หลังจากนั้นเขาจึงหันมาสนใจกับการ์ดที่เหลือที่ได้รับมาจากการเปิดใช้งานการ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดง แม้การ์ดที่เหลือจะไม่ได้มีความสามารถที่ดีหรือเป็นสิ่งที่น่าสนใจเหมือนกับการ์ด 7 ใบก่อนหน้า ทว่ามันย่อมมีประโยชน์ไม่แง่ใดก็แง่หนึ่งสำหรับเขาในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งการ์ดที่เหลือประกอบไปด้วย
การ์ดผลึกไร้ลักษณ์ 1 ใบการ์ดธนูเหล็กกล้า 1 ใบการ์ดผลึกแปลงรูป 1 ใบ
แต่ละใบที่ได้รับมาเห็นแล้วปวดขมับจริงๆ สำหรับอาวุธเขาไม่ได้คิดมากอะไร เพียงแต่มันช่วยให้เขาคลายข้อสงสัยไปได้เยอะ
เนื่องจากในตอนที่เขาได้รับหอกฟ้าครามมาจากการเปิดใช้งานการ์คลังสมบัติอาวุธระดับต่ำ ทำให้เขาคิดได้ว่าการที่เขาจะได้อาวุธจำพวกดาบ ธนูหรืออื่นๆที่เหมาะสำหรับการต่อสู้ เขาจะต้องได้รับผ่านการเปิดใช้งานการ์ดคลังสมบัติอาวุธเท่านั้น ทว่าการที่เขาได้รับอาวุธมาจากการเปิดใช้งานการ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดงในครั้งนี้ มันเลยทำให้เขาเข้าใจว่า อาวุธก็มีหลายระดับและหลายประเภทเช่นกัน อย่างอาวุธหอกฟ้าครามของเขาที่เปิดได้จากการ์ดคลังสมบัติอาวุธระดับต่ำนั้นน่าจะเป็นอาวุธที่ถูกจัดอยู่ในระดับที่สูงขึ้นมาจากอาวุธที่เปิดได้จากการ์ดเสี่ยงโชค ซึ่งระดับของอาวุธที่เขาคาดการณ์และลองกำหนดเกณฑ์ในใจ มีดังนี้
อาวุธทั่วไป – ไม่มีความสามารถสริม อาวุธเสริมความสามารถ – อาวุธประเภทนี้ยังถูกจัดอยู่ในหมวดทั่วไปเช่นกัน เพียงแต่มันจะดีกว่าตรงที่เวลาใช้งานมันมีออฟชั่นเสริม เช่น มีดปอกผลไม้สีรุ้งที่เวลาใช้งานจะเสริมพละกำลัง 10 เท่า และลดความเร็วลงเหลือเพียง 1 เท่า เป็นต้น อาวุธระดับต่ำ – ซึ่งอาวุธประเภทนี้จะได้จากการเปิดใช้งานคลังสมบัติอาวุธระดับต่ำเท่านั้น และที่ว่ามันมาจากคลังสมบัติอาวุธ ถึงแม้จะอยู่ในระดับต่ำ แต่หากเทียบกับอาวุธ 2 ระดับก่อนหน้าถือว่ามันมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเยอะ เนื่องจากมันมีความสามารถแฝงที่ช่วยให้ผู้ใช้มีโอกาสในการคว้าชัยชนะมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญอาวุธประเภทนี้ไม่มีผลเสียต่อตัวผู้ใช้ อย่างการลดค่าความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งตอนใช้งาน อาวุธระดับกลาง อาวุธระดับสูง
สำหรับอาวุธระดับกลางและสูงนั้น มันเป็นเพียงข้อสัณนิฐานของเขาที่คิดว่าหากมีอาวุธระดับต่ำแล้วย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะมีอาวุธระดับกลางและระดับสูงขึ้นมาตามลำดับ ดังนั้นในอนาคตหากเขาได้รับอาวุธที่สูงกว่าระดับต่ำ เขาย่อมสามารถยืนยันความคิดของเขาว่าถูกต้องจริงหรือไม่ ส่วนระดับอาวุธที่มาก กว่านั้นเขาคิดว่ามันก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีและก็ไม่มีเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะได้รับมันมาหรือไม่ เพราะหากมันมีจริงเขาย่อมมีโอกาสที่จะได้มันมาไว้ในครอบครอง เพราะการมีอาวุธคู่กายที่ทรงพลังและมีความสามารถเหลือล้น ย่อมส่งผลต่อชัยชนะที่เขาจะได้รับมาอย่างแน่นอน เหมือนตอนที่เขารับรู้ถึงความสามารถแฝงของหอกฟ้าครามและใช้มันพลิกโอกาสชัยชนะให้มาอยู่ในกำมือของเขาได้สำเร็จ
