บทที่ 61 ตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์
กลิ่นเหม็นอันรุนแรงของหนองน้ำพิษฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ละอองน้ำที่ลอยขึ้นมายิ่งตีหืนทำให้คนอยากจะหมดสติไปกับมันเอาได้ง่ายๆ ถ้าไม่ใช่เพราะอุปกรณ์ป้องกันที่มีคุณภาพ แม้แต่คนที่มีบาเรียป้องกันพิษอย่างอันซูหยวนก็อาจจะอาเจียนออกมาได้เลย
ถือว่าประสิทธิภาพในการจัดการกับกลิ่นเหม็นของชุดป้องกันระดับสูงเรียกได้ว่ายอดเยี่ยมจริงๆ เทคโนโลยีในการนำพลังงานมาใช้ของยุคนี้ดีกว่าตอนที่เธอจากมามาก
ซูหยวนมองไปรอบๆ นอกจากจุดสีแดงที่อยู่กระจัดกระจายทั้งในน้ำและบนบกแล้ว ก็ไม่เห็นจุดสีฟ้าอื่นเลย นี่เป็นเพราะหนองน้ำแห่งนี้ไม่คุ้มค่ากับการล่าสำหรับนักล่าทั่วไปอย่างไรล่ะ
อย่าลืมว่านักล่าทั่วไปนั้น การมีชุดป้องกันระดับต่ำสักชุดก็ยังเป็นเรื่องยาก นับประสาอะไรกับการที่จะต้องซื้อชุดป้องกันระดับสูงเพื่อมาล่าสัตว์กลายพันธุ์ระดับต่ำที่เขต A ด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้จะมีแค่ซูหยวนเท่านั้นที่นี่
เดิมทีซูหยวนต้องการไปล่าพืชอย่างวีครอนกลายพันธุ์ ซึ่งถือเป็นการฝึกการใช้พลั่ว ฝึกใช้พลังกาย และการเคลื่อนไหวไปพร้อมๆกัน แต่เนื่องจากการใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่และนักล่ามากมายมารวมอยู่รอบๆบริเวณทำให้การล่าของซูหยวนอาจจะเป็นจุดสนใจของผู้อื่นได้
เพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตามากเกินไป ซูหยวนจึงเปลี่ยนเป้าหมายของตนเองมาเป็นการล่าตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ที่จะอยู่ใกล้ๆหนองน้ำพิษแทน แน่นอนว่าการล่าครั้งนี้มีความเสี่ยงให้กับตนเองเพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงแค่หนองน้ำที่เต็มไปด้วยพิษจนทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายเท่านั้น แต่ยังมีจำนวนของพวกตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ที่ไม่เคยถูกล่าเลยเป็นจำนวนมากอีกด้วย
ความสามารถของพวกมันก็ไม่ได้อ่อนแอ หนองน้ำพิษนี้กลายเป็นสุสานนักล่าได้ง่ายๆหากพวกเขาหลงทางมา ดังนั้นซูหยวนจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังให้ตนเองเพิ่ม
ตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ขึ้นชื่อในเรื่องการพลิกแพลงในการโจมตีศัตรู เนื่องจากพวกมันเป็นเหมือนกับสไลม์ที่เธอรู้จักดีในเกมต่างๆ เพียงแต่ลักษณะของมันไม่ได้เป็นตัวอ้วนกลมน่ารักสีฟ้าสีชมพูเหมือนกับในเกมหรืออนิเมะเหล่านั้น พวกมันยังคงเต็มไปด้วยพิษสีเขียว น้ำเหลืองไหลท่วมตัวของพวกมันจนทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างเชื่องช้า
แค่เห็นพวกมันก็อาจจะทำให้อาเจียนได้แล้ว กลิ่นตัวของพวกมันยิ่งรุนแรงมากกว่าอีก
ซูหยวนมองดูสัตว์กลายพันธุ์ที่น่าขยะแขยงเหล่านี้แล้วก็ต้องคิดอีกครั้งว่าตัดสินใจมาล่าที่นี่ถูกต้องแล้วหรือไม่ แกนพลังงานที่มีค่าเท่ากัน แต่ต้องอดทนกับความน่าสะอิดสะเอียนของพวกมันเช่นนี้ อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย...
