การสอบวันสุดท้ายมีสองวิชาที่ต้องสอบนั่นก็คือภาษาอังกฤษและวิชาดนตรี ทั้งสองวิชานี้ง่ายสำหรับเด็กเรียนอย่างเจษอยู่แล้ว แถมโรงเรียนที่เขาเรียนยังเป็โรงเรียนนานาชาติซึ่งใช้ภาษาอังกฤษเป็หลัก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข้อสอบภาษาอังกฤษมันง่ายมากสำหรับเขา
กว่าจะสอบทั้งสองวิชาเสร็จก็น่าจะเที่ยงพอดี พอเจษสอบเสร็จเจษซึ่งเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะหมดเวลาสอบ
เขาลองขอครูผู้คุมสอบว่าถ้าเสร็จแล้วออกก่อนเวลาได้หรือไม่ครูคนนั้นก็บอกว่าได้ จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องสอบแล้วตรงไปที่โรงอาหารทันที
แน่นอนว่ามีที่นั่งกินข้าวประจำกลุ่มของเขาอยู่แล้วและเพื่อนสาวของเขาก็มารออยู่ก่อนแล้วเช่นกัน
เพื่อนสาวทั้งสองนั้นเรียนเก่งกว่าเขามากบางทีความรู้ของพวกเธอบอาจจะอยู่ระดับมหาวิทยาลัยปีที่2แล้วก็ได้ ไม่แปลกอะไรที่พวกเธอมานั่งรอเขาอยู่แบบนี้
แต่เจมส์และบาสเพื่อนอีกสองคนของเขานี่สิ องค์ประกอบทุกอย่างของพวกมันดีหมดยกเว้นการเรียน ดีหน่อยที่ทั้งสองเข้าใจภาษาอังกฤษไม่งั้นไม่สามารถเรียนที่นี่ได้แน่
เจษไม่รอสองคนอยู่แล้วเขาเดินไปซื้ออาหารพร้อมทั้งสองสาวมากินก่อน ถ้าจะรอคงอีกนานกว่าเพื่อนชายทั้งสองคนจะลงมา
“เฮ้ยยย ไม่รอเลยไรว้าาา”เจมส์วางกระเป๋าพลางแสดงท่าทางน้อยใจแต่ก็ไม่มีใครสนใจอยู่ดีทุกคนต่างก้มหน้าก้มตากินข้าว
ตึ่บ!
ไม่เหมืิอนกับบาสที่ไม่ค่อยพูดอะไร พอวางกระเป๋าไว้แล้วเขาก็เดินไปซื้อข้าวร้านประจำด้วยความรวดเร็วเพราะกลัวว่าข้าวจะหมดก่อน
“ไอ้บาสรอด้วยยย”เจมส์ที่ลงมาพร้อมกันทำท่าทางน้อยใจเพื่อนแต่เพื่อนไม่สนใจ
หันมาหาบาสอีกทีเขาก็ไปไกลแล้ว วิ่งตามไปแทบไม่ทัน
เวลาผ่านไป30นาทีเจษและสองสาวคุยกันเื่ข้อสอบก่อนหน้านี้เพื่อรอเจมส์กับบาสที่ลงมาทีหลังก็กินข้าวเสร็จ
ที่ต้องใช้เวลากินนานขนาดนี้เพราะว่าทั้งสองคนกินข้าวคนละสองจานไงละ ร้านกับข้าวภายในโรงเรียนนานาชาติมีแต่รสชาติอร่อยอยู่แล้ว
“เจษไปเดินห้างเป็เพื่อนหน่อย”อิงฟ้ากระพริบตารัวๆเพื่ออ้อนเจษ
“ใช่ไปเป็เพื่อนเราหน่อย”แอนนาชวนเจษอย่างเห็นพ้องเพื่อนสาวของเธอ
แต่ภายในใจนั้นคิดไปอีกแบบว่าจะปล่อยให้ทั้งคู่อยู่สองต่อสองไม่ได้
ทั้งสองสาวหันมาสบตากันพักหนึ่ง มีกระแสไฟฟ้าช็อตที่มองไม่เห็นอยู่ด้วย แล้วก็ละสายตาจากกันในเวลาต่อมาเพื่อไม่ใคร(เจษ)สงสัยพวกเธอ
“ได้สิมีของที่อยากได้อยู่ด้วย แล้ว...”เจษตอบตกลงแล้วหันหน้าไปหาเพื่อนชายทั้งสองของเขาเผื่อว่าทั้งคู่จะไปด้วย...
