เรมิโอจูเลียน่า และวิเวียน่ากรูกันเข้าไปในห้องใต้ดิน
ทันทีที่ประตูปิดลงเสียงภายนอกถูกกลบด้วยความเงียบสนิท
เหลือเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงชีพจรของเครื่องป้องกันสนามพลังงาน
เรมิโอทรุดตัวลงพิงผนังเหงื่อไหลท่วมหน้า “พระเ้า…มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา…”
จูเลียน่ามองเขาด้วยแววตาเศร้า“เขากำลังใช้พลังจิตของมนุษย์ทุกคนสร้างเกราะพลังครอบโลก”
“เกราะพลัง?” วิเวียน่าเงยหน้าจากจอ “เพื่ออะไร?”
“เพื่อให้โลกกลายเป็อัญมณีหนึ่งในตลาดดาวจักรวาล…โลกจะไม่ใช่ดาวที่มีชีวิตอีกต่อไปแต่เป็วัตถุพลังงานบริสุทธิ์”
เรมิโอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนกำหมัดแน่น
“หมายความว่า…เรากำลังจะถูกขายงั้นสิ?”
จูเลียน่าพยักหน้า “เขาเรียกมันว่า การยกโลกเข้าสู่์แห่งแสง แต่ความจริงคือการประมูลดาวเคราะห์ที่ถูกปิดผนึกด้วยพลังจิตของผู้คนทั้งหมด”
วิเวียน่าหันไปมองเครื่องสแกน“คลื่นพลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกไม่นานที่หลบนี้ก็คงไม่ปลอดภัย”
“เราต้องหาทางหยุดมัน”เรมิโอพูดเสียงสั่น “แต่จะหยุดยังไง ในเมื่อคนทั้งโลกกลายเป็หุ่นเชิดของเขา”
จู่ ๆเสียงหนึ่งดังขึ้นจากลำโพงในห้อง
เสียงนั้นไม่ใช่ของลูมิเอลแต่เป็เสียงผู้หญิง แ่เบา ราวกับมาจากอีกมิติหนึ่ง
“...เรมิโอ...วิเวียน่า... จูเลียน่า... ได้ยินฉันไหม...”
ทั้งสามหันขวับมองหน้ากัน
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม
“พลังของพวกเขา…กำลังกลืนโลกทั้งใบ...
แต่ยังมีหนทางเดียวที่พวกเธอจะต้านได้...
ตามหาหัวใจแห่งอีเทอร์...ก่อนที่มันจะดับสูญ...”
วิเวียน่าขยับเข้าใกล้เครื่องสื่อสาร“นี่ใครพูด?!”
เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบเบา ๆ
“...เรนาตา...”
เสียงขาดหายเหลือเพียงคลื่นซ่าเบา ๆ
สามคนมองหน้ากัน— ความเงียบปกคลุมห้องใต้ดินไปหลายวินาที
เรมิโอหายใจแรง“เรนาตา...งั้นหรือ...”
จูเลียน่าเงยหน้ามองเพดานริมฝีปากเธอสั่น
“บางที...เธอยังไม่ตาย”
กล้องวงจรในห้องเริ่มกะพริบไฟสลับไปมา
วิเวียน่ามองหน้าจอ แล้วสะดุ้งสุดตัว
ภาพบนจอปรากฏใบหน้าของโดมินิโกในร่างใหม่— ดวงตาทองเปล่งแสง
“พวกเ้าคิดหนีแสงแห่งพระเ้าหรือ”เสียงของเขาดังขึ้นทั่วห้อง “ไม่มีที่ใดหลบพ้น... นอกจากการยอมจำนน”
เรมิโอคว้าปืนพลังในมือเตรียมพร้อม
“เรนาตาบอกให้เราหาหัวใจแห่งอีเทอร์...”เขาพูดเสียงต่ำ
“และดูเหมือน...การเดินทางนั้นจะเริ่มตอนนี้แหละ”
เสียงเตือนภัยแผดดังลั่นพร้อมไฟแดงกะพริบทั่วห้องใต้ดิน
ระบบสื่อสารที่เพิ่งขาดการติดต่อกลับเริ่มส่งเสียงซ่าแทรกแปลกประหลาด
ภาพบนจอทุกจอค่อย ๆแปรสภาพเป็สัญลักษณ์ดวงตาสีทองของลูมิเอล
“มนุษย์ที่ยังไม่สยบต่อแสง…คือสิ่งสกปรกของจักรวาล”
พื้นห้องเริ่มสั่นะเื
ผนังด้านหนึ่งถูกพลังจิตกระแทกจนแตกร้าวเศษเหล็กปลิวว่อน
วิเวียน่ากระชากแขนเรมิโอ “ไป!ทางอุโมงค์พลังงานสำรองด้านหลัง!”
จูเลียน่าช่วยยิงคลื่นพลังจากฝ่ามือเพื่อเปิดประตูเหล็กอีกชั้นพลังสีฟ้าและทองชนกันจนเกิดแสงสว่างวาบ
เมื่อพวกเขากระโจนออกจากห้องเสียงของโดมินิโกในร่างทองยังคงก้องตามหลัง
“หนีไปเถอะ...พวกเ้าไม่มีวันพ้นเงาแห่งแสงหรอก...”
ภายในอุโมงค์ใต้ดินยาวมืดสนิทมีเพียงแสงสีน้ำเงินจากอุปกรณ์ของวิเวียน่าเป็ทางสว่าง
เสียงลมหายใจสามคนสะท้อนก้องผนังโลหะที่ร้าวจากแรงสั่นะเื
“เรนาตาบอกให้หาหัวใจแห่งอีเทอร์”เรมิโอพูดเสียงแ่ “มันคืออะไรแน่ วิเวียน่า เธอเคยได้ยินไหม?”
“เคย”แพทย์สาวตอบขณะก้มหน้าสแกนเส้นทาง “มันเป็แหล่งพลังโบราณถูกฝังลึกในเขตตอนเหนือของทวีปเมกะโลเซีย เขาเรียกกันว่า เขตมืด หรือ Dark Meridian”
จูเลียน่าขมวดคิ้ว “เขตมืด? ที่นั่นมันไม่มีสัญญาณ ไม่มีดาว ไม่มีแสง…”
“ใช่ที่นั่นเองแหละที่ลูมิเอลไม่อาจส่องถึง”
ขณะทั้งสามรีบเดินผ่านอุโมงค์เสียงกึกกักจากเพดานก็ดังขึ้น
“มีอะไรอยู่ข้างบน!” เรมิโอเงยหน้า —ทันใดนั้นท่อนเหล็กยาวตกลงมาขวางทาง
จากช่องแสงเหนือหัว มีร่างของ “คน”จำนวนหนึ่งะโลงมาอย่างพร้อมเพรียง
แต่พวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา —ทุกคนมีดวงตาสีทองและผิวเรืองแสงจากรอยสัญลักษณ์คล้ายตราศักดิ์สิทธิ์
“พวกเขาเป็…ทหารแห่งแสง”วิเวียน่าพึมพำ
“ดูเหมือนลูมิเอลจะรู้แล้วว่าเรายังมีชีวิตอยู่”จูเลียน่าเตรียมท่าต่อสู้
พวกนั้นพุ่งเข้าหาโดยไม่ลังเลเสียงปะทะของพลังจิตและคลื่นพลังฟ้า–ทองดังสะท้อนในอุโมงค์
เรมิโอยิงปืนพลาสมาด้วยความแม่นยำวิเวียน่าใช้โล่สนามพลังป้องกันข้างหลังส่วนจูเลียน่าเหวี่ยงคลื่นพลังจากฝ่ามือจนเกิดประกายไฟพุ่งวูบ
“อย่าฆ่าพวกเขา!”เธอะโ “พวกเขาเป็มนุษย์ที่ถูกควบคุมอยู่!”
แต่คลื่นพลังจากฝั่งศัตรูรุนแรงเกินคาดจนผนังอุโมงค์สั่นะเือย่างหนัก
เรมิโอถูกกระแทกจนร่างกระเด็นชนผนังวิเวียน่ากระโจนเข้าไปรับเืพุ่งเต็มหน้า
“เรมิโอ! ได้ยินไหม!?”
