ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 ปรมาจารย์ลงมือ!

           พลังสูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญคือ 1 ล้านจินหากบวกกับพลังปราณแล้ว พวกเขาสามารถใช้พลังโจมตีได้ถึง 2 ล้านจิน

            นี่คือพลังการต่อสู้สูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญทั่วไป!

            เมื่อเทียบกับพลังการต่อสู้สูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญแล้วเย่เทียนก็ยังด้อยกว่ามาก

            อย่างไรก็ตาม เย่เทียนมีพรสวรรค์ในการรักษาระดับสุดยอดอยู่ บวกกับทักษะดาบระดับทองแดงเงาสังหาร ตอนนี้เขาไม่ได้ด้อยไปกว่านักรบผู้เชี่ยวชาญทั่วไปเลย

            “เงาสังหารเป็นทักษะดาบไว แต่เดิมพลังโจมตีของเราก็ไม่ได้มากมายนักนอกเสียจากว่าเราจะสามารถฝึกฝนเงาสังหารได้จนถึงขั้นสมบูรณ์แบบเงาสังหารคงเพียงพอที่จะเพิ่มพลังโจมตีให้เราได้อีกหลายเท่าถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็จะมีพลังที่สามารถต่อกรกับนักรบผู้เชี่ยวชาญได้” เย่เทียนคิด

            อย่างไรก็ตามการที่จะฝึกทักษะดาบระดับทองแดงให้ถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้นั้นยากเกินไปเว้นเสียแต่ว่าเย่เทียนจะละทิ้งการบ่มเพาะและฝึกฝนเพียงทักษะดาบอย่างเดียวอย่างต่อเนื่องแต่นั่นเป็นเรื่องที่ไปไม่ได้

            ตอนนี้มีเพียงการคัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงหรือพรสวรรค์ที่สูงกว่านั้นหรือได้รับทักษะดาบที่สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้นั่นถึงจะเพิ่มพลังการต่อสู้ของเขาได้อย่างมาก

            “ทักษะดาบที่สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ได้นั้นหายากมากก่อนหน้านี้เราเดินสำรวจตลาดมืดเป็นเวลานาน เราก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อนระหว่างนี้คงทำได้แค่รอไป...”

            เย่เทียนกล่าวกับตัวเองอย่างจนปัญญา

            พลังการต่อสู้ที่พุ่งสูงขึ้นทำให้เย่เทียนตื่นเต้นมาก

            แต่ตอนนี้เมื่อเทียบกับผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเขายังอยู่ห่างไกลนักดังนั้นเขาจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองต่อไป

            แน่นอนว่าหากเทียบกับเมื่อก่อน พลังของเขาในตอนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

            ยกตัวอย่างเช่น ทุกๆ พลังการต่อสู้ 100 จินมันจะเพิ่มพละกําลังของร่างกายของเขาขึ้นอีก 1,000 จินและเนื่องจากเขามีพรสวรรค์ด้านพละกําลังระดับสูงหากเพิ่มพลังให้กับเงาสังหารอีกเล็กน้อยพลังการต่อสู้ของเขามันจะน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

            “ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเราอยู่ที่ 30,000 จินตราบใดที่เราไปถึงจุดสูงสุดของนักรบชั้นยอดได้พลังการต่อสู้ของเราก็สามารถเทียบได้กับจุดสูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญ!”

            แต่ตอนนี้เย่เทียนรู้จุดอ่อนของตัวเองดี

            ความเร็วของเขายังคงด้อยอยู่สักหน่อย

            เนื่องจากพรสวรรค์ด้านความเร็วของเขาอยู่เพียงระดับเริ่มต้นเท่านั้นมันสามารถช่วยเขาเพิ่มความเร็วขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับระดับเดียวกันแล้วมันถือว่าไม่เลวแต่เมื่อเทียบกับระดับนักรบผู้เชี่ยวชาญ ความห่างชั้นมันต่างกันมาก

            เย่เทียนตั้งเป้าหมายกับตัวเองไว้ว่า ในครั้งต่อไปที่เขาต้องคัดลอกพรสวรรค์เขาจะเลือกแค่พรสวรรค์ระดับปานกลางหรือสูงกว่านั้น

            ภายในบ้านเย่เทียนใช้เวลาหลายวันในการฝึกฝนก่อนที่จะออกไปสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ภายนอก

            ที่ร้านอาหารขนาดเล็ก

            เย่เทียนและหมาป่าวายุกําลังพูดคุยกันอยู่ในห้องส่วนตัว

            “หมาป่าวายุ ผมเก็บตัวฝึกฝนมาหลายวัน ตอนนี้ผมจึงไม่รู้เรื่องภายนอกเลยแผนการกวาดล้างสัตว์อสูรเป็นอย่างไรบ้าง?”

            เย่เทียนถาม

            หมาป่าวายุกล่าวว่า “เย่เทียน ระดับของฉันต่ำเกินไปฉันจึงรู้ข้อมูลไม่มากนักรู้เพียงว่าครั้งนี้ฐานทัพทั้งสองต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักลำพังแค่นักรบชั้นยอดที่ตายไปก็อาจจะมากกว่าห้าสิบคนรวมไปถึงนักรบผู้เชี่ยวชาญอีกสามคน!”

            “นักรบผู้เชี่ยวชาญตาย!!!”

            เย่เทียนตกใจมาก

            นักรบผู้เชี่ยวชาญมีพลังต่อสู้ระดับไหนกัน?พวกเขาเป็นเหมือนกระสุนปืนใหญ่ที่มีรูปร่างแบบมนุษย์! แต่ถึงกระนั้นก็ยังตายไปถึง 3คน!

            ทันใดนั้นเขาก็ทอดถอนหายใจออกมา

            เขาเดาว่าสาเหตุการตายของนักรบผู้เชี่ยวชาญทั้งสามคนนั้นอาจจะเป็นเพราะมดจอมพลังระดับสูงไล่ตามพวกเขาไป

            “แต่ฉันได้ยินข่าวลือบางอย่างนะ!” หมาป่าวายุกล่าวต่ออย่างลึกลับว่า“ฉันได้ยินมาว่าฐานทัพระดับกลางนั้นโกรธมากมันถึงกับทำให้ปรมาจารย์ท่านหนึ่งลงมือ! เดิมทีฉันไม่รู้ว่าอะไรคือระดับปรมาจารย์แต่เมื่อฟังข่าวซุบซิบต่อไป ฉันถึงได้รู้ว่าขอบเขตที่สูงกว่านักรบผู้เชี่ยวชาญนั้นเรียกว่าปรมาจารย์!”

            “ปรมาจารย์ลงมือเหรอ? แล้วผลลัพธ์ล่ะ?”

            เย่เทียนอยากรู้อยากเห็น

            “ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่เดาว่าคงชนะแล้วมันเป็นถึงระดับที่สูงกว่านักรบผู้เชี่ยวชาญเลยนะมดพลังจอมพลังเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรระดับสูงมันจะต่อกรกับตัวตนระดับนั้นได้อย่างไร!” หมาป่าวายุกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            เย่เทียนพยักหน้าเงียบๆ

            แม้ว่ามดจอมพลังที่เป็นสัตว์อสูรระดับสูงจะมีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งแต่มันก็ยังด้อยกว่าระดับปรมาจารย์อยู่เล็กน้อย อีกทั้งมันยังมีข้อบกพร่องใหญ่อยู่นั่นคือปฏิกิริยาตอบสนองและความเร็วในการตอบสนองของมันด้อยกว่าระดับปรมาจารย์มาก

            ตราบใดที่ปรมาจารย์คนนั้นไม่โง่พอเขาย่อมสามารถฆ่ามดจอมพลังสัตว์อสูรระดับสูงได้อยู่แล้ว

            และมันก็เป็นความจริง

            สองวันต่อมาก็มีข่าวมาแพร่กระจายออกมา

            รังมดจอมพลังถูกกวาดล้าง ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดถูกทำลายภารกิจกวาดล้างสัตว์อสูรคงดำเนินต่อไป

            เนื่องจากเย่เทียนและคนอื่นๆ ทำภารกิจสำเร็จแล้ว พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกอีก

            ในพริบตา สิบวันผ่านไป ภารกิจกวาดล้างสัตว์อสูรเสร็จสิ้นแล้วสองฐานได้เปิดช่องทางการค้าขึ้นชั่วคราว

            อย่างไรก็ตามสัตว์อสูรมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ วันนี้อาจจะไม่มีสัตว์อสูรแต่อีกไม่นานก็อาจจะมีสัตว์อสูรอพยพเข้ามาอีกครั้ง

            เรื่องนี้ สำหรับทั้งสองฐานทัพเส้นทางที่ถูกเปิดขึ้นนั้นคงคงความปลอดภัยไว้ได้ชั่วคราวเท่านั้น หากจะผ่านก็จำเป็นต้องระมัดระวังให้มากอยู่ดี

            อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่เย่เทียนที่ยังไม่เข้าใจ แม้แต่นักรบหลายคนก็ไม่เข้าใจว่าทําไมฐานทัพทั้งสองถึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากขนาดนั้นในการเปิดเส้นทางนี้

            สำหรับฐานหลินไห่แล้วการที่จะสามารถซื้อขายกับฐานขนาดกลางได้นั้นเป็นเรื่องที่ดีแต่แล้วในฐานหลินไห่มีอะไรกัน? การค้าระหว่างฐานขนาดกลางและฐานหลินไห่ไม่ได้ส่งผลดีอะไรกับฐานขนาดกลางของพวกเขาเลย!

            วันนี้

            หมาป่าวายุส่งทรัพยากรบางส่วนไปที่บ้านของเย่เทียน ทรัพยากรส่วนใหญ่เป็นเลือดสัตว์อสูรเนื้อสัตว์อสูร และบัตรทองอีกหลายใบ นี่เป็นรางวัลสำหรับภารกิจและส่วนแบ่งของการฆ่าสัตว์อสูร

            สำหรับเย่เทียนในตอนนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเขาแต่เขายังคงยอมรับมันไว้

            แม้เขาจะไม่ต้องการมัน แต่เย่หยูใกล้จะถึงเวลาฝึกตนแล้วทรัพยากรเหล่านี้จึงยังจำเป็นกับเย่หยู

            เดิมทีเย่เทียนต้องการฝึกฝนอย่างเงียบๆ ต่อไป

            แต่การมาเยือนของคนแปลกหน้าคนหนึ่งได้รบกวนชีวิตที่เงียบสงบของเย่เทียนเข้าให้

            “คุณเป็นใคร?”

            เย่เทียนมองไปที่ชายแปลกหน้าก่อนถาม

            “ท่านเย่เทียน ผมคือผู้ดูแลตระกูลโม่ โม่หยวน!”

            โม่หยวนเป็นเพียงนักรบ ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเย่เทียนเขาจึงแสดงความเคารพอีกฝ่ายขึ้นมาเล็กน้อย

            “ตระกูลโม่?”

            เย่เทียนประหลาดใจนิดหน่อย ปฏิกิริยาแรกของเขาคือตระกูลโม่ไม่ได้ค้นพบสาเหตุการตายของโม่เฉ่าเป่ยแล้วใช่หรือไม่?

            แต่ในพริบตาเขาก็ปฏิเสธความคิดนี้ไป

            หากตระกูลโม่ค้นพบมันจริงๆ คนที่มาหาเขานั้นคงไม่ใช่แค่นักรบแต่เป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญ

            “ตระกูลโม่ของพวกคุณมีเรื่องอะไรกับผม?”

            เย่เทียนสงสัย

            “ผู้นําตระกูลของพวกเราต้องการเชิญท่านเย่เทียนมาเป็นแขกของตระกูลโม่!”โม่หยวนกล่าว

            พอเย่เทียนได้ยินคําพูดเหล่านี้เขาก็ไม่แสดงท่าทีใดๆแต่ในใจกลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

            ตระกูลโม่ได้เชิญเขาไปเป็นแขกแต่ถ้าตระกูลโม่รู้ว่าเขาฆ่าโม่เฉ่าเป่ยไปล่ะ พวกเขาคงจะเป็นบ้าแน่

            “ขอโทษด้วย ช่วงนี้ผมยังไม่สะดวกที่จะพบใคร!”

            เย่เทียนปฏิเสธทันที

            โม่หยวนที่เดิมทีเคารพนอบน้อมเย่เทียนก็หน้าเปลี่ยนสีทันที “ท่านเย่เทียนตระกูลโม่ของเรามีนักรบชั้นยอดหลายคนและท่านบรรพบุรุษของตระกูลเรายังเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญการคบหากับตระกูลโม่ของเราย่อมมีประโยชน์ต่อท่าน หากท่านล่วงเกินตระกูลโม่ของเราในอนาคตท่านคงยากที่จะก้าวไปไหนในฐานหลินไห่!”

            เย่เทียนเบิกตากว้างเขาอยากจะถามเหลือเกินว่าอะไรที่ทำให้ไอ้คนตรงหน้าเขามั่นใจจนกล้าที่จะข่มขู่นักรบชั้นยอด?

            นักรบคนหนึ่งกลับกล้าข่มขู่นักรบชั้นยอด นี่มันไปเอาความกล้ามาจากที่ไหน

            “คุณกําลังข่มขู่ผมหรือ?”

            เย่เทียนพูดออกมาอย่างเย็นชา

            พลังดาบได้พุ่งออกมาและแผ่ความกดดันกดทับโม่หยวนทันที

            ทันใดนั้นโม่หยวนก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เหงื่อเย็นๆหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขา

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน