พลังสูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญคือ 1 ล้านจินหากบวกกับพลังปราณแล้ว พวกเขาสามารถใช้พลังโจมตีได้ถึง 2 ล้านจิน
นี่คือพลังการต่อสู้สูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญทั่วไป!
เมื่อเทียบกับพลังการต่อสู้สูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญแล้วเย่เทียนก็ยังด้อยกว่ามาก
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนมีพรสวรรค์ในการรักษาระดับสุดยอดอยู่ บวกกับทักษะดาบระดับทองแดงเงาสังหาร ตอนนี้เขาไม่ได้ด้อยไปกว่านักรบผู้เชี่ยวชาญทั่วไปเลย
“เงาสังหารเป็นทักษะดาบไว แต่เดิมพลังโจมตีของเราก็ไม่ได้มากมายนักนอกเสียจากว่าเราจะสามารถฝึกฝนเงาสังหารได้จนถึงขั้นสมบูรณ์แบบเงาสังหารคงเพียงพอที่จะเพิ่มพลังโจมตีให้เราได้อีกหลายเท่าถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็จะมีพลังที่สามารถต่อกรกับนักรบผู้เชี่ยวชาญได้” เย่เทียนคิด
อย่างไรก็ตามการที่จะฝึกทักษะดาบระดับทองแดงให้ถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้นั้นยากเกินไปเว้นเสียแต่ว่าเย่เทียนจะละทิ้งการบ่มเพาะและฝึกฝนเพียงทักษะดาบอย่างเดียวอย่างต่อเนื่องแต่นั่นเป็นเรื่องที่ไปไม่ได้
ตอนนี้มีเพียงการคัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงหรือพรสวรรค์ที่สูงกว่านั้นหรือได้รับทักษะดาบที่สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้นั่นถึงจะเพิ่มพลังการต่อสู้ของเขาได้อย่างมาก
“ทักษะดาบที่สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ได้นั้นหายากมากก่อนหน้านี้เราเดินสำรวจตลาดมืดเป็นเวลานาน เราก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อนระหว่างนี้คงทำได้แค่รอไป...”
เย่เทียนกล่าวกับตัวเองอย่างจนปัญญา
พลังการต่อสู้ที่พุ่งสูงขึ้นทำให้เย่เทียนตื่นเต้นมาก
แต่ตอนนี้เมื่อเทียบกับผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเขายังอยู่ห่างไกลนักดังนั้นเขาจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองต่อไป
แน่นอนว่าหากเทียบกับเมื่อก่อน พลังของเขาในตอนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ยกตัวอย่างเช่น ทุกๆ พลังการต่อสู้ 100 จินมันจะเพิ่มพละกําลังของร่างกายของเขาขึ้นอีก 1,000 จินและเนื่องจากเขามีพรสวรรค์ด้านพละกําลังระดับสูงหากเพิ่มพลังให้กับเงาสังหารอีกเล็กน้อยพลังการต่อสู้ของเขามันจะน่ากลัวมากยิ่งขึ้น
“ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเราอยู่ที่ 30,000 จินตราบใดที่เราไปถึงจุดสูงสุดของนักรบชั้นยอดได้พลังการต่อสู้ของเราก็สามารถเทียบได้กับจุดสูงสุดของนักรบผู้เชี่ยวชาญ!”
แต่ตอนนี้เย่เทียนรู้จุดอ่อนของตัวเองดี
ความเร็วของเขายังคงด้อยอยู่สักหน่อย
เนื่องจากพรสวรรค์ด้านความเร็วของเขาอยู่เพียงระดับเริ่มต้นเท่านั้นมันสามารถช่วยเขาเพิ่มความเร็วขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับระดับเดียวกันแล้วมันถือว่าไม่เลวแต่เมื่อเทียบกับระดับนักรบผู้เชี่ยวชาญ ความห่างชั้นมันต่างกันมาก
เย่เทียนตั้งเป้าหมายกับตัวเองไว้ว่า ในครั้งต่อไปที่เขาต้องคัดลอกพรสวรรค์เขาจะเลือกแค่พรสวรรค์ระดับปานกลางหรือสูงกว่านั้น
ภายในบ้านเย่เทียนใช้เวลาหลายวันในการฝึกฝนก่อนที่จะออกไปสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ภายนอก
ที่ร้านอาหารขนาดเล็ก
เย่เทียนและหมาป่าวายุกําลังพูดคุยกันอยู่ในห้องส่วนตัว
“หมาป่าวายุ ผมเก็บตัวฝึกฝนมาหลายวัน ตอนนี้ผมจึงไม่รู้เรื่องภายนอกเลยแผนการกวาดล้างสัตว์อสูรเป็นอย่างไรบ้าง?”