เขายังพอพยุงลุกได้มือข้างหนึ่งของเขามีประกายพลังจากชิ้นส่วนไซบอร์กเริ่มลุกวาบขึ้นอีกครั้ง
“อย่ามายุ่งกับพวกเรา…”เขากัดฟันแน่น ก่อนปล่อยหมัดพลังออกไปเป็คลื่นอัดอากาศมหาศาล
ทหารแห่งแสงหลายคนกระเด็นไปติดเพดานแล้วกลายเป็ฝุ่นทองหายวับ
เมื่อคลื่นพลังสงบลงเหลือเพียงเสียงหอบของทั้งสามคน
จูเลียน่ามองมือของเรมิโอที่ยังเปล่งแสงสีเงิน“เธอ…ควบคุมพลังนั้นได้แล้ว?”
เรมิโอหันมามองเธอแววตาเต็มไปด้วยความกลัวมากกว่าภูมิใจ“ไม่รู้…มันเหมือนมีใครในตัวฉันปลุกมันขึ้นมาเอง”
วิเวียน่ามองเขาอย่างครุ่นคิดก่อนพูดเบา ๆ “อาจเป็เศษพลังของอะมาเดโอ…ที่อยู่ในร่างเธอ”
เรมิโอนิ่งงัน “เศษพลังของเขา?”
“ใช่…ตอนที่ฉันรักษาเธอฉันเห็นชิปพลังงานบางส่วนฝังในระบบประสาทเธอถ้ามันถูกกระตุ้นจากคลื่นจิตของลูมิเอล…ก็อาจตื่นขึ้นอีกครั้ง”
จูเลียน่ามองเขาด้วยแววตาห่วงใยปนเศร้า“แปลว่าเขายังอยู่…ในตัวเธอสินะ”
เรมิโอหลุบตา “ไม่รู้สิแต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่เราต้องทำคือไปให้ถึง เขตมืด ก่อนที่พวกนั้นจะตามทัน”
พวกเขาออกเดินต่อท่ามกลางเสียงลั่นของโครงสร้างอุโมงค์ที่กำลังพัง
ในความมืดสุดสายตา ไฟฉายของวิเวียน่าส่องเห็นอักษรโบราณที่สลักไว้บนผนังเหล็ก
เป็สัญลักษณ์เดียวกับบนแผ่นดิสก์ที่เรนาตาเคยใช้สื่อสารกับอัสเทรียล—
วงแหวนสามชั้นเรียงซ้อนกันมีสัญลักษณ์คล้ายหัวใจอยู่ตรงกลาง
“หัวใจแห่งอีเทอร์...”จูเลียน่ากระซิบ
“บางที เราอาจใกล้มันกว่าที่คิด...”
เสียงสะท้อนของคำพูดวิเวียน่าดังก้องอยู่ในห้องโลหะที่เต็มไปด้วยท่อพลังงานสีน้ำเงินซึ่งไหลวนอย่างช้าๆ เหมือนเืของโลกที่เต้นระรัวอยู่ใต้ผิวดินพื้นสั่นเป็จังหวะราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นอยู่เบื้องล่าง
เรมิโอก้มมองพื้นกระจกหนาใต้ฝ่าเท้าเห็นแสงสีเงินพาดผ่านเป็เส้นยาวลงไปถึงห้องโถงมืดที่อยู่ต่ำกว่านั้นเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เห็น แต่สัญชาตญาณบอกให้ถอยห่างออกจากขอบเหล็กนั้นทันที
“นี่มันคือที่ไหนกันแน่…”เขาพึมพำเบา ๆ
วิเวียน่าหยุดยืนหน้าจอทรงกลมเก่าๆ ที่ยังคงมีสัญญาณพลังบางอย่างทำงานอยู่เธอแตะนิ้วลงบนแผงควบคุมที่เต็มไปด้วยฝุ่นและสัญลักษณ์โบราณ“ดูจากโครงสร้าง...มันเป็ศูนย์กลางพลังงานของโลกเก่า ก่อนาครั้งแรก”
จูเลียน่ามองตามพลางอุ้มลูซิโอที่ยังหมดสติอยู่ในอ้อมแขน“แต่พลังงานพวกนี้ไม่ใช่ของมนุษย์…มันเหมือนกับของแอนโดรเมดา”
“อาจไม่ใช่แอนโดรเมดา”วิเวียน่าตอบ“แต่มันคือสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายพยายามหามาตลอด...หัวใจของโลกนี้—หรือที่ใครบางคนเรียกว่า หัวใจแห่งอีเทอร์”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งเรมิโอและจูเลียน่าเงียบงันสายตาทั้งคู่จับจ้องไปยังวงกลมเรืองแสงกลางห้องที่ค่อย ๆ สั่นไหวแรงขึ้น
ทันใดนั้นพื้นใต้เท้าเริ่มแตกเป็รอยแยก เสียงเครื่องจักรเก่ากึกก้องขึ้นอีกครั้งประตูเหล็กสองชั้นที่ปิดตายมานานเปิดออกเองอย่างช้า ๆเผยให้เห็นห้องทรงกลมอีกห้องหนึ่ง ที่ภายในลอยอยู่ “แกนพลัง” ขนาดใหญ่หมุนช้า ๆมีแสงสีทองอมเงินไหลวนเป็เกลียว
เรมิโอก้าวเข้าไปอย่างระวังก่อนจะเอ่ยเสียงแ่ “นี่เหรอ...หัวใจแห่งอีเทอร์?”
“ใช่...”เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง
ทั้งสามหันกลับพร้อมกัน— ที่ประตูด้านหลังยืนอยู่ชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำหม่นมีแสงสีแดงส่องลอดจากดวงตาเบื้องในหน้ากากโลหะของเขา
“เ้าคือใคร?” จูเลียน่าเอ่ยถามเสียงสั่น
ชายผู้นั้นยกมือขึ้นช้าๆ “ข้าคือ ‘ผู้รักษาสมดุล’...แต่บัดนี้ สมดุลนั้นได้แตกสลายแล้ว”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า“โลกนี้ไม่ควรถูกเปิดเผยหัวใจของมันอีกเลย...แต่เ้าชายแห่งแอนโดรเมดา—ลูมิเอล—ได้ขุดมันขึ้นมาเพื่อสร้างสรวง์ของตนบนซากแห่งมนุษย์”
วิเวียน่าขมวดคิ้ว“เ้ารู้จักลูมิเอล?”
ชายในหน้ากากหัวเราะเบา“รู้สิ...เพราะข้าเอง ก็เคยเป็หนึ่งในเผ่าพันธุ์ของเขา...”
ไฟพลังงานรอบห้องพลันสั่นไหวแสงสะท้อนสีทองสาดใส่ใบหน้าของชายผู้นั้น เผยให้เห็นรอยสลักรูปดาวเหนือหน้าผาก —สัญลักษณ์เดียวกับที่อัสเทรียลเคยมี
“อัสเทรียล...?” เรมิโออุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ไม่...”เขาส่ายหน้า “ข้าคือ ‘เศษเสี้ยว’ที่เหลือจากเขา...ก่อนที่เขาจะถูกกลืนหายไปพร้อมานั้น”
ห้องทั้งห้องสั่นะเือีกครั้งเสียงกรีดร้องของพลังอีเทอร์ดังขึ้นราวกับมีชีวิต
“รีบออกไป!”ชายในหน้ากากะโ “หัวใจมันกำลังตื่น—มันจะไม่แยกพวกเ้ากับศัตรูอีกต่อไป!”
เสียงคำรามของเครื่องจักรเก่าดังก้องลั่นทั่วห้องโถงราวกับโลกทั้งใบกำลังสะท้อนเสียงหัวใจของตนเองออกมาแสงสีทองที่เคยนิ่งสงบกลับเปลี่ยนเป็สีแดงเรื่อแผ่กระจายออกจากแกนพลังกลางห้องจนแสบตา
วิเวียน่ารีบเข้าไปดึงเรมิโอออก“เราต้องหนีเดี๋ยวนี้!”
แต่จูเลียน่ายังยืนนิ่งอยู่เธอรู้สึกถึงแรงสั่นะเืที่ไม่ใช่จากพื้นดิน — หากแต่มาจากร่างของ ลูซิโอ ที่เธอกอดไว้แน่นในอ้อมแขนดวงตาของเด็กชายเปิดขึ้นช้า ๆ เปล่งแสงสีฟ้าเข้มจ้าเสียจนเธอต้องหรี่ตา
“วิเวียน่า!ดูนี่สิ!”
วิเวียน่าหันกลับมา— และชะงักไปกับสิ่งที่เห็นแสงสีฟ้าจากตาลูซิโอกำลังเชื่อมกับแสงสีแดงจากหัวใจแห่งอีเทอร์เสมือนทั้งสองสิ่งกำลังพูดคุยกันด้วยภาษาที่ไม่มีมนุษย์คนใดเข้าใจได้
“เขากำลัง...ตอบรับมัน”ชายในหน้ากากเอ่ยขึ้น เสียงของเขาสั่น“เืของเขามีบางสิ่งที่เชื่อมโยงกับพลังนี้...กับหัวใจของโลกใบนี้”
“หมายความว่ายังไง?” เรมิโอถามะโฝ่าความสั่นะเื“เด็กคนนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นได้ยังไงกัน!”
ชายในหน้ากากหันมามองจูเลียน่าช้าๆ “เพราะแม่ของเขา...คือผู้ที่ได้รับการเลือกไว้”
จูเลียน่าชะงัก“เลือก...จากใคร?”
“จากพลังที่อยู่ก่อนหน้ามนุษย์ทุกคน—อีเทอร์บริสุทธิ์มันหลับใหลในแกนของโลกนับพันปีแต่ตอนนี้กำลังถูกปลุกโดยใครบางคนที่อยากเป็พระเ้า”
ทันใดนั้นเสียงะเิจากเบื้องบนดังลงมาจนพื้นะเืรุนแรง เสียงเตือนภัยเก่าดังแหลมเส้นพลังงานสีแดงพุ่งทะลุผนังรอบห้อง
ชายในหน้ากากรีบยื่นแขนออกไปใช้พลังบางอย่างสร้างเกราะวงแหวนสีเงินกั้นไว้รอบพวกเขา “เร็วเข้า!ทางออกอยู่ด้านเหนือ!”
พวกเรมิโอพยุงกันวิ่งผ่านอุโมงค์โลหะที่ร้อนระอุวิเวียน่าหันกลับมามองเห็นชายในหน้ากากยืนค้ำยันกำแพงพลังสุดท้ายไว้ขณะที่ร่างของเขาเริ่มแตกสลายเป็แสง
“ไปเถอะ!”เขาะโ “จงพาเด็กคนนั้นออกไป...เขาคือกุญแจดอกสุดท้าย!”
วิเวียน่ากัดฟันกลั้นน้ำตาก่อนจะผลักเรมิโอให้รีบวิ่งออกไป เธอหันกลับมาอีกครั้ง —แสงสีแดงได้กลืนร่างของชายในหน้ากากไปหมดแล้วเหลือเพียงเสียงกระซิบสุดท้ายที่ดังผ่านหูเธอ
“จงอย่าให้พระเ้าองค์ใหม่...ได้หัวใจแห่งโลกนี้...”
ทันทีที่พวกเขาโผล่ขึ้นสู่พื้นดินอากาศเย็นของรุ่งสางก็ปะทะใบหน้าเมืองเอนโดโปลิสยังคงคุกรุ่นด้วยควันไฟจากาที่เพิ่งผ่านไปแต่เหนือท้องฟ้านั้นกลับปรากฏแสงสีทองแดงแผ่ขยายออกมาจากชั้นบรรยากาศ
ลูมิเอล...กำลังดึงพลังอีเทอร์จากแกนโลกขึ้นสู่ฟ้า
เรมิโอมองภาพนั้นด้วยสายตาหวาดหวั่น“นี่มัน…จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา?”
วิเวียน่าก้มลงมองเด็กชายในอ้อมแขนของจูเลียน่าแสงสีฟ้ายังส่องออกมาจากดวงตาเขาไม่หยุดเธอรู้แล้ว...าครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้น — และคราวนี้ ศัตรูของพวกเขาอาจไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป
จบตอนที่9
( 28ต.ค.68 )