไปผสมกับน้ำซุปจิ้มจุ่ม
ลุงดลเคี้ยวเนื้อหนูดังจั๊บๆ แกไม่แม้แต่สนใจใส่น้ำพริก เพียงกินเนื้ออย่างเพรียวๆ แค่ฟังเสียงของลุงดล ภรรยาและลูกชายต่างก็กลืนน้ำลายดังอึก ไม่รอฟังความเห็นของลุงดลว่ารสชาติเป็นอย่างไร พวกเขาต่างยื้อแย่งฉีกทึ้งเนื้อหนูไปกินไม่ต่างจากซอมบี้
บาสที่ยืนอยู่ข้างๆมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เขาไม่คิดเลยว่าลุงดลและคนที่บ้านของแกจะชอบเนื้อหนูกันขนาดนี้
“เป็นยังไงบ้างครับลุงดล เนื้อหนูจากฟาร์มของผม พอใช้ได้มั้ย...” ถึงแม้ใบหน้าของลุงดลจะดูอร่อย แต่บาสยังอยากฟังจากปากแกอยู่ดี ว่าเนื้อหนูที่เขาเลี้ยงมากับมือ จะอร่อยใช้ได้มั้ย
ลุงดลยังเคี้ยวดังจั๊บๆ ปากก็พูดทั้งที่ยังเคี้ยวอยู่ว่า “อร่อยๆ เนื้อหนูของบาสเคี้ยวมันส์ดี ต่างจากหนูที่จับมาขายราวฟ้ากับเหว”
“จริงเหรอครับ!” บาสรู้สึกตื่นเต้น
“จริงสิ เนื้อหนูอร่อยมาก ไม่มีกลิ่นสาบเลย เนื้อหอมละมุนลิ้น หนังกรอบๆและเนื้อนุ่มๆผสานกันอย่างลงตัว” ลุงดลดูไม่สนใจจิ้มจุ่ม หากแต่จับหนูนาเข้าปากไม่หยุด ภรรยาและลูกชายของเเกเองก็เหมือนกัน ดูเหมือนหนูนาย่างจะอร่อยถูกปากมาก
“น้ำจิ้มก็เข้ากับเนื้อหนูได้อย่างดี”“กลมกล่อม นอกจากคำนี้แล้วป้าก็ไม่รู้จะชมยังไงดี” ภรรยาและลูกชายลุงดลชื่นชมเนื้อหนู แต่ถึงแม้ทั้งสองจะชอบหนูมากแต่ยังไม่ลืมกินจิ้มจุ่ม และถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นหนูนาตัวใหญ่ก็แทบเหลือแต่จาน ตอนนี้่เนื้อส่วนใหญ่อยู่ในกระเพราะของลุงดล แกกินไวมาก แป๊บเดียวก็จะหมดแล้ว
“คุณ...จะว่าอะไรมั้ยถ้าผมจะสั่งหนูย่างอีกตัว...” ลุงดลหันไปถามภรรยา แม้เเกจะมีร่างกายใหญ่โต แต่ทำตัวน่ารักๆเมื่ออยู่ต่อหน้าเมีย แกเหมือนกับหนูๆที่เชื่อฟังภรรยา
“อะไรกัน! นี่คุณกินหมดแล้วเหรอ?” ภรรยาที่กำลังกินจิ้มจุ่มตาค้างกับจานที่ว่างเปล่า นี่มันผ่านมากี่นาทีเองตั้งแต่บาสยกมาเสิร์ฟ หนูตัวใหญ่กลับหายไป เหลือเพียงแค่จานว่างเปล่า นี่เเกกินไม่แบ่งเลยเนี่ยนะ?แม้จะเห็นว่าภรรยาแกมองตาขวาง แต่เธอก็ยอมให้ลุงดลสั่งอีกตัวบาสยิ้มมุมปาก หมุนตัวกลับไม่เตรียมหนูนาอีกตัวที่หลังร้าน
