ตอนที่ 20 ข่าวลือในหมู่บ้าน
สายลมยามเย็นพัดพาเอาฝุ่นละอองจากถนนลูกรังเข้าสู่หมู่บ้านดอนไม้ป่า หมู่บ้านขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ตะเข็บชายป่าลึกห่างไกลจากตัวเมืองอยุธยาหลายสิบกิโลเมตร ที่นี่ดูเหมือนจะเป็ที่กบดานที่สมบูรณ์แบบสำหรับธีรภพและพวกพ้อง หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายที่วัดใหญ่ชัยมงคลซึ่งทำให้พวกเขาตกเป็เป้าสายตาของคนทั้งประเทศ
รถ SUV ของภาคินจอดสงบนิ่งอยู่ใต้ต้นจามจุรีั์ท้ายหมู่บ้าน ธีรภพก้าวลงจากรถด้วยความอ่อนเพลีย เนตรอสูรบนฝ่ามือขวาของเขาถูกพันไว้หนาแน่นด้วยผ้าลงอาคมสีขาวเพื่อสะกดกลิ่นอายไม่ให้รั่วไหล แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาจากหลังหน้าต่างไม้ของบ้านเรือนแถวนั้น
“บรรยากาศไม่ค่อยดีเลยนะครับรุ่นพี่” น่านฟ้ากระซิบพลางกระชับย่ามหุ่นพยนต์ของเขา
“ดวงตาของคนที่นี่ มันไม่ได้มีความเป็มิตรเหมือนหมู่บ้านที่เราผ่านๆ มาเลย”
“ข่าวลือมันเร็วกว่าฝีเท้าเราเสมอ น่านฟ้า” ลลินทิพย์กล่าวเสริม เธอสวมชุดชาวบ้านธรรมดาเพื่ออำพรางตัว แต่สง่าราศีของเธอก็ยังโดดเด่นจนยากจะกลมกลืน
ภาคินเปิดแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจสอบกระแสในโลกออนไลน์ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด “คลิปเหตุการณ์ที่เจดีย์มียอดแชร์ไปกว่าสามล้านครั้งแล้วครับ ธีรภพ ตอนนี้สำนักข่าวทุกช่องพาดหัวว่าเป็กลุ่มลัทธิประหลาดใช้เทคโนโลยีโฮโลแกรมตบตาเพื่อก่อการร้าย และที่แย่ที่สุด มีคนขุดคุ้ยประวัติของตระกูลศราวิญญ์ขึ้นมาแฉแล้ว”
ธีรภพหยุดเดิน เขาหันไปมองภาคิน “เขาแฉว่ายังไง?”
“เขาบอกว่า ตระกูลศราวิญญ์คือตระกูลจอมขมังเวทย์ที่ถูกสาป ใครที่ยุ่งเกี่ยวจะต้องมีอันเป็ไป และตอนนี้ทายาทคนสุดท้ายกำลังออกตระเวนดูดิญญาคนตามวัดต่างๆ เพื่อฟื้นฟูพลังอสูร” ภาคินปิดหน้าจอด้วยความหงุดหงิด “มันคือเื่โกหกที่ถูกผสมกับความจริงจนคนแยกไม่ออก”
“นั่นคืออาคมที่ร้ายแรงที่สุดของธีรเทพ” ธีรภพกล่าวเสียงเรียบ “มันเรียกว่าอาคมสอพลอหรือการบิดเบือนจิตใจฝูงชนผ่านปากต่อปาก ไม่ต้องใช้พลังงานิญญาแม้แต่นิดเดียว แต่ฆ่าคนได้ทั้งเป็”
ทั้งสี่คนเดินมาถึงศาลากลางหมู่บ้านเพื่อขอพบผู้ใหญ่บ้านตามคำแนะนำของเฒ่าพราย ทว่าสิ่งที่พวกเขาพบกลับไม่ใช่การต้อนรับที่อบอุ่น ชาวบ้านนับสิบคนยืนออกันอยู่หน้าศาลา ในมือถือจอบ เสียม และปืนแก๊ป บางคนถือสายสิญจน์และผ้ายันต์สีแดงห้อยคอไว้อย่างลนลาน
“หยุดอยู่ตรงนั้น” ชายวัยกลางคนร่างท้วมซึ่งเป็ผู้ใหญ่บ้านะโบอก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “หมู่บ้านดอนไม้ป่าไม่ต้อนรับพวกเล่นของ ออกไปซะ”
“ผู้ใหญ่ครับ พวกเรามาดี เราแค่้าที่พักเพียงคืนเดียว” ภาคินพยายามใช้ทักษะนักข่าวเจรจา “พวกเราเป็ทีมงานถ่ายทำสารคดี ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวลือพวกนั้น”
“อย่ามาหลอกกันเลย! ในเน็ตเขาแชร์กันทั่วว่ามีไอ้หนุ่มแขนปีศาจกับเด็กเชิดหุ่นทองแดงเดินทางมาทางทิศนี้” ชาวบ้านคนหนึ่งะโสวนขึ้นมา “ลูกบ้านข้าฝันเห็นเงาดำทมิฬครอบคลุมหมู่บ้านั้แ่วันก่อน นั่นเป็ลางบอกเหตุว่าพวกแกกำลังนำหายนะมาให้!”
ธีรภพมองไปที่ชาวบ้านเ่าั้ เขาเห็นเขม่าสีดำจางๆ ปกคลุมอยู่เหนือหัวของทุกคน มันไม่ใช่ผี แต่มันคืออุปาทานหมู่ที่ถูกกระตุ้นด้วยเครื่องรางสีแดงที่ทุกคนห้อยคออยู่
“ผู้ใหญ่ครับ เครื่องรางที่พวกคุณห้อยอยู่นั่น ได้มาจากไหน” ธีรภพถามพลางหรี่ตาลง
“มีพระธุดงค์ใจดีท่านหนึ่งเอามาแจกเมื่อสองวันก่อน ท่านบอกว่าเอาไว้ป้องกันปีศาจเนตรแดงที่กำลังออกอาละวาด!” ผู้ใหญ่บ้านตอบอย่างภาคภูมิใจ
น่านฟ้าเดินเข้าไปกระซิบธีรภพ “รุ่นพี่ เครื่องรางนั่นมันของต่ำชัดๆ มันไม่ใช่ของป้องกัน แต่มันคือของที่ใช้ส่งสัญญาณบอกตำแหน่งเรา และคอยกล่อมประสาทให้คนพวกนี้เกลียดเรามากขึ้น”
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด จู่ๆ ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านดอนไม้ป่าก็มืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เป็เวลาเพียงบ่ายสามโมง ลมพัดกรรโชกแรงจนฝุ่นตลบอบอวล เสียงสุนัขในหมู่บ้านพร้อมใจกันหอนระงมจนน่าสยองขวัญ
“เห็นไหม! พวกมันมาถึงอาเพศก็เกิด!” ชาวบ้านเริ่มขวัญเสีย บางคนเริ่มขว้างก้อนหินเข้าใส่กลุ่มของธีรภพ
“หยุดนะ!” ลลินทิพย์ก้าวออกมาข้างหน้า เธอใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นหนึ่งครั้งจนเกิดคลื่นพลังจางๆ ทำให้ก้อนหินเ่าั้ร่วงหล่นลงพื้นก่อนจะถึงตัว “พวกเราไม่ได้เป็คนทำ! สิ่งที่พวกคุณห้อยคออยู่นั่นแหละที่กำลังเรียกความมืดมา!”
แต่คำพูดของเธอเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ชาวบ้านที่กำลังตกอยู่ในฤทธิ์ของเครื่องรางอาถรรพ์เริ่มคลุ้มคลั่ง พวกเขาไม่ฟังเสียงทัดทานและพุ่งเข้าหาธีรภพราวกับคนขาดสติ
“น่านฟ้า! อย่าทำร้ายพวกเขาแรงไปนะ!” ธีรภพสั่งพร้อมกับะโหลบจอบที่จามลงมา
“ยากจังเลยพี่! คนพวกนี้ถูกเ้าของเครื่องรางสิงสู่ทางจิตอยู่!” น่านฟ้าหยิบหุ่นพยนต์ออกมา
แต่คราวนี้เขาไม่ขยายร่างหุ่น แต่ใช้เส้นลวดทองแดงถักเป็ข่ายดักจับเพื่อพันธนาการชาวบ้านไว้ไม่ให้าเ็
ธีรภพพุ่งตัวผ่านกลุ่มชาวบ้านไปหาผู้ใหญ่บ้าน เขา้ากระชากเครื่องรางสีแดงนั่นทิ้ง แต่ทันทีที่เขาเข้าใกล้ ร่างของผู้ใหญ่บ้านก็ชักกระตุกอย่างรุนแรง เืสีดำไหลออกจากตาและหู
“ธีรภพ น้องรัก สนุกไหมกับการเป็ศัตรูของคนทั้งโลก” เสียงของธีรเทพดังออกมาจากปากของผู้ใหญ่บ้านที่สั่นระริก
“ธีรเทพ หยุดทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวซะ” ธีรภพคำราม เนตรอสูรใต้ผ้าพันแผลเริ่มร้อนจัดจนผ้าเริ่มมีควันขึ้น
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย ข้าแค่ให้ความเชื่อกับพวกเขา มนุษย์น่ะขอแค่มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยว พวกเขาก็พร้อมจะกลายเป็สัตว์ป่าเพื่อปกป้องความเชื่อนั้นแล้ว” ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะหมดสติไป
ความมืดมิดปกคลุมหมู่บ้านจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง ภาคินพยายามเปิดไฟฉายแต่แสงไฟกลับถูกความมืดดูดกลืนไปหมด ลลินทิพย์ต้องใช้พลังแสงจันทร์จากหัวใจของเธอเองเพื่อสร้างรัศมีสว่างสั้นๆ รอบตัว
“มันคือม่านบังจิตระดับสูงค่ะธีรภพ!” ลลินทิพย์บอกขณะที่เธอต้องพยุงชาวบ้านที่ล้มลง “มันทำให้คนในหมู่บ้านเห็นพวกเราเป็ปีศาจ และเห็นปีศาจจริงๆ เป็เทวดา!”
ในท่ามกลางความมืด ธีรภพเห็นร่างเงาสีดำนับร้อยพุ่งออกมาจากป่ารอบหมู่บ้าน พวกมันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีแขนขาลีวยาวและดวงตาสีเขียวจ้า
“นั่นไง สมุนของจริงมาแล้ว” ธีรภพชักดาบนิรันดร์โลหิตออกมา ใบดาบสีแดงเพลิงส่องสว่างท่ามกลางความมืดมน “น่านฟ้า ลลินทิพย์ ฝากคุ้มกันชาวบ้านด้วย ภาคิน หมอบลงต่ำที่สุด!”
ธีรภพพุ่งเข้าใส่เงาเ่าั้ การต่อสู้ในหมู่บ้านดอนไม้ป่าเป็ไปอย่างทุลักทุเล เพราะเขาต้องระวังไม่ให้คมดาบไปโดนชาวบ้านที่เดินสะเปะสะปะอยู่ในความมืด เขาต้องใช้สมาธิขั้นสูงในการแยกแยะระหว่างคนกับอสูรเงา
ฉึบ! ฉับ!
ดาบสีเืฟาดฟันร่างเงาจนสลายไปตัวแล้วตัวเล่า แต่นั่นเป็เพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ตราบใดที่เครื่องรางสีแดงยังอยู่ที่คอชาวบ้าน ธีรเทพก็ยังคงควบคุมพื้นที่นี้ได้
“ต้องทำลายจุดศูนย์กลางของม่านนี้!” ธีรภพะโ
เขามองไปที่ศาลากลางหมู่บ้าน เห็นเครื่องยนต์ปั่นไฟเก่าๆ ที่ถูกดัดแปลงเป็แท่นประกอบพิธี มีเศษกระดูกและน้ำมันพรายหยดอยู่รอบๆ ธีรภพรวบรวมพลังเนตรอสูรไปที่ฝ่ามือ แล้วซัดพลังออกไปตรงๆ
“หัตถ์อสูร : ทลายผนึกเงา!”
ตูมมมมม!
แรงะเิของอาคมทำให้ม่านบังจิตฉีกขาด แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องกลับลงมาอีกครั้ง ร่างเงาปีศาจหายวับไป ชาวบ้านที่เคยคลุ้มคลั่งต่างล้มพับลงกับพื้นเหมือนหุ่นเชิดที่สายป่านขาด เครื่องรางสีแดงที่คอของทุกคนแตกสลายกลายเป็ผงธุลี
เมื่อสถานการณ์สงบลง หมู่บ้านดอนไม้ป่าเหลือเพียงความเงียบเหงาที่น่าเศร้า ชาวบ้านค่อยๆ ได้สติ แต่สิ่งที่เหลืออยู่ในดวงตาของพวกเขาไม่ใช่ความขอบใจ แต่คือความหวาดกลัวที่ฝังรากลึก
พวกเขามองดูธีรภพที่ถือดาบสีแดงสด มองดูน่านฟ้าที่มีหุ่นทองแดงน่าเกรงขาม และมองดูศาลากลางหมู่บ้านที่พังพินาศ
“ออกไป” ผู้ใหญ่บ้านพึมพำขณะที่ลลินทิพย์พยายามเข้าไปช่วยพยุง “พวกแกออกไปจากหมู่บ้านเราเดี๋ยวนี้! อย่ากลับมาอีก!”
“แต่พวกเราเพิ่งช่วยชีวิตพวกคุณนะ” ภาคินะโด้วยความโมโห
“ช่วยเหรอ พวกแกนำปีศาจมาที่นี่ต่างหาก! ก่อนพวกแกมา หมู่บ้านเราสงบสุขดี!” ชาวบ้านคนอื่นๆ เริ่มร้องตาม
ธีรภพลดดาบลง เขาเก็บดาบเข้าฝักอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาไม่มีความโกรธ มีเพียงความเข้าใจที่น่าเวทนา เขาหันไปหาพวกพ้อง “ไปกันเถอะ อยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่จะสร้างแผลใจให้พวกเขา”
ทั้งสี่คนเดินกลับไปที่รถ SUV ท่ามกลางสายตาขับไล่ไสส่งของคนที่พวกเขาเพิ่งเสี่ยงชีวิตช่วยไว้ ภาคินขับรถออกมาจากหมู่บ้านด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ในขณะที่น่านฟ้านั่งนิ่งไม่พูดไม่จาเหมือนทุกที
“รุ่นพี่ เราจะทำยังไงต่อไป” น่านฟ้าถามขึ้นหลังจากรถวิ่งออกมาได้ไกลพอสมควร “ถ้าทุกหมู่บ้านเป็แบบนี้ เราจะกบดานที่ไหนได้?”
“ธีรเทพชนะรอบนี้” ธีรภพมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่เห็นเพียงความมืดของป่า “เขาไม่ได้้าฆ่าเราด้วยอาคม แต่เขา้าตัดเราออกจากโลกของคนธรรมดา เขาอยากให้เรากลายเป็ปีศาจในสายตาคนอื่น จนเราไม่มีที่ยืน”
“แล้วเราจะไปไหนกันดีคะ” ลลินทิพย์ถามพลางเช็ดหยาดเหงื่อบนใบหน้า
“เราจะไปหาคนที่ไม่กลัวปีศาจ” ธีรภพหยิบแผนที่เก่าๆ ของปู่ออกมา “มีที่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่รอยต่อระหว่างป่าดงพญาเย็นกับลพบุรี หมู่บ้านที่ไม่มีในแผนที่ปัจจุบัน ที่นั่นมีชายชราคนหนึ่งที่ปู่บอกว่าเป็ผู้กุมความลับของตราประทับอีกครึ่งหนึ่งไว้”
ขณะที่รถกำลังวิ่งผ่านทางโค้งที่มืดมิด ทันใดนั้น ไฟหน้ารถก็สาดไปเห็นร่างของใครบางคนยืนอยู่กลางถนน ชายชราหลังค่อมสวมชุดหม้อห้อมสีซีดถือไม้เท้าไม้ไผ่ และมีนกฮูกสีขาวเกาะอยู่ที่ไหล่
ภาคินเบรกตัวโก่งจนรถเกือบเสียหลัก ชายชราคนนั้นไม่ได้หลบไปไหน เขาเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมอง และดวงตาของเขา เป็สีเทาขุ่นมัวเหมือนคนที่มองไม่เห็น แต่กลับให้ความรู้สึกว่ากำลังมองทะลุเข้าไปในดึงจิตของทุกคนในรถ
“ทายาทศราวิญญ์มาถึงเร็วกว่าที่ข้าคิด” เสียงของชายชราดังก้องเข้ามาในรถโดยที่เขาไม่ได้อ้าปาก
ธีรภพเปิดประตูรถออกไป แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและระแวดระวัง นี่คือใคร มิตรหรือศัตรู หรือเป็เพียงข่าวลืออีกหน้าหนึ่งที่ธีรเทพส่งมาดักรอเขา
าแห่งความเชื่อยังไม่จบ และปริศนาของชายชรานิรนามกำลังจะเปิดเผยความจริงที่สั่นะเืยิ่งกว่าเนตรอสูรที่เขามี!
จบตอนที่ 20
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์