ฉลามคลั่งรัก 3 : เหยื่อล่อรสเลิศ
#ฉลามคลั่งรัก
อยู่ทะเลไม่ค่อยมีของกิน...?
ผมว่านั่นเป็ประโยคที่ฟังดูไร้สาระที่สุดเพราะั้แ่ที่ผมมาอยู่ ผมไม่เคยขาดตกบกพร่องเื่ของกินถึงเราจะไม่มีพื้นดินไว้ปลูกพืชผัก แต่การขึ้นฝั่งเดือนละครั้งผมจะซื้อของมาตุนเอาไว้ชนิดที่ว่าคุณจะไม่มีวันอดตายตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่
แต่ต่อให้ผมไม่มีชีวิตพวกเขาก็มีเรือให้ขับออกไปจากที่นี่ได้อยู่ดี ติดตรงที่พวกเขาจะดวงดีแค่ไหน
ถ้ารอดไปได้ผมก็ขอให้มีความสุขกับการกลับไปแต่ถ้ารอดไม่ได้...
ผมคงต้องแสดงความเสียใจที่พวกเขาคนใดคนหนึ่งจะอยู่ในท้องของเมกาโลดอน
“งั่ม” ผมกัดแอปเปิลสีแดงสดเพิ่งเอาออกมาจากตู้เย็นเมื่อห้านาทีก่อนตอนเดินไปเอาของสำหรับให้อาหารเ้าปลาน้อยใหญ่ทั้งหลายผมยกยิ้มสวมชุดดำน้ำที่ไม่ได้จะดำไปไหน ไม่มีเครื่องช่วยหายใจมีแค่ชุดที่จะทำให้ผมไม่หนาวตายตอนลงไปในบ่อปลา
กึก !
“คุณตื่นเร็วชะมัด” ถังใส่ปลาถูกวางไว้ด้านข้างขณะที่ผมทำหน้าแปลกใจที่เจอสตีฟอยู่ในบ่อลูกวาฬยกนาฬิกาข้อมือดูก็พบว่านี่มันเพิ่งเจ็ดโมงกว่า นอกจากเบอร์นาร์ดและเอริคผมไม่คิดว่าจะมีคนที่ตื่นเร็วกว่านี้แล้ว “ผมไม่มีโบนัสให้คุณเพิ่มหรอกนะสตีฟเว้นแต่คุณทำให้มันแข็งแรงขึ้นอีก ผมอาจจะเพิ่มเงินเดือนให้นิดหน่อย”
“ผมทำให้อยู่แล้ว ต่อให้คุณไม่เพิ่มเงินเดือนให้”
“หึ”
“อรุณสวัสดิ์นะครับเ้านาย นั่นใช่สิ่งที่ผมอยากได้ไหม ?” สตีฟชี้มาที่ถังสีเงินซึ่งบรรจุด้วยปลาตัวน้อยเต็มไปหมด มันคืออาหารสำหรับพวกโลมาและวาฬที่ผมกะจะเอามาให้แต่ดูเหมือนว่าบ่อนี้มีคนทำงานไปแล้ว
“ถ้าคุณอยากได้ คงต้องโชว์อะไรให้ผมดูสักหน่อย” ผมยิ้มเ้าเล่ห์ กอดอกมองเขาที่ยิ้มขำเขาลูบหัวเ้าวาฬน้อยไปมาก่อนที่มันจะส่งเสียงแหลมสูงเป็การทักทายผมรูอากาศ้าพ่นน้ำกระเซ็นมาโดนนิดหน่อย ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้ผมประทับใจจนต้องปรบมือ
ถังสีเงินถูกยื่นให้สตีฟผมลูบหัวเ้าวาฬน้อยที่เขาพามันมาหา จากนั้นก็เปลี่ยนมายีหัวคนที่เด็กกว่า
“ตั้งใจทำงานนะครับ”สตีฟส่ายหน้าเอ็นดูใส่ผม ไม่ถือสาที่ผมทำแบบนั้น ผมหยิบถังอีกใบเดินไปที่บ่อโลมาทันทีที่กลิ่นคาวปลาลอยออกไป พวกมันทั้งหลายก็รีบว่ายมาหาผม “ไงเด็ก ๆ อาหารเช้ามาแล้ว”
“วิ้งงง” เสียงแหลมสูงของพวกมันเป็การทักทายตอนผมหย่อนตัวเองลงในน้ำความเย็นของทะเลสีครามทำผมสะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะขับไล่ผมให้ขึ้นบกไปได้ ผมหยิบปลาเล็กปลาน้อยมาถือไว้ วางแอปเปิลที่ยังกินไม่หมดไว้บนฝั่งจากนั้นก็เอาปลาป้อนพวกมันที่ดุนหน้าดุนหลังผม เป็ความน่ารักที่ผมชอบพอ ๆกับการลงไปล่อปลาฉลามเล่น
“ไงเอช แผลแกเริ่มหายแล้วหนิ ว่ายเก่งขึ้นเยอะ”
“หวีดดดด” มันส่งเสียง ตอบรับตอนผมคุยด้วยแกล้งยู่ปากให้พวกมันมาจูบก่อนจะหัวเราะเมื่อปากลื่น ๆ จุ๊บปากผมพวกมันวนเวียนรอรับอาหารเช้าที่ผมมาป้อนให้ตอนผมไม่อยู่สตีฟกับเบอร์นาร์ดจะเป็คนจัดการให้ผมเลยไม่ต้องห่วงว่าพวกมันจะอดตายไหม
กลับกันผมห่วงเ้าอสูรกายที่เพิ่งตื่นนอนมากกว่า
ปึง !
