ตอนที่ 38
“หลานชาย?" ตอนนี้ชิงเทียนรู้สึกหัวหมุน ที่อยู่ดีๆชายชราก็มาเรียกตนเองว่าหลานชาย “ผู้อาวุโส ดูเหมือนว่าคุณจะเข้าใจผิดแล้ว ผมจะไปเป็นหลานชายคุณได้ยังไง" ชิงเทียน พยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนของ ชิงถิงฟง
ชายชราคว้ามือชิงเทียน แล้วลูบไปปานใต้แขนของเขา “ไม่ผิดแน่ ปู่จำรอยปานของหลานได้ รูปนกน้อยกำลังสยายปีก เป็นใครไปไม่ได้อีกแล้ว"
ถ้าชิงเทียนจำไม่ผิด รอยปานนี้มีมาตั้งแต่เกิดแล้ว เขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับพ่อมากนัก แม่เขาเคยบอกว่า พ่อเขาเสียไปนานแล้ว เขารู้สึกสงสารเธอ ที่ต้องคอยเลี้ยงลูกคนเดียว จริงอยู่ที่ว่านี่ไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริง แต่มันผิดมากนักหรือ ที่เขาจะเห็นชิงอันเป็นเหมือนแม่แท้ๆ อย่างน้อยมันก็ทำให้เขาเข้าใจคำว่าครอบครัว มากกว่าชีวิตเดิมที่เคยเป็นเด็กกำพร้า
“เรื่องนี้ผมไม่สามารถยืนยันได้ คงมีแต่แม่ ที่จะสามารถทำให้เรื่องนี้กระจ่าง"
ชิงถิงฟงเข้าใจชายหนุ่ม มันเป็นเรื่องที่กระทันหันเกินไป ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถยอมรับได้ในทันที “ถ้าเช่นนั้นเราไปหาเธอกันเถอะ"
ร้านอาหารของชิงอัน ตอนนี้ได้ย้ายมาเปิดในย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารชั้นนำ มีสวนน้ำพุอยู่ห่างจากร้านไม่ไกล ลูกค้ายังคงแน่นร้านเช่นเดิม เธอเห็นชิงเทียนลงมาจากรถ พร้อมกับชายชราสองคน คนหนึ่งคือโอวหยางเจิ้งหยู ส่วนอีกคนเธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
“แม่... ผมมีเรื่องจะพูดด้วย" ชิงอันแปลกใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าวันนี้ลูกชายเธอ จะดูเคร่งเครียดมากกว่าทุกที ชิงอันจัดห้องส่วนตัว ที่มีผนังซับเสียงให้พวกเขา
ชิงอันมองสลับทั้งสามคนไปมา พวกเขาต่างจ้องเธอเป็นตาเดียว ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกสอบสวนอยู่เลย “เอ่อ... มีอะไรกับฉันหรือเปล่าค่ะ?"
รูปใบหนึ่งถูกวางไว้บนโต๊ะ ชิงถิงฟง เลื่อนรูปใบนั้นไปให้เธอ “เธอรู้จักชายคนนี้หรือเปล่า"
ชิงอันหยิบรูปขึ้นมาดู “เหอตี้!" มันเป็นรูปของสามีเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว “ค...คุณเป็นใคร?"