“เป็นยังไงบ้างบาส ลุงดลชอบหรือเปล่า” เอิงถาม เนื่องจากเธออยู่หลังซุ้มอาหาร จึงไม่ได้ยินที่บาสคุยกับลุงดล“แล้วคิดว่าไงล่ะ...”“อย่าบอกนะว่า...”“ใช่...ลุงแกชอบมาก และยังสั่งอีกตัวด้วยนะ” “อะไรนะ! ลุงดลจะเอาอีกตัวเหรอ? มันอร่อยขนาดนั้นเชียว” เอิงดูไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน แต่เมื่อเห็นว่าลุงดลเอาแต่มองมาที่นี่ เธอรู้สึกกลืนไม่ได้คายไม่ออก เนื้อหนูย่างอร่อยขนาดนั้นเชียวเหรอ? เอิงรู้สึกคัดแย้งกับตัวเอง ใจอยากจะแย้งแต่เมื่อเห็นความจริงอยู่ตรงหน้าเธอเลยทำได้แค่ยอมรับ ว่าเนื้อหนูอร่อย
“ตะลึงเลยดิ เป็นไง อยากลองกินแล้วใช่ปะ” บาสแหย่เอิง ปฏิกิริยาของเธอที่มีต่อเขาคือถอยออกไปอย่างกลัวๆ
“ใครบอก!” เอิงเบ้ปาก “ลุงแกอาจจะลิ้นไม่ถึงก็ได้ บางทีหลังจากนี้คงไม่มีใครสั่งหนูย่างอีก”
“งั้นมาพนันกัน”“พนัน? พนันอะไร”
“ถ้าหากยังมีคนมาซื้อหนูอีกล่ะก็ คืนนี้จะต้องยอม...สด” บาสกระซิบบอกข้างหู คำพูดของเขาฟังดูหยาบโลน สายตาหยาบช้ากวาดดูทั่วร่างเด็กสาว เอิงมีใบหน้าเหเก เธอรู้ว่าบาสหมายถึงอะไร อยากจะใส่สดสินะ...
“เป็นอะไรไป ทำหน้าแบบนั้น ไม่กล้าเหรอ? จะถอยก็ได้นะ แต่เอิงจะต้องกินเนื้อหนูย่าง...อย่างน้อยสองคำ” บาสลอบยิ้ม จะอย่างไรเขาก็มั่นใจอยู่แล้วว่าจะชนะ จะพูดให้ถูกคือนี่ไม่ใช่การพนันตั้งแต่แรก เพราะผลมันถูกตัดสินตั้งแต่ยังไงเริ่มเดิมพันเลยด้วยซ้ำ “ก็ได้...แต่ถ้าบาสแพ้ ใช้แค่ลิ้นพอ...โอเคมั้ย” เอิงก็มั่นใจกับความรู้สึกของตัวเอง ว่าจะไม่มีคนมาซื้อหนูต่อจากลุงดล ของน่าขยะแขยงแบบนั้นน่ะเหรออร่อย? แค่คิดก็อยากจะอ้วกแล้ว
“ลิ้นเหรอ...ว้าว พูดซะอยากเลย” “ยังมาพูดทะลึ่งอีก รีบๆย่างหนูได้แล้วน่า!”“ครับๆ เตรียมล้างรอได้เลยนะ”“ฮึ่ม!” เอิงหมุนตัวจากไปด้วยใบหน้าขึ้นสี เธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าบาสหมายถึงอะไร
บาสส่ายหน้าแล้วหันมาสนใจหนูต่อ ไม่นานหนูอย่างสีเหลืองทองอร่ามก็ยกไปเสิร์ฟ คราวนี้ลุงดลไม่กล้ากินมูมมามเหมือนตอนแรก เพราะมีภรรยานั่งคุมอยู่ แกกระดกเบียร์หนักๆแล้วตามด้วยหนูนา รสชาติเข้มข้นเข้ากันเป็นเกลียว
ไม่นานหลังจากหนูนาจานที่สองยกออกไป ลูกค้าอีกคนก็เข้ามา คราวนี้มาเป็นครอบครัวสี่คน พ่อแม่ลูกแล้วมียายอีกหนึ่งคน นี่คือครอบครัวของลุงศรี แกเป็นคนกินเก่ง รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ต่างจากเมียที่หุ่นดีราวกับตุ๊กตา แต่ลูกชายกับอ้วนฉุซะได้ เห็นแบบนี้ดูรู้เลยว่าได้ใครมา
