หลี่ซีเหวินหัวเราะ เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหลินชู
“นายคิดว่าจุดจบของฉันจะน่าสมเพชมากหรือไม่”
“มันคงจะน่าสังเวชมากแน่ ๆ ครับ” หลินชูไม่ต้องคิดถึงเรื่องนี้เลย
“ฉันคงต้องทำให้นายผิดหวังแล้วล่ะ” หลี่ซีเหวินเม้มริมฝีปากและยิ้ม “ก็เหมือนกับเฝิงหยูฮุ่ยนั่นแหละ”
หลินชูผงะไปชั่วครู่ จากนั้นก็หัวเราะออกมา “ผมไม่คิดว่าผู้ชายคนนั้นจะเคลื่อนไหวรวดเร็วขนาดนี้ แถมยังเริ่มสร้างปัญหาตั้งแต่พวกเรายังไม่ได้เปิดกิจการด้วยซ้ำ แต่วันนี้เขาก็เกือบจะแย่เหมือนกันนะครับ ผมเห็นไกล ๆ ว่าเฝิงหยูฮุ่ยทำหน้าอย่างกับเสียมารดาไป
ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมคุณถึงซื้อไส้กรอกแฮมมามากมาย เพราะคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้เอาไว้แล้วสินะครับ” หลินชูไม่ได้ซ่อนความชื่นชมของเขาไว้เลย แต่ก็พูดด้วยความกังวลว่า “การใช้ไส้กรอกแฮมหยางตูมาแทนไว้กรอกแฮมไร้เนื้อสัตว์นั้น สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เท่านั้น แล้วในอนาคตจะทำยังไงดีล่ะครับ คุณต้องการจะทำไส้กรอกแฮมไร้เนื้อจริง ๆ เหรอ”
“ถูกต้อง พวกเราไม่เพียงแต่ต้องทำไส้กรอกแฮมไร้เนื้อเท่านั้น แต่รสชาติยังต้องใกล้เคียงกับไส้กรอกแฮมหยางตูอีกด้วย” หลี่ซีเหวินยืนยัน
“พี่เหวิน มันจะเป็นไปได้หรือครับ ถ้าไม่มีเนื้อสัตว์ก็ไม่มีรสชาติของเนื้อ แล้วมันจะมีรสชาติเหมือนกับไส้กรอกแฮมหยางตูได้ยังไง” ฉางไห่พูดอยู่ข้าง ๆ
“ฉางไห่ นายก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว” หลินชูยักไหล่
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก หลังจากผ่านไปหลาย 10 ปี นายจะรู้เองว่าผู้คนชอบเครื่องปรุงรสมากกว่าส่วนผสมหลักเสียอีก” หลี่ซีเหวินกล่าวอย่างจริงจัง
คำพูดของเขาไม่ได้พูดเกินจริงเลย หลังจากนี้อีก 10 ปีไม่ว่าจะเป็นหม้อไฟหรือบาร์บีคิว บทบาทของเครื่องปรุงรสจะมีมากกว่าส่วนผสมหลักเสียอีก
แน่นอนว่า ในเวลานี้ฉางไห่และหลินชูจะเข้าใจได้อย่างไร ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่มองหน้ากันและคิดว่าหลี่ซีเหวินกำลังฝันไปอีกแล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาทั้งสามคนก็มาถึงสุดถนนเรียบแม่น้ำฮวงโหฝั่งตะวันตกที่อยู่บริเวณรอบนอกของเมือง ที่นั่นมีโรงงานแปรรูปหัวเชื้อไก่ขนาดเล็กตั้งอยู่
“อะไรคือหัวเชื้อไก่เหรอครับ” ฉางไห่ผงะเมื่อเห็นชื่อของโรงงานแปรรูป
“ฉันได้ยินมาว่ามันเหมือนกับโมโนโซเดียมกลูตาเมต(ผงชูรส)” หลินชูก็ไม่แน่ใจเช่นกัน
“หัวเชื้อไก่นี้เป็นของดี พูดง่าย ๆ ก็คือมันเป็นเครื่องปรุงรสชนิดหนึ่งที่ทำโดยนำไก่และกระดูกไก่มาบดเป็นผง แล้วผสมกับผงชูรส เกลือและเครื่องปรุงอื่น ๆ จนทำให้มีกลิ่นไก่จาง ๆ ผสมอยู่” หลี่ซีเหวินอธิบาย
“ไอ้หยา ดูเหมือนว่าคุณจะรู้เรื่องหัวเชื้อไก่มากเลยนะ!” อยู่ ๆ ก็มีเสียงทุ้มดังขึ้น จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากโรงงาน
หลี่ซีเหวินมองดูอีกฝ่าย ชายคนนี้มีอายุประมาณสี่สิบปี ตัวอ้วนเล็กน้อยมีหมวกทำงานสีขาวอยู่บนหัวและสวมชุดทำงานบนร่างกายของเขา
“ขอโทษนะครับ คุณเป็นพนักงานของที่นี่หรือเปล่า” หลี่ซีเหวินถามอย่างสุภาพ
“ฉันเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปแห่งนี้ มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า” ชายคนนั้นมองมาที่หลี่ซีเหวินแล้วถาม
“ที่แท้คุณก็คือเถ้าแก่นี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักครับ” หลี่ซีเหวินเอื้อมมือไปจับมืออีกฝ่ายแล้วพูดว่า “ผมต้องการคุยธุรกิจกับคุณ ว่าแต่หัวเชื้อไก่นี้ราคาเท่าไรต่อชั่งหรือครับ”
“สำหรับราคาขายปลีก 3 หยวนต่อชั่ง หากขายส่งอาจถูกกว่านี้” ชายคนนั้นตอบ
“ฮะ แพงมาก แพงกว่าผงชูรสที่มีราคาเพียงไม่กี่เหมาอีกนะครับเนี่ย” ฉางไห่พูดโดยไม่รู้ตัว
“เมื่อกี้น้องชายก็ได้ฟังสิ่งที่น้องคนนี้แนะนำไปแล้วไม่ใช่หรือ ว่าหัวเชื้อไก่นี้ดีกว่าผงชูรสมาก ไม่เพียงอร่อยเท่านั้น แต่รสชาติยังเหมือนไก่อีกด้วย อีกทั้งกระบวนการผลิตก็ซับซ้อนกว่าผงชูรสมาก คนในเมืองใหญ่ส่วนมากทานสิ่งนี้กันทั้งนั้นแหละ ไม่มีใครเขาทานผงชูรสกันหรอกนะ” ชายคนนั้นพ่นลมออกทางจมูกอย่างแรง “คุณเป็นคนบ้านนอกสินะ ดูก็รู้แล้วว่าคงไม่เข้าใจ”
“ทำไมคุณถึงพูดจาไม่ดีเลยล่ะครับ” ฉางไห่ไม่พอใจเล็กน้อย
“พอเถอะฉางไห่ ให้ฉันจะคุยกับเขาเอง” หลี่ซีเหวินตบบ่าฉางไห่จากนั้นมองไปที่ชายคนนั้นและพูดว่า “ให้ผมเรียกพี่ชายว่าอะไรดีครับ”
“แซ่ของฉันคือเจียง เรียกฉันว่าพี่อ้วนเจียงก็ได้” เจียงต้าปังพูด
“ให้ผมเรียกคุณว่า พี่เจียงดีกว่าครับ!” หลี่ซีเหวินยิ้มเล็กน้อยและพูดอย่างสุภาพว่า “จริง ๆ แล้วสิ่งที่พี่เจียงพูดมาเมื่อกี้ก็สมเหตุสมผลดีนะครับ หัวเชื้อไก่นี้มีข้อดีมากมายและเป็นที่นิยมมากในเมืองใหญ่ ๆ แต่ปัญหาก็คือที่นี่”
“ปัญหาอะไร” เจียงต้าปังถามด้วยความสงสัย
“ถ้าจำไม่ผิด ช่วงต้นปี 1970 หัวเชื้อไก่ชนิดนี้ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นมาก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เกาหลีใต้และฮ่องกง ด้วยการปฏิรูปและการเปิดเมือง เมืองใหญ่ ๆ บางแห่งในสาธารณรัฐประชาชนจีนจึงได้ริเริ่มนำเครื่องปรุงรสหัวเชื้อไก่ชนิดนี้เข้ามา อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหัวเชื้อไก่จะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากกว่า 10 ปีและมีข้อดีมากมายจริง ๆ แต่มันก็ไม่สามารถเข้าสู่ครัวเรือนนับพัน ๆ ได้ พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ เมืองเล็ก ๆ ของเรานั้น ค่อนข้างล้าหลังเกินไปจึงไม่รู้จักสิ่งนี้” หลี่ซีเหวินพูดช้า ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ซีเหวิน เจียงต้าปังก็ตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าอย่างชื่นชมและพูดว่า “พูดได้ดี วันนี้ฉันได้พบกับผู้เชี่ยวชาญเสียแล้ว น้องชายการวิเคราะห์ของคุณสมเหตุสมผลจริง ๆ เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่เพียงล้าหลังทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เรื่องของความคิดก็เช่นเดียวกัน เทียบไม่ได้กับเมืองใหญ่ ๆ เลย พวกเขายากที่จะยอมรับกับสิ่งใหม่ ๆ เหล่านี้”
