ฉับพลัน ที่เยว่ชิงเซียน เห็นใจกลางหน้าอก อี้เฉินส่องแสงศักดิ์สิทธิ์ ขึ้นมาพร่างพราว เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอันมากมหาศาลเอ่อล้น ออกมาไม่ขาดสาย มองเห็นกระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่แตกร้าว ค่อยๆ ลุกลามไปทั่ว น้ำตาของนางจู่ๆ ก็หลั่งไหลออกมา อาบย้อมพวงแก้ม ความรู้สึกที่แปลกประหลาดเริ่มเกาะกุมหัวใจนางอีกครา กระดูกสร้อยคอที่นางสวมใส่สั่นไหวน้อยๆ ไม่หยุด ก่อนกล่าวตัดพ้อด้วยความเสียดาย "ข้าอุตส่าห์บอกกล่าวตัวเจ้า ว่าอย่าใช้พลังของกระดูกศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดเจ้าไม่ฟังที่ข้าเอ่ยเตือน"
เมื่อเยว่ชิงเซียน ครั้นเห็นกระดูกศักดิ์สิทธิ์อี้เฉิน แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ถึงจะรอดตาย เขาก็จะเป็นได้เพียงจอมยุทธ์ทั่วไปเท่านั้น ก่อนนางจะปาดน้ำตาที่หางตาของนางออก เดินจากไปจากสถานที่แห่งนี้ ไม่สนใจอี้เฉินอีกต่อไป ทว่าในใจลึกๆ รู้สึกปั่นป่วน กระอักกระอ่วนไม่น้อย ใบหน้าที่แดงระเรื่อ กัดริมฝีปากไว้แน่น
ด้านอี้เฉินในยามนี้ กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ของเขาแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ทว่ามันก็แลกมากับพลังที่มากมหาศาล แผ่ซ่านออกไปทั่วกายามองเห็นปราณพลังสีแดงฉานพรั่งพรูออกมาได้อย่างชัดเจน เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่น่าพรั่นพรึงแสนพรรณนา
"ถึงทีข้าบ้าง พวกเจ้าทั้งสองรอรับความโกรธเกรี้ยวของข้าได้เลย"อี้เฉิน คำรามออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว แววตาฉายแววอำมหิตบ้าคลั่ง
องค์ชายชิงไป๋ยี่ องค์ชายซือจงเทียน ครั้นยืนต่อหน้าอี้เฉิน พวกเขาถึงกับกายาสั่นไหวน้อยๆ ขึ้นมากะทันหัน มองปราดเดียวก็รับรู้ได้ในทันที เมื่อพบเจอพลังที่มากมหาศาลจากกายาอี้เฉิน เต็มเปี่ยมไปด้วย พลานุภาพที่น่าคร้ามเกรง ไม่ใช่ อะไรที่พวกเขาจะต่อกรได้ "เจ้า เจ้า ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ถึงกับแลกกับกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ของเจ้าเลยงั้นหรือ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ เพียงแค่คิดจะฆ่าสังหารพวกข้า เจ้าถึงกับยอมทุ่มหมดหน้าตัดเลยงั้นหรือ"
อี้เฉินยกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง "พวกท่านไม่รู้จักหมาจนตรอกเช่นนั้นหรือ ..หากไล่ต้อนจนข้าไม่เหลือทางเดิน ข้าก็พร้อมจะแลกกับทุกสิ่ง พวกท่านทั้งสองรอรับชะตากรรมที่น่าอดสูได้เลย" ฉับพลันร่างอี้เฉินก็พุ่งปราดเข้าไปหาร่างองค์ชายชิงไป๋ยี่ อย่างบ้าคลั่ง หมุนควงกำปั้น เหวี่ยงหมัดเข้าใส่ชนิดไม่เก็บออมปราณพลังที่ทะลักทลาย แผ่ซ่านออกไปทั่วทิศ ส่งเสียงกัมปนาทดังออกมากึกก้อง
"ตู้ม!!!"
