“ขอโทษนะคะหลินไม่น่าถามเลย”
“ไม่เป็ไร หลินถามอะไรพี่ก็ยินดีตอบทั้งนั้นแหละ”
คำตอบของเขากับแววตาที่ต่างไปจากก่อนหน้านี้ทำให้ฉันประหลาดใจไม่น้อย คล้ายกับว่าเขากำลังซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ แต่ก็เก็บซ่อนอย่างรวดเร็วด้วยการหลุบตามองจานอาหารของตัวเอง และทำตัวปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พี่เคขับรถมาส่งหน้าคอนโดมิเนียม จอดรถและเงยหน้าจนคอเกือบตั้งเพื่อมองตึกสูงระฟ้าเบื้องหน้า
“นี่เราสร้างเนื้อสร้างตัวจากงานที่พี่ให้รับผิดชอบจนขับบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นใหม่ แถมยังย้ายมาอยู่คอนโดหรูขนาดนี้ได้แล้วเหรอเนี่ย” พี่เคถามทึ่งๆ ตอนรถจอดสนิทหน้าคอนโดฯ ที่ฉันพักอยู่กับไนล์
คอนโดมิเนียมนี้เป็ที่พักซึ่งมีห้องระดับลักซ์ชูรี่ขึ้นไป ทำเลดี การตกแต่งหรูหรา สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รายได้ของคนที่พักที่นี่ได้ย่อมไม่ธรรมดา ไนล์กับพี่ชายของเขามีห้องพักที่นี่คนละห้อง การันตีได้ระดับหนึ่งว่าครอบครัวของเขามีกิจการรุ่งเรืองทางการเงินมากขนาดไหน หากวัดจากรายได้ของฉันกับราคาของที่นี่คงไม่มีวันเฉียดแม้กระทั่งจะเช่าเป็รายเดือนได้ด้วยซ้ำไป
“รถคันนั้นไม่ใช่ของหลินหรอกค่ะ แล้วคอนโดนี้หลินก็มาอยู่แค่ชั่วคราว” พี่เคพยักหน้ารับรู้ แต่ไม่ได้ถามรายละเอียด “ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
“อื้ม เจอกันวันเสาร์นะ” เวลาทำงานของออฟฟิศค่อนข้างยืดหยุ่นมาก การเข้าไปพบปะ รายงานความคืบหน้าของงานจึงเลือกเวลาตามความสะดวกได้
“ค่ะ หลินจะตั้งใจทำให้เสร็จก่อนวันเสาร์เลย” ฉันตอบอย่างกระตือรือร้น
“พี่ไม่ได้นัดเราส่งงานนะ”
“คะ!?” ฉันมองเขาด้วยความสงสัย
“ไปหาอะไรกินกันอีกดีไหม” พี่เคเอ่ย ฉันรู้สึกประหลาดใจจนต้องถามซ้ำ
“คะ?”
“คืออย่างนี้นะ วันเสาร์ที่จะถึงนี้หลินสะดวกรึเปล่า พี่จะพาไปหาอะไรทานกัน แล้วไปดูนิทรรศการผลงานออกแบบของนักศึกษาคณะสถาปัตย์ต่อพี่ว่าแิน่าสนใจดี ก็เลยอยากพาหลินไปดู ปกติเราชอบไม่ใช่เหรอเผื่อได้ไอเดียมาปรับกับโปรเจ็กต์ใหม่ของเราด้วย”
“ได้ค่ะ เพื่องานหลินยินดีอุทิศเวลาให้ได้ทั้งเลย” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส เพราะอย่างน้อยก็จะได้ใช้เวลาร่วมกับเขาอีก
“พี่ไม่ได้ชวนเราเพราะเื่งาน แต่อยากลองให้เราลองใช้เวลาด้วยกันต่างหาก”
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของฉันค้างเติ่งแทบทันที
“พะพี่เคหมายถึงออกเดตหรือเปล่านะคะ” ฉันลองถามหยั่งเชิงทีเล่นทีจริง หากเขาตอบว่าใช่ก็พร้อมจะหัวเราะเพราะไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองกำลังถูกชายในฝันชวนออกเดต
“อื้อ” เขาพยักหน้า มีแววประหม่าเล็กน้อย “หลินสะดวกไหม”
“ค่ะค่ะ หลินสะดวก” ฉันแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง อีกทั้งตอบตกลงอย่างล่องลอยแทบยังไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำแม้กระทั่งตอนที่เขาสถานที่กับเวลาอย่างเสร็จสรรพ
อะแฮ่ม
รอยยิ้มบนหน้าหุบฉับตอนได้ยินแห่งกระแอมไอจากมุมหนึ่งของทางเดินหลังลงจากรถของพี่เค
“ผู้ชายมาส่งเหรอ” ไนล์เยี่ยมหน้าออกมาจากซอกทางเดิน ใบหน้าแต้มรอยยิ้ม น้ำเสียงขันๆ แบบคนขี้แกล้ง
“คุณแอบดูเหรอคะ”
“ไม่ได้ตั้งใจแอบดูหรอก แค่บังเอิญเห็นตอนออกมาจากร้านสะดวกซื้อ” ไนล์ชูถุงใส่ข้าวของสารพัดอย่างในมือให้ดู
เราเดินข้างกันไปตามทางเดิน
“ดูอารมณ์ดีผิดปกติเลยนะ ถูกสารภาพรักมารึไง”
“เปล่าค่ะ เขาแค่ชวนออกเดตค่ะ” ฉันเท้าคางกับเคาน์เตอร์บาร์ ตอนไนล์กำลังเดินบนลู่วิ่งที่เขาแยกออกมาจากห้องออกกำลังกาย วางมันไว้ใกล้หน้าต่างเพื่อจะได้มองวิวแม่น้ำเพลินๆ ตอนกำลังใช้งาน
เราไม่มีอะไรต้องปิดบังกัน ฉันรับได้หากเขาจะไปออกเดตกับคนอื่น และเขาเองก็ไม่ได้คัดค้านหากฉันจะคบกับใครสักคน เราไม่ใช่คู่รัก เป็เพียงแค่คนที่ต้องรับผิดชอบความผิดพลาดร่วมกันเท่านั้น ฉันจึงเล่าเื่พี่เคให้เขาฟังได้อย่างสนิทใจ
“เธอควรแนะนำให้ฉันรู้จักกับเขาด้วยนะ” นายเสนอ
“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ” ฉันถามเสียงยานคาง
“เผื่อว่าบางทีในอนาคตเธอไปกับเขาได้ดี ฉันจะได้มั่นใจไงว่าเขาจะเป็พ่อเลี้ยงที่ดีให้กับลูกของฉันได้”
แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง มองการณ์ไกลสมกับว่าที่ผู้บริหารบริษัทใหญ่ในอนาคต
“ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องเจอผู้หญิงของคุณอีกเป็ร้อยๆ คนเพื่อช่วยสแกนสินะคะว่าใครเหมาะจะเป็แม่เลี้ยงให้กับลูกของฉัน”
“ฉันไม่ได้พูดเพื่อให้เธอแดกดันกลับนะ” เสียงของไนล์หอบจากการวิ่งบนลู่วิ่ง เขากระฉับกระเฉงทะมัดทะแมง และดูดีอย่างมากแม้ในชุดออกกำลังกายโทรมเหงื่อ ผมลีบติดศีรษะ
"ดูคุณไม่ใช่คนประเภทที่ชอบเข้าหาสาวๆ ก่อนเลยนะ ดูจีบผู้หญิงไม่เก่งด้วยซ้ำ แต่ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมรอบกายคุณถึงมีผู้หญิงรายล้อมมากมายจนวุ่นวายอีนุงตุงนังไปหมด"
"ฉันก็แค่อยู่เฉยๆ แต่คงเพราะมีเสน่ห์ละมั้งฉันไม่แน่ใจก็เลยถูกรุมล้อมโดยไม่ต้องพยายามทำอะไรเลยสักนิด" ฉันเหลือบตามองบน แต่ก็เถียงความจริงข้อนั้นไม่ได้อยู่ดี "นี่ฉันแค่ทำตัวตามธรรมชาติเองนะ เฮ้อ ลำบากใจชะมัด" เขาทำหน้าจริงจังถอนหายใจ แม้รู้ว่าเขาอยากแกล้งพูดเล่นแต่อดหมั่นไส้ไม่ได้
ฉันไม่น่ายอมนอนกับเขาง่ายดายขนาดนั้นเพื่อมารู้ความจริงตอนหลังว่าเขาใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่าเสื้อผ้า วันศุกร์ที่ผ่านมาเขาก็กลับมาเอาตอนค่อนสาง ฉันรู้ว่าเขาคงไปทำเื่ไม่ดีไม่งามกับผู้หญิงสักคนหนึ่งมาเพราะกลิ่นน้ำหอมแบบผู้หญิงติดเสื้อที่เขาโยนใส่ตะกร้าไว้ แถมเลอะรอยลิปสติกสีหม่นตรงปกเสื้อที่บังเอิญเห็นตอนจะเอามันไปซัก เพราะเื่นั้นทำให้ฉันค่อนขอดเขายกใหญ่ บางทีเขาอาจมีลูกกับผู้หญิงคนอื่นอีกเป็โขยงก็ได้
“ปกติคุณรับผิดชอบผู้หญิงทุกคน แบบที่ทำกับฉันอยู่ตอนนี้เลยหรือเปล่า” ฉันลองถามหยั่งเชิง
“ฉันไม่มีความสัมพันธ์แบบผูกมัด อีกอย่างมันเกิดจากการยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย ก็เลยไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบใครทั้งนั้น”
“ฉันหมายถึงตอนที่คุณเกิดพลาดขึ้นมาต่างหากละคะ”
ไนล์อมยิ้ม ส่วนฉันขมวดคิ้วมุ่นไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเขาถึงคิดว่าคำถามนั้นเป็เื่น่าขันไปเสียได้
“ที่ผ่านมาฉันป้องกันอย่างดีตลอด ไม่มีทางเลยที่จะพลาด” เ้าตัวตอบอย่างมั่นอกมั่นใจว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยเผลอตัวกระทั่งทำสาวๆ คนไหนตั้งท้อง
“แต่คุณก็พลาดแล้วนี่ไงคะ” ฉันชี้มาที่หน้าท้องแบนๆ ของตัวเอง เื่นั้นทำเขาเถียงไม่ออก
“ก็เพราะเธอเป็ผู้หญิงคนแรกที่ฉันไม่ได้ใช้เครื่องป้องกัน”
ฉันค่อนข้างเชื่อถือคำพูดของไนล์ เขามีประสบการณ์เื่เซ็กส์ คงไม่มีทางพลาดลืมพกถุงยางอนามัยติดกระเป๋า ซึ่งนับเป็ของสำคัญพอๆ บัตรประชาชนหรือบัตรเครดิต แต่ตอนที่เราพบกันที่ญี่ปุ่น เขาเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว เพื่อตั้งแคมป์รอถ่ายภาพ คงไม่ได้พกมันไปเพราะคิดว่าไม่มีทางได้เจอกับผู้หญิงที่ถูกใจและจำเป็ต้องใช้มัน แต่โชคชะตาก็พาเราก็เจอกันและจนเกิดความผิดพลาดขึ้นจนได้
“แล้วเธอตั้งใจจะบอกกับเขายังไงเื่...” เขาเหลือบมองท้องของฉันแทนคำพูด
“ฉันจะบอกเขาตามตรงในเวลาที่เหมาะสมค่ะ แต่ถ้าต้องเลือกยังไงฉันก็ต้องเลือกเด็กคนนี้ก่อนเป็อันดับแรก”
ไนล์ฟังแล้วยิ้มราวกับจะขอบคุณที่ฉันเลือกลูกของเราก่อนความสุขของตัวเอง
...
.
.
ตอนนี้คุณพี่อาจจะฟังคำตอบได้ชิวๆ สบายใจ แต่อีกหน่อยต้องมีคนควันออกหูแน่ๆ เลยที่รู้ว่าหลินไปเจอพี่เค >