101.ช่วยเหลือต้นมักรีผล
“แต่ป่านี้มันอันตราย ชิบ!”วิทย์ครุนคิด ซักพัก ขณะที่อับสรกำลังเล่นอยู่กับเจ้าแมนแดรค น้อย อยู่ถึงจะมีข้อมูลจากศาลานุกรม แต่ มันก็ไม่ได้การันตีถึงความปลอดภัยในการสำรวจเลยแม้แต่น้อย ทำให้สิ่งต่างๆมันยังมีข้อจำกัดอยู่ 30 นาทีผ่านไปโดยไม่รู้ตัว“อ่า! จริงสิ มันยังพอมีทางอยู่ ก่อนอื่นเราต้องทำให้!!อับสร!มาเป็นคนของเราให้ได้ก่อน”วิทย์ยิ้มอย่างชั่วร้าย ใบหน้าเขาดูจะพึงพอใจกับแผนการของตนเองมาก“อะไรหรือ!!”“เปล่า!!ไม่มีอะไร แค่อยากรู้ว่าเจ้าสามารถควบคุมพืชที่วิวัฒนาการ ได้จริงหรือเปล่า”“หึ มันแน่อยู่แล้วข้านะเก่งที่สุด จึงเป็นลูกพี่ของเจ้าพวกนี้ ฮิฮี่”อับสรพูดจาใหญ่โต“จริงไหมลูกน้อง”เธอร้องถามแมนแดรค ตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดกี่!!!มันร้องตอบรับด้วยความแข็งขัน ภาพที่วิทย์เห็นคือ เด็กสาวกับเด็กน้อยตัวเล็กๆที่กำลังชวนกันไปเที่ยวเล่นซะมากกว่า ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าตัวที่ถูกอุ้มอยู่นั้นทุบเขาติดกับพื้นมาแล้ว สิ่งที่เห็นตอนนี้มันดูไม่น่าเชื่อถือเลยซักนิด“อ่าๆ ฉันเชื่อเธอ ตอนนี้เรารีบไปกันต่อดีกว่า”วิทย์ออกความเห็น ตอนนี้เขาไม่ยากล่าช้าแล้ว จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแผน เล็กน้อยเพื่อความรวดเร็ว“อ่าว แล้วเจ้าไม่หาสมุนไพรแล้วหรือ!”อับสรถาม“ไม่ละ แถวนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับฉัน ฉันว่ารีบไปช่วยพี่น้องของเธอแล้วรีบออกไปจากที่นี้ดีกว่า”“อ่า!เจ้าร่าจะคิดได้แบบนี้ตั้งนานแล้ว หึ!”นี้เป็นสิ่งที่ อับสร ต้องการมาตลอด ปีกของเธอสะบัดเบาๆร่างของทั้งสองก็ลอยขึ้นทันที“อยู่นิ่งๆข้าจะให้ แมนแดรกน้อยยกเจ้าขึ้น แล้วเราจะบินไป”อับสรเสนอ “อ่า ก็ได้ แต่ไม่ต้องยกข้าขึ้นไปหรอก แค่ยื่นรากลงมาและทำที่เหยียบให้ข้าก็พอ”รากของ แมนแดรค ยื่นลงมาตรงหน้าของวิทย์ ปลายรากมีแขนงเล็กๆแตกออกมากลายเป็นที่เหยียบ กว้างประมาณ สามฝ่ามือ วิทย์ก้าวขึ้นไปเหยียบบนนั้นทั้งสองเท้า พร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งจับก้านของรากไม้นั้นเอาไว้ “อืม!พร้อมแล้ว ไปได้!”“จับแน่นๆละ” ทันทีที่วิทย์พร้อมแล้วอับสรก็บินขึ้นไปทันที... พริบตาเดียว วิทย์ก็มองเห็นบ่อโลหิต ขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือและค่อยๆหายไปจากสายตาของเขา ทั้งสามบินขึ้นมาสูงเท่าไรไม่ทราบได้ รู้สึกตัวอีกครั้งก็มีเพียงปุยเมฆหมอกสีขาวที่ปะทะเข้ากับใบหน้าของเขาอย่างนุ่มนวล ด้านล่างของเขามีฝูงนกแปลกๆบินเกาะกลุ่มกันเป็นฝูง ผ่านตาไปฝูงแล้วฝูงเล่า พวกเขาอยู่ในระดับความสูงที่มากกว่า นกพวกนั้นจึงไม่เป็นที่สนใจของพวกมันนัก เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ในที่สุด สายตาของพวกเขาก็มองเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่ มากๆต้นหนึ่งที่ยืนต้น โผล่ขึ้นจากแนวป่าเบื้องหน้า หากะขนาดจากสายตา มันมีขนาดใหญ่ว่าต้นไม้พวกนั้น ราวๆ 10 เท่าเห็นจะได้ ทันทีที่มองเห็นเป้าหมาย อับสรก็ตรงดิ่งไปยังที่นั้นทันทีกรุ้ง!กริ้ง! เสียกระดิ่งเล็กๆดังมาตามสายลมเข้าสู่โสตประสาทของวิทย์ มันไพเราะ เล็กน้อย ทุกๆครั้งที่อับสรสื่อสารกับต้นไม้เขาจะได้ยินเสียงนี้ประจำ ถึงเขาจะไม่เข้าใจแต่ก็ทำให้รู้ว่ากำลังมีการสื่อสารระหว่างกันของเผ่าพันธุ์พฤกษา“ตรวจพบสายพันธ์ย่อยของพฤกษาบรรพกาลชื่อ “มักรีผล”ทำการคนหาข้อมูลใน ฐานข้อมูล ปัจจุบัน”....ทันทีที่เข้าไกล้ ต้นมักรีผล เสียงรายงานของ ลูน่าก็ดับขึ้นมาทันที“ลูน่า ฉันสามารถเอาพลังวิญญาณจากต้นพฤกษาบรรพกาล ถ่ายให้ต้นมักรีผลต้นนี้ได้หรือเปล่า”วิทย์ถามออกมาด้วยความหวัง นี้คือแผนของเขาที่คุดไว้ตั้งแต่แรก และเขาเองก็หมั่นใจเกิน 50 %“ทำการประเมินความเข็มข้นของสายเลือด......ผลการประเมิน สายพันธ์ย่อยมีความเข็มข้นของสายเลือด 15%”“ทำการวิเคราะห์ความเข้ากันได้ของสองสายพันธ์..ผลการวิเคราะห์ มีความเป็นไปได้ในการถ่ายโอนพลังงาน 85 %”สิ้นเสียงการรายงานของ ลูน่า วิทย์ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ผลที่ได้มากกว่าที่เขาคาดการเอาไว้เสียอีก เท่านี้ ข้อตกลงระหว่างเขากับ อับสร ก็เป็นไปได้ด้วยดีแล้ว“เอ๊ะ! นั้นมันตัวอะไรอยู่ใต้ต้นมักรีผล!!”วิทย์ถามออกมาด้วยความแปลกใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นตัวอะไรที่น่าเกลียดแบบนี้“หึ! นั้นมันตัวสะลิ่มที่ข้าเล่าให้เจ้าฟังไง...ข้าละเกลียดมันนัก!”อับสรโพลงออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วนความขุ่นเคือง“หือ! ตัวสะลิ่มเหรอ ดูๆไปแล้วมันน่าเกลียด กว่า สะลิ่มแถวบ้านข้าอีก!”เมื่อได้ยินชื่อของเผ่าพันธุ์ มันพลันทำให้เขานึกถึง มนุษย์กะลาแลน แถวบ้านเขาที่มีเชื่อเรียกเหมือนๆกัน วิทย์พิจารณา รูปร่างน่าตาของมัน โดยละเอียด“อืม!!บางที มันอาจจะไม่เหมือนเสียทีเดียว ถึงตัวจะน่าเกลียดไปบ้าง แต่ตรรกะและจิตใจ คงดีกว่าสะลิ่มแถวบ้านก็ได้”เขาพึมพำ เบาๆ วิทย์ไม่ใช่คนที่ถืออักคติ เพียงเพราะชื่อที่เหมือนกัน แต่มันอาจจะแตกต่างกันก็เป็นได้ เขาจึงไม่ด่วนสรุปเอาเองฝ่ายเดียว ฟ้าว!!!!ตึบ! ทั้งสามลงพื้นได้อย่างปลอดภัย ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัววิทย์ได้ได้ยินเสียเอ็ดตะโรดังมาจากใต้ต้นมักรีผลแล้ว“อับสร อีขี้ข้า แกกลับมาเหยียบแผนด้นนี้อีกทำไม ไม่มีใครต้นรับพวกทรยศ ชังชาติ พ่อแม่ไม่สั่งสรอย่างเจ้าหรอกนะ!!!ไปเลย ไปลงนรกที่ไหนก็ไป!!...”สะลิ่มตัวดีร้องแวดออกมาทันทีที่เห็นหน้าอับสร“ทำไมข้าจะกลับมาไม่ได้ ข้าเกิดที่นี่ โตที่นี่ และอยู่ที่นี่มานานกว่าเจ้า ต้นไม้นี้ก็เป็นต้นไม้มารดาของข้า เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาไล่ข้า”เธอร้องสวนออกมาทันที“ทุกอย่างบนผืนแผ่นดินนี้เป็นของราชา ขี้ข้าอย่างแกอย่าสำคัญตนเหนือกว่า”สะลิ่มไม่ยอมก่อนข้อให้แม้แต่น้อย วิทย์ได้แต่ยืนอึ้ง กับสิ่งที่ได้เห็นได้สัมผัส นางสะลิ่มเดินโทงๆเข้ามาหาทั้งสาม พร้อมกับชี้ไม้ชี้มือ ด่าพวกเขาไม่เลือกหน้า“โธ่! นึกว่าสะลิ่มแถวบ้านข้าตายไปหมดแล้ว ยังมาเจอที่นี่อีกตัวหนึ่ง ให้ตายเถอะ!!”“หนวกหูโว้ย!!!” ปั้ง!! วิทย์ กระโดดถีบสองเขาเข้ายอดหน้า สะลิ่มตนนั้น ร่างของมันลอยกระเด็นออกไป ราวกับว่าวสายปานขาดแอ๊ก!! ร่างของมันแน่นิ่ง ไม่ขยับอะไรอีก“โอ้ว!!!โหดมาก!!!เจ้ามนุษย์เจ้าช่างแข็งแกรงเสียจริงสามารถถีบคนแก่ที่พูดมากกระเด็นออกไปคอหักตายได้”อับสรร้องออกมาด้วยความเหลือเชื่อ ถึงเธอจะไม่ชอบขี้หน้าสะลิ่มตนนี้มากแค่ไหน แก่ก็ไม่เคยคิดจะฆ่ามันทิ้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว“พอดีข้าเกลียดสะลิ่มมากก็แค่นั้น!”วิทย์ยักไหล่ พูดออกไปแบบไม่สนใจแม้แต่น้อย“โอ้ว!เหรอ พวกมันไปทำอะไรให้เจ้าเกลียดได้ขนาดนี้หน้อ....”อับสรถามออกมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียน“ตายไปนะดีแล้ว อยู่ไปก็เป็นภาระของสังคม พวกมันเกินเยียวยาแล้ว อยู่ไปก็ปรับตัวให้เข้ากับสังคมโลกไม่ได้ และที่สำคัญ ข้าหนวกหู”วิทย์ตอบหน้าตาย พร้อมกับเดินเข้าไปสำรวจร่างของสะลิ่ม ที่นอนคอหักตาเหลือกอยู่ตรงโขดหินที่มันกระเด็นไปชน“อ้าก!!!เจ้าพวกบัดซบ ข้าจะฆ่าเจ้า!!” ร่างแก่ๆของมันกระเด้งขึ้นมา ร้องตะวาดลั่น พุ่งเข้ามาหาวิทย์อย่างรวดเร็ว“เฮ๊ย!ไม่ตายมันไม่ตายได้ยังไงว๊ะ!!!”ปั้ง!!ขาซ้ายของวิทย์ถีบสวนเข้าที่ยอดหน้ามันอีกครั้ง ร่างนั้นกระเด็นออกไปราวกับว่าวสายปานขาด เลือดสีฟ้าพุ่งกระฉูดออกมาไหลกลบปากของมัน เสียงร้องอู้อีกฟังไม่ได้ศัพท์ยังคงดังออกมาไม่ขาดสาย“อากอ้ายอ่อนเอะอวกแอ (ฝากไว้ก่อนเถอะพวกแก)อ่าอี๋ไอไอ๋อะ อ้าอะไออามอวกอาเอาอืน(อย่าหนีไหนไปไหนนะข้าจะไปตามพวกมาเอาคืน)”พูดจบมันก็ลุกขึ้นวิ่งเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว วิทย์ได้แต่มองตามหลังมันไป จนหายลับตา ส่วน อับสรได้แต่มองตาปริบๆดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่าง งงงวย“โธ่!