Pioneer Era

    ตอนที่ 48 เตาพลังงานสุริยะที่ 7 กับ [สล็อต]

    ***น้องเล็ก [ทัวร์มาลีน-เอท]

    “เย็บให้เสร็จแล้ว คราวนี้อย่าเผลอทำชุดขาดอีกละลี่”

    “สมกับเป็นแม่ศรีเรือนดิวซ์ ขอบคุณมากเลย ดอง~”

    ยัยดองกำลังยิ้มแก้มปริน่าหยิกให้กับเพื่อนเผ่าอสูรไร้ขนที่ช่วยเย็บซ่อมชุดให้อยู่

    ก้นลูกท้อขาวน่ารักของยัยดองถูกปกปิดเก็บมิดชิดด้วยชายกระโปรงสีขาวอีกบริสุทธิ์อีกครั้ง

    "ว่าแต่พวกดิวซ์รอดมาได้ยังไง? แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ตรงนี้นะดอง? "

    "ให้จาวิสตอบแล้วกัน"

    "ปี้~"

    สัตว์รูปร่างคล้ายงูมีเกล็ดสีฟ้ากับยัยที่ชื่อดิวซ์หันไปทางสาวเมดชุดสีขาวพร้อมกัน

    "ค่ะ หลังจากพลาดท่าถูกจับมาพร้อมกัน ฉันก็รีบสลัดหนีออกมา แล้วหาจังหวะช่วยคุณดิวซ์กับคุณมังกรวารีผู้น่ารัก ก่อนจะรีบตามหาคุณลี่จากเครื่องติดตามที่ฝั่งอยู่ในตัวในวันนี้ค่ะ"

    "วันนี้? เครื่องติดตาม? "

    "ใช่ค่ะ วันนี้คือวันที่ 11 เดือนเอนมูว์ทัวร์ สรุปคือผ่านมาสองวันนับจากวันที่ถูกลักพาตัวมาค่ะ ส่วนเรื่องเครื่องติดตาม หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายครั้งแล้ว ท่าน ผอ. ยะมะโตะจึงสั่งให้ฉันฝังเครื่องติดตามลงไปในร่างกายของคุณลิลลี่เอาไว้ค่ะ เวลามีอะไรเกิดขึ้น จะได้ลากคอกลับมาได้ทันทีค่ะ”

    “ละเมิดสิทธิส่วนตัวดอง! ”

    ยัยดองประท้วงคนที่ชื่อจาวิซทั้งน้ำตา

    พวกเขาดูสนิทกันมากทีเดียว

    พอเห็นแบบนี้แล้วก็พลานกลับมาเปรียบเทียบกับชีวิตของตัวเองไม่ได้

    ไร้ญาติมิตร ไม่รู้ประวัติชาติเกิดตัวเอง พอจำความได้ ก็รู้แค่ว่าตนเองคือเด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยงแล้ว

    คนที่เรียกได้ว่าใกล้ชิดที่สุดจึงมีเพียงแค่บรรดาพี่ใหญ่กับท่านผู้กล้าที่เก็บข้าน้อยมาดูแล

    ทั้งชีวิตต้องถูกจับแยกจากสังคม ถูกฝึกโหดเพื่อให้เป็นนักฆ่ามือหนึ่งของชนเผ่า

    ข้าน้อยมักถูกสอนเป็นประจำว่า "นี่คือการเสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม ดังนั้นจงภูมิใจในตนเองที่ถูกรับเลือกเข้ามาฝึกเสียเถิด"

    ข้าน้อยเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมแบบนั้นเจ้าค่ะ

    “---หลังจากที่รอดมาได้---”

    ยัยดองยังคงพูดคุยกับเพื่อนของเธอโดยไม่สนใจข้าน้อยแม้แต่นิดเดียว

    หึ!

    ใช่แล้ว! ข้าน้อยไม่มีทางเป็นเพื่อนกับใครได้หรอก! คนสำคัญของข้าน้อยมีเพียงแค่พวกพี่ใหญ่กับท่านผู้กล้าควอร์ตไซต์เท่านั้น!

    คำว่าเพื่อนไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ!

    เปล่าประโยชน์เจ้าค่ะ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์!

    นี่พูดจริง ๆ นะ!

    “และนี่คือเพื่อนใหม่ของฉัน [ทัวร์มาลีน-เอท] นะดอง”

    “สวัสดีเจ้าค่ะ! ข้าน้อยชื่อ [ทัวร์มาลีน-เอท] อายุ 15 ปี สูง 165 รอบอก [A] ชอบกินอาหารรสจืดที่สุดเจ้าค่ะ! เป็น [สหายชีวิต] ของยัยดองเจ้าค่ะ! ชีวิตนี้ถูกยัยดองช่วยชีวิตเอาไว้ถึงสองครั้ง ไม่สิ.. สามครั้งเจ้าค่ะ! ถึงจะรังเกียจเผ่าอสูรกายที่ฆ่าท่านแม่บุญธรรมไป แต่กับยัยดองแล้วต่างออกไปเจ้าค่ะ! ข้าน้อยไม่เคยเจอใครจิตใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์แลละงดงามอย่างยัยดองมาก่อนเลยเจ้าค่ะ! แล้วสีที่ชอบคือ---"



    ***ผ่านไปสิบนาที

    " บลา บลา บลา---เพราะอย่างงั้นจึงขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะเจ้าค่ะ! "

    "..."

    ทำไมนิ่งเงียบเป็นป่าช้าแบบนั้นละเจ้าคะ?

    " เออ… ตอนนี้แนะนำตัวกันเสร็จแล้ว งั้นรีบหาทางออกกันเถอะทุกคน… แล้วอีกเรื่อง ได้โปรดเรียกฉันว่า [ลี่] ทีเถอะ ดอง~"

    "เจ้าค่ะ [ยัยดอง] "

    "..."

    [เพื่อน] ผู้น่ารักหัวเขียวถอนหายใจให้ฉันทีหนึ่ง ก่อนจะเดินตามคนที่ชื่อจาวิสไปในช่องทางเดินอันมืดมิดอย่างเงียบ ๆ

    อ่าว… นี่ข้าน้อยใช้คำพูดอะไรผิดไปหรือเปล่านะ? ไม่ใช่ว่าการ [ตั้งชื่อเล่น] ให้กัน คือวิธีการตีสนิทหรอกหรือเจ้าคะ?

    พวกเผ่าอสูรกายนี่เข้าใจยากจริง ๆ เจ้าค่ะ



    พวกเราเดินมาตามเส้นทางที่มืดมิดอย่างระมัดระวัง

    แสงไฟเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเรามี คือแสงที่ส่องสว่างออกมาจากปีกของยัยดอง

    สวยจัง~

    "ที่นี่มัน… คล้ายกับห้องโถงต้อนรับเมื่อตอนนั้นเลยดอง"

    ยัยดองพูดอะไรสักอย่างออกมาในตอนที่พวกเราหลุดเข้าไปในห้องโถงขนาดใหญ่

    มันเป็นห้องโถงทรงวงรีที่ปูพื้นด้วยหินตัดขอบเข้ารูปทรง

    มีเพดานผิวเรียบไร้รอยต่อ เครื่องเรือนดูหรูหราประดุจเป็นผลงานฝีมือระดับปรมจารย์

    [ยิน---ต้อนรับ]

    มีเสียงของเด็กผู้หญิงดังขึ้นมาจากผ้าเพดาน

    พริบตานั้นเองที่ห้องโถงมืดมิดฉับพลันกลายเป็นสว่างเจิดจ้า

    แต่มีแสงสว่างเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

    ผนังกับผ้าสีขาวหลายส่วนอยู่ในลักษณะบิดงอผิดรูป แสงไฟเองก็สว่างเพียงเฉพาะส่วนที่ดูสมบูรณ์เท่านั้น

    พื้นที่สวยงามเองก็มีเพียงหนึ่งในสาม เพราะส่วนที่เหลือนั้นพังทลาย และถูกแทรกขึ้นมาด้วยรากไม้ใหญ่

    ห้องโถงที่พังทลายและมีแสงสว่างอย่างน่าประหลาดนี้ มีโต๊ะยาวตั้งอยู่ใจกลางห้องอย่างโดดเด่น

    "ทุกคนระวังเจ้าค่ะ! "

    ข้าน้อยตั้งท่าเตรียมโจมตีไปที่อีกฟากของโต๊ะยาวนั้น

    บนกำแพงด้านหลังของโต๊ะยาวคือกระจกบานใหญ่

    ถึงจะดูเก่าและมีรอยเปื้อนมากมาย แต่มันยังคงความใสเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด

    และสิ่งที่เผยให้เห็นด้านหลังกระจกบานนั้น ก็คือฝูงของ สไปเดอร์-อาร์บอก จำนวนมาก

    พวกมันเดินไต่ไปตามผนังทุกตารางนิ้ว มีขนาดตั้งแต่หนึ่งเมตรไปจนสิบเมตร และพ่นใยสีดำกางดักไปทั่วจนชวนให้รู้สึกขนลุกขนพอง

    "ดูเหมือนว่าทางออกจะอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ…"

    ใต้กระจกบานใหญ่มีสิ่งที่คล้ายประตูติดตั้งเอาไว้อยู่

    นอกจากประตูบานนั้นแล้ว ก็ไม่เห็นทางออกอื่นปรากฏอยู่ที่ไหนอีกแล้วเจ้าค่ะ

    แบบนี้ก็หนีออกไปทางนั้นไม่ได้นะสิ



    "มิ… มีโครงกระดูกใจกลางห้องด้วย ดอง! "

    ที่ใจกลางห้อง บนโต๊ะยาวสีขาวตรงนั้นมีโครงกระดูกนอนหงายอยู่คนหนึ่ง

    จากรูปร่างที่มีขนาดเล็ก คงเป็นชนเผ่าหนูไม่ผิดแน่นอน

    ในมือของเขามีหนังสือดูเก่าแก่ถืออยู่เล่มหนึ่ง

    ข้าน้อยเดินไปหยิบมันขึ้นมาดู

    “ (นี่มัน… ภาษาโบราณนี่?) ”

    สิ่งที่เขียนอยู่ในหนังสือเล่มนั้นคือบันทึกเก่าแก่

    โชคดีที่ข้าน้อยถูกฝึกสอนให้เขียนและอ่านภาษาโบราณออก เลยสามารถอ่านเล่มนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา

    ปีที่เขียนนั้น ถูกเขียนด้วยตัวย่อที่ข้าน้อยไม่เคยเห็นมาก่อน รวมไปถึง วัน เดือน ปี เองก็ถูกเขียนด้วยระบบตัวเลขของยุคโบราณ

    ที่สำคัญคือเนื้อหาที่แปลกประหลาด

    มันมีแต่เรื่องราวบ้าบออย่าง “วันนี้ถูกกองบินเอเลี่ยนหูยาวโจมตีที่หมู่ดาว xxx” หรืออย่าง “ยานสำรวจกลับมาพร้อมกับสิ่งมีชีวิตประหลาดรูปร่างงูที่มีขาแมงมุมจากดาว REDIRPS” อะไรแบบนี้

    ส่วนข้อความสุดท้ายของบันทึกนั้น ถูกเขียนเอาไว้อย่างน่าเศร้าว่า



    นี่อาจเป็นบันทึกสุดท้ายของข้า

    ไม่มีลูกเรือเหลือรอดอยู่ในบริเวณนี้อีกต่อไปแล้ว

    ตัวยานเสียหายหนัก เตาพลังงานพังทลายมากกว่าครึ่ง และจวนเจียนจะระเบิดได้ทุกเวลา

    เส้นทางเชื่อมต่อถูกตัดขาดพังทลาย ระบบประตูมิติเองก็เสียหาย ไร้หนทางกลับไปแล้ว

    ข้าไม่อาจสื่อสารกับห้องควบคุมหลักได้ ดังนั้นในเตาพลังงานที่ 7 จึงมีเพียงข้าคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด

    ถ้าหากว่าปล่อยเอาไว้แบบนี้ เตาพลังงานคงระเบิด และอาจทำให้ยาน [โนอาร์] แหลกเป็นชิ้น ๆ

    ข้ามีแต่ต้องทำมัน

    แต่ว่านี่จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือเปล่า?

    ถ้าหากว่าข้าปิดระบบพลังงานลง พลังงานภาพรวมของยานจะตกลงไปด้วยเช่นกัน

    หากว่าตอนนี้ตัวยานเดินเครื่องด้วยเตาพลังงานที่ 7 เพียงเครื่องเดียวอยู่ละ?

    การปิดเตาพลังงานของข้าอาจจะทำให้ยานเสียพลังงานจนร่วงไปตกใส่ดาวสักดวงหนึ่งได้

    แต่ระหว่าง [ตาย] เพราะยานระเบิด กับ [มีโอกาสตาย] เพราะยานตกนั้น คำตอบคงมีแค่อย่างเดียว

    ดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องปิดระบบของเตาที่ 7 …

    และถ้าเป็นไปได้ หากว่ามีใครสักคนในอนาคตคิดจะมาเปิดระบบเตาพลังงานที่ 7 อีกครั้ง

    ขอจงอย่าได้เปิดมัน

    เพราะว่ามันอาจจะระเบิดขึ้นมาได้

    นี่คือคำขอร้องสุดท้ายของข้า

    อย่าได้เปิดมันขึ้นมาอีกครั้งเป็นอันขาด



    เรื่องบ้าอะไรเนี่ย…

    “มันเขียนอะไรเอาไว้หรือดอง? ”

    “แค่นิยายบ้า ๆ บอ ๆ เล่มหนึ่งเจ้าค่ะ”

    ข้าน้อยนำหนังสือเก่าเก็บกลับไปวางข้างโครงกระดูกตามเดิม

    บางทีชนเผ่าหนูคนนี้คงจะถูกจับมาเป็นเหยื่อ แล้วหนีรอดมาได้โดยบังเอิญ แต่มาพบทางตันที่นี่เหมือนพวกข้าน้อย สุดท้ายเลยเพี้ยนขึ้นสมองแล้วเขียนออกมาเป็นนิยายแบบนี้จนตายมากกว่า

    หรืออาจมองได้ว่าโครงกระดูกนี้คือชะตากรรมของพวกข้าน้อยในอนาคต

    “ให้ตายสิ นี่ต้องมาจบชี---”

    " [ยินดีต้อนรับสู่เตาพลังงานที่ 7 และคลังแสงประจำยานโนอาร์ค่ะ] "

    "ใคร!? "

    ข้าน้อยรีบกระโดดลงจากโต๊ะพร้อมกับหันไปเตรียมรับมือต้นเสียงนั้น

    ที่ใจกลางอากาศมีภาพของสตรีชนเผ่าหมาป่าปรากฏอยู่

    เธอมีดวงตากับสีผมคล้ายกับร่างจำแลงของท่านเทพโนอาร์ แต่ต่างตรงที่ขนาดหน้าอกเล็กกว่า และมัดผมเป็นเกลียวคล้ายเขาแพะแนบไว้ข้างหูหมาป่าทั้งสองข้าง

    ทุกคนในห้องโถงต่างหันมาจับจ้องเธอเป็นสายตาเดียวกัน

    " [เราคือระบบเตาสุริยะที่ 7 [สล็อต] หนึ่งในระบบสนับสนุนระบบหลักโนอาร์ค่ะ] ”

    หนึ่งในระบบสนับสนุนท่านเทพโนอาร์?

    หรือว่าจะเป็น!?

    "หรือว่า… เธอจะเป็นผู้ติดตามของท่านเทพโนอาร์อย่างงั้นหรือเจ้าค่ะ! "

    "... จะตีความเป็นเช่นนั้นก็ได้เช่นกันค่ะ"

    ไม่อยากจะเชื่อ!

    บริวารของท่านเทพกำลังพูดคุยกับข้าน้อยอยู่เจ้าค่ะ! ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีวันที่ท่านเทพลงมาตอบรับเสียงของข้าน้อยด้วย!

    เป็นที่รู้กันดีว่า [ไพไรน์] จากชนเผ่าสิงโตคือผู้ที่ถูกเลือกโดยเทพเจ้า [โนอาร์] จนถึงขนาดท่านจำแลงร่างลงมาคอยยืนดูแลอยู่เคียงข้าง

    แต่ท่านเทพโนอาร์ไม่เคยยื่นมือให้ความช่วยเหลืออะไรง่าย ๆ ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าไปขออะไรเอาแต่ใจจากท่านสักคน

    ไม่อย่างงั้นไพไรน์จากชนเผ่าสิงโตคงไม่ต้องลำบากพิชิตบททดสอบ เพื่อให้ท่านโนอาร์ขับไล่พวกเผ่าอสูรกายหรอกนะ

    ถึงจะไม่รู้ว่าบททดสอบของเขาคืออะไร แต่คงเป็นอะไรที่ยากลำบากมากแน่นอนละ

    แต่ถ้าอยากให้พูดถึงความรู้สึกของข้าน้อยในตอนนี้แล้ว...

    “ข้าน้อยคือ [ทัวร์มาลีน-เอท] ลูกศิษย์ลำดับที่แปดของ [ควอร์ตไซต์] ได้โปรดช่วยเหลือข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ! ”

    ได้โปรด ถ้าหากว่าท่านยังรักในตัวลูกหลานของท่านอยู่ละก็

    ได้โปรดช่วยตอบรับคำขอของข้าน้อยด้วย

    “ท่านจะมอบบททดสอบอะไรให้กับข้าน้อยก็ได้ ข้าน้อยยินดีรับทำทุกอย่าง! ขอแค่ท่านช่วยเหลือข้าน้อย ช่วยปราบพวก สไปเดอร์-อาร์บอก ให้ข้าน้อยด้วยเถอะค่ะ! ”

    ได้โปรด… มอบความช่วยเหลือให้กับข้าน้อยสักครั้งทีเถอะค่ะ!

    “ [รับทราบ ลงบันทึกเจ้านาย [ทัวร์มาลีน-เอท] เตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนแห่งโนอาร์ เปิดระบบ [ปราบปรามสัตว์รบกวน] เดียวนี้] ”



    ***



    หลังสิ้นเสียงที่อ่อนหวาน ทุกอย่างก็ฉับพลันเงียบงัน

    “? ”

    กระต่ายน้อยสีดำกับพวกลิลลี่ต่างหันมามองกันเองอย่างสับสนงุนงง

    “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ” พวกเขาคิดเหมือนกันเช่นนั้น

    “ปี้! ”

    คนที่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงแรกคือเจ้ามังกรน้อยของพรุน

    มันรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เพิ่มมากขึ้นจากใต้พื้นดิน

    “ปิ ปิ ปี้! ”

    แรงสั่นสะเทือนนั้นมากขึ้นจนเจ้ามังกรน้อยรู้สึกหวาดกลัวแล้วเลื้อยไปขดอยู่บนคอของภูติน้อยหัวเขียว

    “เดียว จะทำอะไรนะเจ้ามังกรขี้เรื้อน! … เหวออออ! ”

    แรงสั่นสะเทือนที่เพิ่มมากขึ้นนั้น ทำให้ห้องโถงที่พวกเธออยู่พังทลาย

    ผ้าเพดานสีขาวที่บุบได้เสียสมดุลและพังคลืนลงมา ผนังกระจกหนาปริแตกเป็นเศษข้าวโพด ทุกอย่างรอบตัวพวกเธอกำลังกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

    อาจเป็นโชคดีในโชคร้ายที่พวกเธอรวมตัวกันอยู่จุดศูนย์กลางของห้องโถง เลยทำให้รอดจากการถูกกำแพงถล่มลงมาทับได้อย่างหวุดหวิด

    ส่วนผ้าเพดานที่ถล่มลงมาช่วงกลางห้องนั้น ได้ถูกจาวิสถีบกระเด็นออกไปไกลแล้ว

    “ไม่ดีแล้วแบบนี้…”

    ดิวซ์พูดพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด

    ถึงจะรอดจากการถูกทับอยู่ใต้อาคาร แต่ตอนนี้พวกเธอไม่มีกระจกหรือกำแพงคอยขวางกั้นฝูง สไปเดอร์-อาร์บอก อีกต่อไปแล้ว

    เมื่อควันฝุ่นจางลง เสียงถล่มได้หยุดตัวลง พวกฝูงอสรพิษแมงมุมร้ายก็หวนกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับรังอันเป็นที่รักของมัน

    *ฟ่อ! *

    ร่างของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏใจกลางรังนั้น ทำให้พวกมันโกรธเป็นอย่างมาก

    เพราะพวกมันเข้าใจไปว่าพวกเธอคือคนร้ายที่มาทำรายรังของมัน

    “ขอแจ้งว่ากำลังถูกรุมจากทุกทิศค่ะ”

    “แค่เห็นก็รู้แล้วดอง! ”

    ลิลลี่ตอบจาวิสด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนกไม่แพ้ดิวซ์

    เธอรีบใช้พลังงานจำนวนมากแปรรูปอากาศโดยรอบ เปลี่ยนพวกมันให้เป็นกระสุนพลาสม่าในการโจมตี

    ส่วนลูกมังกรวารีที่พันรอบคอของเธอนั้น เหมือนจะทราบหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี จึงอ้าปากออกกว้างพร้อมกับพ่นไฟสีทองออกไปอย่างต่อเนื่อง

    เปลวไฟสีทองพุ่งเข้าปะทะกับเส้นใยสีดำจนลุกไหม้กลางอากาศ

    ถึงศัตรูจะมีจำนวนมากกว่า แต่เจ้ามังกรน้อยก็พยายามพ่นไฟต้านทานอย่างสุดความสามารถจนใบหน้าซีดเซียวและอ่อนแรง



    “ใครมันจะยอมแพ้เจ้าตัวจิ๋วกันละ! ”

    “เปิดระบบต่อสู้”

    ดิวซ์วิ่งออกไปพร้อมกับจาวิส

    มือทั้งสองข้างของสตรีสวมชุดเมดถูกหุ้มไปด้วยแสงสีฟ้าที่มีความร้อนสูง

    ส่วนสตรีในชุดรัดรูปสีดำก็เร้นกายหายไปในเงามืดอย่างลึกลับ

    ภายในดวงตาของพวกอสรพิษร้าย กำลังถูกแสงสีฟ้าช่วงชิงความสนใจไป

    พวกมันเริ่มวิ่งไล่ตามโจมตีจาวิสราวกับฝูงไฮยีน่าที่หิวโหย

    แต่เมดคนนี้ไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดา

    เธอมีระบบ [เรียนรู้] ที่สามารถเรียนรู้พัฒนาตัวเองได้อย่างมิรู้จบ

    จากประการณ์ความพ่ายแพ้ของการถูกรุมโจมตีครั้งที่แล้ว ทำให้เธอสร้างรูปแบบของการโจมตีนับล้านขึ้นภายในโปรแกรมวิเคราะห์ของเธอ

    ผลลัพธ์ของความุมานะนั้น จึงทำให้เธอสามารถคาดเดาพฤติกรรมของพวกมันได้ราวกับว่ามองเห็นอนาคต

    เธอเคลื่อนไหวอย่างผู้รู้อนาคต หลบทุกการโจมตีของฝูงสัตว์ร้าย และใช้ความร้อนจากฝ่ามือดึงสายตาของพวกมัน วิ่งไปตามแนวสันซากปรักหักพัง จนกลายเป็นภาพสุดสยองขวัญที่มีฝูงสีดำวิ่งไล่ล่าตาม

    คลื่นทะเลสีดำที่เต็มไปด้วยขาแหลมพร้อมเสียงน่าสะอิดสะเอียนดังไล่หลังจาวิสอย่างต่อเนื่อง

    แต่พวกมันไม่มีวันไล่ตามจาวิสทันได้

    จาวิสคำนวณความเร็วของพวกมันมาเป็นอย่างดี แล้วใช้ระบบทรัสเตอร์กลางแผ่นหลังควบคุมความเร็วในระดับที่ไม่ช้าและเร็วจนเกินไป

    เธอกำลังวิ่งในระดับที่พวกอสรพิษแมงมุมคิดว่า [ยังไล่ตามเหยื่อตัวนี้ทันได้อยู่!]

    พวกมันไม่รู้ตัวเลยว่าเหยื่อตรงหน้าเป็นแค่ตัวล่อที่นำพาความตายมาสู่พวกมัน

    ท่ามกลางคลื่นสีดำอันน่ากลัวนั้น มีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ารอคอยเอาชีวิตของพวกมันอยู่

    ดาบแห่งยมทูตสีดำถูกกวัดแกว่งออกมาจากในเงามืด มันเฉือดเฉือนหัวของอสรพิษด้วยคลื่นรังสีจนขาดสะบั้น

    รวดเร็ว เงียบงัน และไม่เหลือร่องรอยของผู้กระทำเอาไว้ ณ ที่แห่งนั้น

    เป็นการลอบฆ่าที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ

    “จะยิงแล้วดอง! ”

    แล้วการโจมตีของภูติน้อยก็ถูกลั่นออกไป

    บอลพลาสม่าขนาดหนึ่งเมตรจำนวนสิบลูกถูกยิ่งออกไปใส่ฝูงของสัตว์ร้าย

    แสงสีแดงจมหายไปในมวลสีดำขนาดใหญ่ที่ขยับไล่ตามเมดสีขาว

    กองไฟสิบกองได้ลุกไหม้ขึ้น มันแผดเผา หลอมละลายแผ่นดินจนกลายเป็นบ่อลาวาขนาดย่อม

    พื้นได้กลายเป็นสีแดงฉานแทรกตัวไปตามแผ่นดินสีดำ

    การโจมตีของเธอนั้นได้ฆ่าเอาชีวิตของอสรพิษแมงมุมไปนับร้อยตัว

    แต่พวกมันมีเป็นหมื่นตัว ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเธอจึงยังไม่จบ

    จำนวนมันต่างกันเกินไป

    แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น

    “เตรียมยิงรอบสอง ดอง! ”

    “รับทราบ! ”

    “ปี้! ”

    พวกเธอยังไม่ยอมแพ้

    ใช่พวกเธอไม่ยอมแพ้ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนต่างกันมากเพียงนี้

    “สุดยอด…”

    ภาพการต่อสู้ที่มีระเบียบแบบแผนอย่างไม่ยอมแพ้ของพวกเธอ ทำให้ [ทัวร์มาลีน-เอท] รู้สึกประทับใจ

    ไม่ใช่รอคอยให้เทพเจ้าที่ไหนลงมาช่วย และไม่ใช่การบ้าบิ่นเข้าสู้อย่างไร้สมอง แต่เป็นการดิ้นรนอย่างมีความหวังเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันสิ้นหวัง

    ช่างเป็นการดิ้นรนสู้ที่งดงามนัก…



    เมื่อเห็นภาพการต่อสู้ที่สวยงาม เอทจึงตัดสินใจละทิ้งความคิดที่จะฆ่าตัวตายทิ้งไป

    เธอใช้มือขวาล้วงเข้าไปในปาก แล้วจัดการดึงฟันกรามปลอมที่ใส่ยาพิษออกมาทิ้งลงตรงพื้น

    “ข้าน้อยขอสู้ตายด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ! ”

    ว่าแล้วกระต่ายน้อยก็ตั้งท่าเตรียมต่อสู้กับฝูงอสรพิษแมงมุมนับหมื่นที่กำลังโถมเข้ามา

    “ย๊ากกกก! ”

    “ว๊ากกกก! ”

    “ดองงงง! ”

    “ปี้ปปปป! ”

    “...”

    ทั้งสามคนกับอีกหนึ่งตัวคำรามเสียงสงครามเพื่อปลุกพลังใจตัวเอง แล้วลุยเข้าใส่กองทัพนับหมื่นของสัตว์ร้ายอีกครั้ง

    ใช่ แค่สามคนกับอีกหนึ่งตัวเท่านั้น

    “ขอแจ้งทุกคนว่าไม่จำเป็นต้องสู้แล้วค่ะ”

    “ซะงั้น! ”

    ทั้งสามคนที่ออกตัววิ่งต่างเบรกขาตัวเองแทบจะไม่ทัน

    “ทำไมละดอง? ”

    “ขอแจ้งว่ามีการโจมตีชุดใหญ่มาจากทางทิศตะวันตกค่ะ”

    “ทิศตะวันตก? ”

    พวกเธอหันไปมองตามทิศที่จาวิสชี้

    แผ่นดินที่สั่นสะเทือนได้หยุดลงแล้ว

    ห้องโถงเก็บอาวุธที่เคยมืดมิดเริ่มเต็มไปด้วยแสงสว่างประดิษฐ์จำนวนมาก

    “ [เปิดระบบ กู้พลังงานคืน 50% โครงสร้างเสียหาย 80% คำเตือน ไม่แนะนำให้เปิดระบบพลังงานมากไปกว่านี้ ยังต้องการจะดำเนินการต่อหรือไม่ ท่าน [ทัวร์มาลีน-เอท] ?] ”

    “เขาถามเธอนะดอง”

    “... เปิดระบบเลยเจ้าค่ะ”

    “ [รับทราบ] ”

    เสียงหวานน่ารักดังขึ้นเช่นนั้น พร้อมกับที่เกิดเสียงดังและมีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมาตามมุมผนังของโรงเก็บอาวุธ

    แสงสว่างนั้นมีขนาดเท่าซุ้มประตูขนาดใหญ่กว่าห้าเมตร และมีเป็นจำนวนมาก

    ข้างในแสงนั้นคือกองทัพเมดสีดำสูง 140 เซนติเมตร ที่มีรูปลักษณ์เหมือนกันราวกับแกะ

    พวกเธอมีผมสีเงินถักเป็นเปียคล้ายเขาแพะแนบข้างหูหมาป่าบนหัว

    ถึงพวกเธอจะดูบอบบาง แต่อาวุธที่พวกเธอถือกลับมีขนาดใหญ่น่ากลัวจนไม่น่าเชื่อว่าร่างเล็ก ๆ นั้นจะสามารถถือไหวได้

    อาวุธพวกนั้นมีรูปร่างคล้ายกับโล่ที่นำไปติดอยู่บนปืนใหญ่แบบโบราณ

    “ [เติมพลังงานหุ่นยนต์รับใช้เรียบร้อย พร้อมทำการกวาดล้างได้] ”

    หลังสิ้นเสียง กองทัพหุ่นยนต์ก็เริ่มเคลื่อนตัวผ่าน [ประตูมิติ] เข้ามายืนเรียงเป็นแถวนักรบอยู่ในห้องเก็บอาวุธกันอย่างพร้อมเพรียง

    พวกเธอใช้พลังและอาวุธที่เหนือกว่าอย่างทาบไม่ติดกวาดล้างกองทัพอสรพิษจนเหี้ยน

    ใช้โล่ที่ติดบนปืนใหญ่โบราณต่างอาวุธฟันแทง และใช้กระบอกปืนใหญ่ฟาดทุบทำลายต่างค้อนศึกสงคราม และหากได้จังหวะ พวกเธอก็จะลั่นกระสุนระเบิดออกไปแผดเผารังจนย่อยยับ

    รังสีดำถูกเผาทำลายจนกลายเป็นทะเลเพลิงสีแดงฉาน

    ไข่จำนวนนับแสนจมไปใต้กองเพลิงพร้อมกับเสียงลูกน้อยที่ระเบิดแตกตัวออกอันเนื่องจากคลื่นความร้อน

    เพราะการปรากฏตัวของศัตรูที่ร้ายกาจหน้าใหม่ เลยทำให้พวกฝูงสัตว์ร้ายล้มเลิกความคิดที่จะทำร้ายเหยื่อตรงหน้า แล้วหันไปต่อสู้กับพวกหุ่นยนต์เมดแทน

    “รอดแบบงง ๆ เลยดอง”

    “ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่านเทพโนอาร์เจ้าค่ะ”

    อาณาจักรของ สไปเดอร์-อาร์บอก อันยิ่งใหญ่กำลังถูกทำลาย

    “จบแล้วสินะดอง…”

    ใช่ มันจบแล้ว

    ถ้าหากว่าไม่มี [เจ้านั่น] อยู่ที่นี่



    รังที่สร้างมานานนับพันกว่าปี

    อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่จนไม่มีเจ้าป่าอื่นกล้าเข้ามารุกราน

    ต้องต่อสู้ ต้องแย่งชิงชีวิตมาตั้งมากมาย กว่าจะได้กลายเป็นมหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้

    และมันกำลังถูกทำลาย

    มันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งเพื่อปกป้องดินแดนของมัน

    ดังนั้นมันจึงโกรธ

    ใครกันที่บังอาจมาทำให้ข้าต้องตื่นขึ้น?

    ใครกันที่บังอาจทำให้ข้าต้องรู้สึกเหนื่อย?

    อสรพิษร้ายขนาดยาวกว่าสามสิบเมตรกำลังลุกขึ้นด้วยความโกรธ

    เกล็ดสีดำอันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้ากำลังสะท้อนแสงไฟของห้องจนแสบตา

    ขาแมงมุมที่ใหญ่โตถูกกระแทกลงแผ่นดินอย่างรุนแรงจนกลายเป็นแผ่นดินไหวขนาดย่อม

    มันจับจ้องไปที่กองทัพหุ่นยนต์เมดด้วยดวงตาอาฆาตแค้น

    “ [กำจัดสัตว์รบกวนขนาดใหญ่] ”

    กระสุนระเบิดเพลิงชุดแรกถูกยิงใส่เจ้าอสรพิษแมงมุมยักษ์

    แต่เปลวไฟที่ระเบิดออกมานั้น ไม่สามารถทำอะไรเกล็ดสีดำของมันได้เลย

    “ [เปลี่ยนหัวกระสุน-บรรจุกระสุนระเบิดแรงโน้มถ่วง] ”

    กระสุนระเบิดแรงโน้มถ่วงถูกยิ่งออกมาจากปืนใหญ่ที่กองทัพเมดถือ

    กระสุนพวกนี้เมื่อแตกตัวออก มันจะสร้างเป็นสนามแรงดึงดูดที่รุนแรงอันหนักอึ้ง

    สิ่งมีชีวิตที่ตกอยู่ใต้สนามโน้มถ่วงนี้ จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากถึงห้าสิบเท่า

    พวก สไปเดอร์-อาร์บอก ต่างขาหักและถูกบี้แบนตายคาพื้นดิน

    แต่ไม่ใช่กับเจ้าตัวจ่าฝูง

    ขาของมันยังคงเคลื่อนไหวภายใต้แรงโน้มถ่วงห้าสิบเท่าได้อยู่

    เสียงเดินเท้าของมันดังกังวาลกึกก้องจนได้ยินไปไกลถึงพันลี้

    มันใช้ขาแมงมุมอันแข็งแกร่งยกตัวเองขึ้นสูง แล้วเริ่มหมุนควงตัวเองเป็นเกลี่ยวสว่าน

    “แย่แล้ว รีบหาที่หลบเร็วเจ้าค่ะ! ”

    เอทกรีดเสียงร้องลั่น พร้อมกับที่เกิดแรงลมระเบิดพัดออกมาอย่างรุนแรง

    เจ้าตัวจ่าฝูงใช้หางอันใหญ่โตของมัน รวมกับแรงหมุนในการตวัดฟาดหางออกไป

    หางที่ยาวและใหญ่โตนั้น ได้กลายเป็นคลื่นสึนามิสีดำที่พัดกวาดทุกสิ่งให้จมหายไป

    เพียงพริบตาเดียว กองทัพหุ่นยนต์เมดอันแข็งแกร่งก็หายไปมากกว่าครึ่ง หายไปพร้อมกับพื้นที่ครึ่งหนึ่งของโรงเก็บอาวุธแห่งนี้

    กำแพง หลังคา และพื้นถูกกวาดทำลายจนสิ้นจนเห็นโลกภาพนอกที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องได้อย่างชัดเจน

    นี่คือพลังของผู้ที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของป่าเส้นด้ายดำ พลังของจ่าฝูงที่มีชื่อถูกเรียกขานในอดีตว่า

    [เนทีส-เอเคน]