“ได้ยินว่ามีธุระต้องไปทำใช่ไหมเจมส์”อิงฟ้ามีไหวพริบเร็วมาก เธอไม่เปิดโอกาสให้เจษชวนก้างมาขวางคอพวกเธออยู่แล้ว เดี๋ยวผิดแผนที่วางไว้
“ช..ใช่แหละ”เจมส์สะดุ้งเล็กน้อยทันทีที่อิงฟ้าทัก
ต่อให้เขาไปด้วย พวกเธอก็ไม่ได้สนใจเขาอยู่แล้ว พวกเธอสนใจแค่เจษคนเดียวเท่านั้น จะไปทำมะเขืออะไร
“เห็นว่าจะไปซื้อหนังสือการ์ตูนที่พึ่งออกบาส ใช่ไหม!”แอนนาไม่ยอมน้อยหน้า เธอเองก็หาเหตุผลที่จะเอาก้างออกก่อนที่จะติดคอเช่นกัน
“อืม”บาสพยักหน้างึกๆแบบไม่สนใจอะไรเพราะชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว
หลังจากกินกันเสร็จเจมส์กับบาสก็แยกย้ายกลับบ้าน ส่วนเจษและเพื่อนสาวก็ซ้อนสามไปที่ห้างเซ็นทรัลที่อยู่ระแวกเมือง
เจษขับมอเตอร์ไซค์กลางแดดร้อนๆในประเทศไทยขณะที่ไปห้าง ส่วนอิงฟ้าหรือแอนนาต่างมีรถเก๋งแอร์เย็นๆอยู่ก็ไม่พากันไปนั่ง กลับมาซ้อนเวฟ100เอสตัวแรงกับเจษเพื่อหวังจะได้ใกล้ชิดกับเขา
“ไปนั่งข้างหลังเลยครั้งก่อนเธอนั่งหน้าแล้ว ฉันจะนั่งตรงนี้”แอนนาอ้างเหตุผลหน้าตาเฉยเพราะเธอวิ่งมาถึงช้ากว่าอิงฟ้า(เพราะหนัก...)
“ฉันนั่งหน้า ฉันมาถึงก่อน”อิงฟ้าโวยวายเธออุตส่าห์วิ่งมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ของเจษก่อนแอนนา แต่เธอดันหาเหตุผลให้ไปนั่งข้างหลังหน้าตาเฉย มันยอมรับไม่ได้เด็ดขาด
เจษเห็นกิริยาของทั้งคู่ก็รู้สึกมีความสุข ไม่เหมือนกับชีวิตก่อนที่เขาก็ทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้
สุดท้ายเขาก็หาทางแก้ปัญหาได้
“เอางี้เป็ไง เป่ายิ้งฉุบ ใครชนะได้นั่งหน้า”เจษไม่แก้ต่างอะไรอยู่แล้วเพราะว่าใครจะนั่งหน้าหรือนั่งข้างหลังเขา เขาก็ได้ประโยชน์จากร่างกายของทั้งคู่ทั้งนั้น
แค่หาทางออกให้ทั้งคู่ตไม่ต้องทะเลาะกันเท่านี้ก็เพียงแล้ว
“ได้...ยัยเถิก(แอนนา)ั้แ่สมัยเด็กจนถึงตอนนี้ฉันชนะเธอทุกครั้ง ครั้งนี้เองก็เหมือนกัน”อิงฟ้าขิงก่อน มันคันปากถ้าไม่ได้ถากถางเพื่อนสาวสมัยเด็กของเธอ
“หน๋อยยัยแบน(อิงฟ้า) ฉันไม่เถิกแล้วนะ..นี่ดูหน้าผากฉันมีผมขึ้นแล้วถึงจะบางๆก็เถอะ...สมัยก่อนมันก็คือสมัยก่อนตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว มา...”แอนนาแย้งสุดชีวิตในการโดนกล่าวกาว่าหน้าผากของเธอเถิก
ถ้าทั้งคู่ไม่ใช่เพื่อนสมัยเด็กกันจริงๆไม่มีทางรู้แน่ๆว่าหน้าผากของเธอเคยเถิกมาก่อนเพราะตอนนี้ผมของเธอเริ่มขึ้นแล้วนั่นเอง และเธอหมดเงินกับเื่นี้ไปไม่น้อยเช่นกัน
“หน๋อย...นี่เจษลองจับดูสิ!ฉันแบนจริงไหม”หาว่าแบนนักให้คนที่นางแอบชอบลองจับดูซะเลย
“หยุด...มาเป่ายิ้งฉุบได้แล้ว”แอนนาหยุดเพื่อนเกือบไม่ทันพลางหันหน้ามาทางเจษพร้อมทำตาดุใส่ด้วยเพราะว่าเจษก็กำลังยื่นมือไปหวังจะจับแล้วจริงๆ
ใครจะอดใจไหว..
ดีที่ลานจอดรถไม่มีคนอยู่เลยไม่มีคนมาได้ยินทั้งสองสาวเถียงกัน ไม่งั้นปมด้อยสมัยเด็กที่น่าอายของพวกนางต้องถูกเผยแพร่ไปทั่วโรงเรียนเป็แน่
สุดท้ายอิงฟ้าก็ชนะการเป่ายิ้งฉุบในครั้งนี้เหมือนทุกครั้ง เพราะว่านางรู้นิสัยเพื่อนสาวของนางดีว่าจะออกอะไรก่อนและจะออกอะไรต่อมานั่นเอง
ชายหนุ่มขับรถมอเตอร์ไซค์กลางแดดอันร้อนระอุอยู่ในชุดกันหนาวยี่ห้อดัง มีหญิงสาวนั่งซ้อนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พวกเธออยู่ในชุดกันหนาวบางๆเพื่อกันแดดเช่นกัน
“ผมของเธอหอมไม่เปลี่ยนเลยนะ”เจษยื่นจมูกไปดมหัวของอิงฟ้าโดยไม่กลัวว่าจะโดนเพื่อนสาวด่าหรือเกลียดเลย ราวกับว่าทำแบบนี้บ่อยแล้ว และฝ่ายหญิงผู้โดนกระทำเหมือนจะยินยอมเสียด้วยทั้งๆที่เป็แค่เพื่อนกัน
“หึ!”อิงฟ้าไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเพราะว่ากำลังเขินจนหน้าแดงอยู่ ด้วยความอิจฉา แอนนาอดแค่นเสียงในลำคอไม่ได้ ในเวลาเดียวกันนั่นเองก็ถึงทางที่ต้องเลี้ยวพอดีเลยจำเป็ต้องเบรก
เอี้ยดดดดดด(ที่จริงรถของเจษไม่มีเสียงเบรกหรอก แค่อยากใส่)
“หน้าอกเธอใหญ่ขึ้นรึปล่าวแอนนา มันทิ่มหลังฉันมากกว่าครั้งก่อนๆ”เจษตะลึงกับขนาดของหน้าอกของเธอ เขาสวมเสื้อกันหนาวที่หนาขนาดนี้ยังรู้สึกได้ มันช่างโตเกินวัยจริงๆ
“อื้ม เมื่อวานพึ่งเปลี่ยนไซส์ยกเซ็ตมา”แอนนาหน้าแดงรามไปถึงหูเพราะเขินจนเกินไป
‘อ่อยเกิ๊นกลัวเจษไม่รู้หรือไงว่าให้ท่า’อิงฟ้าคิดในใจ ขนาดเธอแรงมากแล้วเพื่อนสาวของเธอดันแรงมากกว่า
“หึ!อ้วนขึ้นละซิถึงได้เปลี่ยน”อิงฟ้าหายเขินั้แ่เจษอุทานแล้ว
นางยิ่งหมั่นเขี้ยวเพื่อนสาวเข้าไปใหญ่ที่ได้รับรู้ว่าหน้าอกของนางมีขนาดเพิ่มขึ้น หันกลับมามองที่หน้าอกตน ขนาดของมันไม่เพิ่มจะปีแล้ว..
‘เฮ้อ ทำไมเมื่อก่อนเราถึงได้โง่ดักดานขนาดนี้กันนะ พวกเธออุตส่าห์ให้ท่าเราถึงขนาดนี้’ เอกคิดในใจ..
I’m number 4