TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 86 สายเลือดสิ่งมีชีวิตหลากโลกา

    ตอนที่ 86 สายเลือดสิ่งมีชีวิตหลากโลกา


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****





    ท่ามกลางบ้านหินอันทรุดโทรมกลางสวนพืชพรรณอันเป็นสถานที่ที่หญิงสาวอาศัยอยู่เพียงลำพัง


    มันก็ผ่านมาห้าปีแล้วที่เธออยู่ที่นี่คนเดียว นับตั้งแต่ที่พ่อแม่ของเธอถูกจับไปเป็นทาส 


    พวกเขาให้เหตุผลว่าปลูกพืชพรรณต้องห้าม 


    แต่โชคดีที่พวกเขายังเห็นใจในคำอ้อนวอนของพ่อแม่ของเธอ ทำให้เธอไม่ถูกจับไปเป็นทาสและต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง


    ที่นี่คือมหาทวีป สถานที่อันเป็นแหล่งรวมสิ่งมีชีวิตมากมาย


    ซึ่งเป็นสถานที่หนึ่งในดาวเคราะห์ที่มีดวงจันทร์สีเงินโคจรรอบ


    หมู่บ้านเควนเป็นหมู่บ้านในถิ่นทุรกันดารของอาณาจักรฮาดาเท่านั้น


    แม้อาณาจักรฮาดาจะเป็นอาณาจักรเล็กๆ แต่ก็มีผู้แข็งแกร่งอยู่มากมาย


    ตามตำนานเล่าว่าสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในมหาทวีปแห่งนี้คือลูกหลานของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาที่ยิ่งใหญ่


    พวกเขาแต่ละคนจึงมีพลังของสิ่งมีชีวิตหลากโลกา 


    ใช่แล้ว ... สิ่งมีชีวิตในมหาทวีปนั้นสามารถบ่มเพาะได้


    ซึ่งพลังที่เขาบ่มเพาะนั้นคือ “พลังสายเลือด”


    เพียงแต่ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งมีชีวิตนั้นจะบ่มเพาะพลังออกมาได้ง่ายๆ


    แม้พวกเขาจะมีสายเลือดของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาอยู่ในกาย แต่มันก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้น


    ดังนั้นการจะปลุกพลังสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาได้จึงยากเย็นยิ่ง


    สิ่งมีชีวิตทั่วไปจึงมีพลังรบไม่ต่างไปจากมนุษย์ทั่วไป แต่หากทำการปลุกพลังสายเลือดให้ตื่นขึ้นได้ พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง


    ซึ่ง “ผลประกายฟ้าทิพย์” ที่พ่อแม่ของหญิงสาวสามารถปลูกขึ้นได้คือทรัพยากรอย่างหนึ่งที่มีส่วนช่วยปลุกพลังสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาได้


    มันจึงเป็นสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งสำหรับผู้คนที่อยู่ในมหาทวีปแห่งนี้


    มหาทวีปแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายอาณาจักร ซึ่งมีการสู้รบกันมาตลอด รวมถึงการเกิดมหาสงครามมาแล้วถึงสองครั้งด้วย


    แม้การปลุกพลังสายเลือดจะยากเย็นมากก็จริง แต่โดยปกติแล้วการตื่นของสายเลือดครั้งแรกก็มักจะเกิดขึ้นกับคนทั่วไปได้ทั้งสิ้น 


    แต่ความสามารถของพลังสายเลือดก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่จำแนกแตกต่างออกไป 


    การตื่นของสายเลือดจะทำให้คนคนนั้นได้รับพลังบางอย่างซึ่งจะมีประโยชน์หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตาเท่านั้น


    สิ่งมีชีวิตหลากโลกานับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถหลากหลาย เพราะเหตุนี้จึงทำให้ผู้ที่มีสายเลือดสิ่งมีชีวิตหลากโลกามีความสามารถแตกต่างกัน


    หญิงสาวผู้อาศัยอยู่ในบ้านหินอย่างโดดเดี่ยวผู้นี้มีชื่อว่า “อีวา”


    อีวาอยู่คนเดียวมาตั้งแต่สิบเอ็ดขวบ ผ่านมาห้าปีกว่าแล้วแต่สายเลือดของเธอยังไม่ถูกปลุกขึ้น


    เนื่องจากไม่มีพ่อแม่คอยชี้แนะ


    แต่ถึงอย่างนั้นอีวาก็ไม่ได้เป็นคนเดียวในหมู่บ้านที่พลังสายเลือดไม่มีการตื่นขึ้นมา


    อีวาใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงธรรมดา ด้วยหน้าตาที่ธรรมดาของเธอทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตแบบธรรมดาได้อย่างไร้อันตราย


    หมู่บ้านเควนเป็นสถานที่ที่สงบเป็นอย่างมาก


    ที่นี่ไร้ซึ่งสงครามมาหลายปีแล้ว


    เช้าวันนี้อีวาตื่นขึ้นมา เธอกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตา แล้วมองออกไปรอบๆ ห้อง


    “ฉันฝันไปอย่างนั้นหรอ?” 


    หญิงสาวรีบหยิกตัวเองแล้วร้องออกมา


    โอ้ย!


    “นี่ฉันตื่นขึ้นมาแล้วจริงๆ ฉันไม่ได้อยู่ในร่างเจ้านั่นอีกแล้ว แต่นั่นมันเป็นฝันอะไรกัน? ทำไมมันถึงสมจริงขนาดนั้น?”


    อีวาสายศีรษะไปมา ก่อนจะยืดเส้นยืดสายเพื่อไล่ความงัวเงีย


    แต่ลุกจากเตียงแล้วทำกิจวัตรเหมือนเช่นทุกวัน


    ทว่าตอนนั้นเองเธอก็ขมวดคิ้วมุ่น มองสิ่งของที่วางไม่เป็นที่อย่างขัดใจ จนความสงสัยเริ่มเกิดขึ้น


    “ฉันจำได้ว่าฉันเก็บกวาดตรงนี้ไปแล้ว ทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้ได้”


    เมื่ออีวาเดินสำรวจรอบๆ บ้าน เขาก็ยิ่งพบความผิดปกติ เหมือนว่าจะมีใครมาบุกรุกบ้านของเธอ


    แต่บ้านหลังนี้เป็นแค่บ้านชาวสวนจนๆ เท่านั้น มันไม่มีของมีค่าใด


    อีวาเป็นเพียงแค่หญิงสาวอายุสิบหกปี แม้เธอจะมีไร่สวนแต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยแต่อย่างใด


    เนื่องจากหมู่บ้านเควนนั้นสงบสุขมาก เรื่องโจรขโมยนั้นแทบจะไม่ปรากฏให้เห็น


    นี่จึงเป็นเรื่องที่แปลกมากสำหรับเธอ


    “หรือบางทีฉันอาจจะคิดมากไปเอง”


    อีวาพยายามที่จะสลัดความคิดพวกนั้นทิ้งไป 


    หญิงสาวเริ่มใช้ชีวิตอย่างปกติ เธอลุกขึ้นมาทำงานบ้านและทำสวนตามกิจวัตรของเธอ


    เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วก็นำพืชที่เก็บเกี่ยวไปวางขายที่แผงตลาดในหมู่บ้าน


    ทว่าตอนที่เธอเดินเข้ามา สายตามากมายก็จ้องมองมาที่เธออย่างผิดปกติ


    อีวาเริ่มที่จะรู้สึกแปลกๆ กับสายตาเหล่านี้


    ทันทีที่เธอตั้งแผงขาย ลูกค้าคนแรกก็จ้องมองเธออย่างแปลกๆ แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า


    “อีวาเธอกลับมาเป็นปกติแล้วหรอ?”


    คำถามนี้ยิ่งทำให้หญิงสาวสงสัยเข้าไปใหญ่


    “ฉันหรือ? ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรนิ” 


    คนที่ถามเธอคือป้ามาธาที่เป็นลูกค้าประจำของเธอ แต่คำถามนี้หญิงสาวได้ตีความหมายว่าตนเองไม่ได้เจ็บป่วยอะไร


    “เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว?”


    “ป้ามาธาหมายความว่ายังไง?”


    หญิงชรามาไปที่เธออย่างจริงจังแล้วเอ่ย “ก็เมื่อวาน ...”


    “เมื่อวาน? เมื่อวานฉันขายของไม่ดีให้คุณหรอ?” อีวาเอ่ยออกมาอย่างตกใจ เธอคิดว่าผักที่เธอนำมาขายนั้นมีปัญหา ทุกคนถึงมองเธอแบบนั้น


    “…” หญิงชราไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไร


    นั่นยิ่งทำให้อีวาร้อนใจ นี่เป็นอาชีพเดียวที่เธอพอจะหาเงินเลี้ยงชีพได้ เธอไม่ต้องการให้มันมีปัญหา


    “ฉันขอโทษ ถ้าฉัน ...”


    ยังไม่ทันที่อีวาจะพูดจบ หญิงชราก็รีบพูดขึ้น


    “ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนั้น ก็เมื่อวานเธอแต่งตัวแปลกๆ และมีท่าทางแปลกๆ ทำอย่างกับว่าตัวเองเป็นนักท่องเที่ยว เที่ยวไปถามเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วขลุกตัวอยู่ในหอสมุดของหมู่บ้านทั้งวัน”


    “จะเป็นไปได้ยังไง ก็เมื่อวานฉัน ...”


    ตอนนั้นเองอีวาก็เหมือนคิดอะไรขึ้นได้


    ‘หรือบางทีมันอาจเกี่ยวกับความฝันนั้น’


    หญิงสาวเริ่มที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน


    “เป็นไปไม่ได้น่า ...”


    ในวันนั้นหลังจากที่เธอทำธุระในหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว เธอก็รีบกลับบ้านทันที เพื่อกลับไปสำรวจบ้านของเธออีกครั้ง


    “ถ้าหากว่าฉันกลายเป็นใครไม่รู้ในความฝันเมื่อคืน บางทีเขาคนนั้นอาจจะกลายมาเป็นฉัน”


    แม้อีวาจะมีหน้าตาที่ธรรมดาและไม่สามารถปลุกพลังสายเลือดให้ตื่นขึ้นได้ แต่เธอก็มีมันสมองที่ไม่ธรรมดา 


    หญิงสาวค้นดูในบ้านของเธอเพื่อสังเกตถึงสิ่งผิดปกติอีกครั้ง


    จนกระทั่งมาหยุดที่โต๊ะทำงานข้างหัวเตียงของเธอ


    แน่นอนว่าเธอสังเกตเห็นถึงตำแหน่งของสมุดไดอารี่ที่เปลี่ยนไป


    อีวารีบหยิบสมุดไดอารี่เล่มนั้นขึ้นมาทันที


    เธอเปิดไปแต่ละหน้าจนถึงหน้าสุดท้าย แล้วตอนนั้นเองเธอก็พบกับข้อความที่เป็นบันทึกของเมื่อวาน


    แต่นั่นไม่ใช่เมื่อวานที่เธอจำได้ ซึ่งมันน่าจะเป็นวันของวันนี้!


    ‘เธอคือใคร?’


    ข้อความนั้นถูกเขียนด้วยลายมือของเธอ แต่เธอก็จำไม่ได้ว่าเคยเขียนข้อความประโยคนี้


    “หรือว่าจะเป็นผู้ชายคนนั้น!”


    อีวาได้คิดไปถึงผู้ชายที่เธอไปเป็นเขา เขาที่อยู่อีกโลกหนึ่ง โลกที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโลกที่นี่


    “ไม่จริงน่า หรือว่าฉันกับเขาสลับร่างกัน?”


    ใบหน้าของหญิงสาวดูตกใจเป็นอย่างมาก


    เพื่อเป็นการพิสูจน์ความเชื่อนี้หญิงสาวจึงรีบเตรียมตัวเข้านอนทันที


    แต่ว่ายิ่งเธอพยายามจะหลับมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งนอนไม่หลับมากเท่านั้น เพราะตะวันยังไม่ลับฟ้าไปเลย


    อีวาพยายามนอนอยู่อย่างนั้น 


    จนกระทั่งเมื่อพระจันทร์สีเงินปรากฏขึ้นมา หญิงสาวก็มีท่าทางที่จะง่วงนอนขึ้นมาทันที


    ซึ่งทันทีที่เธอหลับลง แสงสีเงินก็ส่องสว่างเรืองแสงออกมาจากร่างของเธอ


    เมื่อเข้าสู่วันรุ่งขึ้น เธอก็ไม่ใช่เธออีกต่อไปแล้ว


    เฟิร์สได้ตื่นขึ้นมาในร่างของอีวาอีกครั้ง


    เด็กหนุ่มค่อยๆ ขยับเปลือกตาแล้วปรับแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา


    เมื่อรู้สึกตัวขึ้น ร่างนั้นก็แทบจะยันตัวลุกขึ้นมาในทันที


    “ฉันกลับมาที่ร่างนี้อีกแล้ว” เฟิร์สยกมืออันหยาบกร้านทั้งสองขึ้นมาดู ซึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่มือของเขาแน่ๆ


    “กลับมาอีกแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันเนี้ย!”


    เฟิร์สรีบลุกขึ้นจากเตียง เขาเดินตรงไปที่สมุดไดอารี่เล่มนั้น ซึ่งเป็นเขาที่เขียนข้อความสุดท้ายนั้นเอาไว้


    เด็กหนุ่มแน่ใจว่าเธอคนนั้นจะต้องเขียนไดอารี่ของเธอทุกวันและเขาแน่ใจว่าเธอจะต้องอ่านมันอย่างแน่นอน


    เฟิร์สไม่ลังเลทีจะเปิดอ่านไดอารี่ และเมื่อเห็นข้อความล่าสุด นั่นก็ทำให้เขาถึงกับหน้าชา


    ‘นั่นนายใช่ไหม? แล้วใครใช้ให้นายมาอ่านไดอารี่ของฉันกันเนี้ย! ไอ้ผู้ชายไม่มีมารยาท! แล้วนี่ใครใช้ให้นายมาเปลี่ยนเสื้อผ้าของฉัน นายเห็นมันหมดแล้วใช่ไหม ไอ้ผู้ชายบ้ากาม!’