เย่เทียนถาม
หมาป่าวายุกล่าวว่า “เย่เทียน ระดับของฉันต่ำเกินไปฉันจึงรู้ข้อมูลไม่มากนักรู้เพียงว่าครั้งนี้ฐานทัพทั้งสองต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักลำพังแค่นักรบชั้นยอดที่ตายไปก็อาจจะมากกว่าห้าสิบคนรวมไปถึงนักรบผู้เชี่ยวชาญอีกสามคน!”
“นักรบผู้เชี่ยวชาญตาย!!!”
เย่เทียนตกใจมาก
นักรบผู้เชี่ยวชาญมีพลังต่อสู้ระดับไหนกัน?พวกเขาเป็นเหมือนกระสุนปืนใหญ่ที่มีรูปร่างแบบมนุษย์! แต่ถึงกระนั้นก็ยังตายไปถึง 3คน!
ทันใดนั้นเขาก็ทอดถอนหายใจออกมา
เขาเดาว่าสาเหตุการตายของนักรบผู้เชี่ยวชาญทั้งสามคนนั้นอาจจะเป็นเพราะมดจอมพลังระดับสูงไล่ตามพวกเขาไป
“แต่ฉันได้ยินข่าวลือบางอย่างนะ!” หมาป่าวายุกล่าวต่ออย่างลึกลับว่า“ฉันได้ยินมาว่าฐานทัพระดับกลางนั้นโกรธมากมันถึงกับทำให้ปรมาจารย์ท่านหนึ่งลงมือ! เดิมทีฉันไม่รู้ว่าอะไรคือระดับปรมาจารย์แต่เมื่อฟังข่าวซุบซิบต่อไป ฉันถึงได้รู้ว่าขอบเขตที่สูงกว่านักรบผู้เชี่ยวชาญนั้นเรียกว่าปรมาจารย์!”
“ปรมาจารย์ลงมือเหรอ? แล้วผลลัพธ์ล่ะ?”
เย่เทียนอยากรู้อยากเห็น
“ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่เดาว่าคงชนะแล้วมันเป็นถึงระดับที่สูงกว่านักรบผู้เชี่ยวชาญเลยนะมดพลังจอมพลังเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรระดับสูงมันจะต่อกรกับตัวตนระดับนั้นได้อย่างไร!” หมาป่าวายุกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เย่เทียนพยักหน้าเงียบๆ
แม้ว่ามดจอมพลังที่เป็นสัตว์อสูรระดับสูงจะมีพลังโจมตีที่แข็งแกร่งแต่มันก็ยังด้อยกว่าระดับปรมาจารย์อยู่เล็กน้อย อีกทั้งมันยังมีข้อบกพร่องใหญ่อยู่นั่นคือปฏิกิริยาตอบสนองและความเร็วในการตอบสนองของมันด้อยกว่าระดับปรมาจารย์มาก
ตราบใดที่ปรมาจารย์คนนั้นไม่โง่พอเขาย่อมสามารถฆ่ามดจอมพลังสัตว์อสูรระดับสูงได้อยู่แล้ว
และมันก็เป็นความจริง
สองวันต่อมาก็มีข่าวมาแพร่กระจายออกมา
รังมดจอมพลังถูกกวาดล้าง ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดถูกทำลายภารกิจกวาดล้างสัตว์อสูรคงดำเนินต่อไป
เนื่องจากเย่เทียนและคนอื่นๆ ทำภารกิจสำเร็จแล้ว พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกอีก
ในพริบตา สิบวันผ่านไป ภารกิจกวาดล้างสัตว์อสูรเสร็จสิ้นแล้วสองฐานได้เปิดช่องทางการค้าขึ้นชั่วคราว
อย่างไรก็ตามสัตว์อสูรมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ วันนี้อาจจะไม่มีสัตว์อสูรแต่อีกไม่นานก็อาจจะมีสัตว์อสูรอพยพเข้ามาอีกครั้ง
เรื่องนี้ สำหรับทั้งสองฐานทัพเส้นทางที่ถูกเปิดขึ้นนั้นคงคงความปลอดภัยไว้ได้ชั่วคราวเท่านั้น หากจะผ่านก็จำเป็นต้องระมัดระวังให้มากอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่เย่เทียนที่ยังไม่เข้าใจ แม้แต่นักรบหลายคนก็ไม่เข้าใจว่าทําไมฐานทัพทั้งสองถึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากขนาดนั้นในการเปิดเส้นทางนี้
สำหรับฐานหลินไห่แล้วการที่จะสามารถซื้อขายกับฐานขนาดกลางได้นั้นเป็นเรื่องที่ดีแต่แล้วในฐานหลินไห่มีอะไรกัน? การค้าระหว่างฐานขนาดกลางและฐานหลินไห่ไม่ได้ส่งผลดีอะไรกับฐานขนาดกลางของพวกเขาเลย!