แน่นอนว่าเจ้าตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์เห็นซูหยวนแล้ว พวกมันมากกว่า 5 ตัว ค่อยๆขยับย่างเยื้องกายเหมือนกับหอยทาก ทิ้งรอยสีเหลืองไว้ด้านหลัง ในขณะที่ตัวของพวกมันเหลวมาตามทางโดยมีหัวธนูเป็นซูหยวน
ขอเพียงเธอรีบหลบหนีไปจากที่นี่ พวกมันก็จะโจมตีไม่ได้แล้ว แต่...นั่นก็หมายความว่าซูหยวนไม่สามารถโจมตีพวกมันได้เช่นกัน
ตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์พวกนี้ขึ้นชื่อเรื่องนักวางกับดักเป็นที่สุดแล้ว เห็นว่าพวกมันดูอ่อนแอไร้พิษสง ทว่าถ้าหลงกลไปกับความอ่อนแอของพวกมันแล้วเผลอเหยียบร่องรอยสีเหลืองที่ถูกทิ้งเอาไว้ เมื่อนั้นก็อาจจะเป็นวันที่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งก็เป็นได้
รอยสีเหลืองที่ถูกทิ้งเอาไว้นั้นมีลักษณะเป็นเหมือนกาวที่เหนียวหนึบ แต่ปัญหาไม่ได้มีแค่นั้น ที่จริงแล้วร่องรอยสีเขียวนี้ก็คือความสามารถที่น่าอัศจรรย์ของพวกมันต่างหาก
ก่อนที่จะทิ้งรอยสีเหลืองเอาไว้ พวกมันเคลื่อนที่ช้ามากๆ กลับกัน...หากพวกมันต้องการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงก็ยังได้อยู่ โดยมีข้อจำกัดเดียวก็คือ...พวกมันจะเร็วได้จนน่าอัศจรรย์บนของเหลวสีเหลืองที่ทิ้งเอาไว้นั่นเอง
ได้ยินว่า เมื่อพวกมันสามารถล้อมตัวศัตรูเอาไว้ในเส้นทางของเหลวสีเหลืองได้ เมื่อนั้นก็เท่ากับชีวิตของนักล่าได้มอบให้พวกมันไปแล้ว เนื่องจากพวกเขาจะไม่มีวันหนีรอดจากการโจมตีของพวกมันไปได้เลยในรัศมีวงกลมที่พวกมันทำทิ้งไว้
ซูหยวนมองดูตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางตัวเอง เธอไม่จำเป็นต้องเอาธนูออกมาเลย เพราะเจ้าตัวตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์นี้ไม่ได้มีจุดตายที่ชัดเจน ต่อให้โจมตีมันด้วยธนูเป็นสิบครั้ง ความสามารถในการรักษาตัวของมันก็ยังยอดเยี่ยมจนทำให้รอยโจมตีไม่มีผล ดังนั้นถ้าต้องการฆ่ามันล่ะก็...นักล่าจำเป็นต้องฆ่ามันให้ตายในการโจมตีเดียว ซึ่งวิธีนั้นในตอนนี้...ซูหยวนทำได้แค่ใช้พลั่วของเธอเท่านั้น
จนกว่าจะสำเร็จวิชาการใช้ธนูระดับสูงของอาจารย์เติ้ง คาดว่าคงไม่อาจจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับพวกมันได้
นอกจากกับดักสีเหลืองที่พวกมันทิ้งไว้ และพลังในการฟื้นตัวแล้ว การโจมตีจากแขนทั้งสามของมันก็สร้างปัญหาได้เช่นกัน โดยสาเหตุที่พวกมันได้ชื่อว่าตัวหนืดสามแขน เป็นเพราะทุกครั้งที่มันโจมตีออกไป จะใช้ทั้งสามแขนของมันสะบัดออกไปเหมือนแส้ในครั้งเดียว
ถ้าหลบโดยไม่ระวังล่ะก็...การโจมตีนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้บาดเจ็บหนักได้เลย
มือเล็กกระชับพลั่วแน่น เธอต้องตรวจสอบการเคลื่อนไหวของพวกมันให้ดี ตราบเท่าที่ถูกล้อมเอาไว้ทั้งหมด เธอจะไม่สามารถรอดจากการโจมตีนี้ได้เลย อย่างไรก็ตาม...ข้อเสียของมันก็ไม่ใช่น้อยๆ อย่าลืมว่าพวกมันนั้นไม่ใช่มนุษย์ ความคิดความอ่านย่อมไม่สามารถตามกลโกงของมนุษย์ได้ทัน
ถ้าหากมันเก่งกาจขนาดที่นักล่าทั่วไปจัดการไม่ได้ อย่างนั้นก็คงจะเข้าไปอยู่ในเขตพื้นที่ที่ลึกออกไปแล้ว พวกมันคงไม่มารวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ที่มีพลังงานต่ำเช่นนี้หรอก
ซูหยวนกวาดมองรอบเดียวก่อนจะเตะเท้ากระโจนออกไปยังช่องว่างด้านหน้าของตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ตัวหนึ่ง เมื่อมันเห็นศัตรูเข้ามาใกล้ แขนทั้งสามก็สะบัดออกอย่างรุนแรง ระยะความยาวที่สามารถยืดออกมาได้ก็คือ 3 เมตร ทว่าเมื่อฟาดแขนออกมาแล้วย่อมไม่สามารถบังคับทิศทางได้อีก ซูหยวนเพียงตั้งใจมองการโจมตีแล้วก็หลบเพียงเล็กน้อย แขนทั้งสามก็ไม่อาจจะทำอันตรายเธอได้แล้ว
หญิงสาวขยับถอยหลังไปเรื่อยๆ หลอกล่อให้ตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์เคลื่อนไหวตามตัวเองมาพร้อมกับฟาดแขนทั้งสามในมือไปด้วย หลังจากที่มันโจมตีออกไปแล้วจะมีระยะเวลาหน่วงอยู่ประมาณ 5 วินาทีจึงจะโจมตีใหม่ได้ หากต้องเคลื่อนไหวตามซูหยวนมาอีก จะกินเวลาเกือบ 20 วินาทีจึงจะได้โจมตีครั้งต่อไป
ฟวับ!! ตู้ม!!
การโจมตีครั้งแรกพลาด การโจมตีครั้งต่อไปตามมาอีกและยังคงพลาดอีกครั้ง ซูหยวนขยับตัวไปเรื่อยจนกระทั่งการโจมตีครั้งที่สี่
ฟวับ!! ฟวับ!!
ตู้ม!!
โดยที่พวกมันก็ไม่ทันได้รู้ตัว การโจมตีที่รุนแรงนี้ถูกโจมตีออกไป แต่ไม่ใช่การโจมตีโดยตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์เพียงตัวเดียวเท่านั้น ซูหยวนขยับเข้าไปอยู่ในระยะการโจมตีของตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ที่อยู่ด้านหลัง มันจึงออกแรงโจมตีเธอ พร้อมๆกับเจ้าตัวที่ล่าซูหยวนมาตลอดก็โจมตีออกมาเช่นกัน
สองตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์โจมตีพร้อมกัน ทว่าเป้าหมายของพวกมันกลับหลบเลี่ยงออกไปตามช่องว่างได้สำเร็จ สุดท้ายแล้วแขนทั้งสามที่ฟาดออกก็ตีไปที่หัวของพวกมันกันเองจนเกิดเสียง “ตู้ม” และ “ตู้ม” สนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหนองน้ำพิษ
ของเหลวในตัวของพวกมันแตกกระจายจนกลายเป็นละอองฝน ซูหยวนขยับหลบออกไปไกลเพื่อไม่ให้เธอได้รับสิ่งสกปรกเหล่านั้น แม้ว่าชุดของเธอจะสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ ทว่าความสกปรกก่อนที่จะจัดการคราบออกไปได้นั้นไม่น่าพึงประสงค์เอาเสียเลย
แกนพลังงานกลิ้งออกมา ซูหยวนมองซากของตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ที่เหมือนกับลูกโป่งแตกด้วยความเสียดาย หากเธอเป็นผู้เก็บขยะ เธอย่อมไม่มาแถวๆนี้แน่ แม้จะได้ยินว่ามีการฆ่าตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ตายจำนวนมากก็ตาม นั่นเพราะหลังจากที่พวกมันตายแล้ว ของเหลวในตัวก็ไหลลงไปสู่หนองน้ำพิษจนน้ำหนักของพวกมันลดลงไปมาก