อ่อสำหรับอาวุธประเภทแรก ที่เป็นอาวุธทั่วไป อาวุธประเภทนี้เหตุผลที่เขาระบุว่ามันมี เนื่องมาจากการ์ดธนูเหล็กกล้าที่เขาได้รับมานั้น หลังตรวจสอบทำให้เขาพบว่ามันไร้ซึ่งคุณสมบัติเสริมใดๆ เหมือนมันเป็นเพียงอาวุธที่ถูกใช้งานในสงครามทั่วๆไปที่เขาเคยได้ดูมาตามหนังแนวสงครามย้อนยุคมาก่อน มันเลยเป็นเหตุผลทำให้เขาจัดระดับอาวุธประเภทนี้เป็นอันดับแรก
การ์ดธนูเหล็กกล้า ธนูที่ทรงพลัง ถูกตีมาจากเหล็กกล้า มีความทนทานแข็งแกร่ง แถมตัวธนูมีความยืดหยุ่นสูง หนึ่งดอกปลิดชีพดังใจ
แค่คำบรรยายก็แลดูจะเว่อร์วังอลังการไปไกล กระนั้นเรื่องที่ตัวธนูมันเบาก็เป็นของจริง ซึ่งจากการสัมผัสทำให้เขาคิดว่าธนูคันนี้มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ดีกว่าอาวุธประเภทธนูทั่วๆไปตามหนังหรือภาพยนตร์ที่เขาเคยได้ดูมาอย่างแน่นอน แม้มันจะเทียบไม่ได้กับหอกฟ้าครามที่เป็นอาวุธระดับต่ำของเขา แต่มันก็ยังถือว่าเป็นอาวุธที่เหมาะแก่การใช้งานที่ต่างสถานการณ์ได้เช่นกันและด้วยการที่เขามีอาวุธคู่กายที่มากด้วยประสิทธิภาพอยู่แล้วเลยทำให้เขาไม่ได้มีความสนใจใดๆที่จะใช้อาวุธเหล่านี้ในการต่อสู้แทน ดังนั้นเขาเลยทำการเก็บอาวุธที่ไม่ได้ใช้งานและของที่เหลือ ซึ่งอยู่ในรูปการ์ดเหล่านี้เข้าไปเก็บในแหวนโนแบนมรกตแทน หลังจากนั้นเขาหันกลับมาสนใจกับการ์ดอีกชนิดที่ได้มาจำนวน 3 ใบ และด้วยความสงสัยใคร่รู้กับคำอธิบายถึงสรรพคุณของมัน เลยทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลองใช้งานมันสักครั้ง เพื่อคลายความสงสัย
การ์ดผลึกไร้ลักษณ์ผลึกโปร่งใสเก็บสิ่งใดได้อย่างใจนึก สามารถเก็บได้ 1 อย่างเท่านั้น
หลังได้เปิดใช้งานการ์ดผลึกไร้ลักษณ์ เขาพบว่าตัวผลึกนั้นโปร่งใสและมีขนาดเท่าๆกำมือ ที่สำคัญลักษณะของมันนอกจากโปร่งใสมากจนเห็นอีกด้านได้อย่างชัดเจน เขากลับไม่พบว่ามันจะมีอะไรที่พิเศษอย่างอื่นอีกเลย หากลองคิดใคร่ครวญดีๆกับคำอธิบายถึงคุณสมบัติของมันก็ทำให้เขาคิดว่ามันคงมีความสามารถคล้ายกับแหวนโนแบนมรกต ซึ่งตัวผลึกน่าจะสามารถเก็บสิ่งของได้ เพียงแต่มันจะเก็บได้เพียง 1 อย่างต่อผลึกไร้ลักษณ์หนึ่งก้อนเท่านั้น
ทว่าพอเขาคิดทบทวนความเป็นไปได้ต่างๆนาๆ เขากลับรู้สึกเอะใจกับอะไรบางอย่าง เพราะหากผลึกไร้ลักษณ์มันสามารถเก็บสิ่งของได้อย่างแหวนโนแบนมรกต แล้วทำไมตอนที่เขาฟังคำอธิบายเขาถึงไม่ได้ยินมันบอกว่า “ไม่สามารถเก็บสิ่งมีชีวิต” ได้เหมือนกับตอนแหวนโนแบนมรกตกันละ หรือว่าบางทีเจ้าผลึกไร้ลักษณ์เหล่านี้ มันจะสามารถเก็บสิ่งมีชีวิตได้กันแน่!
น่าลองความคิดแรกผุดขึ้นมาในสมองทันทีหลังทบทวนความเป็นไปได้ต่างๆนาๆ ที่จะใช้งานผลึกไร้ลักษณ์ แต่ว่าก็ว่าเถอะในตอนนี้เขาคงต้องเก็บความคิดเหล่านั้นไว้ก่อน แล้วหันมาสนใจการ์ดใบสุดท้าย ที่ถือว่าเป็นความหวังสำหรับเขา
เปิดใช้งาน...การ์ดเสี่ยงโชคระดับทอง วิ้ง ฉากสุดอลังการกลับมาฉายซ้ำที่เบื้องหน้าของเขาอีกครั้ง ทว่าความสวยงามครั้งนี้มันกลับแตกต่างกับก่อนหน้าที่เขาเปิดการ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดงพร้อมกันถึง 24 ใบ กระนั้นฉากที่เขาเห็นมันกลับแลดูอลังการ วิจิตงดงามและไม่ว่าจะดูกี่ทีก็ทำให้เขาอดที่จะตื่นตะลึงกับมันไม่ได้ จนในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้รู้เสียที่ว่าการ์ดใบสุดท้ายที่เขาได้รับมาจากการเสี่ยงตายครั้งนี้ มันจะคุ้มค่าหรือไม่
ได้รับ...การ์ดช่วงชิง
ช่วงชิง?เห้ยความสามารถบ้าอะไรวะเขาอดที่จะสบถออกมาไม่ได้เมื่อรู้ว่าการ์ดที่เขาได้รับมาจากการเสี่ยงตาย กลับเป็นการ์ดความสามารถช่วงชิง ซึ่งเท่าที่ฟังก็น่าจะไม่พ้นความสามารถพวกขโมยเป็นแน่ แล้วอีแบบนี้เวลาต่อสู้เขาจะเอามันไปทำไม จะไปขโมยอะไรจากพวกกลายพันธุ์ละ
เฮ้อผิดหวังผิดหวังจริงๆแม้จะรู้ว่าการ์ดใบนี้มันน่าจะไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากความสามารถขโมยของ กระนั้นเขาก็ยังคาดหวังกับมันอยู่ว่า คำอธิบายที่เขาจะได้ยินต่อจากนี้ อาจจะบ่งบอกว่ามันคือความสามารถที่ไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่เขาคาดคิด
การ์ดช่วงชิงความสามารถที่น่ารังเกียจ ช่วงชิงสิ่งใดได้อย่างใจนึก แต่การใช้แต่ละครั้งจำต้องแลกมาด้วยความสามารถทางพละกำลัง 5 เท่าอย่างถาวร โดยเป้าหมายที่ถูกช่วงชิงต้องมีพละกำลังไม่แตกต่างจากผู้ใช้เกิน 50 เท่า ***หากช่วงชิงความสามารถจะช่วงชิงได้เพียง 1 ใน 5 ของความสามารถเป้าหมาย ใช้ได้ 5 ครั้งต่อวัน มีโอกาสช่วงชิงสำเร็จ 50%
เกิดความเงียบขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าความสามารถที่เขาดูถูกว่าเป็นเพียงความสามารถขโมยของทั่วๆไป กลับกลายเป็นความสามารถที่เหนือล้ำขนาดนี้ เพราะจากที่เขาได้รับฟังคำอธิบายมันทำให้เขาได้รู้เลยว่า เขามันโง่เองที่ยังไม่ทันรู้อะไรดี กลับตีค่าของดีว่าเป็นสิ่งไร้ค่าไปซะก่อน เพราะเจ้าความสามารถนี้เขาบอกได้เลยว่ามันโคตรโกง
แม้มันจะมีเงื่อนไขที่กล่าวถึงโอกาสช่วงชิงสำเร็จอยู่ที่ 50% และสามารถใช้ได้เพียง 5 ครั้งต่อวัน ที่สำคัญทุกครั้งที่ใช้งานจำต้องเสียพละกำลังถึง 2 เท่าอย่างถาวรก็ตาม แม้คิดว่าการสูญเสียพละกำลังถึง 2 เท่าอย่างถาวรจะดูเป็นเงื่อนไขที่มากเกินจะยอมรับ เพราะการเสียความสามารถทางด้านพละกำลังไปถึง 2 เท่านั้นหากลองคิดย้อนกลับเปลี่ยนจำนวนเท่าเป็นพ้อยมันย่อมหมายความว่าเขาจะต้องใช้พ้อยถึง 4 พ้อยในการอัพความสามารถให้ได้เท่านี้และอีกความหมายคือ เขาจำต้องสังหารพวกกลายพันธุ์ให้ได้ถึง 4 ตัว
แม้ปัจจุบันการสังหารพวกมนุษย์กลายพันธุ์สำหรับเขาแล้วจะถือว่าไม่ได้ยากเย็นอะไรก็ตาม แต่มันก็ย่อมมีความเสี่ยงในการลงมือที่อาจเผลอไปเรียกพวกกลายพันธุ์ระดับสูงมารุมเขาก็เป็นได้
แม้ตัวเขากลับรู้สึกว่าแม้โอกาสสำเร็จมันจะน้อย แต่หากเขาสามารถช่วงชิงได้สำเร็จละก็ ผลที่ได้รับย่อมเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะแผนการอัพความสามารถของเขาที่เริ่มผุดขึ้นมาในสมองอย่างไม่รู้จักจบสิ้นในขณะนี้ มันยิ่งผลักดันให้เขาอยากใช้งานมันใจจะขาดอยู่แล้ว
รับ...ความสามารถช่วงชิงได้รับ...ความสามารถช่วงชิง
หิหิเมื่อตรวจสอบผลตอบแทนที่ได้รับมาจนหมด แล้วประเมินสถานการณ์ของตนเองได้แล้วว่า พร้อม! ก็ถึงแผนการต่อไปที่ได้วางเอาไว้เสียที นั้นคือการออกจากบริเวณตลาดนัดแห่งนี้และมุ่งหน้าหาคนรู้จักพร้อมๆกับหาที่ๆปลอดภัยเพื่อตั้งหลักดูความเป็นไปของโลกอีกที
เขาเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมือง เพื่อตามหาคนรู้จักของเขาก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็สอดส่ายสายตาตรวจสอบบริเวณโดยรอบให้ทั่ว พร้อมกับใช้ความสามารถต่างๆที่มีให้เป็นประโยชน์ เพราะเวลานี้เขากำลังยืนอยู่บนหลังคาสถานีรถไฟฟ้า ตามจริงแล้วหลังการสู้เสี่ยงตายครั้งนั้น เขาได้รีบตัดระยะหลบออกมาอย่างไม่คิดชีวิตก่อนที่เวลามันจะหมดลงโดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือ สถานที่สูงๆซึ่งน่าจะมีความปลอดภัยมากที่สุดในตอนนั้นและหนึ่งในนั้นที่เขาเห็นก็คือหลังคาสถานีรถไฟแห่งนี้นั่นเอง
ด้วยความที่การต่อสู้ของเขามันกินพื้นที่เป็นวงกว้างบวกกับการเคลื่อนไหวเพื่อไล่ล่าสังหารพวกมนุษย์กลายพันธุ์ในสภาวะคลั่งของเขามันวนเวียนไปทั่ว จนในที่สุดเขาก็ได้มาจบฉากการต่อสู้ในจุดที่ใกล้ๆทางออกไป
ทว่าในตอนที่เขากำลังจะหลบหนีไปเนื่องด้วยเวลาที่กระชั้นชิดเขาจีงได้ตัดสินใจว่าจะหาที่หลบซ่อนตัวอยู่แถวๆนั้นไปก่อน แต่ว่าเวลานั้นในสวนกลับเต็มไปด้วยพวกมันอีกเป็นโขยง มันเลยทำให้เขาเปลี่ยนความคิดและตัดสินใจรีบพุ่งตัวหนีออกมาแทน จนเกือบจะไม่ทันการณ์ เพราะหากเขาช้ากว่านี้ตัวเขาอาจจะตกอยู่ในวงล้อมของพวกมันอย่างแน่นอน
ดังนั้นด้วยแรงเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะหมดลงทำให้เขาฝืนกัดฟันตัดระยะหลบออกมาจนมาโผล่บนหลังคาสถานีรถไฟแห่งนี้ได้ในที่สุด
และจากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบทำให้เขาได้ข้อสรุปว่า บริเวณที่เขาอยู่ไร้ซึ่งเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ อีกทั้งในเวลานี้ก็ใกล้เช้าแล้วด้วย เลยทำให้เขารู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก เพราะหากไม่ใช่เวลากลางคืน การหลบซ่อนหรือแม้กระทั้งการปะทะกับมนุษย์กลายพันธุ์ในสภาพปกติย่อมไม่เป็นปัญหาใดๆสำหรับเขา
แต่เขาก็ยังอดห่วงไม่ได้ว่าเขาอาจเผลอไปจ๊ะเอ๋พวกอสูรกลายพันธุ์แทน และหากเป็นเช่นนั้นแม้ตัวเขาจะมีความมั่นใจถึง 7 ส่วนว่าจะชนะได้ แต่ถ้าให้ดีหากไม่เจอกันเลยย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ เพราะบางครั้งมันอาจจะเกิดสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้
เมื่อตรวจสอบและตัดสินใจได้แล้ว เขาจึงตัดระยะพุ่งไปในทิศทางที่ตั้งใจไว้ทันที ทว่าแค่เพียงเริ่มต้น กับสะดุดเข้ากับตออย่างจัง และหากเขาตัดสินใจหลบช้าไปกว่านี้ เขาคงจะหนีไม่พ้นความตายจริงๆ
เห้ยตูมมม
End