***น้องเล็ก [ทัวร์มาลีน-เอท]
“เย็บให้เสร็จแล้ว คราวนี้อย่าเผลอทำชุดขาดอีกละลี่”
“สมกับเป็นแม่ศรีเรือนดิวซ์ ขอบคุณมากเลย ดอง~”
ยัยดองกำลังยิ้มแก้มปริน่าหยิกให้กับเพื่อนเผ่าอสูรไร้ขนที่ช่วยเย็บซ่อมชุดให้อยู่
ก้นลูกท้อขาวน่ารักของยัยดองถูกปกปิดเก็บมิดชิดด้วยชายกระโปรงสีขาวอีกบริสุทธิ์อีกครั้ง
"ว่าแต่พวกดิวซ์รอดมาได้ยังไง? แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ตรงนี้นะดอง? "
"ให้จาวิสตอบแล้วกัน"
"ปี้~"
สัตว์รูปร่างคล้ายงูมีเกล็ดสีฟ้ากับยัยที่ชื่อดิวซ์หันไปทางสาวเมดชุดสีขาวพร้อมกัน
"ค่ะ หลังจากพลาดท่าถูกจับมาพร้อมกัน ฉันก็รีบสลัดหนีออกมา แล้วหาจังหวะช่วยคุณดิวซ์กับคุณมังกรวารีผู้น่ารัก ก่อนจะรีบตามหาคุณลี่จากเครื่องติดตามที่ฝั่งอยู่ในตัวในวันนี้ค่ะ"
"วันนี้? เครื่องติดตาม? "
"ใช่ค่ะ วันนี้คือวันที่ 11 เดือนเอนมูว์ทัวร์ สรุปคือผ่านมาสองวันนับจากวันที่ถูกลักพาตัวมาค่ะ ส่วนเรื่องเครื่องติดตาม หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายครั้งแล้ว ท่าน ผอ. ยะมะโตะจึงสั่งให้ฉันฝังเครื่องติดตามลงไปในร่างกายของคุณลิลลี่เอาไว้ค่ะ เวลามีอะไรเกิดขึ้น จะได้ลากคอกลับมาได้ทันทีค่ะ”
“ละเมิดสิทธิส่วนตัวดอง! ”
ยัยดองประท้วงคนที่ชื่อจาวิซทั้งน้ำตา
พวกเขาดูสนิทกันมากทีเดียว
พอเห็นแบบนี้แล้วก็พลานกลับมาเปรียบเทียบกับชีวิตของตัวเองไม่ได้
ไร้ญาติมิตร ไม่รู้ประวัติชาติเกิดตัวเอง พอจำความได้ ก็รู้แค่ว่าตนเองคือเด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยงแล้ว
คนที่เรียกได้ว่าใกล้ชิดที่สุดจึงมีเพียงแค่บรรดาพี่ใหญ่กับท่านผู้กล้าที่เก็บข้าน้อยมาดูแล
ทั้งชีวิตต้องถูกจับแยกจากสังคม ถูกฝึกโหดเพื่อให้เป็นนักฆ่ามือหนึ่งของชนเผ่า
ข้าน้อยมักถูกสอนเป็นประจำว่า "นี่คือการเสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม ดังนั้นจงภูมิใจในตนเองที่ถูกรับเลือกเข้ามาฝึกเสียเถิด"
ข้าน้อยเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมแบบนั้นเจ้าค่ะ
“---หลังจากที่รอดมาได้---”
ยัยดองยังคงพูดคุยกับเพื่อนของเธอโดยไม่สนใจข้าน้อยแม้แต่นิดเดียว
หึ!
ใช่แล้ว! ข้าน้อยไม่มีทางเป็นเพื่อนกับใครได้หรอก! คนสำคัญของข้าน้อยมีเพียงแค่พวกพี่ใหญ่กับท่านผู้กล้าควอร์ตไซต์เท่านั้น!
คำว่าเพื่อนไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ!
เปล่าประโยชน์เจ้าค่ะ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์!
นี่พูดจริง ๆ นะ!
“และนี่คือเพื่อนใหม่ของฉัน [ทัวร์มาลีน-เอท] นะดอง”
“สวัสดีเจ้าค่ะ! ข้าน้อยชื่อ [ทัวร์มาลีน-เอท] อายุ 15 ปี สูง 165 รอบอก [A] ชอบกินอาหารรสจืดที่สุดเจ้าค่ะ! เป็น [สหายชีวิต] ของยัยดองเจ้าค่ะ! ชีวิตนี้ถูกยัยดองช่วยชีวิตเอาไว้ถึงสองครั้ง ไม่สิ.. สามครั้งเจ้าค่ะ! ถึงจะรังเกียจเผ่าอสูรกายที่ฆ่าท่านแม่บุญธรรมไป แต่กับยัยดองแล้วต่างออกไปเจ้าค่ะ! ข้าน้อยไม่เคยเจอใครจิตใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์แลละงดงามอย่างยัยดองมาก่อนเลยเจ้าค่ะ! แล้วสีที่ชอบคือ---"
***ผ่านไปสิบนาที
" บลา บลา บลา---เพราะอย่างงั้นจึงขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะเจ้าค่ะ! "
"..."
ทำไมนิ่งเงียบเป็นป่าช้าแบบนั้นละเจ้าคะ?
" เออ… ตอนนี้แนะนำตัวกันเสร็จแล้ว งั้นรีบหาทางออกกันเถอะทุกคน… แล้วอีกเรื่อง ได้โปรดเรียกฉันว่า [ลี่] ทีเถอะ ดอง~"
"เจ้าค่ะ [ยัยดอง] "
"..."
[เพื่อน] ผู้น่ารักหัวเขียวถอนหายใจให้ฉันทีหนึ่ง ก่อนจะเดินตามคนที่ชื่อจาวิสไปในช่องทางเดินอันมืดมิดอย่างเงียบ ๆ
อ่าว… นี่ข้าน้อยใช้คำพูดอะไรผิดไปหรือเปล่านะ? ไม่ใช่ว่าการ [ตั้งชื่อเล่น] ให้กัน คือวิธีการตีสนิทหรอกหรือเจ้าคะ?
พวกเผ่าอสูรกายนี่เข้าใจยากจริง ๆ เจ้าค่ะ
พวกเราเดินมาตามเส้นทางที่มืดมิดอย่างระมัดระวัง
แสงไฟเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเรามี คือแสงที่ส่องสว่างออกมาจากปีกของยัยดอง
สวยจัง~
"ที่นี่มัน… คล้ายกับห้องโถงต้อนรับเมื่อตอนนั้นเลยดอง"
ยัยดองพูดอะไรสักอย่างออกมาในตอนที่พวกเราหลุดเข้าไปในห้องโถงขนาดใหญ่
มันเป็นห้องโถงทรงวงรีที่ปูพื้นด้วยหินตัดขอบเข้ารูปทรง
มีเพดานผิวเรียบไร้รอยต่อ เครื่องเรือนดูหรูหราประดุจเป็นผลงานฝีมือระดับปรมจารย์
[ยิน---ต้อนรับ]
มีเสียงของเด็กผู้หญิงดังขึ้นมาจากผ้าเพดาน
พริบตานั้นเองที่ห้องโถงมืดมิดฉับพลันกลายเป็นสว่างเจิดจ้า
แต่มีแสงสว่างเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
ผนังกับผ้าสีขาวหลายส่วนอยู่ในลักษณะบิดงอผิดรูป แสงไฟเองก็สว่างเพียงเฉพาะส่วนที่ดูสมบูรณ์เท่านั้น
พื้นที่สวยงามเองก็มีเพียงหนึ่งในสาม เพราะส่วนที่เหลือนั้นพังทลาย และถูกแทรกขึ้นมาด้วยรากไม้ใหญ่
ห้องโถงที่พังทลายและมีแสงสว่างอย่างน่าประหลาดนี้ มีโต๊ะยาวตั้งอยู่ใจกลางห้องอย่างโดดเด่น
"ทุกคนระวังเจ้าค่ะ! "
ข้าน้อยตั้งท่าเตรียมโจมตีไปที่อีกฟากของโต๊ะยาวนั้น
บนกำแพงด้านหลังของโต๊ะยาวคือกระจกบานใหญ่