ชิงถิงฟงยิ้มอย่างปลื้มปิติ “ในที่สุด ฉันก็หาเธอเจอ ฉันเป็นพ่อของเหอตี้ ชื่อชิงถิงฟง" เขารู้สึกเหมือนปลดความกังวลทั้งหมดภายในใจออกไป หากลูกชายเขาเสียชีวิตไปจริงๆ อย่างน้อยเขาก็ยังมีหลานชาย แถมยังมากไปด้วยความสามารถ
ชิงอันนิ่งเงียบ ดูเหมือนเธอจะไม่ดีใจเท่าไหร่ “แม่... ที่แม่ไม่พาผมไปเจอครอบครัวของพ่อ เป็นเพราะแม่กลัวพวกเขาเอาตัวผมไปใช่ไหม"
ชิงอันพยักหน้าช้าๆ “แม่ไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากลูก หากพวกเขาเอาตัวลูกไป แล้วไม่ยอมรับแม่ ที่เป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า แม่คง..." เธอเริ่มร้องไห้ออกมา
ชิงถิงฟงตบโต๊ะอย่างแรง “ไร้สาระน่า ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น ตระกูลชิงต่างรักใคร่กลมเกลียว แม้แต่ลูกชายคนรองฉัน เขายอมทำทุกวิธี เพื่อหาเบาะแสของเหอตี้"
ใบหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบของชิงอันเงยขึ้นมาทันที “เขายังไม่ตาย?" เธอเองก็ไม่รู้เบาะแสเกี่ยวกับเขา ก่อนเหอตี้จะไป เขาได้บอกกับเธอว่า ให้ไปหลบอยู่กับครอบครัวของเขา เพราะเขากำลังถูกตามล่าจากใครบางคนอยู่ แต่ด้วยความที่เธอกลัวต้องแยกจากลูกชาย จึงไม่ได้ทำตามที่สามีบอก
ชิงถิงฟง แสดงสีหน้าลำบากใจ “อันที่จริง เรายังไม่มีอะไรยืนยัน แต่ในเมื่อยังไม่พบศพ เราก็ยังคงมีหวัง" เขาหันมาหาชิงเทียน “ปู่อยากให้หลาน และแม่ของหลาน กลับไปหาย่าที่เมืองหลวง" สมาชิกครอบครัวต้องดีใจมากแน่ๆ ที่เขาหาตัวลูกชายของเหอตี้พบ
สองแม่ลูกขอเวลาไปพูดคุยกันสักพัก และในที่สุด ชิงเทียนก็พูดกล่อมแม่เขาจนสำเร็จ เขารู้สึกสงสัยเรื่องการลักพาตัวชิงเหอตีั บางทีอาจจะเป็นฝีมือของ องค์ดรใดองค์กรหนึ่ง
************************************
บ้านหลักตระกูลชิง ชิงเหอไป่ ปัจจุบันเขาเป็นผู้นำตระกูลชิง และยังเป็นน้องชายของชิงเหอตี้ เสียงเรียกเข้าดังขึ้น เขาดููเบอร์ที่โทรมาแล้วรับสายทันที “สวัสดีครับพ่อ"
“เหอไป่ เรียกประชุมแกนหลักตระกูลเดี๋ยวนี้ พ่อเจอตัวลูกชายของเหอตี้แล้ว แต่อย่าพึ่งบอกแม่นะ" เขาอยากจะเซอร์ไพรส์ภรรยาสักหน่อย
“จริงเหรอครับ ผมจะรีบเรียกประชุมทุกคนเดียวนี้" ความจริงแล้วชิงเหอไป่ ไม่อยากเป็นหัวหน้าตระกูล เขาไม่ชอบงานนี้เอาเสียเลย หากชิงเหอตี้พี่ชายของเขายังอยู่ ป่านนี้เขาคงเป็นสถาปนิก เดินตามความฝันตั้งแต่วัยเด็ก
ชิงเหอไป่โทรออกไปหลายสาย สมาชิกแกนหลักของตระกูลชิง มีทั้งนายทหารระดับสูง เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ สมกับเป็นตระกูลที่มีอำนาจในภาครัฐ มากที่สุด
***********************************
ท่าอากาศยานนานาชาติเป่ยจิง (ปักกิ่ง) เครื่องบินส่วนตัวของชิงถิงฟง เข้าจอดที่โรงเก็บเครืองบิน และมีรถลีมูซีน ในแบบที่ประธานาธิบดีใช้ จอดรอพวกเขาอยู่
รถขับมาถึงบ้านหลักของตระกูลชิง ชิงเทียนคิดว่ามันไม่สมควรเรียกว่าบ้าน มันมีขนาดใหญ่กว่าคฤหาสน์ของเศรษฐีเสียอีก หากจะเรียกก็ควรเรียกว่าปราสาท คงจะเหมาะสมกว่า
พ่อบ้านเปิดประตูรถ และโค้งคำนับพวกเขา “ยินดีต้อนรับกลับครับ" เขาเป็นชายวัยกลางคน ที่ไว้หนวดทรงรั้งขมวดงามงอน ชิงเทียนได้กลิ่นที่คุ้นเคยจากตัวเขา
พวกเขาเดินผ่านห้องโถง ห้องรับแขก จนมาถึงห้องนอนใหญ่ ชิงถิงฟงเปิดประตูเข้าไป แล้วทักทายหญิงชรา ที่นั่งถักไหมพรมอยู่ด้านใน “มู่เฉิง ดูสิฉันพาใครมา" หญิงชราคนนี้คือ หลี่มู่เฉิง ย่าของชิงเทียนนั่นเอง
หญิงชราหันมา ก็พบกับสามีและคนแปลกหน้า ที่เธอไม่รู้จัก “ที่รัก คุณกลับมาแล้วเหรอ แล้วพวกเขาเป็นใครกัน?"