ถึงพวกมันจะเป็นตัวเก็บสสารได้ดี แต่พอมันตายแล้วกลับทิ้งสสารออกไปทั้งหมด ช่างเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่ไร้ประโยชน์สำหรับมนุษย์จริงๆ
ซูหยวนมองดูตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ที่กำลังตามร่องรอยการต่อสู้มาอีกจำนวนมาก เจ้าพวกนี้ช่างไม่มีความคิดจริงๆ ยิ่งพวกมันโจมตีพร้อมกันมากเท่าไร โอกาสที่จะพลาดโจมตีโดนพวกเดียวกันเองก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าการถูกล้อมจะสร้างอันตรายให้กับซูหยวนได้เช่นกัน แต่ถ้าเธอสามารถหลบการโจมตีทั้งหมดในวงล้อมนี้ได้ แค่นี้ก็ถือว่าชนะพวกมันแล้วไม่ใช่หรือ?
แทนที่จะได้ฝึกฝนพลังกายและแรงโจมตีตามที่ตั้งใจเอาไว้ ซูหยวนกลับได้ฝึกฝนความเร็วและการคาดการณ์ของตนเองแทน แน่นอนว่ามือของเธอยังคงถือพลั่วสีดำไว้ในมือเพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจจะคาดไม่ถึง แม้จะมีบาเรียป้องกันอยู่ ทว่าเธอก็ควรจะต้องมีฝีมือด้วยไม่ใช่หรือ?
“เข้ามาให้หมดเลยก็ได้นะ” ซูหยวนคลี่ยิ้มออกมา ท่าทางของเธอจริงจังมาก สายตาจับจ้องไปยังแผนที่เพื่อตรวจสอบตำแหน่งของจุดสีแดงทั้งหมด ในขณะเดียวกันก็ต้องดูศัตรูด้านหน้าเพื่อระวังการโจมตีของอีกฝ่ายไปด้วย
โชคดีที่พลังงานของซูหยวนมีมากกว่านักล่าทั่วไป ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่พร้อมสำหรับการรับมือการโจมตีจากสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากเช่นนี้แน่ หญิงสาวกระโดดไปซ้ายที่ขวาทีอย่างชำนาญ ความเร็วในการคิดและการคำนวณสูงมาก ทว่าทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสมาธิของเธอด้วย
ซูหยวนไม่ทันได้รู้ตัวว่านอกจากเธอจะสามารถเพิ่มความชำนาญในการเคลื่อนไหวของตนเองแล้ว เธอก็ยังได้ฝึกสมาธิควบคู่ไปจนทำให้เกิดความชำนาญได้อีกด้วย ดังนั้นหลังจากที่เธอกลับไปยังสถาบัน การฝึกสมาธิที่ว่ายังไม่คืบหน้าไปไหน กลับกลายเป็นว่าพัฒนาไปจนแม้แต่อาจารย์เติ้งก็ยังต้องกล่าวชม
ในขณะเดียวกัน ทางนักเรียนของสถาบันอันดับหนึ่งกลุ่มที่จะต้องเข้าพักพร้อมกับซูหยวนก็ได้กลับมาที่ค่ายแล้ว พวกเขามีกัน 9 คน หากรวมซูหยวนด้วยก็จะเป็น 10 คนที่จะได้เข้ามาพักผ่อนที่นี่ในเวลาเดียวกัน ทว่า...หลังจากรอไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วซูหยวนก็ยังไม่ปรากฏตัว พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดีนัก
“นักเรียนทุนอันยังไม่กลับมาเลย...” นักเรียนคนหนึ่งเปิดประเด็น
“อาจจะกำลังมาก็ได้” จางเฟยพยายามพูดแต่เรื่องที่ดีๆออกมา แม้ว่าในใจเขาก็จะคิดเหมือนกับทุกคนไปแล้ว
นักเรียนชั้นปีที่หนึ่ง แถมยังมาจากเขตชั้นนอก ถึงจะมีฝีมือขนาดไหน ก็ไม่ควรที่จะรับมือกับสัตว์กลายพันธุ์ด้วยตัวคนเดียวได้ ขนาดพวกเขาไปกัน 9 คน ยังได้รับบาดเจ็บกลับมากันทุกคนเลย นับประสาอะไรกับซูหยวนที่ไปคนเดียวล่ะ
“เลยเวลามาครึ่งชั่วโมงแล้ว ถ้าหากว่า...”