ถึงจะดูเก่าและมีรอยเปื้อนมากมาย แต่มันยังคงความใสเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด
และสิ่งที่เผยให้เห็นด้านหลังกระจกบานนั้น ก็คือฝูงของ สไปเดอร์-อาร์บอก จำนวนมาก
พวกมันเดินไต่ไปตามผนังทุกตารางนิ้ว มีขนาดตั้งแต่หนึ่งเมตรไปจนสิบเมตร และพ่นใยสีดำกางดักไปทั่วจนชวนให้รู้สึกขนลุกขนพอง
"ดูเหมือนว่าทางออกจะอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ…"
ใต้กระจกบานใหญ่มีสิ่งที่คล้ายประตูติดตั้งเอาไว้อยู่
นอกจากประตูบานนั้นแล้ว ก็ไม่เห็นทางออกอื่นปรากฏอยู่ที่ไหนอีกแล้วเจ้าค่ะ
แบบนี้ก็หนีออกไปทางนั้นไม่ได้นะสิ
"มิ… มีโครงกระดูกใจกลางห้องด้วย ดอง! "
ที่ใจกลางห้อง บนโต๊ะยาวสีขาวตรงนั้นมีโครงกระดูกนอนหงายอยู่คนหนึ่ง
จากรูปร่างที่มีขนาดเล็ก คงเป็นชนเผ่าหนูไม่ผิดแน่นอน
ในมือของเขามีหนังสือดูเก่าแก่ถืออยู่เล่มหนึ่ง
ข้าน้อยเดินไปหยิบมันขึ้นมาดู
“ (นี่มัน… ภาษาโบราณนี่?) ”
สิ่งที่เขียนอยู่ในหนังสือเล่มนั้นคือบันทึกเก่าแก่
โชคดีที่ข้าน้อยถูกฝึกสอนให้เขียนและอ่านภาษาโบราณออก เลยสามารถอ่านเล่มนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา
ปีที่เขียนนั้น ถูกเขียนด้วยตัวย่อที่ข้าน้อยไม่เคยเห็นมาก่อน รวมไปถึง วัน เดือน ปี เองก็ถูกเขียนด้วยระบบตัวเลขของยุคโบราณ
ที่สำคัญคือเนื้อหาที่แปลกประหลาด
มันมีแต่เรื่องราวบ้าบออย่าง “วันนี้ถูกกองบินเอเลี่ยนหูยาวโจมตีที่หมู่ดาว xxx” หรืออย่าง “ยานสำรวจกลับมาพร้อมกับสิ่งมีชีวิตประหลาดรูปร่างงูที่มีขาแมงมุมจากดาว REDIRPS” อะไรแบบนี้
ส่วนข้อความสุดท้ายของบันทึกนั้น ถูกเขียนเอาไว้อย่างน่าเศร้าว่า
นี่อาจเป็นบันทึกสุดท้ายของข้า
ไม่มีลูกเรือเหลือรอดอยู่ในบริเวณนี้อีกต่อไปแล้ว
ตัวยานเสียหายหนัก เตาพลังงานพังทลายมากกว่าครึ่ง และจวนเจียนจะระเบิดได้ทุกเวลา
เส้นทางเชื่อมต่อถูกตัดขาดพังทลาย ระบบประตูมิติเองก็เสียหาย ไร้หนทางกลับไปแล้ว
ข้าไม่อาจสื่อสารกับห้องควบคุมหลักได้ ดังนั้นในเตาพลังงานที่ 7 จึงมีเพียงข้าคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด
ถ้าหากว่าปล่อยเอาไว้แบบนี้ เตาพลังงานคงระเบิด และอาจทำให้ยาน [โนอาร์] แหลกเป็นชิ้น ๆ
ข้ามีแต่ต้องทำมัน
แต่ว่านี่จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือเปล่า?
ถ้าหากว่าข้าปิดระบบพลังงานลง พลังงานภาพรวมของยานจะตกลงไปด้วยเช่นกัน
หากว่าตอนนี้ตัวยานเดินเครื่องด้วยเตาพลังงานที่ 7 เพียงเครื่องเดียวอยู่ละ?
การปิดเตาพลังงานของข้าอาจจะทำให้ยานเสียพลังงานจนร่วงไปตกใส่ดาวสักดวงหนึ่งได้
แต่ระหว่าง [ตาย] เพราะยานระเบิด กับ [มีโอกาสตาย] เพราะยานตกนั้น คำตอบคงมีแค่อย่างเดียว
ดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องปิดระบบของเตาที่ 7 …
และถ้าเป็นไปได้ หากว่ามีใครสักคนในอนาคตคิดจะมาเปิดระบบเตาพลังงานที่ 7 อีกครั้ง
ขอจงอย่าได้เปิดมัน
เพราะว่ามันอาจจะระเบิดขึ้นมาได้
นี่คือคำขอร้องสุดท้ายของข้า
อย่าได้เปิดมันขึ้นมาอีกครั้งเป็นอันขาด
เรื่องบ้าอะไรเนี่ย…
“มันเขียนอะไรเอาไว้หรือดอง? ”
“แค่นิยายบ้า ๆ บอ ๆ เล่มหนึ่งเจ้าค่ะ”
ข้าน้อยนำหนังสือเก่าเก็บกลับไปวางข้างโครงกระดูกตามเดิม
บางทีชนเผ่าหนูคนนี้คงจะถูกจับมาเป็นเหยื่อ แล้วหนีรอดมาได้โดยบังเอิญ แต่มาพบทางตันที่นี่เหมือนพวกข้าน้อย สุดท้ายเลยเพี้ยนขึ้นสมองแล้วเขียนออกมาเป็นนิยายแบบนี้จนตายมากกว่า
หรืออาจมองได้ว่าโครงกระดูกนี้คือชะตากรรมของพวกข้าน้อยในอนาคต
“ให้ตายสิ นี่ต้องมาจบชี---”
" [ยินดีต้อนรับสู่เตาพลังงานที่ 7 และคลังแสงประจำยานโนอาร์ค่ะ] "
"ใคร!? "
ข้าน้อยรีบกระโดดลงจากโต๊ะพร้อมกับหันไปเตรียมรับมือต้นเสียงนั้น
ที่ใจกลางอากาศมีภาพของสตรีชนเผ่าหมาป่าปรากฏอยู่
เธอมีดวงตากับสีผมคล้ายกับร่างจำแลงของท่านเทพโนอาร์ แต่ต่างตรงที่ขนาดหน้าอกเล็กกว่า และมัดผมเป็นเกลียวคล้ายเขาแพะแนบไว้ข้างหูหมาป่าทั้งสองข้าง
ทุกคนในห้องโถงต่างหันมาจับจ้องเธอเป็นสายตาเดียวกัน
" [เราคือระบบเตาสุริยะที่ 7 [สล็อต] หนึ่งในระบบสนับสนุนระบบหลักโนอาร์ค่ะ] ”
หนึ่งในระบบสนับสนุนท่านเทพโนอาร์?
หรือว่าจะเป็น!?
"หรือว่า… เธอจะเป็นผู้ติดตามของท่านเทพโนอาร์อย่างงั้นหรือเจ้าค่ะ! "
"... จะตีความเป็นเช่นนั้นก็ได้เช่นกันค่ะ"
ไม่อยากจะเชื่อ!
บริวารของท่านเทพกำลังพูดคุยกับข้าน้อยอยู่เจ้าค่ะ! ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีวันที่ท่านเทพลงมาตอบรับเสียงของข้าน้อยด้วย!
เป็นที่รู้กันดีว่า [ไพไรน์] จากชนเผ่าสิงโตคือผู้ที่ถูกเลือกโดยเทพเจ้า [โนอาร์] จนถึงขนาดท่านจำแลงร่างลงมาคอยยืนดูแลอยู่เคียงข้าง
แต่ท่านเทพโนอาร์ไม่เคยยื่นมือให้ความช่วยเหลืออะไรง่าย ๆ ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าไปขออะไรเอาแต่ใจจากท่านสักคน
ไม่อย่างงั้นไพไรน์จากชนเผ่าสิงโตคงไม่ต้องลำบากพิชิตบททดสอบ เพื่อให้ท่านโนอาร์ขับไล่พวกเผ่าอสูรกายหรอกนะ
ถึงจะไม่รู้ว่าบททดสอบของเขาคืออะไร แต่คงเป็นอะไรที่ยากลำบากมากแน่นอนละ
แต่ถ้าอยากให้พูดถึงความรู้สึกของข้าน้อยในตอนนี้แล้ว...
“ข้าน้อยคือ [ทัวร์มาลีน-เอท] ลูกศิษย์ลำดับที่แปดของ [ควอร์ตไซต์] ได้โปรดช่วยเหลือข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ! ”
ได้โปรด ถ้าหากว่าท่านยังรักในตัวลูกหลานของท่านอยู่ละก็
ได้โปรดช่วยตอบรับคำขอของข้าน้อยด้วย
“ท่านจะมอบบททดสอบอะไรให้กับข้าน้อยก็ได้ ข้าน้อยยินดีรับทำทุกอย่าง! ขอแค่ท่านช่วยเหลือข้าน้อย ช่วยปราบพวก สไปเดอร์-อาร์บอก ให้ข้าน้อยด้วยเถอะค่ะ! ”
ได้โปรด… มอบความช่วยเหลือให้กับข้าน้อยสักครั้งทีเถอะค่ะ!
“ [รับทราบ ลงบันทึกเจ้านาย [ทัวร์มาลีน-เอท] เตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนแห่งโนอาร์ เปิดระบบ [ปราบปรามสัตว์รบกวน] เดียวนี้] ”
***
หลังสิ้นเสียงที่อ่อนหวาน ทุกอย่างก็ฉับพลันเงียบงัน
“? ”
กระต่ายน้อยสีดำกับพวกลิลลี่ต่างหันมามองกันเองอย่างสับสนงุนงง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ” พวกเขาคิดเหมือนกันเช่นนั้น
“ปี้! ”
คนที่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงแรกคือเจ้ามังกรน้อยของพรุน
มันรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เพิ่มมากขึ้นจากใต้พื้นดิน
“ปิ ปิ ปี้! ”
แรงสั่นสะเทือนนั้นมากขึ้นจนเจ้ามังกรน้อยรู้สึกหวาดกลัวแล้วเลื้อยไปขดอยู่บนคอของภูติน้อยหัวเขียว
“เดียว จะทำอะไรนะเจ้ามังกรขี้เรื้อน! … เหวออออ! ”
แรงสั่นสะเทือนที่เพิ่มมากขึ้นนั้น ทำให้ห้องโถงที่พวกเธออยู่พังทลาย
ผ้าเพดานสีขาวที่บุบได้เสียสมดุลและพังคลืนลงมา ผนังกระจกหนาปริแตกเป็นเศษข้าวโพด ทุกอย่างรอบตัวพวกเธอกำลังกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
อาจเป็นโชคดีในโชคร้ายที่พวกเธอรวมตัวกันอยู่จุดศูนย์กลางของห้องโถง เลยทำให้รอดจากการถูกกำแพงถล่มลงมาทับได้อย่างหวุดหวิด
ส่วนผ้าเพดานที่ถล่มลงมาช่วงกลางห้องนั้น ได้ถูกจาวิสถีบกระเด็นออกไปไกลแล้ว
“ไม่ดีแล้วแบบนี้…”
ดิวซ์พูดพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด
ถึงจะรอดจากการถูกทับอยู่ใต้อาคาร แต่ตอนนี้พวกเธอไม่มีกระจกหรือกำแพงคอยขวางกั้นฝูง สไปเดอร์-อาร์บอก อีกต่อไปแล้ว
เมื่อควันฝุ่นจางลง เสียงถล่มได้หยุดตัวลง พวกฝูงอสรพิษแมงมุมร้ายก็หวนกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับรังอันเป็นที่รักของมัน
*ฟ่อ! *
ร่างของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏใจกลางรังนั้น ทำให้พวกมันโกรธเป็นอย่างมาก
เพราะพวกมันเข้าใจไปว่าพวกเธอคือคนร้ายที่มาทำรายรังของมัน
“ขอแจ้งว่ากำลังถูกรุมจากทุกทิศค่ะ”
“แค่เห็นก็รู้แล้วดอง! ”
ลิลลี่ตอบจาวิสด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนกไม่แพ้ดิวซ์
เธอรีบใช้พลังงานจำนวนมากแปรรูปอากาศโดยรอบ เปลี่ยนพวกมันให้เป็นกระสุนพลาสม่าในการโจมตี
ส่วนลูกมังกรวารีที่พันรอบคอของเธอนั้น เหมือนจะทราบหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี จึงอ้าปากออกกว้างพร้อมกับพ่นไฟสีทองออกไปอย่างต่อเนื่อง
เปลวไฟสีทองพุ่งเข้าปะทะกับเส้นใยสีดำจนลุกไหม้กลางอากาศ
ถึงศัตรูจะมีจำนวนมากกว่า แต่เจ้ามังกรน้อยก็พยายามพ่นไฟต้านทานอย่างสุดความสามารถจนใบหน้าซีดเซียวและอ่อนแรง
“ใครมันจะยอมแพ้เจ้าตัวจิ๋วกันละ! ”
“เปิดระบบต่อสู้”
ดิวซ์วิ่งออกไปพร้อมกับจาวิส
มือทั้งสองข้างของสตรีสวมชุดเมดถูกหุ้มไปด้วยแสงสีฟ้าที่มีความร้อนสูง
ส่วนสตรีในชุดรัดรูปสีดำก็เร้นกายหายไปในเงามืดอย่างลึกลับ
ภายในดวงตาของพวกอสรพิษร้าย กำลังถูกแสงสีฟ้าช่วงชิงความสนใจไป
พวกมันเริ่มวิ่งไล่ตามโจมตีจาวิสราวกับฝูงไฮยีน่าที่หิวโหย
แต่เมดคนนี้ไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดา
เธอมีระบบ [เรียนรู้] ที่สามารถเรียนรู้พัฒนาตัวเองได้อย่างมิรู้จบ
จากประการณ์ความพ่ายแพ้ของการถูกรุมโจมตีครั้งที่แล้ว ทำให้เธอสร้างรูปแบบของการโจมตีนับล้านขึ้นภายในโปรแกรมวิเคราะห์ของเธอ
ผลลัพธ์ของความุมานะนั้น จึงทำให้เธอสามารถคาดเดาพฤติกรรมของพวกมันได้ราวกับว่ามองเห็นอนาคต
เธอเคลื่อนไหวอย่างผู้รู้อนาคต หลบทุกการโจมตีของฝูงสัตว์ร้าย และใช้ความร้อนจากฝ่ามือดึงสายตาของพวกมัน วิ่งไปตามแนวสันซากปรักหักพัง จนกลายเป็นภาพสุดสยองขวัญที่มีฝูงสีดำวิ่งไล่ล่าตาม
คลื่นทะเลสีดำที่เต็มไปด้วยขาแหลมพร้อมเสียงน่าสะอิดสะเอียนดังไล่หลังจาวิสอย่างต่อเนื่อง
แต่พวกมันไม่มีวันไล่ตามจาวิสทันได้
จาวิสคำนวณความเร็วของพวกมันมาเป็นอย่างดี แล้วใช้ระบบทรัสเตอร์กลางแผ่นหลังควบคุมความเร็วในระดับที่ไม่ช้าและเร็วจนเกินไป
เธอกำลังวิ่งในระดับที่พวกอสรพิษแมงมุมคิดว่า [ยังไล่ตามเหยื่อตัวนี้ทันได้อยู่!]
พวกมันไม่รู้ตัวเลยว่าเหยื่อตรงหน้าเป็นแค่ตัวล่อที่นำพาความตายมาสู่พวกมัน
ท่ามกลางคลื่นสีดำอันน่ากลัวนั้น มีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ารอคอยเอาชีวิตของพวกมันอยู่
ดาบแห่งยมทูตสีดำถูกกวัดแกว่งออกมาจากในเงามืด มันเฉือดเฉือนหัวของอสรพิษด้วยคลื่นรังสีจนขาดสะบั้น
รวดเร็ว เงียบงัน และไม่เหลือร่องรอยของผู้กระทำเอาไว้ ณ ที่แห่งนั้น
เป็นการลอบฆ่าที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ
“จะยิงแล้วดอง! ”
แล้วการโจมตีของภูติน้อยก็ถูกลั่นออกไป
บอลพลาสม่าขนาดหนึ่งเมตรจำนวนสิบลูกถูกยิ่งออกไปใส่ฝูงของสัตว์ร้าย
แสงสีแดงจมหายไปในมวลสีดำขนาดใหญ่ที่ขยับไล่ตามเมดสีขาว
กองไฟสิบกองได้ลุกไหม้ขึ้น มันแผดเผา หลอมละลายแผ่นดินจนกลายเป็นบ่อลาวาขนาดย่อม
พื้นได้กลายเป็นสีแดงฉานแทรกตัวไปตามแผ่นดินสีดำ
การโจมตีของเธอนั้นได้ฆ่าเอาชีวิตของอสรพิษแมงมุมไปนับร้อยตัว
แต่พวกมันมีเป็นหมื่นตัว ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเธอจึงยังไม่จบ
จำนวนมันต่างกันเกินไป
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น
“เตรียมยิงรอบสอง ดอง! ”
“รับทราบ! ”
“ปี้! ”
พวกเธอยังไม่ยอมแพ้
ใช่พวกเธอไม่ยอมแพ้ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนต่างกันมากเพียงนี้
“สุดยอด…”
ภาพการต่อสู้ที่มีระเบียบแบบแผนอย่างไม่ยอมแพ้ของพวกเธอ ทำให้ [ทัวร์มาลีน-เอท] รู้สึกประทับใจ
ไม่ใช่รอคอยให้เทพเจ้าที่ไหนลงมาช่วย และไม่ใช่การบ้าบิ่นเข้าสู้อย่างไร้สมอง แต่เป็นการดิ้นรนอย่างมีความหวังเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันสิ้นหวัง
ช่างเป็นการดิ้นรนสู้ที่งดงามนัก…
เมื่อเห็นภาพการต่อสู้ที่สวยงาม เอทจึงตัดสินใจละทิ้งความคิดที่จะฆ่าตัวตายทิ้งไป
เธอใช้มือขวาล้วงเข้าไปในปาก แล้วจัดการดึงฟันกรามปลอมที่ใส่ยาพิษออกมาทิ้งลงตรงพื้น
“ข้าน้อยขอสู้ตายด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ! ”
ว่าแล้วกระต่ายน้อยก็ตั้งท่าเตรียมต่อสู้กับฝูงอสรพิษแมงมุมนับหมื่นที่กำลังโถมเข้ามา
“ย๊ากกกก! ”
“ว๊ากกกก! ”
“ดองงงง! ”
“ปี้ปปปป! ”
“...”
ทั้งสามคนกับอีกหนึ่งตัวคำรามเสียงสงครามเพื่อปลุกพลังใจตัวเอง แล้วลุยเข้าใส่กองทัพนับหมื่นของสัตว์ร้ายอีกครั้ง
ใช่ แค่สามคนกับอีกหนึ่งตัวเท่านั้น
“ขอแจ้งทุกคนว่าไม่จำเป็นต้องสู้แล้วค่ะ”
“ซะงั้น! ”
ทั้งสามคนที่ออกตัววิ่งต่างเบรกขาตัวเองแทบจะไม่ทัน
“ทำไมละดอง? ”
“ขอแจ้งว่ามีการโจมตีชุดใหญ่มาจากทางทิศตะวันตกค่ะ”
“ทิศตะวันตก? ”
พวกเธอหันไปมองตามทิศที่จาวิสชี้
แผ่นดินที่สั่นสะเทือนได้หยุดลงแล้ว
ห้องโถงเก็บอาวุธที่เคยมืดมิดเริ่มเต็มไปด้วยแสงสว่างประดิษฐ์จำนวนมาก
“ [เปิดระบบ กู้พลังงานคืน 50% โครงสร้างเสียหาย 80% คำเตือน ไม่แนะนำให้เปิดระบบพลังงานมากไปกว่านี้ ยังต้องการจะดำเนินการต่อหรือไม่ ท่าน [ทัวร์มาลีน-เอท] ?] ”
“เขาถามเธอนะดอง”
“... เปิดระบบเลยเจ้าค่ะ”
“ [รับทราบ] ”
เสียงหวานน่ารักดังขึ้นเช่นนั้น พร้อมกับที่เกิดเสียงดังและมีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมาตามมุมผนังของโรงเก็บอาวุธ
แสงสว่างนั้นมีขนาดเท่าซุ้มประตูขนาดใหญ่กว่าห้าเมตร และมีเป็นจำนวนมาก
ข้างในแสงนั้นคือกองทัพเมดสีดำสูง 140 เซนติเมตร ที่มีรูปลักษณ์เหมือนกันราวกับแกะ
พวกเธอมีผมสีเงินถักเป็นเปียคล้ายเขาแพะแนบข้างหูหมาป่าบนหัว
ถึงพวกเธอจะดูบอบบาง แต่อาวุธที่พวกเธอถือกลับมีขนาดใหญ่น่ากลัวจนไม่น่าเชื่อว่าร่างเล็ก ๆ นั้นจะสามารถถือไหวได้
อาวุธพวกนั้นมีรูปร่างคล้ายกับโล่ที่นำไปติดอยู่บนปืนใหญ่แบบโบราณ
“ [เติมพลังงานหุ่นยนต์รับใช้เรียบร้อย พร้อมทำการกวาดล้างได้] ”
หลังสิ้นเสียง กองทัพหุ่นยนต์ก็เริ่มเคลื่อนตัวผ่าน [ประตูมิติ] เข้ามายืนเรียงเป็นแถวนักรบอยู่ในห้องเก็บอาวุธกันอย่างพร้อมเพรียง
พวกเธอใช้พลังและอาวุธที่เหนือกว่าอย่างทาบไม่ติดกวาดล้างกองทัพอสรพิษจนเหี้ยน
ใช้โล่ที่ติดบนปืนใหญ่โบราณต่างอาวุธฟันแทง และใช้กระบอกปืนใหญ่ฟาดทุบทำลายต่างค้อนศึกสงคราม และหากได้จังหวะ พวกเธอก็จะลั่นกระสุนระเบิดออกไปแผดเผารังจนย่อยยับ
รังสีดำถูกเผาทำลายจนกลายเป็นทะเลเพลิงสีแดงฉาน
ไข่จำนวนนับแสนจมไปใต้กองเพลิงพร้อมกับเสียงลูกน้อยที่ระเบิดแตกตัวออกอันเนื่องจากคลื่นความร้อน
เพราะการปรากฏตัวของศัตรูที่ร้ายกาจหน้าใหม่ เลยทำให้พวกฝูงสัตว์ร้ายล้มเลิกความคิดที่จะทำร้ายเหยื่อตรงหน้า แล้วหันไปต่อสู้กับพวกหุ่นยนต์เมดแทน
“รอดแบบงง ๆ เลยดอง”
“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่านเทพโนอาร์เจ้าค่ะ”
อาณาจักรของ สไปเดอร์-อาร์บอก อันยิ่งใหญ่กำลังถูกทำลาย
“จบแล้วสินะดอง…”
ใช่ มันจบแล้ว
ถ้าหากว่าไม่มี [เจ้านั่น] อยู่ที่นี่
รังที่สร้างมานานนับพันกว่าปี
อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่จนไม่มีเจ้าป่าอื่นกล้าเข้ามารุกราน
ต้องต่อสู้ ต้องแย่งชิงชีวิตมาตั้งมากมาย กว่าจะได้กลายเป็นมหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
และมันกำลังถูกทำลาย
มันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งเพื่อปกป้องดินแดนของมัน
ดังนั้นมันจึงโกรธ
ใครกันที่บังอาจมาทำให้ข้าต้องตื่นขึ้น?
ใครกันที่บังอาจทำให้ข้าต้องรู้สึกเหนื่อย?
อสรพิษร้ายขนาดยาวกว่าสามสิบเมตรกำลังลุกขึ้นด้วยความโกรธ
เกล็ดสีดำอันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้ากำลังสะท้อนแสงไฟของห้องจนแสบตา
ขาแมงมุมที่ใหญ่โตถูกกระแทกลงแผ่นดินอย่างรุนแรงจนกลายเป็นแผ่นดินไหวขนาดย่อม
มันจับจ้องไปที่กองทัพหุ่นยนต์เมดด้วยดวงตาอาฆาตแค้น
“ [กำจัดสัตว์รบกวนขนาดใหญ่] ”
กระสุนระเบิดเพลิงชุดแรกถูกยิงใส่เจ้าอสรพิษแมงมุมยักษ์
แต่เปลวไฟที่ระเบิดออกมานั้น ไม่สามารถทำอะไรเกล็ดสีดำของมันได้เลย
“ [เปลี่ยนหัวกระสุน-บรรจุกระสุนระเบิดแรงโน้มถ่วง] ”
กระสุนระเบิดแรงโน้มถ่วงถูกยิ่งออกมาจากปืนใหญ่ที่กองทัพเมดถือ
กระสุนพวกนี้เมื่อแตกตัวออก มันจะสร้างเป็นสนามแรงดึงดูดที่รุนแรงอันหนักอึ้ง
สิ่งมีชีวิตที่ตกอยู่ใต้สนามโน้มถ่วงนี้ จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากถึงห้าสิบเท่า
พวก สไปเดอร์-อาร์บอก ต่างขาหักและถูกบี้แบนตายคาพื้นดิน
แต่ไม่ใช่กับเจ้าตัวจ่าฝูง
ขาของมันยังคงเคลื่อนไหวภายใต้แรงโน้มถ่วงห้าสิบเท่าได้อยู่
เสียงเดินเท้าของมันดังกังวาลกึกก้องจนได้ยินไปไกลถึงพันลี้
มันใช้ขาแมงมุมอันแข็งแกร่งยกตัวเองขึ้นสูง แล้วเริ่มหมุนควงตัวเองเป็นเกลี่ยวสว่าน
“แย่แล้ว รีบหาที่หลบเร็วเจ้าค่ะ! ”
เอทกรีดเสียงร้องลั่น พร้อมกับที่เกิดแรงลมระเบิดพัดออกมาอย่างรุนแรง
เจ้าตัวจ่าฝูงใช้หางอันใหญ่โตของมัน รวมกับแรงหมุนในการตวัดฟาดหางออกไป
หางที่ยาวและใหญ่โตนั้น ได้กลายเป็นคลื่นสึนามิสีดำที่พัดกวาดทุกสิ่งให้จมหายไป
เพียงพริบตาเดียว กองทัพหุ่นยนต์เมดอันแข็งแกร่งก็หายไปมากกว่าครึ่ง หายไปพร้อมกับพื้นที่ครึ่งหนึ่งของโรงเก็บอาวุธแห่งนี้
กำแพง หลังคา และพื้นถูกกวาดทำลายจนสิ้นจนเห็นโลกภาพนอกที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องได้อย่างชัดเจน
นี่คือพลังของผู้ที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของป่าเส้นด้ายดำ พลังของจ่าฝูงที่มีชื่อถูกเรียกขานในอดีตว่า
[เนทีส-เอเคน]