“กลิ่นอะไรเนี่ยหอมๆ?”“ไม่ใช่กลิ่นจิ้มจุ่ม..”“เหมือนกลิ่นเนื้ออะไรสักอย่าง แต่มันคืออะไรล่ะ? คิดไม่ออกเลยแฮะ”“ดูนู่นสิ โต๊ะนั่นนะ เห็นมั้ยว่าพวกเขากำลังกินอะไรกันอยู่”“หนูย่างนี่นา แม่เจ้าโว้ย อะไรจะตัวใหญ่ขนาดนั้น!”“นี่เขาซื้อหนูจากข้างนอกมากินหรือไง?”“ไม่น่าใช่มั้ง ดูจากจานและการจัดเรียงสิ เห็นชัดๆว่าเป็นของร้านจิ้มจุ่ม”“พ่อกำลังจะบอกว่าลุงคนนั้นซื้อหนูย่างจากพี่บาสเหรอ?”“คงจะอย่างนั้น สงสัยว่านี่จะเป็นเมนูใหม่”“งั้นก็ลองสักตัวสิ ตัวละเท่าไหร่ล่ะ”“เดี๋ยวผมถามเอง”
เอิงเข้ามารับแขกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ลุงศรีเองก็เป็นลูกค้าขาประจำ แกเป็นลูกค้ารายแรกๆเลยก็ว่าได้ที่เข้ามาอุดหนุนบาสตั้งแต่ก่อตั้งร้านใหม่ๆ ดูเหมือนว่ารสชาติของน้ำซุปและเนื้อหมูจะถูกปากแกมาก
“หนูเอิง ลุงถามอะไรหน่อยสิ หนูย่างโต๊ะนั้นน่ะ ใช่ของจากทางร้านมั้ย” ลุงศรีถาม พร้อมกับเลียริมฝีปาก แกไม่ได้ลามกแต่อย่างใด เพียงอยากกินจนต้องเลียปากเท่านั้น
“หนูเหรอคะ...” เอิงเม้มริมฝีปาก อยากจะพูดเหลือเกินว่าไม่ได้ขาย แต่เธอไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ ถึงแม้จะเกลียดหนูยังไงแต่นี่เป็นธุรกิจของบาส เธอจะเอาความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาร่วมไม่ได้เด็ดขาด
“ใช่ค่ะ ลุงศรีสนใจเหรอคะ”
“สนสิ แล้วขายยังไง ไม่สิไม่สิ เอามาเลยดีกว่า แล้วเอาจิ้มจุ่มชุดใหญ่สี่ชุดนะ เอาปลาหมึกแยกอีกหนึ่งจาน น้ำอัดลมขวดใหญ่หนึ่งขวด เบียร์อีกสองขวด แล้วก็น้ำแข็งหนึ่งถัง!” ลุงศรีแกเป็นคนมีตังค์ แกไม่ได้สนใจว่าอาหารจะราคาแพงมั้ย ขอแค่กินอร่อยถูกปากก็พอแล้ว อีกอย่างหนึ่งโต๊ะข้างๆกินน่าอร่อยเหลือเกิน แล้วแบบนี้จะให้ลุงศรีทนหิวได้ยังไง สุดท้ายเลยสั่งชุดใหญ่
“ได้ค่ะ เดี๋ยวรออีกสักครู่นะคะ หนูย่างอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย” เอิงตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินไปบอกพี่ดาวว่าลูกค้าสั่งอะไรบ้าง จากนั้นเดินไปหาบาส เอิงก้มหน้างุด ไม่กล้ามองหน้าเด็กหนุ่มตรงหน้าแม้แต่น้อย