ร่างของ องค์ชายชิงไป๋ยี่ ถอยกระเด็นไปหลายร้อยจั้งด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ กายาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวในทันที เมื่อถูกปราณพลังที่บ้าคลั่งโหมซัดเข้าใส่ เข่าข้างหนึ่งถึงกับทรุดลงกับพื้น ริมฝีปากพ่นเลือดออกมากองใหญ่ ไม่คิดพลังหมัด อี้เฉินจะรุนแรงถึงเพียงนี้ แม้แต่ท้องฟ้ายังแตกร้าวเสียงกัมปนาทดังออกมากึกก้อง มิติแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ไหนจะปราณมังกรที่เล็ดลอดออกมานั้นอีกมันทำให้ องค์ชายชิงไป๋ยี่ ตกใจไม่น้อยประหนึ่งเขาปะทะกับคนของราชวงศ์ชิง ของเขาเอง สายตาเริ่มฉายแววหวาดหวั่น ไม่คิดชายหนุ่มอัปลักษณ์จะมีพลานุภาพ น่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้
"เจ้า เจ้า เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดเจ้าถึงมีปราณมังกร อยู่ภายในกาย"องค์ชายชิงไป๋ยี่ กล่าวคำรามออกมาด้วยความตกใจ ริมฝีปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุด ประหนึ่งตัวเขาอยู่ต่อหน้าบรรพชน
อี้เฉินครั้นได้ยินคำพูดขององค์ชายชิงไป๋ยี่ เขาครุ่นคิดได้ในทันที บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับที่เขามีสายเลือดของชิงหลันไหลเวียนอยู่ในกาย หญิงสาวที่ให้ ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างกับเขาในยามอดีต ไม่คิดตัวเขาจะต้องมาเป็นศัตรูกับ ชนรุ่นหลังของนางเฉกเช่นนี้ ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยพูดประโยคหนึ่งออกไปให้องค์ชายชิงไป๋ยี่ "เรียกข้าว่าปู่เจ้า สิแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า"
"อ๊ากๆ มารดาแม่เองเถอะ"
อี้เฉินยกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง ครั้นเห็นสภาพชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าดิ้นพล่าน ราวกับปลาโดนทุบหัว พุ่งปราด ไปด้วยความเร็ว ก่อนสำแดงดัชนีตัดฟ้า ผ่าร่างขององค์ชาย ชิงไป๋ยี่ที่ตกตะลึงจนขาดเป็นสองท่อนค่อยๆ ตายตกลงไปด้วยความ เคลือบแคลงใจ "เจ้าๆ ไอ้เวร หากมิติ หุบเหวสวรรค์จบลงเมื่อใดเจ้าได้ตายห่าแน่" ก่อนที่ร่างขององค์ชายชิงไป๋ยี่ จะถูกส่งออกไปด้านนอก เขาคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด เสียง"ปัง"ดังออกมากู่ก้อง ทะเลถูกฝ่าแยกจนแหวกออกเป็นทางยาว มิติแตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยพลังที่ทะลักทลาย
หมู่ชนที่เหลืออยู่ไม่กี่หยิบมือ ที่รอชมเรื่องสนุก พวกเขาต่างหอบหายใจหนักถี่อย่างรุนแรง กลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ รีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้ด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าตื่นตูมเป็นอย่างมาก ไม่คิด ชายหนุ่มอัปลักษณ์ จะฆ่าสังหารองค์ชายชิงไป๋ยี่ได้ เกรงว่าในยามนี้โลกภายนอกคงได้เดือดดาลบ้าคลั่งเป็นแน่ แม้แต่สถานที่แห่งนี้ยังพังทลายไม่มีชิ้นดี จวน มิติจะแหลกสลายคามือของเขา อยู่แล้ว