นึกว่าจะแน่ หนีเร็วชะมัด นอกจากจะแก่แล้วยังตายยากอีก พวกสะลิ่มนี้”วิทย์บ่น“สะลิ่มเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังชีวิตมากมาย ไม่สามารถฆ่าตายได้ง่ายๆ และ เป็นสายพันธ์ที่ ทนทาน ทนแดดทนฝน แก่งายตายยาก มีชีวิตรอดมาได้หลายล้านล้านปี ทนทานยิ่งกว่าแมลงสาบเสียอีก เจ้าคะ”ลูน่าอธิบายเพิ่มเติมให้วิทย์ได้เข้าใจชีวิตของสะลิ่มมากขึ้น“อ่า!!เอาเถอะ อย่าไปสนใจมันมากเลย ไม่ยากให้ค่าให้ราคาตัวพวกนี้ซักเท่าไร”วิทย์พูด“บอกตัวเองเถอะเจ้าคะ”ลูน่า“โอ้ว!!ไม่น่าเชื่อ เจ้าสะลิ่มตัวนั้นมันทนมือทนตีนเจ้าได้ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ตายยากจริงๆ” อับสรออกความเห็น วิทย์กรอกตา และไม่สนใจอีก“เธอสื่อสารกับต้นมักรีผลที บอกเธอว่าฉันจะย้ายมันไปอีกมิติหนึ่ง”“ยังไง อธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อย” อับสรถาม“คือแบบนี้ ฉันมีมิติส่วนตัวอยู่ และที่นั้นมีพลังวิญญาณที่หนาแน่นมากๆ ต้นมักรีผลดูดกลืนพลังวิญญาณที่นั้นจะสามารถสะสมพลังวิญญาณได้จำนวนมาก......”วิทย์อธิบายทุกอย่างให้อับสรฟัง เธอจึงทำการติดต่อสื่อสารกับต้นมักรีผล ต้นไม้มารดาของเธอทันที“มารดา อย่างที่ข้าได้อธิบายไป เราจะย้ายท่านไปยังอีกมิติหนึ่ง”อับสรพูดกับต้นไม้มารดากรุ๋ง!!กริ่ง!!เสียงกระดิงของต้นไม้ดังตอบรับกลับมา“ท่านบอกว่าพร้อมแล้ว เจ้าจัดการได้เลย”หลังจากสื่อสารแล้วเธอก็หันมาหาวิทย์เพื่อบอกให้เขาเริ่มดำเนินการ“เอาละเธอพาเด็กของเธอถอยออกไปก่อน ฉันต้องการพื้นที่ในรัศมี 200 เมตร”วิทย์สั่งให้อับสรถอบออกไป ชิ่ง!!!!!ฟ้าว!!ฟ้าว!!ฟ้าว!!ฟ้าว!!ฟ้าว!! ปึก!ปึก!ปึก!ปึก!ปึก! ....เซ็นเคย์...555 มีดอาคนกว่า 200 เล่มลอยออกจากตัววิทย์ ขึ้นไปบนฟ้า แล้วกระจายตัวออกเป็นวงกลมรัศมี 200 เมตรแล้วปักลงในพื้นดินทันทีทันที “ปวฏฺเฏสิ!!!”สิ้นคำสั่ง มีดอาคมที่ถูกปักลงไปในพื้นดิน หมุนเป็นวงกลมทันที พื้นดินถูกขุดออกเป็นร่องเท่ากับใบมีด ตัดเอาชั้นดินเป็นรูปทรงกระบอกกว้าง 200 เมตร ลึก 200 เมตร ภายในไม่กี่อึดใจ“เอาละ เข้ามาได้แล้ว!!”วิทย์เรียกทั้งสอง ให้เดินเข้ามาสมทบวิทย์เดินเข้าไปแตะที่ตันไม้ พลังญาณสมาธิของเขาครอบคลุมต้นไม้ทั้งต้น และ พื้นที่ทั้งหมดที่ถูกตัดออกมาจากผืนดินเดิม ครื่น!!!!เกิดเสียงฉีกมิติดังลั่นขึ้น พริบตาเดียว ก้อนดินทรงกระบอก ต้นมักรีผล และทั้งสามคนหายไปในทันที เหลือทิ้งไว้เพียงแค่หลุมลึก 200 เมตร กว้าง 200 เมตร เพียงเท่านั้น