ตอนที่111 เส้นทางที่ปิดลง
ไนเรลยกกางเขนมนุษย์ออกโดยตรงที่ทุบหัวของอูคายังคงมีเลือดติดอยู่ มันไหลหยดลงอย่าง ๆ ช้าแต่มันก็ไม่ได้มีอะไรแปลกเพราะอันที่จริงแล้วทั้งกางเขนมนุษย์และดาบไนเรลมันก็มีเลือดเปรอะเปื้อนทั่วทั้งอาวุธอยู่แล้ว
ไนเรลค่อย ๆ ควานหาไปจุดที่เละของหัวอูคาแล้วเขาก็เจอเข้ากับบางสิ่งนั้นก็คือเขาสีน้ำเงินของอูคาสำหรับยักษ์เถื่อนแล้วมันสามารถนำไปใช้เพื่อถ่ายทอดความสามารถได้ทำให้สามารถยกระดับความสามารถอัคคีได้โดยเฉพาะพวกทหารระดับต่ำที่เกิดมามีพลังเพลิงระดับต่ำ สามารถยกระดับเพลิงเป็นระดับAได้
แต่สำหรับมนุษย์มันเป็นแค่แก่นพลังงานเท่านั้นอันที่จริงแล้วนั้นถ้ามนุษย์สามารถผ่านระดับก้าวข้ามชีวิตมาแล้วเมื่อตายไปคริสตัลที่หน้าผากจะหลอมรวมความสามารถต่างและคงรูปและพลังไว้ได้
(แก่นพลังงาน = คริสตัลพลังงาน =เขาของยักษ์เถื่อน)
เมื่อมีมนุษย์ธรรมดากินลงไปก็จะส่งผลให้มีความสามารถของมนุษย์ชั้นสูงโดยมีพลังความสามารถเหมือนกับเจ้าของแก่นพลังงานเดิมที่กินลงไป
อันที่จริงมันดีกว่าผลคริสตัลวิวัฒนาการอีกเพราะมันจะได้ระดับพลังตามที่มนุษย์ชั้นสูงผู้เป็นเจ้าของแก่นพลังงานมีนั้นเอง
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกว่า การสืบทอดพลังแต่การทำแบบนี้ต้องใช้แค่แก่นพลังงานของเผ่าพันธุ์ตัวเองเท่านั้นถ้าใช้ของเผ่าพันธุ์อื่น ๆ มันก็จะไม่มีผลอะไรเป็นแค่แก่นพลังงานทั่วไปเท่านั้น
ซึ่งเคยมีเหตุการณ์ที่มนุษย์ธรรมดากินแก่นพลังงานสัตว์กลายพันธุ์ไปเพราะคิดว่าจะสามารถได้รับพลังและกลายเป็นมนุษย์ชั้นสูงได้แต่มันกับทำให้ร่างของมนุษย์ธรรมดาผู้นั้นระเบิดตายไปในทันทีจากพลังงานภายในแก่นพลังงาน
ไนเรลสัมผัสไปที่แก่นพลังงานนั้นจากนั้นก็เก็บมันลงไปพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของอูคาตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาที่จะมากินและดูดซับแก่นพลังงานระดับ 5 นี้เพราะตอนนี้ยักษ์เถื่อนมันใกล้จะฝ่าต้นกาบหอยแครงเข้ามาได้แล้ว
.....
หลังจากที่ไนเรลจัดการตรงหน้าเสร็จเขาก็หันมาสนใจเรื่องของทหารยักษ์เถื่อนและเส้นทางที่จะออกไป
เพราะการต่อสู่กับอูคาตอนนี้เขาจึงลงมาอยู่ด้านล่างอีกครั้ง
แสงที่แทบจะสองลงมาไม่ถึงด้านล่างของอุโมงค์มันคงน่าจะมีระยะทางสัก5-6 กิโลเมตรในแนวดิ่งไนเรลมองไปทางเส้นทางที่หมุนวนจนไปถึงข้างบนมันคงช้าเพราะบันไดนั้นเต็มไปด้วยยักษ์เถื่อนดังนั้นไม่รอช้าด้านหลังของเขาจึงมีปีกงอกออกมา
ไนเรลได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกบินขึ้นไปแทนหลังจากปีกงอกจนสุดแล้ว ไม่รอชาไนเรลก็สั่งให้ต้นกาบหอยแครงปีศาจสู้กับพวกทหารยักษ์เถื่อนอย่างสุดชีวิตพร้อมกับที่ใช้ความสามารถเร่งการเจริญเติบโตให้มันอีกครั้งเมื่อเห็นว่าจัดการทุกอย่างแล้วปีกด้านหลังของเขาก็กระพือปีกขึ้นลงส่งเสียงดังพรึบ! จากนั้นเขาก็ถีบตัวส่งขึ้นไปบนอากาศ
พร้อมกันนั้นต้นกาบหอยแครงก็โจมตีทหารยักษ์เถื่อนรอบข้างเพื่อกันไม่ให้ขัดขวางไนเรล
ไนเรลมองไปที่ทหารยักษ์เถื่อนที่เป็นเหมือนกับมดที่อยู่ด้านล่างก้นอุโมงค์เหมือนกับในเครื่องปั่นโดยมีต้นกาบหอยแครงทั้งสิบเป็นใบมีดบดบี้พวกมันตายไม่หยุด
ตั้งแต่เกิดการต่อสู้มันผ่านมาหลายสิบนาทีแล้วทางฝั่งของยักษ์เถื่อนต่างบาดเจ็บล้มตายไปหลายร้อยหลายพันนายแล้วตอนนี้พวกที่ประจำการอยู่ด้านล่างนั้นเมื่อเห็นพวกตนตายไปจำนวนมากก็เกิดการหวาดกลัวขึ้นเรื่อยๆ
พวกมันทั้งสู้ทั้งถอยหนีในเวลาเดียวกัน
ท่านที่ปรึกษาเรนผู้ที่รอดอยู่ตอนนี้กำลังมองลงมาจากด้านบนอุโมงค์มือของเขาสั่นเทาและลำคอก็แห้งผาก หลังจากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
และทำได้แค่กลืนน้ำลายพร้อมกับสั่งออกไป
“อย่า...อย่าให้มันบินขึ้นมาได้เตรียมกางตาข่ายออกและใช้แผนตอบโต้ทางอากาศ” เรนสั่งออกมา
เมื่อทหารที่รับหน้าที่ถ่ายทอดคำสั่งไม่มีการตอบสนองจากคำสั่งของท่านที่ปรึกษาเรนเขาจึงสั่งอีกครั้งทหารยักษ์เถื่อนตนนั้นจึงทำตามและถ่ายทอดคำสั่งออกไป
แผนป้องกันทางอากาศก็คือการใช้ตาข่ายและลูกศรที่มีโซ่ติดไว้เมื่อยิงถูกมันก็เหมือนกับฉมวกแทงปลาเพียงแค่ถึงสิ่งที่โดนยิงมันก็จบสิ้นไม่มีทางหนีรอดแต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แผ่นขั้นสุดท้ายที่ท่านที่ปรึกษาใช้จัดการกับไนเรล
แต่ถ้าพูดถึงแผนนั้นเรนก็ไม่อยากจะใช้มันเพราะไม่รู้ว่าจะคุ้มค่าหรือไม่กับการต้องแลกสิ่งนั้นกับมนุษย์เพียงแค่คนเดียว
ไนเรลเริ่มสัมผัสได้ถึงละอองฝนเมื่อบินขึ้นมาสูงกว่า2,000 เมตรจากก้นอุโมงค์ แต่แล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่ออยู่ ๆ ในระยะทางทุก ๆ1,000 เมตรที่เหลือกับมีเสาเหล็กที่มีตาข่ายโลหะหนาถึงสี่ชั้นปิดลงมาจำกัดการปิดกั้นทางด้านหน้าไว้
พร้อมกันนั้นพวกมันยังคงมีเครื่องยิงธนูลักษณะเฉพาะที่ไนเรลพึ่งสังเกตเห็นตอนนี้ยิงศรมาที่ไนเรล
ฟิ้ววว!!!
เสียงของศรจำนวนมากยิงมาไนเรลได้แต่บินหลบซ้ายไปขวามาทำให้ศรทั้งหมดนั้นไม่โดนไนเรล และมีบางอันที่เกือบจะโดนแต่เขาก็ใช้กางเขนมนุษย์อันใหญ่ป้องกันไว้ได้
ถึงจะเป็นแบบนั้นพวกยักษ์เถื่อนก็ยังคงไม่หยุดยิงไนเรลมองดูการกระทำที่ไร้ประโยชน์นั้นและรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลก ๆเขาจึงระวังตัวและเลือกที่จะรีบออกไปจากอุโมงค์นี้โดยเร็วที่สุดเพราะเมื่ออกไปข้างนอกได้แล้วต่อให้พวกมันจะยกกันมาอีกหลายกองทัพก็ไม่มีทางหยุดเขาได้
ไนเรลบินมาถึงตาข่ายเล็กชั้นแรกก็ใช้ดาบโลหะผสมที่อยู่ในมือฟันไปที่ตาข่ายนั้น
เคร๊ง ๆ
เสียงของเหล็กกระทบกันจนมันเกิดประกายไปแต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้ไนเรลตะลึง เพราะปรากฏว่าตาข่ายนั้นมันแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ด้านของท่านที่ปึกษาเรนมองไปที่ไนเรลเมื่อเห็นไนเรลนั้นโจมตีตาข่ายเหล็กไม่ขาดก็เรียกความมั่นใจกลับคืนมาเล็กน้อย
“ฮ่า ๆเจ้ามนุษย์ผู้โง่เขาคิดหรือว่าตาข่ายที่ประจำอยู่อุโมงค์หลักของเผ่าอัคคีเรานั้นจะเป็นของธรรมดาโจมตียิงมันให้ร่วงหล่นลงมา”เรนสั่งออกมาด้วยเสียงดังพลางคิดว่าถึงอย่างไรก็ต้องหยุดไนเรล อย่างน้อยให้มันถอยกลับไปให้ได้
แต่แล้วเรนก็ต้องหน้าเปลี่ยนสี เพราะไนเรลเลือกจะบินไปที่ทางบันไดทางขึ้นที่ติดอยู่กับตาข่ายซึ่งตรงนั้นมันมีช่องทางให้ผ่านได้อยู่
ไนเรลได้แต่คิดว่ายักษ์เถื่อนพวกนี้โง่เง่ากันหรืออย่างไร
เพราะถึงอย่างไนเรลจะบินมาถึงตรงนี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าเขาก็มีเท้าเดินดินได้เช่นกันในเมื่อบินไม่ได้ก็ไปทางบันไดสิ
“เร็วหยุดมัน”เรนที่ไม่คิดว่าจะมาตายด้วยความคิดตื้น ๆ อย่างการใช้ตาข่ายขวางไนเรลถ้าไนเรลเป็นแค่สัตว์บินกลายพันธุ์ระดับ 5 ก็คงจะต้องบังคับให้เขาถอยไปได้แต่ตอนนี้ไนเรลไม่ใช่
ไนเรลจัดการฆ่ายักษ์เถื่อนที่ขวางทางอยู่ไม่กี่ตนเพราะทางเดินที่แคบนั้นได้กลายเป็นอุปสรรคในการต่อสู้แบบหมู่ไปซะแล้ว
ไนเรลกระโดดไม่กี่ที่ก็ผ่านไปสองตาข่ายแล้ว
“ไม่ ย่แล้วจะปล่อยมันหนีไปไม่ได้ถ้ามันหนีไปได้ข้าคงหนีไม่พ้นโทษตายอย่างแน่นอน ที่ใช้ทั้งกองทัพและหนึ่งอัศวินเทพไททันก็ไม่สามารถหยุดมนุษย์นั้นได้สั่งการลงไปเปิดใช้งานแผนสุดท้ายซะ” เรนสั่งออกมาด้วยความร้อนรน
“ท่านที่ปรึกษาเรนไม่สามารถทำแบบนั้นได้นะขอรับสิ่งนี้มันอยู่นอกเหนืออำนาจของท่านไปแล้ว”ทหารยักษ์เถื่อนที่อยู่ด้านข้างค้านในทันทีโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
“เจ้ากล้าค้านคำสั่งข้างั้นหรือ...งั้นก็ตายซะ”ท่านที่ปรึกษาเรนต่อยเข้าไปที่หน้าอกของยักเถื่อนตนนั้นด้วยหมัดที่อาบไร้ไปด้วยเพลิงนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าท่านที่ปรึกษาเรนนั้นมีพลังไม่น้อยเลยถึงจะไม่สามารถบอกได้ว่าเขามีพลังระดับ 5 ได้ แต่แน่นอนว่ามันก็อีกไม่นานดูเหมือนเขาใกล้จะข้ามผ่านระดับแล้ว
“เจ้า....อั๊ก” ยักษ์เถื่อนตนนั้นกระอักเลือดไม่กี่ทีก็แน่นิ่งตายไปทั้งอย่างนั้น
“เห็นแค่พวกระดับต่ำกล้าขัดคำสั่งข้างั้นหรือแค่อุโมงค์เดียวเจ้าคิดว่าข้าจะไม่รู้ผลที่เกิดขึ้นอย่างงั้นหรือ”หลังจากกล่าวจบเขาก็มองไปที่ไนเรลอีกครั้งท่านที่ปรึกษาเรนคิดอยู่ในใจว่าทำไมระดับสูงอย่างองค์ชายใหญ่ถึงสนใจมนุษย์นั้นนักแต่อย่างไรเขาก็ไม่สน อย่างไรตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ก็รับคำสั่งมาจากองค์ชายสามอยู่แล้วส่วนอัศวินอูคานั้นก็เป็นแค่เบี้ยที่หลงเข้ามาในแผนขององค์ชายใหญ่และองค์ชายสามก็เท่านั้นดูเหมือนว่าไนเรลนั้นจะเป็นที่สนใจตั้งแต่ข่าวที่เขานั้นฆ่าเลฟอนตายไปตั้งแต่ตอนแรกแล้ว
เมื่อยักษ์เถื่อนตนอื่น ๆ ในระดับสั่งการที่เห็นดังนั้นก็ไม่ต้องให้ท่านที่ปรึกษาเรนพูดซ้ำทำตามที่เขาบอกในทันที
พร้อมกับที่พากันถอยห่างไปจากอุโมงค์หลักหมายเลข3 ไปหลายกิโลเมตร
ไนเรลที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติแต่เขาก็ไม่สนใจ เพราะอีกไม่ถึง 2000 เมตรเขาก็จะออกไปจากอุโมงค์นี้แล้ว แค่กระพือปีกบินอีกไม่กี่ที่ก็ออกไปได้แล้ว
แต่แล้วไนเรลก็ต้องตกใจถึงขนาดขนลุกขนชันกันเลยทีเดียวเพราะเขาเห็นแสงที่คุ้นเคยจากรอบๆ ปากอุโมงค์โครงสร้างนั้น
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันคือระเบิดแบบเดียวดับที่เขาได้มาจากคลังเก็บของจำนวนมากนั้นและแล้วในที่สุดไนเรลก็รู้ว่าทำไมถึงมีระเบิดมาขนาดนั้นดูเหมือนที่อยู่ในคลังจะเป็นแค่ของเหลือที่เก็บกลับมาหลังจากที่พวกมันวางระเบิดรอบๆ อุโมงค์แล้ว
“บัดซบเอ๊ย!!!พวกแกจงเกลียดจงชักอะไรฉันนักวะถึงกับต้องระเบิดอุโมงค์กันเลยงั้นหรือไง!!!”ไนเรลที่ทนไม่ไหวถึงพฤติกรรมของพวกยักษ์เถื่อนที่เอะอะก็ใช้ระเบิดไม่รู้จักสู้กับเขาแบบซึ่งหน้าๆแต่ดูเหมือนไนเรลจะลืมเรื่องที่ตนก็พึ่งทำกับพวกยักษ์เถื่อนที่ภูผาลาวาไปแล้วเช่นกัน
ถึงไนเรลจะร้องโอดครวญอย่างไรมันก็ไม่มีทางหยุดสิ่งที่เกิดขึ้นได้
บูม!!!!
เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นพร้อมกับอากาศที่อัดลงมาด้านล่างถึงกับทำให้ไนเรลไม่สามารถบินขึ้นไปต่อได้ไนเรลเสียหลักหล่นลงไปติดกับตาข่ายโลหะด้านล่างทันที
บูม! ๆ ๆ
ระลอกแรงลมระเบิดมาติด ๆกันอีกนับสิบนับร้อยลูกตัวเขาที่ติดอยู่กับตาข่ายถึงกับหน้าซีดตอนนี้ใบหน้าของเขาราวกับว่ามีคนเอาเครื่องปั้มลมมาฉีดปะทะอยู่ตลอดเวลาจนหน้าสั่นไปหมด
ไนเรลลืมตามองไปที่ฝุ่นควันหลังจากนั้นมันก็ตามมาด้วยผนังของอุโมงค์ที่ไม้รู้ว่าประกอบด้วยอะไรบ้างแต่ขนาดของมันตั้งแต่ 10 เมตรจนถึงหลายร้อยเมตรกำลังถล่มลงมา
ดูเหมือนพวกนั้นยอมเสียสละพวกทหารยักษ์เถื่อนที่อยู่ด้านล่างทั้งหมดแล้วแต่ไนเรลก็ต้องคิดผิด เพราะพวกที่เหลือกว่าครึ่งพากันหนีไปตั้งนานแล้วเหลือก็แต่เขาที่ใกล้กับระเบิดที่สุด
แต่มันก็ไม่แปลกที่ทหารยักษ์เถื่อนพวกนั้นจะรู้และได้รับการแจ้งเตือนก่อนเพราะนี่คือถิ่นของยักษ์เถื่อน
ครั่งนี้ไนเรลได้รับบทเรียนพอสมควรว่าเมื่อไปที่รังของศัตรูอย่าประมาทเด็ดขาดเพราะเราไม่รู้ว่าพวกมันซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง
“ฉันไม่ยอมมาโดนพวกมันทับตายอย่างนี้แน่นอน”ไนเรลไม่ยอมตายอย่างนี้แน่
เขามองหาทางออกในทันที ต้อให้ใช้ความสามารถ [เงาS]ก็คงเป็นไปไม่ได้ จะให้กลายร่างเป็น [กิ้งก่ายักษ์ B] แค่เลือกเป็นเนื้อเละก้อนใหญ่ขึ้นเท่านั้น
ไนเรลก็ดูเหมือนจะคิดอะไรได้
...
หลังจากสิ้นสุดการระเบิดผนังอุโมงค์ทั้งหมดก็ถล่มลงมามันเป็นเหมือนกับวันสิ้นโลกก็ไม่ปาน โดยเฉพาะพวกลูกศรและตาข่ายที่ยิงไปใส่ไนเรลในตอนแรกตอนนี้มันเป็นเหมือนกับเส้นใยมัดรวมดินหินเล็กรวมกันแล้วถล่มลงมา
หลังจากผ่านมาสักพักทุกอย่างก็จบลงอุโมงค์หลักหมายเลข3 ก็ถูกปิดตายคนนอกไม่สามารถเข้าได้ คนในไม่สามารถออกทางอุโมงค์นี้ได้อีกโดยมีท่านที่ปรึกษาเรนมองดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจ
“อย่างน้อยข้าก็ทำดีที่สุดแล้วส่วนหลังจากนี้ก็แล้วแต่ชะตากรรมก็แล้วกัน”ท่านที่ปรึกษาเรนดูเหมือนจะแก่ขึ้นมาอีกหลายปี