บรรพบุรุษตระกูลหยุนกลับมาแล้ว!
เมื่อได้ยินข่าวนี้แม้แต่เย่เทียนเองก็เผยสีหน้ายินดีออกมา
เมื่อบรรพบุรุษตระกูลหยุนกลับมาอย่างน้อยฐานทัพทะเลมารก็ยังสามารถปกป้องไว้ได้ นี่เป็นเรื่องดีสำหรับเย่เทียนเขาไม่ต้องการให้ฐานทะเลมารถูกทำลาย เขาไม่อยากจะต้องพาน้องสาวหนีไปจากที่นี่
ไม่นานข่าวการกลับมาของบรรพบุรุษตระกูลหยุนก็แพร่กระจายไปทั่วฐานทะเลมารเหล่าผู้อาวุโสของฐานทะเลมารถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในเวลานี้พวกเขาสูญเสียไปไม่น้อยแล้วไม่รู้ว่ามีปรมาจารย์ตายไปมากน้อยเพียงใดกระทั่งระดับราชาก็ยังตกตายไปหลายต่อหลายคน
หากบรรพบุรุษตระกูลหยุนยังไม่กลับมาอีกเกรงว่าเหล่าสัตว์อสูรคงรอไม่ไหวที่จะโจมตีเต็มกำลังเมื่อถึงตอนนั้นสัตว์อสูรราชาไร้เทียมทานจะต้องลงมือด้วยตนเองอย่างแน่นอนฐานทัพทะเลมารก็จะตกอยู่ในอันตราย
ในวันถัดมาเมื่อบรรพบุรุษตระกูลหยุนกลับมาถึงเยว่หลิงบอกเย่เทียนว่าตระกูลหยุนได้ปรึกษากับกองกําลังใหญ่อื่นๆเพื่อเตรียมตอบโต้สัตว์อสูรและขับไล่สัตว์อสูรให้ถอยออกไปเพื่อขจัดวิกฤติของฐานทัพทะเลมาร
และในสงครามครั้งนี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงทุกคนต้องเคลื่อนไหวแม้แต่จอมเวทค่ายกลอย่างเย่เทียนก็ต้องลงมือเพราะในสนามรบมีเพียงจอมเวทค่ายกลเท่านั้นที่จะสามารถดึงพลังที่แท้จริงของค่ายกลออกมาใช้ได้
วันถัดมา
เย่เทียนตามกองกําลังของผู้ฝึกยุทธ์เข้าสู่สนามรบกองทัพในครั้งนี้มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงมากกว่าหนึ่งแสนคน กินพื้นที่รัศมีพันลี้แต่เมื่อเทียบกับกองทัพสัตว์อสูรแล้วจำนวนผู้ฝึกยุทธ์ของฝั่งมนุษย์ก็ยังด้อยกว่ามาก
แต่มนุษย์ก็มีข้อได้เปรียบเช่นกันเช่น สามารถใช้อาวุธเวท ค่ายกล ไอเท็มในการรักษา และมีสติปัญญาที่สูงกว่าเป็นต้น
ดังนั้นความแตกต่างระหว่างจำนวนจึงไม่ได้มีผลกระทบมากนักการต่อสู้ที่แท้จริงคือการต่อสู้ระดับราชาโดยเฉพาะการต่อสู้ระหว่างราชาไร้เทียมทานและอสูรราชาไร้เทียมทานซึ่งก็คือบรรพบุรุษตระกูลหยุนและอสูรราชาไร้เทียมทาน ระหว่างพวกเขาทั้งสองไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายชนะ มันก็จะเป็นการชี้ชะตาของสงครามครั้งนี้
ท่ามกลางท้องฟ้า
บรรพบุรุษตระกูลหยุนปรากฏตัวขึ้นเขาสวมชุดคลุมสีขาว รูปร่างของเขาดูอ่อนเยาว์ราวกับคุณชายผู้สง่างาม
บรรพบุรุษตระกูลหยุนหยุนเมิ่งหลี เป็นชื่อที่เหมือนผู้หญิง แต่พลังการต่อสู้ของเขาโดดเด่นมากตอนอยู่ในระดับปรมาจารย์เขาได้สังหารสัตว์อสูรระดับราชาไปสามตัวในสงครามเดียวหลังจากก้าวเข้าสู่ระดับราชาเพียงสิบปีเขาก็กลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในระดับราชาด้วยกัน หลังจากนั้นเขาก็เก็บตัวฝึกฝนและไม่สนใจโลกภายนอก
ไม่มีใครรู้ว่าเขาออกจากฐานทะเลมารไปตั้งแต่เมื่อไหร่ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์คลื่นสัตว์อสูร หยุนเมิ่งหลีก็ยังคงไม่กลับมา
“ถอยกลับไป!”
หยุนเมิ่งหลีตะโกนอย่างเย็นชา
เขากำลังบอกวานรสีทองว่าให้มันนำกองทัพของมันกลับไปอย่างไรก็ตาม วานรสีทองกลับหัวเราะราวกับกําลังเยาะเย้ยหยุนเมิ่งหลี
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงการต่อสู้ก็เปิดฉากขึ้นทันที!
ตูม!!!!
สิ่งมีชีวิตไร้เทียมทานทั้งสองปะทะกันกลางอากาศอย่างดุเดือดที่ความสูง10,000เมตร โดยไม่มีผู้ฝึกยุทธ์คนใดกล้าที่จะแหงนหน้ามองเพราะแรงกดดันที่แผ่ออกมาไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปจะต้านทานได้
บนพื้นดินผู้ฝึกยุทธ์และสัตว์อสูรกําลังต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งภาพที่เกิดขึ้นน่าสยดสยองอย่างมาก ทั่วทั้งสนามรบตอนนี้ราวกับกลายเป็นโรงบดเนื้อแม้แต่นักรบระดับปรมาจารย์ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะรอดชีวิตกลับไป
เย่เทียนได้ร่วมมือกับจอมเวทค่ายกลของตระกูลเยว่เปิดใช้งานค่ายกลกระบวนทัพระดับสูงครอบคลุมรัศมีนับ10ลี้สังหารฝูงสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่งซากศพของสัตว์อสูรกองอยู่เต็มพื้นแม้แต่สัตว์อสูรระดับสูงก็ยังไม่สามารถทนได้นานนักภายใต้การโจมตีของค่ายกลระดับสูง
“เย่เทียน คุณไปพักก่อนเถอะ คุณควบคุมค่ายกลมาครึ่งชั่วโมงแล้วคงสูญเสียพลังจิตและพลังปราณไปมาก ให้ผมรับช่วงต่อเถอะ!”
ชายคนหนึ่งกล่าว
เขาเป็นจอมเวทค่ายกลขั้นกลางจากตระกูลเยว่ชื่อของเขาคือ ‘เยว่ไหล’ แต่ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับนักรบผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นดังนั้นพลังปราณของเขาจึงหมดไปภายในไม่กี่นาที และต้องออกไปพักผ่อน
ตอนนี้เขาฟื้นตัวแล้ว
“ผมไม่เป็นไร คุณไปช่วยจอมเวทค่ายกลคนอื่นๆ เถอะ!”
เย่เทียนกล่าว
เขาไม่ได้โกหกแม้ว่าการควบคุมค่ายกลระดับสูงจะผลาญพลังปราณและพลังจิตของเขาไปไม่น้อยแต่ใต้ฝ่าเท้าของเย่เทียนก็เต็มไปด้วยซากศพของสัตว์อสูรรวมไปถึงเลือดของสัตว์อสูรจำนวนมากที่อาบย้อมอยู่ทั่วบริเวณ
เขาจึงแอบกระตุ้นพรสวรรค์กลืนกินโลหิตเพื่อดูดซับพลังโลหิตเหล่านั้นมาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและพลังชีวิตของเขาแม้ว่าเขาจะฝืนใช้พลังชีวิตเพื่อเปิดใช้งานค่ายกลเขาก็สามารถฟื้นฟูมันได้อย่างรวดเร็ว
แต่เยว่ไหลคิดว่าเย่เทียนแค่กำลังฝืนอยู่เขาจึงมาเกลี้ยกล่อมเย่เทียนให้ไปพักก่อน
ทันใดนั้น
สีหน้าของเยว่ไหลก็เปลี่ยนไป“ไม่ดีแล้ว สัตว์อสูรราชาตัวหนึ่งบุกมาในค่ายกลตระกูลเยว่ของเรากำลังตกอยู่ในอันตราย!”
ปรมาจารย์ของตระกูลเยว่สามารถฆ่าสัตว์อสูรจำนวนมากด้วยการพึ่งพารูปแบบของค่ายกลเท่านั้นโดยปกติแล้วการฆ่าสัตว์อสูรจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ดังนั้นจอมเวทค่ายกลจึงต้องร่วมมือกับผู้ฝึกยุทธ์เพื่อไม่ให้สัตว์อสูรบุกเข้ามาทำลายค่ายกลได้
แต่ตอนนี้สัตว์อสูรระดับราชาพุ่งเข้ามาโจมตีเหล่าปรมาจารย์ของตระกูลเยว่ไม่สามารถต้านทานมันได้
“เยว่ไหล คุณรีบมาควบคุมค่ายกลแทนผม ผมจะเข้าไปในค่ายกล!”
เย่เทียนรีบพูด
“เย่เทียน คุณเป็นจอมเวทค่ายกล คุณจะรับมือมันได้อย่างไร?”
เยว่ไหลกังวลมากเขากลัวว่าเย่เทียนจะเอาชีวิตไปทิ้ง
อย่างไรก็ตามเย่เทียนได้พุ่งเข้าไปในค่ายกลแล้ว เมื่อเยว่ไหลเห็นดังนั้นเขาก็ทำได้เพียงเข้ามาควบคุมค่ายกลแทนเย่เทียน
ภายในค่ายกล
ปรมาจารย์ตระกูลเยว่ต่างมองสัตว์อสูรราชาที่เพิ่งพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าสิ้นหวังแม้ว่าจะไม่ใช่สัตว์อสูรระดับราชาที่ทรงพลังมากนักแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ปรมาจารย์จะรับมือได้เว้นเสียแต่ว่าเป็นปรมาจารย์ที่มีพลังโจมตีและความเร็วเทียบเท่ากับระดับราชาเท่านั้นจึงจะสามารถต่อกรกับสัตว์อสูรราชาได้ลำพังปรมาจารย์เช่นนี้ก็เพียงพอที่จะเรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์ไร้เทียมทานแล้ว
แต่ที่นี่ไม่มีปรมาจารย์ไร้เทียมทานดังกล่าวและระดับราชาของตระกูลเยว่ก็อยู่ในสนามรบอื่น ไม่มีเวลามาสนับสนุนพวกเขา
“นี่เรากําลังจะตายเหรอ?”
เยว่หลิงมองอสูรระดับราชาที่น่าหวาดกลัวอย่างสิ้นหวังก่อนพึมพำกับตัวเอง
เธอเห็นปรมาจารย์สองคนจากตระกูลเยว่พุ่งเข้าใส่มันพวกเขาทั้งสองมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับกลางและยังฝึกฝนทักษะดาบระดับทองแดงที่เพิ่มพลังโจมตีได้หลายเท่าแม้พลังโจมตีของพวกเขาจะเทียบเท่ากลับพลังโจมตีของสัตว์อสูรระดับราชาที่อ่อนแอได้
แต่ในแง่ของความเร็วและการป้องกันพวกเขายังด้อยกว่ามาก
และสัตว์อสูรระดับราชาตัวนี้ก็ไม่ใช่สัตว์อสูรระดับราชาที่อ่อนแอที่สุดมันอาจมีพลังโจมตีได้ถึง 1,000 ช้าง
ตูม!!!
สัตว์อสูรระดับราชาตบปรมาจารย์ตระกูลเยว่สองคนจนกระเด็นออกไป
เห็นแต่เพียงปราณดาบของพวกเขาที่แตกกระจายโดยไม่รู้เลยว่าพวกเขาเป็นหรือตาย
ขณะที่เยว่หลิงและเหล่าปรมาจารย์คนอื่นๆกําลังเตรียมจะกระตุ้นพลังทั้งหมดเพื่อเตรียมสู้ตายกับสัตว์อสูรระดับราชาร่างหนึ่งก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของสัตว์อสูรระดับราชา
“นั่นเขา!”
ปรมาจารย์คนหนึ่งของตระกูลเยว่จำเย่เทียนได้ซึ่งเขาก็คือปรมาจารย์เยว่เฟิง
เยว่หลิงสังเกตเห็นเย่เทียนและตะโกนว่า
“เย่เทียน คุณไม่ใช่คู่มือของราชาอสูรตัวนี้ รีบออกมาเร็วเข้า!”
อย่างไรก็ตามเย่เทียนยังคงไม่ขยับเขยื้อน
เขาจ้องมองอสูรระดับราชาอย่างเงียบๆพร้อมๆ กับตรวจสอบพรสวรรค์ของอีกฝ่าย
[ประเภท : อสูรวิญญาณยักษ์
พรสวรรค์ทางสายเลือด: ระดับหลุดพ้น]
นี่คือสัตว์อสูรระดับราชาที่ปราศจากพรสวรรค์พิเศษใดๆทั้งสิ้น พรสวรรค์ทางสายเลือดของมันไม่เลวเลย หากมันเติบโตต่อไปมันก็จะสามารถเติบโตกลายเป็นสัตว์อสูรระดับราชาขั้นสูงได้
หากเป็นสัตว์อสูรระดับราชาขั้นสูงแม้ว่ามันจะไม่มีพรสวรรค์พิเศษใดๆ มันก็สามารถตบเย่เทียนตายได้ในฝ่ามือเดียวแต่ตอนนี้มันมีพลังเพียง 1,000 ช้างเท่านั้นเห็นได้ชัดว่ามันเพิ่งกลายมาเป็นสัตว์อสูรระดับราชาได้ไม่นานนัก
เย่เทียนชักดาบออกมาและฟันออกไปแสงจากดาบที่เปล่งประกายพุ่งผ่านอากาศ
เมื่อพรสวรรค์ด้านพละกําลังระดับลึกลับและเทคนิคดาบระดับทองแดงซ้อนทับกันพลังโจมตีของเย่เทียนจึงพุ่งสูงจนขีดสุด
อสูรวิญญาณยักษ์พยายามใช้มือจับปราณดาบของเย่เทียนแต่แขนของมันก็ถูกตัดขาดจากการโจมตีเพียงครั้งเดียวมันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ฮึ่ม ราชาขยะที่ไม่มีแม้แต่พรสวรรค์ด้านการป้องกันเทียบกับหมีสงครามหลังดําตัวนั้นไม่ได้เลย!”
เย่เทียนพูดอย่างดูแคลน
เขาขยับตัวและฟันไปที่คอของอสูรวิญญาณยักษ์อีกครั้งปราณดาบตัดผ่านคอของอสูรวิญญาณยักษ์โดยไม่มีการต่อต้านใดๆและเกือบจะตัดหัวมันจนขาด
ตูม!
อสูรวิญญาณยักษ์ล้มลงและพลังชีวิตของมันก็ค่อยๆหายไป ราชาอสูรถูกฆ่าโดยเย่เทียนอย่างรวดเร็ว!
ไม่ไกลนัก
ทุกคนในตระกูลเยว่ต่างตกตะลึงพวกเขาไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็น