“อาละวาดแต่เช้าเลย” ผมพึมพำส่ายหน้าให้กับแรงกระแทกที่ทำเอากรงสั่นเหลือบตาไปมองก็พบกับครีบพ้นน้ำยาว ๆ ลอยไปมาอยู่ไม่ไกลตรงกลางครีบที่เว้าแหว่งเล็กน้อยทำให้ผมรู้ว่ามันคือตัวไหน
ถ้าเป็ดีแลนมันจะมีแผลเป็ที่แผ่นหลัง
“อรุณสวัสดิ์ดาย ฝันร้ายหรือไงถึงหงุดหงิดแต่เช้า”
ปึง !
“อ้อ หรือว่าหึงที่ฉันจูบปากโลมา พวกเขาน่ารักนะ ไม่ดุร้ายเหมือนนาย”ผมแกล้งยั่วโมโหเ้าฉลามโง่ที่ดีแต่เอาหัวพุ่งชน จับโลมาเงยหน้าแล้วจุ๊บปากมันอีกครั้งเสียงแหลมเล็กกระตุ้นให้ดายปั่นป่วนมันว่ายวนไปมาคาดว่าถ้าไม่มีอะไรมากั้นก็คงพุ่งมากัดผมแล้ว “อย่าเสียงดังสินายทำให้พวกมันใ”
“วิ้งงง”
“ไม่เป็ไรนะเด็ก ๆ ก็แค่ฉลามอันธพาล” ผมยกยิ้มปลอบขวัญโลมาต่อหน้าดายป้อนปลาให้ระคนลูบหัวอย่างเอ็นดู เหลือบมองเ้าอสูรกายที่พยายามเรียกร้องความสนใจไม่หยุดดูเหมือนว่ามันจะไปปลุกให้ดีแลนตื่นมาช่วยชนราวกั้น
ผมก้มมองนาฬิกาอีกครั้งพบว่าอีกไม่นานก็ใกล้ถึงเวลาให้อาหารพวกมันแล้ว
“เอานี่ไปกินก่อนไป”ผมโยนปลาตัวน้อยใส่หน้าดาย ทว่ามันกลับหยิ่งใส่ มีการสะบัดหน้าหนีเหมือนไม่สนใจทั้งที่กลิ่นคาวเืของปลาน่าจะทำให้มันตื่นตัวได้บ้าง“เื่มากชะมัด”
บ่นอุบอิบมองเ้าสองพี่น้องที่ว่ายเวียนกัน ผมโยนปลาใส่ดีแลนมันก็แว้งกลับมากัดเหมือนมีคนเอามีดไปปักหลัง เล่นใหญ่กว่าพี่ชายมันหลายเท่า ทำเอาผมหัวเราะร่าเพราะท่าทางของมันชวนตลกในสายตาผมมาก
“ก็โง่กันทั้งพี่ทั้งน้อง” เหมือนจะได้ยินเสียงขากรรไกรขบกัดตอนผมพูดคำนั้นเป็สัญญาณเตือนว่าถ้าผมยังไม่หยุดว่าพวกมัน ไม่ตัวใดตัวหนึ่งก็ต้องะโมากินผมผมโยนปลาให้มันอีก คราวนี้ดีแลนไม่กิน มันว่ายหนีอย่างหงุดหงิดทิ้งพี่มันไว้
ผมยกยิ้มรู้แล้วว่ามันกำลังรออะไร
ทุกวันอังคารผมจะมีของพิเศษให้มัน
“เบอร์นาร์ด เนื้อวัวที่ผมเอามาอยู่ไหน” ผมะโถามคนที่กำลังทำความสะอาดอยู่ไม่ไกล แปลกใจเหมือนกันที่เป็เขานึกว่าจะนอนพักทำใจกับเหตุการณ์เมื่อวานนานกว่านี้ซะอีก “เนื้อชิ้นใหญ่เกือบทั้งตัว”
“อ้อ ! อยู่ในโรงเก็บเนื้อครับคุณโซล”
“ช่วยไปเอามันมาให้หน่อยได้ไหม วันนี้วันอังคาร”
“อ้าววันนี้วันอังคารเหรอครับ ! โอ๊ยตาย ๆ ได้ครับ ๆได้ครับคุณโซล ผมจะรีบจัดการให้เลยครับ !” เบอร์นาร์ดถึงกับร้อนรนไปชั่วขณะคำว่า ‘วันอังคาร’สำหรับที่นี่ไม่ต่างจากคำสั่งเวลาผมพูดว่าให้ไปเอาเนื้อแล้วย้ำว่าวันนี้คือวันอะไร ทุกคนจะรู้ดีว่าต้องทำอะไร
มันคือสัญญาที่ตกลงกันไว้ว่าทุกวันอังคารเราจะมีเนื้อพิเศษให้ดาย