วันนี้
หมาป่าวายุส่งทรัพยากรบางส่วนไปที่บ้านของเย่เทียน ทรัพยากรส่วนใหญ่เป็นเลือดสัตว์อสูรเนื้อสัตว์อสูร และบัตรทองอีกหลายใบ นี่เป็นรางวัลสำหรับภารกิจและส่วนแบ่งของการฆ่าสัตว์อสูร
สำหรับเย่เทียนในตอนนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเขาแต่เขายังคงยอมรับมันไว้
แม้เขาจะไม่ต้องการมัน แต่เย่หยูใกล้จะถึงเวลาฝึกตนแล้วทรัพยากรเหล่านี้จึงยังจำเป็นกับเย่หยู
เดิมทีเย่เทียนต้องการฝึกฝนอย่างเงียบๆ ต่อไป
แต่การมาเยือนของคนแปลกหน้าคนหนึ่งได้รบกวนชีวิตที่เงียบสงบของเย่เทียนเข้าให้
“คุณเป็นใคร?”
เย่เทียนมองไปที่ชายแปลกหน้าก่อนถาม
“ท่านเย่เทียน ผมคือผู้ดูแลตระกูลโม่ โม่หยวน!”
โม่หยวนเป็นเพียงนักรบ ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเย่เทียนเขาจึงแสดงความเคารพอีกฝ่ายขึ้นมาเล็กน้อย
“ตระกูลโม่?”
เย่เทียนประหลาดใจนิดหน่อย ปฏิกิริยาแรกของเขาคือตระกูลโม่ไม่ได้ค้นพบสาเหตุการตายของโม่เฉ่าเป่ยแล้วใช่หรือไม่?
แต่ในพริบตาเขาก็ปฏิเสธความคิดนี้ไป
หากตระกูลโม่ค้นพบมันจริงๆ คนที่มาหาเขานั้นคงไม่ใช่แค่นักรบแต่เป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญ
“ตระกูลโม่ของพวกคุณมีเรื่องอะไรกับผม?”
เย่เทียนสงสัย
“ผู้นําตระกูลของพวกเราต้องการเชิญท่านเย่เทียนมาเป็นแขกของตระกูลโม่!”โม่หยวนกล่าว
พอเย่เทียนได้ยินคําพูดเหล่านี้เขาก็ไม่แสดงท่าทีใดๆแต่ในใจกลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ตระกูลโม่ได้เชิญเขาไปเป็นแขกแต่ถ้าตระกูลโม่รู้ว่าเขาฆ่าโม่เฉ่าเป่ยไปล่ะ พวกเขาคงจะเป็นบ้าแน่
“ขอโทษด้วย ช่วงนี้ผมยังไม่สะดวกที่จะพบใคร!”
เย่เทียนปฏิเสธทันที
โม่หยวนที่เดิมทีเคารพนอบน้อมเย่เทียนก็หน้าเปลี่ยนสีทันที “ท่านเย่เทียนตระกูลโม่ของเรามีนักรบชั้นยอดหลายคนและท่านบรรพบุรุษของตระกูลเรายังเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญการคบหากับตระกูลโม่ของเราย่อมมีประโยชน์ต่อท่าน หากท่านล่วงเกินตระกูลโม่ของเราในอนาคตท่านคงยากที่จะก้าวไปไหนในฐานหลินไห่!”
เย่เทียนเบิกตากว้างเขาอยากจะถามเหลือเกินว่าอะไรที่ทำให้ไอ้คนตรงหน้าเขามั่นใจจนกล้าที่จะข่มขู่นักรบชั้นยอด?
นักรบคนหนึ่งกลับกล้าข่มขู่นักรบชั้นยอด นี่มันไปเอาความกล้ามาจากที่ไหน
“คุณกําลังข่มขู่ผมหรือ?”
เย่เทียนพูดออกมาอย่างเย็นชา
พลังดาบได้พุ่งออกมาและแผ่ความกดดันกดทับโม่หยวนทันที
ทันใดนั้นโม่หยวนก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เหงื่อเย็นๆหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขา