ทักษพรมองดูท้ายทอยด้านหลังของธนาแล้วก็คิดว่ารูปศีรษะของเขาช่างเหมือนกับลูกชายของตน ตอนที่เขาเป็เด็กก็คงคล้ายกับน้องพืช ผิวพรรณผ่องผุด ใบหน้าน่ารักหล่อเหลา
...ยิ่งมองเขา เธอก็ยิ่งเจ็บแปลบในใจ...
ทั้งยังรู้สึกสงสารลูกชายที่จะไม่มีวันได้รู้ว่าใครเป็พ่อ? ทักษพรเอียงศีรษะพิงกระจกแอบหยิบทิชชู่จากกระเป๋าสะพายขึ้นมาซับน้ำตาที่กำลังรื้น
พอรถจอดที่หน้าประตูออฟฟิศบริษัทสกายกิฟต์ วรภัทรก็อุ้มเด็กชาย ธนาธิปออกมายืนรอรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน
“น้องพืช คุณแม่กลับมาแล้ว”
“คุณแม่ๆ” เด็กชายโบกมือไหวๆ
คำพูดและท่าทางของวรภัทรคล้ายกับสามีที่พาลูกชายมารอรับภรรยาจากที่ทำงาน พราวพรายกับปุ้ยอมยิ้ม เธอสองคนสงสัยมานานแล้วว่าเ้านายมีใจให้กับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้ ที่ผ่านมาการแสดงออกของวรภัทรมักจะทำใน่ที่ไม่ค่อยมีเห็น บังเอิญที่พราวพรายกับปุ้ยแอบเห็นอยู่หลายครั้ง คราวนี้ถึงกับอุ้มลูกชายของทักษพรมารอรับหน้าประตูบริษัท...คงคิดจะเปิดตัว
ธนาเห็นสายตาของวรภัทรที่มองดูทักษพรแล้วเขาก็รู้สึกหงุดหงิด วรภัทรทำเหมือนอยากให้เขากับณัฐวุฒิเห็นว่าทักษพรพิเศษกว่าพนักงานคนอื่นๆ ในสายตาของผู้ชายด้วยกัน ธนารู้สึกว่าวรภัทรกำลังจะกันท่า
“น้องพืช ป้าน้ำไปรับมาเหรอครับ?” หญิงสาวลงจากรถแล้วยื่นมือไปกุมมือของเด็กชายที่ยังถูกวรภัทรอุ้มไม่วาง
“ไม่ใช่ครับ ลุงภัทรเป็คนไปรับผม”
ทักษพรนิ่วหน้า “คุณแม่บอกแล้วว่าให้เรียกคุณภัทร ลูกจำไม่ได้เหรอ?”
“คุณผัก ให้น้องพืชเรียกเถอะ คุณไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ เรียกลุงก็เหมาะแล้ว แค่ไปรับหน้าปากซอยนี่เอง ไม่ลำบากหรอก” วรภัทรยิ้มน้อยๆ ดวงตาเป็ประกาย
ทักษพรรู้สึกอึดอัด เธอรู้ว่าวรภัทรมีความรู้สึกฉันท์ชู้สาวแต่เธอไม่อยากเข้าไปในครอบครัวของเขา ท่าทางของคุณนภากับคุณไวพจน์ไม่ได้ยินดีต้อนรับเธอในฐานะลูกสะใภ้
“คราวหน้าให้ป้าน้ำไปรับดีกว่านะคะ ดิฉันไม่อยากรบกวน”
“ไม่เป็ไร ผมบอกแล้ว คุณอย่าคิดมาก”
ธนาที่นั่งอยู่บนรถมองภาพนั้นแล้วไม่พอใจ แม้พยายามจะคิดว่านี่ไม่ใช่เื่ของตนแต่เขากลับรู้สึกว่าภาพที่วรภัทรอุ้มเด็กชายตัวน้อยน่ารักโดยมีทักษพรยืนอยู่ใกล้ๆ ดูไม่เข้ากันเอาซะเลย น้ำเสียงของเขาดุขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“ออกรถได้แล้ว”
คนขับรถตู้รับคำแล้วออกรถ เนตรดาวที่นั่งอยู่ใกล้ณัฐวุฒิเห็นภาพข้างล่างถนัดตา “ท่าทางคุณภัทรจะเห็นคุณผักเป็คนพิเศษนะคะ อุตส่าห์ไปรับลูกชายให้เธอด้วย น่ารักจริงๆ”
“เื่ของความรู้สึกมันบอกกันยากนะคุณดาว ถ้าเป็ผม ต่อให้เขามีลูกแล้ว ถ้าผมชอบ ผมก็จะทำเหมือนคุณภัทร”
เนตรดาวทำตาโต “คุณก็คิดเหมือนดาวเหรอคะ? ดาวว่าคุณภัทรชอบคุณผักชัวร์”
ธนาหน้าเสีย เขาสงสัยเื่เธออยู่ตั้งหลายวัน พอได้เห็นว่าวรภัทรให้ความสนใจเธออย่างเปิดเผย ธนารู้สึกว่าเขาเริ่มหงุดหงิดจนปวดหัว ณัฐวุฒิเห็นหน้าเ้านายไม่ค่อยดีก็รีบสะกิดเนตรดาวให้หยุดพูด ก่อนจะหันไปเปิดกระเป๋าหยิบถุงยาออกมาส่งให้ธนาแล้วหันไปหยิบขวดน้ำดื่มเล็กๆ มาเปิด
“กินยาก่อนครับบอส”
ธนารับยาไปใส่ปากแล้วดื่มน้ำตามจนครึ่งขวด
“พรุ่งนี้ เราต้องกลับให้ทันก่อนบ่ายสาม คุณผักจะได้ไปรับลูกชายเธอเอง ไม่สิ เราจอดรถแวะรับลูกให้เธอเลยก็แล้วกัน”
ธนารู้สึกว่าลูกชายของทักษพรดูคุ้นเคยมากแต่เขาก็นึกไม่ออกว่าเด็กคนนั้นหน้าตาคล้ายใคร? ระหว่างที่นั่งรถกลับไปบริษัท ธนาคิดถึงใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยที่ได้ยินคนรอบข้างเรียกว่าน้องพืช
...แม่ชื่อเล่นว่าผัก ลูกชื่อเล่นว่าพืช ก็น่ารักและสอดคล้องกันดี....
“จะไปว่าคิ้วของน้องพืชดูคล้ายคิ้วของคุณธนาเลยนะครับ”
ธนาได้ยินก็อึ้งไปเล็กน้อย “ณัฐ อย่าพูดเหลวไหล”
“จริงนะครับ น้องพืชทั้งหล่อทั้งน่ารัก จะว่าไปก็ดูไม่ค่อยเหมือนคุณผักนัก น่าจะเหมือนพ่อเขามากกว่า”
“พอแล้ว ไม่ต้องพูด ฉันปวดหัว” น้ำเสียงของธนาเริ่มกระด้าง เขาเอนตัวพิงพนัก นอนหลับตานิ่งๆ
ณัฐวุฒิจึงไม่กล้าพูดต่อ เขาหันไปหาเนตรดาว ฝ่ายนั้นพยักหน้าแล้วกระซิบ
“จริงเหมือนคุณณัฐว่า น้องพืชดูไปก็คล้ายบอสเราอยู่นะคะ”
บ่ายวันต่อมา ตอนที่รถตู้ของบริษัทวินเนอร์จะกลับไปส่งสามสาว ธนาก็สั่งให้จอดรถหน้าโรงเรียนอนุบาลปากซอย
“ทักษพร คุณแวะรับลูกชายเลยสิ ไหนๆ เราก็ผ่านมาแล้วจะได้ไม่ต้องเสียเที่ยว”
หญิงสาวเ้าของชื่อถึงกับสะดุ้ง “ค่ะ” เธอไม่กล้าต่อปากต่อคำ รีบลงจากรถแล้วเดินไปแจ้งครูเวรหน้าประตูโรงเรียน
“คุณแม่ วันนี้เอารถตู้มารับน้องพืชเลยเหรอคะ?”
ทักษพรยิ้มอายๆ “บังเอิญค่ะ เพิ่งกลับจากติดตามท่านประธานไปตรวจงานมา ท่านก็เลยให้จอดรถรับลูกค่ะ”
“ประธานบริษัท ไม่ใช่คุณวรภัทรเหรอคะ?”
“คุณวรภัทรเป็ผู้จัดการใหญ่ค่ะ ตอนนี้บริษัทเราไปอยู่ในเครือบริษัทวินเนอร์แล้ว”
คุณครูสาวถึงกับทำตาโต “บริษัทน้ำดื่มั์ใหญ่นั่นล่ะเหรอคะ?”
“ใช่ค่ะ อีกไม่นานก็ต้องย้ายออฟฟิศไปอยู่ตึกใหญ่นั่นแล้ว” ทักษพรชี้ไปยังตึกที่กำลังรีโนเวท
“ดีใจด้วยนะคะคุณแม่”
เด็กชายธนาธิปถูกครูจูงออกมาส่งถึงมือแม่ ทักษพรกล่าวขอบคุณแล้วพาลูกชายไปขึ้นรถ
“ว้าว! ได้ขึ้นรถคันใหญ่ด้วย” เด็กชายเคยขึ้นรถใหญ่สุดคือรถยนต์ของ ลิลี่ พอเห็นมารดาของตนพาขึ้นรถตู้ก็รู้สึกตื่นเต้น
ประตูถูกเปิดออก ตำแหน่งที่ธนานั่งอยู่ตรงกับประตูพอดี
“สวัสดีครับ” เด็กชายยกมือขาวป้อมพนมแล้วก้มหัวอย่างนอบน้อม
คนในรถมองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู
“สวัสดีจ้า” สามสาวที่นั่งอยู่เบาะด้านในรีบร้องขึ้น
“ผมอยากนั่งข้างคุณลุงครับ”เด็กชายที่ถูกณัฐวุฒิช่วยอุ้มขึ้นรถชี้ไปที่นั่งข้างธนา “นั่งตรงนี้”
คนทั้งรถเงียบเพราะกลัวว่าธนาจะไม่พอใจ ทักษพรเผลอจ้องหน้าธนา เธอกลั้นใจรอฟังคำตอบของเขา
“ได้สิ นั่งข้างลุงนี่ล่ะ”
คำพูดของเขาทำให้ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก ตลอดระยะเวลาที่นั่งรถไปทำงานด้วยกัน ธนาไม่ถึงกับถือตัวแต่ก็ไม่ได้เป็กันเองจนพนักงานจะเข้าไปทำตัวตีสนิทด้วยได้ เมื่อได้ยินเขาชวนเด็กน้อยให้ไปนั่งด้วย ทุกคนก็ยิ้มออกมา
สีหน้าของทักษพรไม่ค่อยดีนัก ภาพที่ธนานั่งอยู่ข้างกับลูกชายทำให้เธอหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง
“คุณนั่งข้างลูกเลยก็ได้ ให้ณัฐขยับไปนั่งข้างหลัง”
เบาะกลางกลายเป็ที่นั่งของสามคนพ่อแม่ลูก มีเพียงทักษพรที่ไม่กล้าเงยหน้ามองธนา เด็กชายธนาธิปมองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความสนใจ
“รถของคุณลุงเหรอครับ?”
ธนาก้มหน้ามองใบหน้ากลมป้อม ความรู้สึกเอ็นดูจู่โจมจิตใจ เขาเริ่มคิดถึงคำพูดของณัฐวุฒิ คิ้วของเด็กคนนี้คล้ายคิ้วของเขากับธเนศ จมูกก็เหมือน
‘พ่อของเด็กคนนี้คงจะหล่อน่าดู ลูกหน้าไม่ค่อยเหมือนทักษพรเท่าไหร่? แต่คงจะหล่อไม่เท่าฉันแน่’
“ใช่ครับ หนูชอบไหม?”
“ไม่ใช่หนูครับ น้องพืชครับ”
“อืม น้องพืชชอบไหม?”
“ชอบครับ ผมไม่เคยนั่งรถคันใหญ่ พรุ่งนี้คุณลุงมารับผมอีกได้ไหมครับ?” เด็กชายพูดพลางยกมือขึ้นจับแขนของธนา ยิ้มให้คล้ายประจบ
ทักษพรใแต่ไม่กล้ายื่นมือไปจับแขนลูกชายออกจากชายหนุ่ม “ไม่ได้หรอกลูก คุณธนามีงานเยอะ ให้ป้าน้ำมารับดีกว่านะครับ”
“ได้สิ พรุ่งนี้ลุงจะแวะมารับน้องพืชอีกนะ” ธนายื่นอีกมือมากุมมือน้อยๆ ไว้เอียงหน้ามารับปากพร้อมยิ้มให้ เขาหันไปมองทักษพร “พรุ่งนี้เราก็ผ่านมาอยู่แล้ว แวะรับลูกคุณด้วยพอดี ไม่ต้องเกรงใจ”
*********