ดูเหมือนมันจะติดใจั้แ่เมื่อก่อนที่ผมเคยเอามาให้กิน
เบอร์นาร์ดไปลากเนื้อวัวชิ้นใหญ่ลงรถเข็นเข็นมันไปที่เครนซึ่งเราใช้มันสำหรับหย่อนเหยื่อล่อให้ดีแลนกับดายมาติดกับมันดีกว่าการที่เราโยนลงไปเองและเสี่ยงแขนขาด เคยมีพนักงานคนหนึ่งเกือบเป็บ้าเพียงเพราะโยนลูกวัวลงน้ำแล้วดายกลับจะพุ่งเข้ามากัดเขาแทน
เนื้อตัวที่เปื้อนเืกับท่าทีใย่อมดีกว่าซากศพที่ตายแล้วเป็ไหน ๆ
ผมดันตัวเองขึ้นจากบ่อโลมาเดินเลียบทางเดินคู่กับดายที่ว่ายไป ฝากสตีฟจัดการให้อาหารโลมาต่อส่วนตัวเองก็ไปช่วยเบอร์นาร์ดเอาเนื้อใส่เครนเตรียมล่อดายมาหาท่าทีงุ่นง่านบ่งบอกว่ามันอยากกินแค่ไหน แม้จะไม่มีเืหยดลงไป แต่ผมว่ากลิ่นก็น่าจะกระตุ้นได้ไม่ยาก
คงเหมือนกับพวกจระเข้ที่เขาเลี้ยงด้วยซากไก่ที่ตายแล้ว
“ผมจะขึ้นไปบนเครน”
“ไม่ได้นะครับ ถ้ามันกัดพลาดมันจะกัดขาคุณเข้าไป”
“ไม่หรอก...”
“ดีไม่ดีมันล้มเครนลงมา คุณโซลจะแย่เอานะครับ” เบอร์นาร์ดว่าอย่างจริงจังชี้ให้ผมเห็นเครนสีดำแดงตัวใหม่มันดูแข็งแรงพอที่จะปีนป่ายได้ แต่ด้วยความที่มันยื่นไปในน้ำเลยไม่มีใครกล้าลองดี
เว้นผม
“คิดมากน่าเบอร์นาร์ด พวกมันไม่กัดขาผมหรอก”
“คุณโซล !”
“เอาเป็ว่าผมจะนั่งห้อยขาล่อมันให้ คุณก็ดึงเหยื่อเองแล้วกัน” ผมตบบ่าเขาก่อนจะดื้อด้านฝืนคำเตือน ะโขึ้นไปบนเครนั์ตะกายไปถึงตรงกลางที่อยู่ใกล้กับตะขอเกี่ยวเกือบหงายหลังตอนที่พยายามจะเปลี่ยนมานั่งดีที่ผมทรงตัวได้ทันไม่งั้นดายคงกินผมแทนวัวที่เอามา
ขาขาวสะท้อนผ่านผิวน้ำที่มีสัตว์ร้ายใต้ร่างวนเวียนอยู่ผมห้อยขามองความลึกที่ไม่รู้ว่าจะใช้อะไรวัดได้ กัดแอปเปิลที่กินเหลือไว้ พยักหน้าให้เบอร์นาร์ดยกเครนขึ้น
เสียงเครื่องจักรรั้งความสนใจของดายนิดหน่อยมันวนกลับมาจ้องมองเนื้อสีแดงซีด ผมยกยิ้มบอกให้เบอร์นาร์ดปรับลวดต่อตะขอให้มันชูเหยื่อล่อในระดับที่พอเหมาะถ้าเกิดดายพุ่งมาแบบพอดี มันจะกินเนื้อชิ้นนี้ได้อย่างอร่อยแต่ถ้ามันพุ่งแรงกว่านี้...
ขาของผมจะติดอยู่ในปากมัน
“มาสิ มากินเลย” ผมพูดเสียงแ่ ยกยิ้มท้าทายว่าคราวนี้จะเป็ไง“ถึงเวลาอาหารแล้วดาย !”
ผมะโใส่ผิวน้ำ มองเ้าตัวร้ายที่ดำน้ำลงไปจนไม่เห็นแผ่นหลังผมกวาดตามองเผื่อว่ามันจะไปเริ่มต้นว่ายมาจากไหน แกล้งสั่นเครนแรง ๆ เพื่อให้เหยื่อส่ายไปมาล่อมันมาให้ได้ความเงียบคือสิ่งที่ผมได้รับ จ้องมองผิวน้ำที่เคลื่อนไหว
ทุกอย่างเงียบสงบมากราวกับไม่มีอะไร...
พลันมหาสมุทรก็กระจายเมื่อดายพุ่งขึ้นมาด้วยความเร็วสูงเร่งหัวใจผมให้เต้นแรงไม่เป็ส่ำ !
กัด !
