คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 29 :เสียงโหวกเหวก

    ตอนที่ 29 :เสียงโหวกเหวก

     

              “เกิดอะไรขึ้น ทำไมวุ่นวายแบบนี้ ? ”

     

              “ไม่รู้เหมือนกัน เราไปดูกันเถอะ”

     

              “ปะ เร็วเข้า ! ”

     

              ความจริงแล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เย่หลินเถามาเป็นผู้ตัดสินของบริษัทในการคัดเลือกเด็กฝึกเมื่อได้ยินเสียงที่วุ่นวายดังมาจากชั้นสาม และได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายอย่างกับอยู่ในตลาดสดเย่หลินเถาและหลิวจือเซียจึงกระซิบกระซาบกันเบา ๆ

     

              เมื่อพวกเขาขึ้นไปถึงชั้นสามพวกเขาก็พบกับบรรยากาศตรงหน้า

     

              พระเจ้าภาพตรงหน้ามันช่างวุ่นวายเสียจริง !

     

              ทางเดินทั้งชั้นสามเต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัด แม้แต่ทางเข้าก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งยืนอยู่อีกด้วย

     

              “นี่คือนักศึกษาของวิทยาลัยการละครฮัวเซีย ที่มารับการคัดเลือกเป็นเด็กฝึกงั้นหรือ? ”

     

              หลิวจือเซียถึงกับต้องยืนเขย่ง มองดูกลุ่มคนมากมายที่ยืนต่อแถวบริเวณทางเดินคาดว่าอย่างน้อยต้องมีประมาณ 600 คนแน่

     

              ให้ตายเถอะ600 คน นี่คือจำนวนที่มีอยู่ตอนนี้เขาเชื่อว่าหลังจากข่าวที่ว่าบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์รับสมัครเด็กฝึกออกไปผู้คนจะทยอยมากันเรื่อย ๆ เกรงว่าบางทีอาจจะเกิน 1,000 คนซะด้วยซ้ำ

     

              หลิวจือเซียรู้สึกเสียใจทำไมเขาไม่ยอมปฏิเสธอย่างเด็ดขาดตั้งแต่แรก ทำไมเขาจะต้องตามมาที่นี่ด้วย ?

     

              หลายคนต้องการแสดงความสามารถแล้วต้องใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะดูจนหมด ?

     

              “ใช่ นี่ยังนับว่าน้อยนะ ! ” หวางฉีเคยชินเสียแล้ว “ถ้าไม่ใช่เพราะการรับสมัครมีตั้งแต่บ่ายวันนี้ไปจนถึงวันพรุ่งนี้ล่ะก็เกรงว่าคนคงเข้าแถวจนไปถึงชั้นหนึ่งได้เลย”

     

              หลิวจือเซียประเมินความบ้าคลั่งของนักศึกษาเหล่านี้ต่ำเกินไป !

     

              “ไปกันเถอะ อย่ามัวแต่ตกตะลึงกันอยู่เลย” หลางเวิ่นซิงที่เห็นภาพนี้มาจนชินตาดังนั้นเขาจึงลากหลิวจือเซียเดินหน้าต่อไป

     

              โชคดีที่หวางฉีเปิดทางไว้ให้เหล่านักเรียนจึงหลีกทางให้กับพวกเขา

     

              “ผอ. หวางสวัสดีครับ / ผอ. หวางสวัสดีค่ะ ! ”

     

              ฐานะของหวางฉีนั้นถือว่าใช้ในวิทยาลัยการละครฮัวเซียได้ดีทีเดียว เพราะนักศึกษาทุกคนล้วนแต่ทักทายเขาแทบจะตลอดทาง

     

              และหวางฉีเองก็ไม่ทำให้ใครขุ่นเคืองเช่นกันเมื่อเหล่านักศึกษาทักทายเขา เขาก็จะยิ้มตอบกลับอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยไม่รู้ว่าเขามีนิสัยเช่นนั้นจริงหรือว่าเขาเสแสร้งกันแน่

     

              “เฮ้ พวกเราดูคนนั้นสิ ใช่เย่หลินเถาหรือเปล่า ? ”

     

              “บ้าน่า เป็นเขาจริง ๆ ด้วย ใช่แล้วเขาเป็นศิลปินของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์ เขาคงมาทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินใจครั้งนี้แน่เลย”

     

              “แล้วคนข้าง ๆ นั่นล่ะ ? ใช่คนที่ร้องเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’ หรือเปล่า ? ”

     

              “ฉันจำได้ว่าเขาก็อยู่วิทยาลัยการละครเขตฮัวเซียเหมือนกันเพียงแค่เขาใกล้จะจบแล้ว ! ”

     

              “จบกัน ทุกครั้งก็รับคนแค่ 10 คนเท่านั้น ตอนนี้เขามาอยู่ที่นี่ ถ้างั้นก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่น่ะสิ! ”

     

              ในระหว่างทาง นักศึกษาบางคนก็จำเย่หลินเถาและหลิวจือเซียได้ แต่ทัศนคติที่พวกเขามีต่อคนทั้งสองกลับแตกต่างกันคนหนึ่งคืออิจฉาและชื่นชม อีกคนคือริษยาและมองอย่างเป็นศัตรู

     

              หลิวจือเซียผู้น่าสงสารไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเพียงแค่เขาโผล่มาก็พบกับคลื่นความเกลียดชังเสียแล้ว

     

              ..................

     

              เมื่อเดินไปถึงปลายทางเดินพวกเขาก็มองเห็นโรงละครขนาดเล็กตั้งอยู่

     

              เมื่อผลักประตูเข้าไปทันใดนั้นโรงละครเล็ก ๆ ที่ดูประณีตก็ปรากฏสู่สายตาทุกคน

     

              โรงละครมีขนาดประมาณ200 ตารางเมตร ขนาดพอ ๆ กันกับโรงภาพยนตร์ มีที่นั่งมากมายเต็มโรงละคร เฉพาะแถวที่ใกล้เวทีเท่านั้นที่จะเป็นเก้าอี้โซฟากว้างหลายตัวด้านหน้ามีโต๊ะเป็นแถวพร้อมกับไมโครโฟน มีน้ำแร่ กระดาษ และปากกาวางอยู่

     

              หน้าโรงละครแห่งนั้นมีเวทีเล็ก ๆ ประมาณ 30 ตารางเมตร มีครบทั้งแสงสีเสียง และม่าน ฯลฯ

     

              ตอนนี้มีคนสี่คนนั่งอยู่ในโรงละครเล็กพวกเขากำลังนั่งอยู่บนโซฟาแถวหน้า

     

              ทั้งสี่คนสองคนนั่งอยู่ด้านข้างมีอายุราวสามสิบต้น ๆ ส่วนสองคนที่นั่งอยู่ตรงกลางดูอายุประมาณสี่สิบกลางๆ พวกเขาคงจะเป็นกรรมการจากบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์

     

              หลางเวิ่นซิงพาหลิวจือเซียและเย่หลินเถาเดินไปจนถึงด้านหน้า

     

              “ประธานหลาง ! ”

     

              เมื่อเห็นเจ้านายกำลังเดินเข้ามา กรรมการทั้งสี่คนแถวหน้าก็ลุกขึ้นยืน

     

              “อืม พวกคุณมากันเร็วมาก” หลางเวิ่นซิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเขาพาหลิวจือเซียออกมาและกล่าวขึ้นว่า “ผมขอแนะนำให้พวกคุณรู้จักเขาชื่อว่าหลิวจือเซีย เป็นศิลปินคนใหม่ของบริษัทเรา ! ”

     

              เอ่ยจบ หลางเวิ่นซิงก็ชี้ไปที่ทั้งสี่คน และแนะนำคนเหล่านั้นให้กับหลิวจือเซีย

     

              “หูอี้ฟาน เขาคือผู้จัดการมือทองของแผนกผู้จัดการบริษัทเราฉางหยวน ครูสอนการแสดงพิเศษ อู่เล่ย ครูสอนร้องเพลง และคนสุดท้าย...”

     

              เมื่อกล่าวถึงในตอนนั้น หลางเวิ่นซิงก็หยุดไปชั่วขณะ เขาแนะนำต่อว่า “นี่คือหานจวิ้นชิง ผู้อำนวยการด้านการแต่งเพลงของบริษัทของเรา ! ต่อไปถ้านายมีอะไรไม่เข้าใจ นายสามารถไปปรึกษาผอ.หานได้เลย”

     

              เมื่อได้ยินว่าชายคนนี้คือหานจวิ้นชิง หลิวจือเซียก็พิจารณาอีกฝ่ายอย่างละเอียดทันที

     

              เขาเป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณ 45 ปีรูปร่างอ้วนและเตี้ย หัวล้าน จมูกทรงเหยี่ยว สวมแว่นตาทรงกลมขอบทอง

     

              ผู้จัดการส่วนตัวการแสดง ร้องเพลง บวกกับผู้อำนวยการด้านการแต่งเพลง ทีมกรรมการนี้ช่างเข้มงวดจริงๆ

     

              ทั้งสี่คนตรงหน้าต่างก็เป็นผู้อาวุโส หลิวจือเซียจึงวางตัวเองในฐานะรุ่นน้องพลางทักทายว่า “สวัสดีครับทุกท่าน ในอนาคตพวกเราคงจะได้ร่วมงานกันหากมีอะไรที่ผมทำพลาดไปก็ขอให้บอกกันตรง ๆ ได้เลยนะครับ ! ”

     

              “สวัสดี สวัสดี ! ”

     

              คนอื่น ๆ ต่างก็ทักทายกลับเช่นกัน มีเพียงหานจวิ้นชิงที่แค่มองดูหลิวจือเซียด้วยสายตาเรียบๆ ราวไม่อยากใส่ใจหลิวจือเซีย

     

              หลิวจือเซียก็เข้าใจเรื่องนี้ดีเขาคือคนที่โด่งดังจากอินเตอร์เน็ตเพียงชั่วข้ามคืน การที่หานจวิ้นชิงเป็นคนในวงการดนตรีที่อยู่ระดับแนวหน้าจะดูถูกเขาก็เป็นเรื่องปกติ

     

              ดังนั้นหลิวจือเซียจึงไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

     

              “ประธานหลาง เราเริ่มกันเลยดีไหม ? ” หลังจากปรายตามองหลิวจือเซีย หานจวิ้นชิงก็ถามความเห็นหลางเวิ่นซิง

     

              “อืม” หลางเวิ่นซิงพยักหน้า “คราวนี้เถาจื่อก็จะร่วมในการตัดสินด้วย จือเซียจะเป็นแขกรับเชิญพิเศษ ส่วนผมพวกคุณไม่ต้องสนใจคิดเสียว่าผมไม่มีตัวตนก็แล้วกัน”

     

              “ครับ”

     

              การจะให้เย่หลินเถามาเป็นกรรมการนั้น หานจวิ้นชิงไม่ขัดข้องใด ๆ เพราะเย่หลินเถาเป็นดาราชั้นแนวหน้าและความสามารถในการแสดงก็โดดเด่นแต่แขกพิเศษนั้นหมายความว่าอย่างไร ? จะให้เด็กที่ไม่มีประสบการณ์อย่างนั้นมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษเนี่ยนะ?

     

              แน่นอนว่าหานจวิ้นชิงแค่คิดในใจเท่านั้นเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา

     

              “ผู้อำนวยการหวาง ให้นักศึกษาเข้ามาได้ครับ พวกเราจะเริ่มกันแล้ว”หานจวิ้นชิงโบกมือให้กับหวางฉี

     

              หวางฉีพยักหน้าสั่งให้คนยืนอยู่ที่ประตู จากนั้นก็เริ่มเรียกนักศึกษาขึ้นมาทีละคน

     

              นักศึกษากลุ่มแรกจำนวน10 คน พวกเขารออยู่ข้างเวทีตามลำดับ

     

              เพื่อความยุติธรรมการรับสมัครเด็กฝึกของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์ครั้งนี้ จึงอนุญาตให้ถ่ายวิดีโอได้

     

              คนแรกที่ขึ้นเวทีคือผู้ชายวัย20 ปี ร่างผอมสูง ผมทรงเดทล็อค คิ้วเข้มตาโต มีลักษณะร่าเริง

     

              “สวัสดีครับอาจารย์ทุกท่าน ผมชื่อจางหยาง นักเรียนปี 2สาขาการแสดงเอกละครเวทีของวิทยาลัยการละครเขตฮัวเซีย”

     

              ชายหนุ่มโค้งคำนับให้กับพวกหานชุนจิงและเอ่ยว่า “วันนี้ผมจะมาร้องเพลงครับ”

     

              “นายมีทำนองมาด้วยหรือเปล่า ? ” อู๋เล่ยถาม

     

            เป้าหมายของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนต์คือต้องร้องเพลงพร้อมดนตรีและการแสดงบนเวทีได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีแต่แบบนี้จึงจะสามารถมองความเข้าใจในศิลปะของพวกเขาได้  

     

              จางหยางพยักหน้าและกล่าวว่า“ผมได้ส่งทำนองให้กับทีมงานที่คุมเครื่องเสียงแล้วครับเพลงที่ผมจะร้องในวันนี้เป็นเพลงของอาจารย์จางฮัว ชื่อว่า ‘พวกเรายังมีความฝัน’”

     

              “อืม เริ่มแสดงได้เลยครับ” อู๋เล่ยกล่าว

     

              “ทีมเครื่องเสียง เริ่มได้ ! ”

     

              จางหยางหยิบไมโครโฟนขึ้นและพูดออกมา ทันใดนั้นเสียงดนตรีก็ดังขึ้น ก่อนที่จางหยางจะเริ่มร้องขึ้น

     

              “เมื่อเราติดอยู่ในความทุกข์ยาก

     

            พวกเราอาจจะเข้มแข็งขึ้นไหม?

             

            ความฝันในวัยเด็ก

             

            หรือเป็นเพราะวันเวลาที่ผ่านพ้นไป...  

    นิยายแนะนำ

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740