เลือดที่สาดกระจาย นำพาให้กายาอี้เฉินอาบย้อมไปด้วยเลือดจนแดงฉาน เขาจับจ้องสายตา ไปที่ องค์ชายซือจงเทียน ด้วยสายตาคมกล้า ต่อในทันที "เหลือเจ้าเพียงผู้เดียวแล้ว เจ้าจะทำอะไรรีบทำก่อนที่เจ้าจะตายตก"
องค์ชายซือจงเทียน ครั้นเขาที่ได้ยินน้ำเสียงที่โอหังของอี้เฉิน เขาคำรามออกมากู่ก้องด้วยความไม่จำยอม ทว่าน้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับตัวเขายืนอยู่ต่อหน้ายมทูต ถือเคียวยักษ์จ่อคอหอยไว้ ด้วยพลังเหลือล้ำ ยากหยั่งถึงของอี้เฉินในยามนี้ "เจ้า! เจ้า! ช่างใจกล้าห่อฟ้านักไม่รู้หรือข้าเป็นใคร ..เจ้าคิดจริงหรือว่า หากมิติหุบเหวสวรรค์จบลง เจ้าจะไม่ถูกปิดล้อมฆ่าสังหาร หากเจ้าส่งมอบตำราออกมาข้าอาจจะพอช่วยเจ้าได้"
อี้เฉินส่ายหัว "คำพูดของพวกเจ้าข้าไม่เคยไว้ใจมันแม้แต่น้อย" ฉับพลันร่างอี้เฉินก็ตรงปรี่ส่งฝ่ามือเข้าใส่ใจกลาง หน้าอกของ องค์ชายซือจงเทียน แม้ว่าเขาจะยกฝ่ามือขึ้นมาปัดป้อง ก็ทำให้ร่างขององค์ชายซือจงเทียน ถอยร่นไปหลาย10จั้ง หน้าอกกลายเป็นรอยฝ่ามือ แขนผิดรูปในฉับพลัน ริมฝีปากกระอักเลือด ด้วยพลังที่มากมหาศาล เสียงกัมปนาทดังออกมาก้อง
"เจ้า! เจ้า! อย่าทำเป็นได้ใจไป พลังนี้มันก็แค่พลังที่เจ้าหยิบยืมมาใช้ก่อนเวลาเท่านั้น"
องค์ชายซือจงเทียน ตัวเขาไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ ระเบิดปราณพลังเผาผลาญเลือดในกายทิ้งอย่างบ้าคลั่ง ชนิดไม่มีเสียดาย จนพลังพลุ่งพล่านเอ่อล้น พุ่งขึ้นสูงในฉับพลัน ก่อนปล่อยกำปั้นแหวกอากาศจนรอบๆ แตกสลาย ดังออกมาหวีดแหลม พุ่งเข้าใส่ใบหน้าอี้เฉินหมายจะฆ่าสังหารให้ตายตก ด้านหลังก่อเกิดร่างเงามังกรส่งเสียงคำรามออกมากู่ก้อง สอดประสานไปกับการโจมตี "เจ้าจงตายกลายเป็นปุ๋ยในดินไปเสีย!"
อี้เฉินในยามนี้เขามั่นใจในพลังที่ทะลักทลาย ของเขาเป็นอย่างมาก ปรายตามองกำปั้นด้วยสายตาคมกล้า ก่อนยกหนึ่งฝ่ามือขึ้นมาขวางกั้น เสียง"ปัง"ดังออกมากึกก้อง ร่างเงามังกรที่สอดประสาน พลันแข็งค้าง ประหนึ่งงูดินที่โดนจับล็อกคอไว้แน่น
องค์ชายซือจงเทียน ตกใจสุดแสน ไม่คิดว่าเพียงหนึ่งฝ่ามือของอี้เฉิน จะสามารถหยุดหมัดที่เผาผลาญโลหิตของเขาได้ "เจ้า เจ้าข้ายังไม่ยอมแพ้หรอกนะ"
"หากเจ้าทำได้ก็ลองดู" อี้เฉินยกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง เขาเองก็อยากจะรู้เช่นกัน พลังของกระดูกศักดิ์สิทธิ์จะมีมากมายถึงเพียงใด ในยามนี้กระดูกศักดิ์สิทธิ์ มันสั่นไหวไม่หยุดแม้ว่าจะแตกร้าวไปมากก็ตาม
ฉับพลัน องค์ชายซือจงเทียน ก็ดันกำปั้นเข้าไปสุดกำลัง พลังที่บ้าคลั่งเอ่อล้น แผ่ซ่านทะลักทลายออกไปทั่วทิศ มิติ โดยรอบบิดเบี้ยวอย่างฉับพลัน สั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรงจนจะแตกสลาย
ทว่าเมื่อ องค์ชายซือจงเทียน เห็นใจกลางหน้าอกอี้เฉินที่เต็มไปด้วยเศษกระดูกที่แตกร้าว จู่ๆ ก็ส่องแสงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาพร่างพราว กระดูกที่เคยแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ อยู่ๆ ก็ค่อยๆ ผสานเข้าหากันเป็นหนึ่งเต็มสองตา ขององค์ชายซือจงเทียนช้าๆ เขายิ่งเดือดดาลบ้าคลั่ง กำปั้นที่พยายามจะดันทำลายร่างกายอี้เฉินให้แตกกระจาย กับหยุดชะงักด้วยความตกใจสุดแสน รูม่านตาขยายออกจนสุด เมื่อเห็นสิ่งเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับอี้เฉิน "เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! กระดูกศักดิ์สิทธิ์สูงสุดอย่างนั้นหรือ เหตุใดสามัญชนเฉกเช่นเจ้า ถึงเลื่อนขั้นกระดูกศักดิ์สิทธิ์สูงสุดได้เล่า"
ฉับพลันอี้เฉินก็บีบฝ่ามือ องค์ชายซือจงเทียน อย่างรุนแรง ปัง!!! ทั้งแขนขององค์ชายซือจงเทียน สลายกลายเป็นหมอกเลือดในฉับพลัน ก่อนที่เขาจะถอยหลังออกไปด้วยความหวาดกลัว เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้า ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด
"เจ้า! เจ้า! ไอ้เวรเอ๊ย ข้าฝากไว้ก่อน" ก่อนที่องค์ชายซือจงเทียน จะเผ่นหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างไม่คิดชีวิต ฝ่ามิติที่แตกร้าวหนีออกไปอย่างบ้าคลั่ง ร้องคำรามตกใจราวกับ เจอผีหลอกกลางวันแสกๆ "อ๊าก..!!!!!!!!!!!!!"
อี้เฉินคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดยามนี้ ในสถานที่แห่งนี้เหลือพวกเขาเพียงแค่สองคน เท่านั้นจึงไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว ว่าผู้คนจะได้ยินคำพูดของเขาหรือไม่ "เจ้าคิดว่าจะหนีรอดไปได้งั้นหรือ องค์ชายซือจงเทียน ผู้หนีเร็วที่สุดในบรรดาเหล่าองค์ชาย"
องค์ชายซือจงเทียน ที่หนีไม่คิดชีวิต ปากของเขากระอักเลือดในทันทีครั้นได้ยินคำพูดของอี้เฉิน "ไอ้เวรเอ๊ย รอเจ้าออกไปภายนอก มิติ หุบเหวสวรรค์ก่อนแล้วเราจะได้เห็นดีกัน"
อี้เฉินพุ่งปราดตามไล่ล่า องค์ชายซือจงเทียน อย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงก่นด่าออกไปไม่ขาดสาย สารพัดจะสรรหาคำมาด่าได้ ทว่า เจ้าสมิงน้อยมันก็ส่งคำพูดออกมาบอกกล่าวอี้เฉิน "เจ้าหยุดมือก่อน เหมือนว่ากระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่กำลังจะประสานเป็นหนึ่ง มันจะเริ่มสั่นไหวเจ้าต้องหยุดมือเดียวนี้"
อี้เฉินที่เห็นศัตรู ของเขากำลังจะหนีรอดพ้นออกไปได้ เขาถึงกับกำฝ่ามือไว้จนแน่น "บัดซบเอ๊ย เจ้าถือว่าดวงดีไป" ก่อนอี้เฉินจะนั่งขัดสมาธิ ลงกลางอากาศ ไม่ขยับไหวกายาอีกต่อไป เขารู้ดีที่เจ้าสมิงน้อย เอ่ยเตือน เพราะมันกลัวว่า กระดูกศักดิ์สิทธิ์ของเขาจะพังทลาย ในช่วงวิวัฒนาการ อันสัมคัญยิ่งยวด