ณ ห้องบรรทมของเ้าชายโนวิส บนเตียงมีเพียงผ้าปูสีขาวสะอาดกับร่างของเด็กชายวัย7ย่าง8ขวบ
เขานอนหงายหลับตาด้วยสีหน้าทนทรมาน บนร่างของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อผุดออกมาทั่วจนทำให้ผ้าปูชื้นเปียก
หัวหน้าสาวใช้เก็บงำความร้อนใจด้วยท่ายืนที่สงบนิ่งหากแต่ดวงตาสีน้ำตาลของเธอไม่ได้แสดงออกอย่างนั้น
มิกเกลมองร่างเ้าชายที่ถูกสาวใช้ผมเหลืองเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายลง
ริมฝีปากของหัวหน้าสาวใช้เม้มแน่นด้วยความวิตก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ดีว่า สิ่งเดียวที่ทำได้คือ การอดทนรอหมอของเ้าชายเท่านั้น
"ท่านหมอมาแล้วเ้าค่ะ! ท่านมิกเกล"
คริสที่ยืนต้อนรับหมอหลวงหน้าห้องะโขึ้นอย่างลืมมารยาท แต่มิได้มีใครใส่ใจเพราะสถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน
"เชิญท่านหมอตรวจดูอาการค่ะ …เมื่อครู่องค์ชายถูกฟ้าผ่า ดิฉันได้ให้สาวใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยเวทย์แสงรักษาแล้ว แต่พระองค์กลับมีไข้สูง และมีอาการเพ้อ ไม่ได้สติค่ะ"
มิกเกลรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นทัังหมด ั้แ่อุบัติการณ์ที่เกิด การรักษาเบื้องต้น จนถึงอาการทางกายของเ้าชายในปัจจุบัน
หมอที่เข้ามาในห้องของเ้าชายโดนซิวมาพร้อมกับผู้ช่วยผู้ชายอีกคน
ทั้งสองอยู่ในชุดสีขาว คาดด้วยแถบดำ-ทอง เป็สัญลักษณ์ของหมอหลวงในวังที่คอยดูแลสุขพลานามัยของเชื้อพระวงศ์
หมอหลวงนั่งลงบนเก้าอี้ที่มิกเกลจัดไว้ให้ข้างเตียงเ้าชายเพื่อจะได้ตรวจอาการได้ถนัด
ใบหน้าหมอวัยกลางคนที่เคยสงบนิ่ง กลับฉายความกังวลและครุ่นคิดเมื่่อได้ตรวจอาการเบื้องต้นของเ้าชาย
หัวหน้าสาวใช้จับสัญญาณนั้นได้แต่เธอทำได้เพียงสงบจิตสงบใจและสวดภาวนาต่อทวยเทพที่เธอศรัทธา
"เปิดกล่องหิน"
หมอหลวงสั่งผู้ช่วยให้เปิดกระเป๋าหนังสีน้ำตาลอ่อนที่มีสายคาด
ด้านในมีกล่องเล็กที่ใส่ผลึกหินสามก้อนขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ ทั้งหมดต่างเป็สีใสหากแต่ต่างกันที่จุดแต้มสีบนผลึก
"จุดฟ้า"
ใบหน้าของหมอใจดีกลับเคร่งเครียดเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีที่ผลึกจุดฟ้านั้นไล่ขึ้นจากปลายนิ้วของเ้าชาย
ด้านในของหินที่เคยกลวงเปล่ากลับมีตะกอนขุ่นเกิดขึ้นมากมายหลายสี
หมอหลวงไล่รูดผลึกจุดฟ้าขึ้นตามทางของเส้นเืจากปลายนิ้ว สู่แขน หัวไหล่ สู่หัวใจ ความฟุ้งในผลึกยังคงสม่ำเสมอจนกระทั่งผลึกจุดฟ้ามาหยุดตรงที่เหนือสะดือจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
ภายในผลึกกลับดูดีกระแสจำนวนมากเข้ามาประดุจดั่งเกิดพายุคลื่นโถมอยู่ภายใน
มือของหมอสั่นระริกจนเกินจะควบคุมได้ เกิดรอยปริร้าวบนผลึกในมือส่งเสียงดังกร่อบเบาๆ
ท่านหมอจึงถอนมือพร้อมหินผลึกตรวจวัดออกจากร่างเ้าชายที่นอนสลบไสลอยู่
สีหน้าของหมอเป็สีหน้าของคนที่กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยบอกอาการกับหัวหน้าสาวใช้
"อาการเ้าชายไม่เหมือนคนถูกฟ้าผ่า แต่กลับมีกระแสมานาเข้มข้นไหลเวียนอยู่ทั้งร่างคล้ายอาการมานาเป็พิษ
อาการที่เ้าชายประสบอยู่นั้นคือการที่ร่างกายขับมานาที่เข้มข้นออกไม่ทัน
ทางที่ดีควรเรียกให้นักเวทย์เตรียมผลึกเปล่าเพื่อขับมานาส่วนเกินออกไป เพื่อทุเลาอาการ"
"มีหนทางอื่นอีกไหมคะ ท่านหมอ การจะเรียกตัวจอมเวทย์หลวงมา อาจไม่ทันการณ์ค่ะ"
หัวหน้าสาวใช้ มิกเกลเสนอความเห็นขึ้นในชั่วโมงเร่งด่วน
"หากให้ไวกว่านี้ต้องมีคนที่มีความสามารถในการดูดมานาในร่างของเ้าชายโนวิสออกไป…"