ขากรรไกรของมันอ้ากว้างจนเห็นว่าภายในปากน่าลุ่มหลงแค่ไหนความเร็วที่พุ่งมาทำให้ปลายจมูกมันแตะเข้าที่ปลายเท้าผมราวกับตอนนี้ผมเหยียบหน้ามันไว้เราสบตากัน ผมมองเห็นความท้าทายในดวงตาคู่นั้น
แอปเปิลที่ผมกินไว้ถูกโยนเข้าปากมันสั่งสอนให้รู้จักกินผลไม้แทนเนื้อบ้าง และอีกส่วนคือการให้รางวัล...
ก็ถ้ามันพุ่งมาแรงกว่านี้ขาผมก็คงขาดไปแล้ว
ผมยกยิ้มมองเ้าปลาตัวใหญ่ที่ทิ้งตัวลงบนน้ำหลังได้ของที่มัน้าหยาดใสกระจายเต็มทั่วร่าง เปียกเบอร์นาร์ดที่ยืนอยู่ตรงทางเดินและขาผมนิดหน่อยััเย็น ๆที่ฝ่าเท้าทำให้ผมใจเต้นแรงเล็กน้อยนึกถึงความหมายของการจูบที่เคยอ่านมา
จูบที่เท้าคือการแสดงถึงความสวามิภักดิ์
มันคือการบอกให้รู้ว่าเขาจะเทิดทูนบูชาคนคนนั้นเพียงผู้เดียว
แต่กับดายแล้วผมว่ามันอาจจะแตกต่างออกไปนิดหน่อย
มันคือการเตือนว่าเขาฆ่าผมได้ทุกเมื่อที่อยากทำเพราะอย่างที่ผมบอกไป ถ้าเขาพุ่งตัวแรงกว่านี้ระยะห่างแค่นี้เขาสามารถกระชากผมลงไปขย้ำได้
ทว่าเขาก็ไม่ทำ
“ยังอยากเล่นอยู่สินะ ดาย”
ผมกลับมาที่ห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นเนื่องจากไปให้อาหารโลมามาดายไม่มากวนใจผมอีก คงเพราะมันได้สิ่งที่้าไปแล้วเลยหยุดอาละวาด ส่วนดีแลนมันก็ว่ายไปมาตามประสาของมัน ส่วนใหญ่เ้าตัวร้ายนี่จะอยู่ใต้มหาสมุทรลึก ๆมากกว่า
และขึ้นมาเมื่อมีเหยื่อให้กินเช่นผมเมื่อวานนี้
“เลทห้านาที”
“ให้เวลาผมสูบบุหรี่บ้างสิ”ผมกลอกตาใส่เอริคที่ทักทายผมด้วยการจับผิดตอนผมเปิดประตูเข้ามาในห้องควบคุมตอนนี้สิบโมงกว่า ก่อนหน้านั้นผมเสียเวลาไปกับการสะสางงานที่ค้างไว้รวมถึงเตรียมเอกสารที่จะเอามาคุยกับทีมวิจัยวันนี้
เื่การส่งยูโฟลำที่สี่ของปีลงไปใต้ทะเล
“ผมเห็นรายงานเื่ยูโฟแล้ว และวันนี้เราจะมาถกประเด็นนี้กัน” ผมว่าพลางวางเอกสารลงบนโต๊ะ ขยับตัวไปเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อฉายพื้นที่สภาพใต้ทะเลล่าสุดใช้ปลายนิ้วเลื่อนมันไปมาอยู่ในจุดที่จอร์แดนปักหมุดไว้
มันคือจุดที่ยูโฟตัวใหม่ถูกทำลายนั่นคือการยียวนของดีแลน
“เท่าที่ผมรู้คือยูโฟพังไปเพราะโดนดีแลนกัดทำให้เราไม่สามารถค้นหาสัญญาณได้ว่ามันไปตกอยู่ตรงไหน”ผมวาดวงสีแดงส่งผลให้ทีมวิจัยทุกคนหันมาสนใจ “แต่ถ้าเรามองตามทฤษฏีที่เขียนไว้ดีแลนไม่ได้กินมันเข้าไป นั่นแปลว่ามวลที่ถูกทำลายอาจถูกน้ำพัดไปตรงบริเวณนี้”
ติ๊ด !