“ไม่มีถ้าหาก อย่าคิดในแง่ลบนักเลย”
“ก็แค่คิดเผื่อเอาไว้ ถ้าเกิดเรื่องจริงๆจะเป็นอย่างไร”
“แม้ว่าฉันจะไม่ค่อยสนิทกับนักเรียนอันมากนัก แต่นักเรียนอันเป็นคนดีและมีฝีมือจริงๆ ถ้าเกิดว่าในอีกครึ่งชั่วโมงเธอยังไม่ปรากฏตัว พวกเราควรจะออกไปตามหาไหม”
“อืม ฉันก็ว่าดีนะ พวกเราจับกลุ่มมาพักรอบเดียวกับเธอก็เหมือนเป็นกลุ่มเดียวกันแล้ว นี่ก็ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของพวกเราด้วย” นักเรียนจากเขตชั้นในเหล่านี้ไม่ได้มีความกลัวตายอยู่แล้ว กลับกัน...สำหรับพวกเขา การช่วยเหลือเพื่อนนักล่าถือว่าเป็นความรับผิดชอบด้วยซ้ำ
การถูกสั่งสอนมาเพื่อให้กลายเป็นนักล่าที่มีเกียรตินี้ถือเป็นทัศนคติที่น่ายกย่องสำหรับพวกเขตชั้นในจริงๆ แม้ว่าพวกเขาจะมีอคติต่อพวกเขตชั้นนอก แต่ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะข่าวเกี่ยวกับนักเรียนจากเขตชั้นนอกที่สร้างปัญหาในทุกๆปี แถมปีของพวกเขาเองก็ยังพบว่าคนเหล่านั้นสร้างปัญหาใหญ่เสียด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะตั้งป้อมเช่นนี้
เมื่อเห็นซูหยวนเป็นเพื่อน ทุกคนก็พร้อมที่จะออกไปช่วยเหลือเธอโดยไม่มีความเห็นแก่ตัว หากซูหยวนรู้เรื่องนี้เข้า เธอก็คงจะรู้สึกขอบคุณทั้งหมดไม่น้อยเลย
ทว่า...น่าเสียดายที่น้ำใจครั้งนี้ นักเรียนจากเขตชั้นในยังไม่ทันได้มอบให้ พวกเขาที่นอนรักษาบาดแผลและพักฟื้นเพื่อเตรียมพร้อมไปตามหาอันซูหยวน ในที่สุดก็ได้เห็นร่างบางกำลังเดินมาทางนี้แล้ว
“นักเรียนทุนอัน! เธอเป็นยังไงบ้าง”
“นักเรียนทุนอัน รีบเข้ามาเร็วเข้า พวกเรายังมียา....”
ทุกคนรีบเรียกอันซูหยวนที่กำลังเดินกลับมาด้วยความตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม...ก่อนที่พวกเธอจะพูดกันจบ ทั้งหมดก็ต้องชะงักไป
สภาพของอันซูหยวนในเวลานี้ไม่เหมือนที่พวกเขาคิดเอาไว้เลย อะไรคือการบาดเจ็บ อะไรคืออันตราย? ทำไมพวกเขาจับกลุ่ม 9 คนไปต่อสู้แล้วยังได้รับบาดแผลครบทุกคน ในขณะที่อันซูหยวนกลับมาโดยไร้รอยขีดข่วน...จากสภาพของพวกเขาตอนนี้ ไม่ใช่ว่าน่าเป็นห่วงยิ่งกว่านักเรียนทุนอันหรอกหรือ?!!
…………………………………….