มิกเกลนึกถึงมิเลนที่เธอไล่ให้กลับไปพักเป็คนแรก แต่ถ้านับั้แ่ที่เธอไล่มิเลนกลับไป หากจะเรียกเอาป่านนี้อาจไม่ทันการณ์ เธอรู้จักอาการมานาเป็พิษนี้ดี
อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในทวีปหรือดินแดนที่ติดกับทวีปที่มีความเข้มข้นของมานาสูง
แต่ถึงอย่างนั้นการรักษาฉุกเฉินเพื่อให้เ้าชายมีชีวิตรอดต้องมีการเสียสละ
เธองุดหน้าต่ำลงสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งเพื่อเรียกกำลังใจ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากขออาสาดูดมานาส่วนเกินเ่าั้เข้าสู่ร่างตน เสียงของบุคคลที่ไม่คาดฝันกลับดังขึ้น
"ทางนี้เ้าค่ะ นายหญิง"
มันเป็เสียงของมิเลน ที่เรียกให้นายหญิงของเธอ อลิซาเบธ จูเลียน มาติอัส (Royal lady, Elizabeth Julian Matius) มายังห้องนอนของโนวิส
…
ที่นี่คงเป็นรกของจริงสินะ
มีทั้งมืดและเต็มไปด้วยกระแสมากมาย
ท่ามกลางเสียงของความคิดที่หลากหลาย ปนกันไป
มีทั้งเสียงะโ เสียงร้องไห้ เสียงกรีดร้อง เสียงหัวเราะวิปลาส ผมหาทางออกจากเกลียวคลื่นที่ถาโถมดึงตัวเองขึ้นไปไม่ได้
ความพยายามที่จะตะเกียกตะกายขึ้นกลับยิ่งทำให้จมลึกลงไปอีก
เมื่อเคลื่อนตัวไปได้สักพักเสียงพวกนั้นเริ่มสงบลงเหลือเพียงเสียงเสียงเดียว
นั่นคือ เสียงของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง…
อุโมงค์พิศวงอันมืดจนมองไม่เห็นขอบปรากฏอยู่ตรงหน้า มีกระแสความคิดของเด็กคนนั้นไหลเข้ามากระแทกจนผมล้มหน้าคะมำ
"ท่านแม่ครับ! ท่านแม่! …ฮือ …ทำไมผมต้องเจอเื่แบบนี้ด้วย"
เสียงของเด็กชายดังสะท้อนไปมาอยู่ในถ้ำ
ผมลุกขึ้นเดินแหวกธารน้ำไหลสวนทางไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงร่ำไห้คร่ำครวญของเด็กคนนั้นที่ยังคงก้องสะท้อนมาเป็ระยะ
ภาพที่ไหลเข้ามาในหัวทำให้ผมรู้สึกปวดตึบขึันมาทันที
มันเป็ภาพเหตุการณ์มุมมองของเด็กชายที่บอกลาแม่ของเขา
แม่ของเขาขึ้นรถม้าไปยังดินแดนที่ห่างไกล ต่อจากนั้นกลับมีจดหมายสีดำแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เด็กชายทรุดตัวลงร้องไห้โดยไม่มีใครอยู่เคียงข้างคอยปลอบโยนแม้แต่คนเดียว
กระแสไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมพยายามทรงตัวต้านสายธารที่ไหลเชี่ยวกราก
ต่อจากนั้นภาพการลุกฮือขึ้นของชาวบ้าน จราจลกลางเมือง กองทัพที่บุกเข้ามาในเขตเมือง โรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนล้มตายและแพร่เชื้อเป็อันมาก การแย่งชิงบัลลังก์จักรพรรดิ รวมถึงความพินาศที่เกิดขึ้นจากกองทัพเงาทะมึนบุกเข้ามาโจมตี
"ผมพอแล้วดีกว่า …ผมเหนื่อยแล้ว…ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว…มันคงดีกว่าถ้าผมไม่มีตัวตนอยู่ั้แ่แรก"
เสียงเด็กชายตัดพ้อการดำรงอยู่ของตนเอง
ผมเห็นประกายแปลบปลาบก่อนที่ฟ้าจะผ่าเปรี้ยงลงมาใส่เด็กชายตรงหน้า
ผมอยากจะก้าวไปให้ถึงเขา ขาดไปอีก3ก้าว ผมกระโจนเข้าไปหาและคว้าตัวเขาไว้ แต่สิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนมีแต่เพียงความว่างเปล่า
มือขวาของผมที่นำหน้าตัวไปก่อนััได้ถึงไออุ่นที่ปลายนิ้วมือ
ผมรู้สึกสงบเหมือนได้กลับสู่ครรภ์อีกครั้ง มันเงียบเชียบมาก
กระแสความคิดอันวุ่นวายทั้งหมดหายไปราวกับถูกดูดออกไปจากถ้ำผ่านไปตรงทางออก
ผมเห็นแสงสว่างอยู่ตรงหน้า ผมยังไม่รีบตรงไปหาแสงที่ปลายอุโมงค์
ผมหันหลังกลับมาเจอเด็กชายตัวน้อยคนนั้นยืนโบกมือให้เหมือนเขามาส่งผมได้แค่ตรงนี้
ผมพยายามจะเดินย้อนศรกลับไป แต่กลับแสงสว่างจ้าดูดออกไปจนมองเห็นเด็กชายคนนั้นค่อยๆตัวเล็กลงและหายไปในท้ายที่สุด…
…