ชิงถิงฟงเผยรอยยิ้ม “พูดอะไรของคุณ นี่คือภรรยา และลูกชายของเหอตี้" หลี่มู่เฉิงเบิกตากว้างเธอรีบเข้ามาสัมผัสใบหน้าของชิงเทียน “จริงด้วย เขาช่างหน้าคล้ายเหอตี้จริงๆ" หญิงชราปล่อยโฮออกมา
ชิงเทียนค่อนข้างจะทำตัวไม่ถูก แต่เขาก็ดีใจ ที่ตระกูลชิงไม่ได้รังเกียจเขากับแม่ “สวัสดีครับคุณย่า ผมชื่อว่าชิงเทียน" ชิงเทียนก้มหัวให้เธอเล็กน้อย หลี่มู่เฉิงหันมาหาชิงอัน “เธอคงจะเป็นเหมี่ยวอัน ลูกชายของฉันมักพูดถึงเธอให้ฉันฟังเสมอ เวลาที่เขากลับมาบ้าน
“ชิงอันสวัสดีคุณแม่ ตอนนี้หนูเปลี่ยนมาใช้สกุลชิง ตามสามีแล้วค่ะ" ชิงอันทำความเคารพแม่สามี ด้วยความนอบน้อม
“ดี ดี ไหนๆก็มาแล้ว ไปทักทายคนอื่นๆด้วยสิ" หลี่มู่เฉิงเดินนำทั้งสองคนไปยังห้องประชุม ภายในห้อง มีคนนั่งอยู่ทั้งหมด 4 คน “ยินดีต้อนรับ อาคือน้องชายคนรองของพ่อเธอ ตอนนี้เป็นผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ชื่อว่า ชิงหอไป่" ชายหน้าตาใจดีทักทายเขา อย่างเป็นกันเอง
ชายหุ่นบึกบึนในชุดทหารยืนขึ้น “ส่วนอาเป็นน้องชายคนเล็กของพ่อเธอ ชื่อว่าชิงเหอหลง" เขามีเหรียญเต็มอกเสื้อ และเครื่องหมายยศบนไหล่ ก็น่าจะมียศนายพลขึ้นไป
“ป้าชื่อว่าชิงฟางหรง เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อเธอ“ หญิงวัยกลางคนตัดผมสั้น ยืนขึ้นแนะนำตัวบ้าง ชิงถิงฟง อธิบายว่าเธอคือลูกสาวของน้องชายเขา ที่เสียชีวิตไปแล้ว
ผู้หญิงคนสุดท้ายยืนขึ้น “อาเป็นภรรยาของ ชิงเหอไป่ ชื่อว่าหวังซิงเหยียน" เธอใส่ชุดสูทสีดำ และมีตราเจ้าหน้าที่รัฐติดตรงหน้าอก
“ไม่คิดเลยว่า หลานชายของฉันจะเป็นแพทย์เทวะที่ทุกคนล่ำลือกัน" ชิงเหอหลงพูดด้วยท่าทางภูมิใจ
ชิงเทียนขอให้ทุกคนนั่งลงก่อน “คุณอา คุณป้า ผมมเรื่องบางอย่างจะบอก" ทุกคนในห้องนั่งฟังเขาอย่างตั้งใจ “คุณปู่ถูกวางยาพิษ และผมคิดว่าผมรู้ตัวคนร้ายแล้ว"
“อะไรนะ!!" ทุกคนในห้องยกเว้นชิงถิงฟง ตะโกนออกมาพร้อมกัน “มันเป็นใครกัน?" ชิงเหอไป่ถามออกมา การที่จะทำแบบนั้นได้ ย่อมต้องเป็นคนใกล้ตัวพวกเขาอย่างแน่นอน
ชิงเทียนได้บอกกับทุกคนไปว่า เขาขับพิษให้ชิงถิงฟงแล้ว ทุกคนในห้อง จึงค่อยโล่งใจกันขึ้นมาบ้าง “ผมขอเข้าไปในห้องพ่อบ้านคนนั้นได้ไหม?" ชิงเทียนได้กลิ่นที่คุ้นเคยจากตัวเขา มันคือกลิ่นเดียวกันกับตอนที่ ชิงถิงฟงขับพิษออกมา
ชิงถิงฟงขมวดคิ้ว พ่อบ้านคนนั้นเป็นคนเก่าคนแก่ของตระกูล เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อ ว่าพ่อบ้านของเขาจะเป็นคนร้าย
พวกเขาแอบไขกุญแจแล้วเข้าไปสำรวจในห้องพ่อบ้าน จมูกของชิงเทียนไวต่อกลิ่นมาก เป็นความสามารถติดตัวของนักปรุงยา ที่ต้องคลุกคลีกับสมุนไพร ขวดแก้วที่มีผงสีขาวถูกพบอยู่ใต้เตียงนอน มันมีช่องลับที่ซ่อนไว้อย่างมิดชิด แต่ก็ไม่อาจเล็ดลอด ประสาทสัมผัสของชิงเทียนไปได้
ตอนนี้พวกเขามีหลักฐานมัดตัว ที่แน่นหนาแล้ว ชิงถิงฟงสั่งให้สาวรับใช้ ไปเรียกพ่อบ้าน พ่อบ้านชราเดินมาในห้องโถง เขายืนอยู่ท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง โดยสมาชิกแกนหลัก “อู๋เมิ่ง ลองอธิบายมาซิ" ชิงถิงตงโชว์ขวดที่เขาพบให้พ่อบ้านดู
พ่อบ้านชราสีหน้าซีดเผือดทันที “น... นายท่าน ผมถูกบังคับ พวกมันขู่ว่าจะฆ่าลูกชายผม ที่ติดหนี้พนันพวกมัน"
“ใครสั่งให้แกทำ!!" ชิงเหอหลงโกรธจัดแล้วตอนนี้ เขาอยากจะฉีกชายชราเป็นชิ้นๆ
พ่อบ้านอ้ำอึ้งไปสักพัก แต่เขาก็ยอมบอกในที่สุด “ตระกูลเหยา... พวกมันให้ขวดยาพิษกับผม เพื่อวางยาท่านชาย"
พวกเขาไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย ที่เบื้องหลังของเหตุการณ์ครั้งนี้ จะเป็นฝีมือของตระกูลเหยา ทั้งสองตระกูลเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน ตระกูลเหยามักจะอยู่เบื้องหลังองค์กรใต้ดิน และตระกูลชิงก็คอยควบคุมภาครัฐ นับว่าเป็นขั้วอำนาจที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ตระกูลเหยามักถูกจะตระกูลชิงทำลายแหล่งหาเงิน และนั่นก็เป็นชนวนของสงคราม ระหว่างสองตระกูล
ชิงถิงฟงถอนหายใจออกมา “เอาเขาไปส่งให้ตำรวจ แล้วก็ตรวจเช็คความเรียบร้อยให้ดี อย่าให้มีเหตุการแบบนี้เกิดขึ้นอีก พ่อบ้านถูกจับส่งตัวให้ตำรวจ ดูเหมือนว่าสงครามเต็มรูปแบบ ระหว่างสองตระกูล จะต้องเกิดขึ้นในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน
ชิงเทียน ชิงอัน ชิงถิงฟง และหลี่มู่เฉิง กำลังนั่งพูดคุยกันในห้องรับแขก ชิงเทียนหยิบขวดยาขึ้นมา แล้วยื่นให้กับชิงถิงฟง “คุณปู่ นี่คือยาวิเศษ ที่สามารถทำให้ยืดอายุ และคืนความเยาว์วัย เพียงหยดลงไปในอ่างน้ำ แค่หนึ่งหยด แล้วลงไปแช่ 30 นาที คุณปู่จะหนุ่มขึ้นเป็นสิบปี" นี่คือยาหลอมร่างกายที่เขากลั่นขึ้นมา หากเจือจางในอ่างน้ำหนึ่งหยด คนธรรมดาก็จะสามารถใช้ได้ โดยไม่เป็นอันตราย
มือที่เหี่ยวย่นของชิงถิงเฟยหยิบขวดยาขึ้นมา เพื่อนของเขาโอวหยางเจิ้งหยูก็ยังดูหนุ่มแน่น อีกทั้งยังบอกว่า ชิงเทียนเป็นอาจารย์ของเขา ชิงถิงเฟยไม่กล้าเคลือบแคลง ในคำพูดของชิงเทียนแม้แต่น้อย
แต่ชิงอันและหลี่มู่เฉิงยังคงไม่เชื่อนัก ถึงแม้ชิงเทียนจะเป็นแพทย์เทวะ แต่มันจะไปมีของแบบที่เขาว่า ได้อย่างไร ชิงถิงฟงรับขวดยามา แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำทันที “ระวังด้วยนะคุณปู่ ถ้าหยดเกินหนึ่งหยด จะเป็นอัตรายได้ แล้วก็ต้องทนแช่ให้ถึง 30 นาที ไม่ว่าจะรู้สึกทรมานแค่ไหน ก็ต้องแช่ให้ครบเวลา"
ชิงถิงฟงพยักหน้ารับแล้วเข้าไปในห้องน้ำเขาหยดยาลงไปหนึ่งหยด แล้วลงไปแช่ ความรู้สึกแรกคือความร้อนที่ถาโถมเข้ามา เขารู้สึกทรมานมาก แต่ก็กัดฟันอดทนไว้ ร่างกายเริ่มขับของเสียสีดำออกมา รอยตีนกาและรอยเหี่ยวย่นค่อยๆจางหายไป เขารู้สึกถึงมัดกล้ามที่เพิ่มมาเล็กน้อย
ชิงอันและหลี่มู่เฉิง รอดูผลลัพธ์อยู่ด้านนอก ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก พร้อมชายวัยกลางคนที่ก้าวออกมา ลูกสะใภ้และภรรยาของเขาอ้าปากค้างและเบิกตากว้าง จากชายชราที่เต็มไปด้วยริ้วรอยความเหี่ยวย่น ตอนนี้ดูเหมือนชายอายุ 40 ต้นๆ ผมที่มีสีขาวแซม บัดนี้กลับมีสีดำเข้มทั้งหมด
ทั้งชิงอันและหลี่มู่เฉิง หยิบขวดยาแล้วผลัดกันเข้าไปในห้องน้ำ พวกเขาเดินออกมาจากห้องรับแขก เหล่าสมาชิกแกนหลักของตระกูลล้วนมองเซ่อ เหมือนพบคนแปลกหน้า หลังจากที่ชิงถิงฟงอธิบ่าย พวกเขาต่างก็ขอแบ่งไปคนละหยด
ชิงเทียนไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาตั้งใจจะให้เป็นของขวัญให้กับ สมาชิกแกนหลักอยู่แล้ว เขาได้ยินว่าที่เมืองหลวงเองก็มีหอนพเก้าเช่นกัน และคนที่ดูแลยังหนึ่งในลูกศิษย์ของจิ่วเหม่ย ซึ่งบางทีเขาอาจต้องลองแวะไปดู
--------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771