เมื่อเห็นว่าภรรยาสาวเริ่มสนใจชายหนุ่มหงายมือซ้ายออกมาด้านหน้า ต่อมาหอคอยสีทองสิบชั้นปรากฏอยู่บนมือของชายหนุ่มเปร่งแสงสว่างพร่างพราวจนหญิงงามทั้งสองต่างมองมันด้วยความหลงไหล หอคอยสิบชั้นนี้ดูสวยงามมากแต่เมื่อสั่งเกตุดีๆแววตาของพวกนางก็พลันตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้
นี่ไม่ใช่หอคอยนี้คงไม่ใช่สถานที่ๆทำให้พวกนางเกือบตายใช่หรือไม่ แม้จะเล็กกว่ากันมากแต่ลักษณะภายนอกรวมถึงกลิ่นอายนั้นเหมือนกันอย่างกับเเกะเช่นนี้
ลั่วอู่หลินเมื่อว่าสีหน้าของพวกนางเริ่มไม่สู้ดีเขาก็ยิ่งขบขันยกใหญ่ เขากระตุ้นใช้สมบัติเทพในทันที แสงสีทองโอบล้อมไปทั่วทั้งพื้นที่และพาพวกเขาเข้าไปด้านใน
ทั้งลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่เมื่อถูกแสงกระทบเข้ากับม่านตาพวกนางก็หลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีสิ่งที่เห็นคือสถานที่ๆแสนงดงามประดุจภาพวาดที่เทพประทานอย่างไรอย่างนั้น
คฤหาสน์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและป่าไม้ด้านหลังคือน้ำตกขนาดมหึมาที่ไหลผ่านทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก อีกทั้งไอปราณของที่นี้ยังมีมากกว่าด้านนอกถึงสองเท่า ทำให้รู้สึกราวกับว่าอยู่ในแดนสวรรค์ก็ไม่ปาน
"ที่รักท่านทำได้อย่างไร??"ลู่ฟางหนิงเอ่ยปากดวงตาของนางเป็นประกายกวาดไปทั่วทั้งพื้นที่ด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกับลู่ฟางเยว่ผู้เป็นน้องสาว ด้วยบรรยากาศที่งดงามเช่นนี้เหตุใดพวกนางถึงจะไม่ชอบกัน ดังคำกล่าวที่ว่าผู้หญิงมักจะชื่นชอบสิ่งสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นสมบัติ หรือสถานที่ ในเวลานี้เห็นได้ชัดเลยว่าพวกนางก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
"ที่นี่คือชั้นที่หนึ่งของหอคอยมหาสมบัติ"
"หอคอยมหาสมบัติ มันใช่หอคอยที่พวกเราเข้าไปหรือไม่??"
"ใช่ ข้าได้มันมาหลังจากผ่านการทดสอบของเทพแห่งโชคลาภ"ชายหนุ่มกล่าวตอบภรรยาไปตามตรง
"วิเศษนัก ท่านเก่งที่สุด"ลู่ฟางเยว่เข้ามาเกาะแขนสามีของนางและกล่าวอย่างภาคภูมิใจ เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้พวกนางทั้งสองรู้สึกเห่อลั่วอู่หลินผู้เป็นสามีเอาเสียมากๆ หากหยิบยกเอาไปพูดคุยกับใครได้พวกนางคงทำไปแล้ว
"ที่ข้าพาพวกท่านมาที่นี่ เพราะข้ามีบางอย่างจะบอกพวกท่าน อีกไม่นานหลังจากจัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้นข้าจะออกไปจากดินแดนสี่ทิศแห่งนี้"หลังจากที่เขาพานางเดินเที่ยวชมมิติชายหนุ่มก็เอ๋ยปากจนพวกนางต้องหยุดชะงักและหันมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
"ทะ ท่านพูดจริงงั้นหรือ"นางกล่าวถามย้ำอีกครา ชายหนุ่มพยักหน้ารับภรรยาสาวในทันใด ทั้งลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่เมื่อได้รับคำยืนยันจากชายหนุ่มก็พลันพุ่งเข้าไปกอดเอาแน่นราวกับมิอย่างให้เขาหลุดลอยไปอย่างไรอย่างนั้น
ลั่วอู่หลินลูบศีรษะพวกนางอย่างแผ่วเบา"พวกท่านไม่อยากให้ข้าไปหรือ?"
"คนโง่แน่นอนว่าไม่อยากให้ไป ใครจะอยากห่างจากสามีของตัวเองกัน"เป็นลู่ฟางเยว่ที่กล่าวออกมาทั้งน้ำตา แต่ในขณะนั้นเองลู่ฟางหนิงคล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาพาพวกนางมาในมิตินี้ที่เป็นสมบัติของเขาเอง เหตุผลมันก็ชี้ชัดแล้วไม่ใช่หรือ
"สามีท่านจะพาพวกเราไปด้วยใช่หรือไม่??"นางกล่าวสิ่งที่อยู่ในใจออกไป ชายหนุ่มเมื่อเห็นภรรยาสาวรู้ในสิ่งที่อยู่ในใจของเขาก็ยกยิ้มให้
"นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับพวกท่านว่าจะไปด้วยหรือไม่ ข้าไม่อยากบังคับจิตใจพวกท่าน"ทั้งลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้นกำปั้นเล็กๆก็ทุบเข้าไปที่อกของชายหนุ่มหลายต่อหลายทีด้วยความหมั่นใส่ก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมกัน
"คนชั่วร้ายท่านกล้าทำให้พวกเราตกใจงั้นหรือ!"ลู่ฟางเยว่กล่าวนางเมื่อครู่นี้ร้องไห้ออกมาจริงๆเพราะกลัวว่าสามีจะทิ้งนางไป
ลั่วอู่หลินที่โดนทุบตีก้หัวเราะยกใหญ่ก่อนจะรวบแขนเล็กๆของพวกนางเอาไว้และกล่าวถามอีกครั้ง "ว่าอย่างไรพวกท่านจะไปกับข้าหรือไม่?? ภรรยาสุดที่รัก"
สองบุปผาพยักหน้า "ไป ต่อให้ท่านไม่ให้พวกข้าไปด้วยพวกข้าก็จะตามท่านไป นับจากที่พวกเราเป็นสามีภรรยากันก็คล้ายว่าชีวิตได้ผูกติดกันแล้ว ที่ใดมีท่านย่อมมีพวกข้า"
เมื่อได้ยินสิ่งที่พวกนางกล่าวลั่วอู่หลินตระหนักได้ว่าเขาช่างโชคดีเสียจริงๆที่ได้หญิงสองนางนี้มาข้างกาย เมื่อตกลงเรื่องนี้กันได้ชายหนุ่มจึงพาพวกนางเดินชมชั้นหนึ่งทั่วทั้งบริเวณ ก่อนที่จะพาขึ้นชั้นที่สองซึ่งเป็นสวนสมุนไพร
"ว้าว สามีสมุนไพรล้ำค่ามากมายเช่นนี้ เห็นทีใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมดกระมัง"ลู่ฟางเยว่ตาเบิกกว้าง อาการของนางไม่ต่างจากไฉ่เยว่เอ๋อร์ที่ได้มาในคราแรกแม้แต่น้อย ส่วนลู่ฟางหนิงแม้จะตกตะลึงอยู่บางแต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก เพราะสามีของนางคนนี้มักจะมีอะไรให้นางได้ประหลาดใจอยู่เสมอหากนางมาตื่นตะหนกกับเรื่องเท่านี้และจะรับมือกับเรื่องใหญ่ๆใวันข้างหน้าได้อย่างไร
เมื่ออยู่ที่ชั้นสองได้พักใหญ่ลั่วอู่หลินพาพวกนางขึ้นไปยังชั้นอื่นๆของหอคอยตามลำดับ หากจะบอกว่าพวกนางสนใจชั้นไหนมากที่สุดก็เห็นทีว่าจะเป็นชั้นสามที่เป็นสถานที่กักเก็บเคล็ดวิชา และชั้นที่สี่ที่เป็นดั่งสถานที่บ่มเพาะพลัง เพราะมันราวกับเป็นสวรรค์ของผู้ฝึกตนเลยก็ว่าได้ที่จะมีทักษะดีๆได้ใช้และมีสถานที่บ่มเพาะที่เหมาะสม
ส่วนชั้นที่เห็นอาวุธนั้นพวกนางไม่ค่อยสนใจเท่าไรนัก เพราะมีอาวุธประจำกายที่ได้มาจากมิติเร้นลับอยู่แล้วแม้มันจะเป็นระดับปฐพีแต่ทว่าพวกนางกลับคุ้นชินกับพวกมันราวอาวุธคู่ใจ ลั่วอู่หลินพาพวกนางมาถึงยังชั้นเก้าซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายที่จะมาได้ ลู่ฟางเยว่นั้นไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษผิดกับลู่ฟางหนิงที่ค่อนข้างชื่นชอบชั้นนี้เพราะมีตำราและบันทึกโบราณมากมายให้นางได้ศึกษา
"ฮิฮิ สามีท่านไม่รู้หรือ ท่านพี่ได้ฉายาว่าเป็นยอดหญิงที่สมบูรณ์แบบที่สุดเชียวนะ นอกจากศาสตราการต่อสู้ และมารยาทแล้ว นางก็ชื่นชอบในการศึกษาตำราโบราณอะไรจำพวกนี้เป็นที่สุด หากท่านให้นางอยู่ที่นี่สักหนึ่งปีไม่แน่ตำราเหล่านี้อาจจะโดนท่านพี่ศึกษาจนหมดเกลี้ยงก็เป็นได้"ขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งมองลู่ฟางหนิงที่กำลังมีสมาธิกับตำราโบราณ ลู่ฟางเยว่ก็มาซบที่ไหล่ด้านข้างและกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทีที่ร่าเริงและสนุกสนานเกินบรรยาย
"แล้วท่านไม่สนใจอะไรหรือ ข้าเห็นท่านเดินไปเดินมาตั้งหลายชั้นหากท่านต้องตาอะไรก็สามารถเลือกได้เลยเพราะถึงอย่างไรของๆสามีก็คือของๆภรรยาอยู่แล้ว"ชายหนุ่มกล่าว
"หุหุ ที่รักท่านช่างใจใหญ่เสียจริง แต่ต่อให้ท่านไม่พูดข้าก็เลือกมาอยู่แล้ว"นางกล่าวอย่างขี้เล่นและดึงเอาตำราทักษะออกมาสองชิ้น หนึ่งคือทักษะกระบี่บุปผาเหมันต์ สองคือทักษะกระบี่คู่แปดกระบวน
"ไฉนไหนถึงมีแต่ตำรากระบี่? ที่รัก ท่านเป็นผู้คลั่งไคร้ในกระบี่หรือ?"ลั่วอู่หลินกล่วถาม
"ตั้งแต่เกิดมาสิ่งที่ข้าชื่นชอบมีอยู่ไม่มากนัก และกระบี่คือสิ่งที่ข้าชอบที่สุด"
"ชอบที่สุด? โอ้ ดูเหมือนจะชอบมากกว่าสามีอย่างข้าด้วยใช่หรือไม่"ชายหนุ่มแกล้งแก้มปองใบหน้าบึ้งราวกับแง่งอน ลู่ฟางเยว่ที่เห็นดังนั้นนางก็หัวเราะออกมาเบาๆแล้วตีแขนเขาไปหนึ่งที
"หืม สามีตัวร้ายท่านแกล้งข้าอีกแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าข้ารักท่านปานนี้แล้วจะชื่นชอบกระบี่มากกว่าท่านได้อย่างไร"
"ฮ่าๆๆนั่นสินะ ว่าแต่ท่านใช้กระบี่เดียวแล้วทำไมถึงได้เลือกวิชากระบี่คู่มาละ?"
"นี่แหละที่ข้า อยากจะขอท่าน สามีข้าขอเอาวิชานี้ไปให้หงยี่ได้หรือไม่"นางกล่าวออดอ้อมมองตาปริบๆลั่วอู่หลินเองก็ตอบตกลงไป วิชาในหอคอยมหาสมบัตินี้มีมากมายเป็นร้อยเป็นพันทักษะ
ดังนั้นการที่ลู่ฟางหนิงขอทักษะไปให้น้องสาวของนางทักษะเดียวนั้นไม่ใช่ปัญหาอะไรอีกทั้งเขายังพานางไปเลือกทักษะบ่มเพาะใหม่ให้น้องสาวของนางด้วย
ซึ่งตัวเขาเองก็เลือกสรรค์ทักษะเช่นเดียวกันโดยเลือกทักษะเฉพาะที่เกี่ยวกับวาโยธาตุหรือสายลม ส่วนเหตุผลนั้นก็เพื่อนำไปให้ท่านยายของตนเก็บเอาไว้ให้คนในราชวงศ์ได้ใช้กัน
หลังจากนั้นเมื่อผ่านไปหลายต่อหลายวัน ณ บริเวณชายแดนของดินแดนเล็กๆทางใต้ จากเดิมที่เคยงดงามมากไปด้วยธรรมชาติสดใส บัดนี้ได้นองไปด้วยโลหิตและซากศพหลากหลายสีสันต์ปะปนกันจนไม่รู้ว่าเป็นของเผ่าพันธุ์ใด เหนือซากศพเหล่านั้นขุมมีกลุ่มคนจำนวนสิบคนสวมหน้ากากยักษาน้ำแข็งยืนมองมันด้วยสายตาที่เย็นชา เสื้อผ้าอาภรณ์สีขาวลายดำชโลมโลหิตจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง
กลุ่มคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ขุมกำลังอื่นใดแต่เป็นกองกำลังหิมะสวรรค์ที่ได้รับคำสั่งจากลั่วอู่หลินให้มากวาดล้างขุมกำลังเซิงหุนให้สิ้นซาก ซึ่งนำโดยหลันฮ่าวและหลันเหม่ยอิงแน่นอนว่าภารกิจย่อมเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี แม้มันอาจจะดูโหดร้ายไปบ้างก็ตามอย่างไรซะอีกฝ่ายก็เป็นศัตรูจึงปรานีไม่ได้
หลันฮ่าวและหลันเหมยอิงนำกองกำลังของตนกลับในทันใด การลงมือในครานี้นับว่ายิ่งใหญ่เพราะฉนั้นอีกไม่นานเจ้าของดินแดนจะต้องมาถึงสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ซึ่งการพบเจอกันไม่ใช่อะไรที่พวกเขาปรารถนาเพราะถึงอย่างไรซะพวกเขาก็เป็นขุมกำลังลับที่ยังไม่เปิดเผยตัวต่อโลก