“ดังนั้นถ้าคุณเปิดโรงงานแปรรูปหัวเชื้อไก่ในสถานที่อย่างเมืองเฉาโจวก็คงมีจุดจบเพียงอย่างเดียว นั่นคือล้มละลาย ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่จำเป็นต้องติดประกาศไถ่ถอนชำระหนี้ที่หน้าประตูหรอกจริงไหม” หลี่ซีเหวินเหลือบไปมองที่ด้านหลังของเจียงต้าปัง
เจียงต้าปังตกตะลึง เกาศีรษะด้วยความลำบากใจและพูดว่า “ไอ้หยา มันยากที่จะพูดน่ะ ตอนนี้ฉันทำไม่ได้จริง ๆ เพราะยอดขายของหัวเชื้อไก่ของที่นี่แย่มาก”
“เนื่องจากปริมาณการขายต่ำมาก แต่คุณยังกล้าขายมันในราคาสามหยวนต่อชั่งอีกหรือครับ” หลี่ซีเหวินหัวเราะอย่างหยอกล้อ
เจียงต้าปังสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดหลังจากนั้นไม่นาน “น้องชาย ที่คุณพูดมามากมายนี้ก็เพื่อต้องการต่อรองราคาใช่หรือไม่”
ฉางไห่และหลินชูก็ถอนหายใจออกราวกับเพิ่งตระหนักได้ พวกเขาต้องชื่นชมฝีปากของหลี่ซีเหวินจริง ๆ แม้ว่าจะเป็นการต่อรอง อีกฝ่ายก็สามารถพูดมันออกมาได้อย่างสูงส่งเช่นนี้
ประเทศญี่ปุ่น สวิสเซอร์แลนด์ เกาหลีใต้ ฮ่องกงซึ่งเป็นสถานที่ที่ห่างไกลต่างก็ถูกพูดออกมาได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เจียงต้าปังเชื่อมันด้วย
พวกเขาคิดว่าหลี่ซีเหวินกำลังเล่นตลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เขาพูดไปนั้นเป็นความจริง ทว่าเรื่องที่ทำให้พวกเขาเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ คำพูดต่อไปของหลี่ซีเหวิน
“ผมไม่ได้ต้องการมาต่อรองราคาหรอกครับ ผมมาที่นี่เพื่อช่วยคุณ” หลี่ซีเหวินพูดเบา ๆ
“ช่วยฉันงั้นหรือ” เจียงต้าปังตกตะลึง
“ถูกต้องครับ ตราบใดที่คุณเต็มใจร่วมมือกับผม ผมจะฟื้นฟูโรงงานแปรรูปของคุณตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” หลี่ซีเหวินเม้มริมฝีปากอย่างมั่นใจ “ให้ผมแนะนำตัวเองอีกครั้งนะครับ ผมชื่อหลี่ซีเหวิน เป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปไส้กรอกแฮมไซอิ๋ว”
“คุณเป็นเจ้าของของโรงงานแปรรูปไส้กรอกแฮมไซอิ๋วงั้นเหรอ” เจียงต้าปังตกใจ
“อะไรกัน นี่คุณรู้จักผมด้วยหรือครับ” หลี่ซีเหวินไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเป็นคนดังถึงขนาดนี้
“ฉันไม่รู้จักคุณหรอก แต่เห็นโฆษณาโรงงานแปรรูปของคุณในหนังสือพิมพ์ที่ลูกชายนำกลับมาที่บ้าน ในตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าใครกันที่เป็นคนคิดชื่อที่งี่เง่าขนาดนั้นออกมาได้ ฮ่า ฮ่า”
เจียงต้าปังหัวเราะ แต่อยู่ ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และรีบพูดว่า “ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะล้อเลียนคุณนะ แต่ชื่อนี้มันตลกเกินไปจริง ๆ”
หลังจากที่เจียงต้าปังพูดจบ เขาก็เสริมว่า “แต่ลูกชายของฉันชอบชื่อโรงงานของคุณมากนะ เขาถึงกับบอกว่าจะต้องซื้อไส้กรอกแฮมจากโรงงานของคุณให้ได้”