ผมปักหมุดลงบนภาพชี้ให้ทุกคนเห็นโครงสร้างที่จำลองมา พวกเขาย่นคิ้วเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าเข้าใจตามที่ผมบอก ผมวางระยะห่างจากศูนย์วิจัยไปถึงจุดนั้นมันเยอะพอสมควรสำหรับการจะดำน้ำลงไป ทว่าหากลองคิดใหม่ก่อนหน้านี้เราส่งยูโฟไปข้างใต้ศูนย์วิจัย
มันเป็ที่พักอาศัยของดายกับดีแลนการบุกรุกย่อมทำให้เ้าของบ้านไม่พอใจ
ถ้าเราพลิกเกมนิดหน่อยยืดระยะห่างออกไป อาจจะดูเสียเวลาแต่มันก็น่าจะมีเปอร์เซ็นต์รอดกว่าจุดเดิม
“ผมคิดว่าเราควรจะลงไปให้ห่างจากจุดที่เรา้าสำรวจสักหน่อยแล้วใช้โหมดอำพรางย้อนกลับมา แบบนั้นเราจะไม่เป็จุดสนใจของมันมากนัก”
“แต่โหมดอำพรางมันคือเรือดำน้ำที่ต้องมีคนบังคับ”จอร์แดนแย้งใส่ ผมเลยเท้าแขนกับโต๊ะแล้วกระตุกยิ้มร้ายให้
แสดงถึงการท้าทายอันน่ากลัว
“ได้โปรดอย่ายิ้มแบบนี้”
“หึ”
“นี่คุณคงไม่คิด...จะส่งพวกเราเป็อาหารล่อฉลามหรอกใช่ไหม?” เขากลืนน้ำลายลงคอ ใบหน้าบ่งบอกถึงความหวาดหวั่น ประจำผมจะเห็นสีหน้าทะเล้นของเขาเว้นตอนนี้ที่ดูจะไม่เห็นด้วยอย่างมาก “คุณใจดีจะตายใช่ไหมครับ ?”
“ผมจะใจร้ายก็ต่อเมื่อผมต้องทำ จอร์แดน”
“…”
“และถ้าเราไม่สำรวจ งานวิจัยของเราก็จะไม่เดินหน้าสักที” ผมกระตุกยิ้มขณะที่ทุกคนทำหน้าเหยเกใส่ ไม่มีใครอยากลงไปข้างใต้นั่นเป็เหตุผลว่าเราสร้างยูโฟขึ้นมาทำไมอย่างน้อยถ้ามันเสียหาย ก็ไม่มีใครตายแต่ถ้าเอามนุษย์ลงไปแล้วโดนเมกาโลดอนจับได้...
เราจะตายทั้งสองทาง
“เสร็จงานนี้ผมจะสร้างยูโฟตัวใหม่ เอาที่มีโหมดอำพรางเมกาโลดอนได้”
“แต่นั่นมันคงไม่ทัน เพราะคุณทำท่าเหมือนจะส่งเราไปวันนี้”
“คุณนี่ควรลาออกไปเป็หมอดูนะ จอร์แดน”
“อ๊ะ !”
“เตรียมอาจีโฟร์ลงน้ำ คุณและสตีฟจะต้องลงไปกับผม” ไม่มีการโต้แย้งแม้ว่ามันจะเสี่ยงแค่ไหน ทว่าอย่างที่ผมบอกไปถ้าเราไม่เลือกสักทางเราก็ต้องย่ำอยู่กับที่ไม่ต่างจากเ้าสองตัวที่วนเวียนอยู่แถวนี้ ผมให้จอร์แดนกับสตีฟไปเตรียมตัวสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ที่เลือกสองคนนี้เพราะพวกเขามีความสามารถที่แตกต่างออกไป
จอร์แดนเก่งเื่ระบบคอมหากเราโดนโจมตีเครื่องมือใช้ไม่ได้ เขาย่อมรู้วิธีแก้ไขส่วนสตีฟเขาเก่งเื่กายภาพของสัตว์น้ำ เป็หูเป็ตาให้ผมที่เป็คนขับเรือดำน้ำได้และที่ผมอาสาจะลงไปทั้งที่ไม่มีความจำเป็ต้องไปก็เพราะว่าถ้าเมกาโลดอนทั้งสองจับพวกเราได้...
พวกเขาก็มั่นใจได้ว่าจะไม่ตายต่อให้มีเปอร์เซ็นต์การรอดแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ตราบใดที่เราไม่เตะตาหรือไปล่อมันก็หวังว่าจะขึ้นมาก่อนค่ำได้
“เอาเหยื่อลงน้ำล่อพวกมันไปไกล ๆ แสงไฟจะดึงดูดพวกมัน” ผมสั่งเอริคที่เป็ผู้คุมทางบกทุกคนที่นี่จะต้องช่วยกันล่อให้ดีแลนกับดายไปให้ห่างจากเรือผมเพราะถ้ามันรู้ว่าเราจะไป มันจะพุ่งใส่ทันทีที่เราลงน้ำ
พวกมันไม่ได้อยากกินเราหรอกมันแค่อยากแกล้งเพื่อความมัน
มันร้ายกาจกว่าที่เราคิดเยอะ
“แน่ใจนะว่าคุณจะทำแบบนี้”
กึก !
“มันอาจดีกว่าถ้าเราใช้ยูโฟทำตามแผนอย่างน้อยคุณก็จะไม่ต้องเอาชีวิตใครไปเสี่ยง” เอริคพูดกับผมทาบมือลงกับขอบประตูเรือดำน้ำที่ผมกำลังจะปิดมัน ดวงตาของเราสบกันและผมเลือกที่จะยิ้มท้าทาย“อย่าทำเหมือนว่ามันสนุกได้ไหมนั่นไม่ใช่ฉลามที่เราไล่ได้ง่าย ๆ นะโซล”
“แต่พวกมันจะไม่กินผม”
“…”
“ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตพวกคุณทุกคนจะปลอดภัย เพราะงั้นทำตามแผนที่วางไว้ถ้ามีอะไรผิดพลาดผมจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด” ผมตบบ่าเขาก็รู้หรอกว่าเป็ห่วง แต่มาถึงขั้นนี้แล้วจะถอยกลับก็ไม่ได้ผมอุตส่าห์ให้เวลาจอร์แดนทำใจเป็ชั่วโมง
ถ้าบอกเขาว่าเราจะส่งยูโฟไปแทนผมกลัวว่าเขาจะรู้สึกเสียดายเวลาที่เสียไป
เอริคถอนหายใจใส่ผมคงเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้น ผมก็เลยดึงคอเสื้อเขากระชากเข้ามาใกล้ ๆก่อนจะกระซิบชิดริมฝีปากเขาว่า
“ผมจะไม่ตายจนกว่าจะได้มีเซ็กซ์กับคุณอีกครั้ง”
“โซล...!”
“หลังผมกลับมาผมจะทวงรางวัล เมื่อถึงตอนนั้น...อย่ากลัวก็แล้วกัน” ผมหัวเราะ ปล่อยคอเสื้อเขาแล้วมุดเข้าเรือดำน้ำไป ไปนั่งประจำที่ชูนิ้วให้เขาเป็เชิงว่าพวกเราทำได้เล่นเอาเอริคถึงกับเสยผมระคนลูบหน้าอย่างหน่ายใจ เมื่อกี้เขาคงใไม่น้อยเลยผมคิด
“ช็อตเมื่อกี้ผมควรถ่ายรูปลงทวิต”
“เป็การอำลาการมีชีวิตเหรอจอร์แดน”
“คุณโซล !” ผมยิ้มขำมองคนหน้าตาตื่นที่โดนผมสวนกลับ “มันไม่ตลกนะครับ อย่าทำให้การทำใจของผมเสียเปล่าสิ”
“ไม่เสียเปล่าแน่จอร์แดน ผมจะทำให้คุณสนุกกับทริปนี้”
“...”
“เตรียมระบบให้พร้อม เรากำลังจะลงน้ำกันแล้ว” ผมสั่งพวกเขาทั้งสองสตีฟเลยยกนิ้วให้เป็การบอกว่าฝั่งเขาพร้อมแล้วได้ยินเสียงบ่นจิ๊จ๊ะจากปากของจอร์แดนนิดหน่อยถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ผมหันกลับมามองผิวน้ำตรงหน้าตอนนี้พวกเราอยู่ในอาจีโฟร์ เรือดำน้ำที่ดำได้ลึกมาก เช็กอากาศ ระบบเสียงและอื่น ๆอีกมากมาย
พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเราก็จับจ้องทีมของเอริคที่กำลังล่อฉลามไว้ ครีบยาว ๆ สองอันกำลังลอยตามน้ำไปไปหาเนื้อชิ้นใหญ่ที่มีเสียงของลูกวาฬเป็ตัวล่อ เมื่อพวกมันอยู่ในจุดที่พร้อมแนชลีย์ก็ปล่อยพวกเราลงทะเล
ตู้ม !
เสียงน้ำกระจายตามแรงปะทะเคล้ากับเสียงชิ้นเนื้อที่ถูกกระชากจากเครนั์ผมอาศัยจังหวะที่สองพี่น้องกำลังสวาปามเนื้อวาฬที่ตายแล้ว รีบเร่งเครื่องเรือดำน้ำเดินหน้าไปให้ไกลก่อนจะมุดลงไปใต้มหาสมุทรไม่วายแอบเสตามองว่าทั้งสองสนุกกับการกินแค่ไหนหรี่แสงนำทางลงเล็กน้อยไม่ให้พวกมันสังเกตได้
เพราะถ้ามันรู้ว่าพวกเรากำลังออกจากศูนย์วิจัยเมื่อไหร่...
เนื้อชิ้นใหญ่จะกลายเป็พวกเราสามคนทันที
“คอยเช็กเซนเซอร์ด้วยนะว่ามีอะไรเข้ามาใกล้หรือเปล่า”
“ครับผู้การ” สตีฟทำมือแบบพวกทหารรับคำสั่งผมเลยหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินเครื่องให้เคลื่อนไปด้านหน้า ความเร็วอยู่ในระดับปกติเราจำเป็ต้องไปอย่างช้า ๆ ไม่งั้นมันจะดึงดูดพวกนักล่ามากเกินไปคอยจับตามองทั้งสองฝั่ง จับจ้องภาพจำลองที่โหลดใส่ใหม่
บางทีถ้าเราเข้าไปใกล้จุดที่ผมบอกไว้เราน่าจะพอจับคลื่นแม่เหล็กจากยูโฟที่เสียไปได้
ผมเลียปากผ่านชั้นบรรยากาศหนาที่ไม่ต่างจากม่านหมอกสีดำกั้นไว้พื้นที่ข้างล่างเป็ส่วนที่ไม่เคยมีใครเข้ามาได้ มันลึกเกินไปและอันตรายไม่มีใครรับรองได้ว่าเราจะรอดกลับไปหาคนข้างบน
แต่ผมจะทำให้เรารอดกันทั้งหมดให้ได้
“เพิ่มแสงหน่อยจอร์แดน แล้วเปลี่ยนโหมดเป็ลอยต่ำ”
“ได้ครับ”
“หันหัวเรือไปทางขวา ถ้าพวกคุณจับอะไรได้ต้องรีบบอกเรานะ” ผมพูดกับจอมอนิเตอร์ที่ไว้สื่อสารกับศูนย์วิจัยได้ยินเสียงพวกเขาตอบมานิดหน่อย อย่างน้อยก็พอให้วางใจได้ว่าสัญญาณไม่ขาดหายแสงสว่างถูกเพิ่มขึ้น สาดไปทั่วพื้นทรายด้างล่าง ผมร้องว้าวหน่อย ๆ เนื่องจากพื้นที่ต้องห้ามมีความอุดมสมบูรณ์กว่าแนวปะการังที่เคยเห็นมาซะอีก
ผมฉายไฟเร่งเครื่องเล็กน้อยขณะที่เหล่ตามองมอนิเตอร์
ยังไม่มีอะไรเข้ามาใกล้เรา
“เซนเซอร์จับอะไรบางอย่างได้ครับคุณโซล” สตีฟบอกแล้วปัดหน้าจอเลื่อนมาตรงหน้า “เหมือนเป็ชิ้นโลหะขนาดใหญ่บางทีอาจเป็ยูโฟที่ถูกทำลาย”
“งั้นวางหมุดปักไว้ แล้วเปิดโหมดอำพราง เราจะค่อย ๆ ล่องไปดูกัน”
“มืดขนาดนี้เราจะมองเห็นกันยังไงครับ ?”
“คงต้องใช้สัญชาตญาณ” ผมยกยิ้มให้เขาปิดไฟส่วนหน้าและเริ่มโหมดอำพรางที่เตรียมไว้ โหมดนี้เสียงเครื่องจะเบาลงส่วนที่ไม่จำเป็จะถูกปิดใช้ เว้นใบพัดที่จะช่วยให้เราเคลื่อนตัวไปผมสูดลมหายใจเข้ารู้สึกว่าการหายใจเริ่มลำบากทั้งที่มีอากาศเหลือเฟือให้เราหายใจ
หรือไม่คงเพราะตอนนี้เราปิดไฟเลยไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรอยู่ข้างหน้า
ผมกัดปากพาลูกทีมล่องเรือไปหาภาพจากจอมอนิเตอร์บ่งบอกว่าเราใกล้ถึงจุดนั้น ใช้คลื่นความร้อนสแกนเพื่อตรวจสอบว่าแถวนี้มีอะไรไหมทุกอย่างเงียบมาก สงบจนน่าใราวกับว่ามันกำลังเชื้อเชิญให้เราเข้าไป
“คุณเห็นอะไรไหม” ผมกดไวเลสติดต่อกับทีมทางบก “มีอะไรที่พวกเราต้องระวังหรือเปล่า”
[ตอนนี้เรายังไม่พบการเคลื่อนไหวอะไรเลยค่ะคุณโซลบางทีนี่อาจเป็สัญญาณที่ดีก็ได้นะคะ]
ผมผ่อนลมหายใจ คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีเท่าไหร่นักตราบใดที่เราอยู่ใต้น้ำไม่มีคำว่าสัญญาณที่ดีหรอกผมรับประกันได้อยู่ที่ว่าเื่ร้ายจะมาเร็วหรือมาช้าก็เท่านั้น
จอร์แดนเอามือทาบกระจกพยายามมองฝ่าความมืดออกไป
“ผมมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากพวกโขดหิน”
“...”
“คุณว่ามันมีอะไรอยู่ข้างนอกไหม” เ้าตัวถามในสิ่งที่ผมคิดในใจมันแทบเป็ไปไม่ได้ที่งานเราจะราบรื่นขนาดนี้ ผมเอามือแตะไวเลสที่ติดหูสื่อสารกับแนชลีย์ที่ดูพวกเราจากจอมอนิเตอร์อีกทีถามถึงสิ่งที่น่าจะอันตรายที่สุดในทะเลนี้
“เ้าสองตัวเป็ไง”
[ฉะ...ฉันไม่แน่ใจ บางทีมันอาจดำน้ำเล่น]
“ว่าไงนะ”
[แทร็กเกอร์ที่ติดตัวมันบอกว่ามันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่]
ผมได้ยินเสียงแป้นพิมพ์ คาดว่าเธอน่าจะคีย์ข้อมูลอะไรสักอย่าง
[พิกัดบอกว่ามันอยู่ตรงห้องนอนของคุณเหมือนจะอยู่นิ่ง ๆ บางทีมันอาจหลับ]
“นี่ไม่ใช่เวลานอนของมันแนชลีย์ ผมรู้จักมันดีกว่าใคร”
[แล้วคุณคิดว่ามันอยู่ไหน]
“บางทีอาจเป็...”
ปึง !
“เหวอ !” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบ จู่ ๆ เรือดำน้ำของเราก็ถูกชนจนหมุนออกนอกเส้นทางแรงกระแทกหนักหน่วงมากไม่ต่างจากเอาช้างวิ่งชนตึก วินาทีนั้นผมพยายามประคองเรือไว้อยากเปิดไฟดูแทบขาดใจว่าอะไรชนเรือเราอยู่แต่ถ้าทำแบบนั้นมีหวังเราคงได้เจอเื่ไม่ดีเข้า
เพราะขนาดนี้ก็แย่แล้ว!
[เกิดอะไรขึ้นโซล มีอะไร !]
“อะไรไม่รู้ชนเรือเราเอริค อาจเป็โขดหิน...!”
ติ๊ด ๆ !
เสียงเซนเซอร์ดังรบกวนเตือนให้รู้ว่ามีบางอย่างอยู่ที่นี่เราสามคนรีบหันไปมองจอมอนิเตอร์มันปรากฏรูปเป้าหมายเป็ลูกศรตัวใหญ่ที่หันท้ายเข้าหากันสี่อันมันอยู่ไม่ไกลจากเรามาก แต่ด้วยความเร็วที่เคลื่อนมาทำให้ผมรีบดับเครื่องยนต์ต่อให้เราจะเปิดระบบอำพรางไว้ก็ตาม จอดเรืออยู่กับโขดหินต่ำที่เป็ที่ว่างพอจะจอดได้
เราปิดไฟในเรือปล่อยให้ความเงียบกลืนกินเราไว้ ได้ยินเสียงถามจากไวเลสมาเป็ระยะ ๆทว่าผมก็ไม่ได้ตอบกลับ ผมใช้สมาธิมองผ่านความมืดออกไป
หัวใจผมเต้นระรัวไม่ต่างจากตอนโดนฉลามไล่กิน
“คะ...คุณคิดว่ามันคือตัวอะไร”
“…”
“มันใช่เมกา...”
“ชู่ว” ผมเอานิ้วชี้แนบปากส่งเสียงชู่ให้จอร์แดนสงบคำผมไม่รู้ว่าสัตว์ด้านนอกประสาทััดีแค่ไหน ถ้ามันมองไม่เห็นเราก็ดีไปแต่ถ้าเราพูดเสียงดังจนระบุตำแหน่งได้ว่าเราอยู่ไหนก็ไม่ควรผมกัดปากจ้องมองความมืดที่สงบอีกครั้ง หัวใจของผมเต้นแรงไม่เป็ส่ำถึงอย่างนั้นผมก็จะไม่มีวันทำให้ลูกเรือผมขวัญเสียแน่
ผมชี้ไปที่เครื่องมือติดต่อสื่อสารมันเหมือนไอแพดแต่โครงสร้างเป็อีกแบบ เราจะต้องเช็กว่ายูโฟที่เรามาหาอยู่ตรงไหน
“ปักหมุดระยะทางใหม่ บางทีมัน...”
ปึง !
“อ๊ะ !” เรือของเราถูกกระแทกอีกครั้งคราวนี้รุนแรงจนผมหลุดออกจากเบาะ ทุกคนตีลังกาหมุนรอบเรือที่กลิ้งหลายตลบหัวของผมกระแทกกับคอนโทรล ััได้ถึงกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งมา “โอ๊ย...บ้าจริง”
“คุณโซล !”
“ตายล่ะ คุณเป็ไรไหม ?” สตีฟกับจอร์แดนรีบเข้ามาพยุงผมความเจ็บทำผมนิ่วหน้านิดหน่อยขณะที่พยายามทรงตัวให้อยู่ ตอนนี้เรือเราหยุดหมุนผมไม่รู้ว่าเราอยู่ส่วนไหน แรงปะทะเมื่อกี้ทำให้ระบบไฟตัดไป ไวเลสที่ใช้ก็ติดต่อคนข้างบนไม่ได้ “โอ้พระเ้าหัวคุณเืไหล ต้องรีบหาผ้ามาห้ามเืไว้ก่อน !”
“ชู่ว” ผมเอานิ้วทาบปาก ตะครุบปากจอร์แดนเอาไว้เสียงของความใจะเรียกนักล่าเข้ามาหา “อย่าส่งเสียงเราไม่รู้ว่าอะไรอยู่ข้างนอกนั่น”
“อื้อ”
“ใจเย็นไว้ ผมบอกแล้วไงว่าเราจะต้องปลอดภัย”
“ละ...แล้วคุณคิดถึงเื่นี้ไหม”
“อะไร ?”
“นั่น” ผมย่นคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่สตีฟกำลังจะสื่อเขาชี้ไปที่ด้านหน้า ใบหน้าซีดขาวเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นวินาทีนั้นหัวใจของผมเต้นแรงมากเผลอกลั้นหายใจเลื่อนสายตาไปมองตามแล้วพบว่ามีบางอย่างกำลังจ้องมองเราอยู่
ดวงไฟที่ยื่นยาวจากส่วนหัวเผยให้เห็นคมเขี้ยวน่ากลัวที่บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่ามันกินเราหมดได้ในคำไหน
นาทีนั้นผมคล้ายโดนบีบคอไม่ให้หายใจ...
อสูรกายตรงหน้าน่ากลัวไม่ต่างจากเมกาโลดอนเลย