“ว่ายังไงครับ ลูกค้าสั่งหนูย่างอีกโต๊ะเหรอ? เห็นมั้ยผมบอกคุณแล้ว ไม่ว่ายังไงคุณก็แพ้”“ไม่ต้องทำมาเป็นพูดสุภาพเลย! เกมพนันบ้าอะไรไม่เล่นแล้ว”“จะทำแบบนั้นได้ยังไง นี่จะให้เถ้าแก่เข้าสู่โหมดบ้าเลือดใช่มั้ย!”“อะไรคือโหมดบ้าเลือด?”“ก็นี่ไง เนื้อหนูนุ่มๆ น้องสาวคงไม่อยากถูกเถ้าแก่ยัดใส่ปากหรอกใช่มั้ย!”“หยี๋...!!” เอิงอยากจะอ้วก ใบหน้าของเธอดูน่าเกลียด แม้กลิ่นหนูย่างจะหอมแต่ให้กินน่ะไม่ไหวหรอก เพราะงั้นจึงกัดฟันพูดไปว่า“ก็ได้ ครั้งนี้เถ้าแก่ชนะ แต่คราวหน้าเราจะต้องชนะแน่!”“ฮึฮึ เอิงนี่ไม่เข็ดจริงๆนะ” “จำเอาไว้เลย เอ้อ...แล้วยาคุมอ่ะ ซื้อมาเเล้วใช่มั้ย” เอิงไมกล้าพูดเสียงดัง ถึงแม้ว่าตรงนี้จะไกลจากคนอื่นๆ แต่เธอก็กลัวว่าพวกเขาจะได้ยินเหมือนกัน และหากความลับนี้ถูกคนอื่นรู้ พ่อแม่ของเธอเองคงรู้ไม่ต่างกัน และหลังจากนั้นจะเป็นยังไงเอิงไม่กล้าคิดเลย
“ยังเลย ปกติซื้อแต่ถุงยาง แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวออกไปซื้อแป๊บเดียว”“อย่าพูดหน้าตาเฉยแบบนั้นสิ”“เอ้าแล้วจะเดินไปไหนล่ะ”“ไปต้อนรับลูกค้าไง ถามทำไม?”“แค่จะบอกว่า....อย่าลืมมายกหนูไปเสิร์ฟลูกค้านะ”“อะไรนะ? บาสจะให้เอิงยกไปเสิร์ฟเหรอ”“ใช่ ทำไมล่ะ?”“อย่าเยอะๆ บาสรู้ว่าเราไม่ชอบ ยังมาให้ยกไปอีก เรื่องแค่นี้บอกพี่ดาวก็ได้นี่นา”“โอ๊ะ...จริงสินะ ลืมคิดไปเลย” บาสทำหน้าเหมือนกับคนโง่ที่เพิ่งคิดได้ เอิงรู้สึกโมโหในท่าทางยียวนของเขาเหลือเกิน “ถ้าหากยังเล่นไม่เลิกล่ะก็ คืนนี้อด!” ว่าแล้วเอิงก็ไปต้อนรับลูกค้าอีกคน บาสส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าหากเอิงได้ลองกินหนูดูล่ะก็ จะติดปากถูกใจจนอยากกินกับเบียร์เย็นๆเลยแหละ
แล้วก็เป็นอย่างนี้ เมนูอย่างหนูนาย่างกลายเป็นของประจำร้าน ถือว่าเป็นเมนูเด็ดเลยก็ว่าได้ ใครที่มาทานแต่ไม่สั่งหนูย่างถือว่ามาเสียเที่ยวเปล่า
บาสไม่ได้ไปป่าวประกาศว่ามีหนูขายที่ตลาด แค่เขาเอามาย่างขายที่ร้านก็มีพ่อค้ามาติดต่อซื้อหนูแล้ว เห็นว่าเป็นเมนูที่ขายดีแกเลยอยากลองซื้อไปย่างขายสักหน่อย
บาสไม่ได้ปฏิเสธ เพราะถึงอย่างไรหนูในฟาร์มก็เยอะอยู่แล้ว แม้จะเอามาย่างทุกวันที่ร้านแต่มันยังแน่นบ่อซีเมนต์เหมือนเดิม ถ่ายออกไปก็ดีเหมือนกัน
“หนูโลละร้อยบาทครับ แต่ละตัวมีน้ำหนักไม่เท่ากัน ตัวใหญ่ตัวเล็กคละกันไป แต่ลุงจะให้คัดเอาแต่ตัวละหนึ่งกิโลก็ได้นะครับ จะได้ไปย่างขายง่ายๆ” คนที่อยู่ข้างๆบาสคือพ่อค้า เขาเป็นชายวัยกลางคน ชื่อสุวิทย์ รูปร่างหน้าตาเหมือนพ่อค้าทั่วไป หากเเต่งตัวเหมือนกับชาวนา มัดผ้าขาวม้าทำตัวเหมือนคนจน แต่ใครจะรู้ว่าบ้านแกน่ะมีรถกระบะตั้งสี่ห้าคัน นี่เขาเรียกว่าผ้าขี้ริ้วห่อทองชัดๆ