คืนกลางฤดูร้อนแม้ว่าจะเป็นช่วงดึกแล้ว แต่อุณหภูมิก็ไม่ได้ต่ำมากนักบรรยากาศเย็นสบายพอให้เรย์สวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวเดียวนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีแสงไฟอ่อน ๆ ส่องอยู่ เขานั่งดูโทรทัศน์อย่างสงบ รายการที่ฉายอยู่เป็นรายการแข่งขันของเหล่าฮันเตอร์สองคนกำลังประลองกันบนเวทีสี่เหลี่ยมจัตุรัส ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าที่ส่องลงมาเพื่อให้ผู้ชมทุกคนได้เห็นทุกการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน
เสียงของพิธีกรสองคนที่อยู่หน้าจอดังขึ้นพวกเขาโต้ตอบกันอย่างกระตือรือร้นทั้งการวิเคราะห์เทคนิคการต่อสู้ของฮันเตอร์ทั้งสองและการอธิบายกฎกติกาของการแข่งขัน
เสียงพิธีกรหญิงกล่าวว่า
‘ฝ่ายผู้ใช้วิชายุทธ์เปิดด้วยการ ใช้เคล็ดวิชากำลังภายในประเภทสายสั่นสะเทือนเพื่อเปลี่ยนแปลงคลื่นความถี่สูงแบบไม่กำหนดความถี่ใส่พื้นที่ของฝ่ายตรงข้ามทำให้ฝ่ายนักเวทต้องสละพื้นที่ได้เปรียบของตัวเองทิ้งไป’
พิธีกรชายอีกคนตอบกลับ
‘อย่างนี้นี่เอง...ไม่ได้ใช้ลมปราณใส่ตัวคู่ต่อสู้โดยตรงเพื่อเลี่ยงเวทมนตร์ต่อต้านของนักเวทแต่เลือกส่งการโจมตีผ่านพื้นดินมาแทนสินะครับ’
‘นี่เป็นการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมฮันเตอร์ทั้งสองฝ่ายต่างใช้เทคนิคของตนเองอย่างชาญฉลาด!’
‘ใช่เลยครับ ทั้งความเร็วและพลังโจมตีของพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกันแต่ที่สำคัญคือความสามารถในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้อย่างเฉียบขาดซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการประลองครั้งนี้’
‘นั่นแหละค่ะท่านผู้ชม เรามาร่วมติดตามกันว่าสุดท้ายใครจะเป็นฝ่ายได้รับเกล็ดมังกรครามซึ่งเป็นของรางวัลใหญ่สำหรับค่ำคืนนี้ไปครอบครอง!’
แม้จะมีผลวิเคราะห์แสดงให้ดูแบบเรียลไทม์ตามไปด้วยแต่ยังคงแตกต่างกับการไปสัมผัสการต่อสู้โดยตรง ณ สนามแข่ง
เรย์นั่งพิงโซฟาอย่างตั้งใจดูกลยุทธ์การต่อสู้บนหน้าจอแววตาของเขาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของฮันเตอร์ทั้งสองเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้แค่ดูเพื่อความบันเทิงแต่กำลังศึกษาและเรียนรู้วิธีการต่อสู้อย่างจริงจังนี่คือกฎและแนวทางของโลกใบใหม่ที่เขาต้องปรับตัวให้ได้ เรย์รู้ดีว่าการเพิ่มพูนทักษะทุกด้านและทำความเข้าใจในโลกใหม่นี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการอยู่รอด
‘ดึกป่านนี้แล้วเหรอนี่ย’
สายตาของเขาเหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาบนผนังว่าอยู่ในช่วงใกล้จะข้ามวัน
เสียงสัญญาณประตูปลดล็อคทำให้เรย์ละสายตาจากโทรทัศน์
เห็นเอนซุประคองคางูยะเดินเข้ามาในสภาพโซซัดโซเซ
“อะ...เรย์คุงยังไม่นอนอีกงั้นเหรอ เอิ๊ก~”
“ทำไมสภาพเป็นแบบนี้กันล่ะครับเกิดอะไรขึ้น”
เขารีบเข้าไปประคองคางูยะที่ดูเหมือนจะอาการหนักกว่าเอนซุหากปล่อยไว้จะพาลกันล้มพับลงไปกับพื้นทั้งคู่
“อืม...เอิ๊ก พอดีพวกเราปาร์ตี้กันหนักไปหน่อย ส่วนยัยคางูยะเป็นอะไรไม่รู้พอไปถึงงานไม่พูดไม่จากับใคร ตั้งหน้าตั้งตาดื่มเอา ๆ เหมือนคนอกหัก... สภาพก็เลยออกมาอย่างที่เห็น”
“ฉัน—ยังไหวค่ะ”
คางูยะพยายามขืนตัวออกจากวงแขนของเขาแล้วพยายามตั้งตัวตรงเดิน
ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีก็เอนตัวไปด้านหน้าอย่างน่ากลัวโชคดีที่เขาระวังอยู่ก่อนแล้วจึงเข้าไปช้อนรับตัวอีกฝ่ายไว้ได้ทัน
“สภาพแบบนั้นเรียกว่าไหวเหรอยะ!”
เอนซุเหวใส่ไปทีก่อนจะหันกลับมากำชับกับเขา
“อาฝากยัยนี่ด้วยนะ”
“แล้วคุณอาเอนซุล่ะครับ”
“โอย~ เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง อามีคนขับรถรออยู่ข้างล่าง... ไปล่ะ!”
เอนซุตาปรือโบกมือเป็นพัลวันและหันหลังในสภาพตัวเอียงเล็กน้อยเดินออกจากห้องของพวกเขาไป
ทางด้านเรย์ที่ช้อนอุ้มคางูยะขึ้นเดินจนเกือบถึงห้องส่วนตัวของหญิงสาวกลับต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายที่อยู่ในอ้อมแขนนั้นใช้มือที่กำลังคล้องคอของเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อสบตากันในสภาพสะลึมสะลือ
“ท่านพี่....ท่านพี่ยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ด้วย— ขอบคุณสำหรับของขวัญมากเลยนะคะ”
คางูยะช้อนตามองเขาพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดอย่างเสน่หา
“อาจารย์ครับนี่ผมเองตั้งสติหน่อยสิครับ”
เรย์พูดอย่างอ่อนใจเขาไม่เคยเห็นคางูยะในมุมนี้มาก่อน ซึ่งมันเหมือนกับว่านี่คือตัวตนภายในของเธอจริงๆ ที่ถูกบุคลิกที่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กกดทับไว้
“ท่านพี่กลิ่นหอมจังเลยนะคะ....ขอฉัน... อุ๊บ—”
ขณะที่คางูยะกำลังโน้มใบหน้าของเขาลงมาจนเกือบแนบชิดกันนั้นเธอได้เอามือปิดปากไว้ ก่อนที่ตัวเองจะอ๊วกออกมาจนเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าพวกเขาทั้งคู่
เรย์ถอดเสื้อของตัวเองทิ้งและจำต้องนำหญิงสาววางลงบนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นเขากลั้นใจทำเรื่องเสียมารยาทด้วยการปลดสายเอี๊ยม และกระดุมทุกเม็ดบนชุดยูนิฟอร์มนักเรียนที่เลอะเทอะของเธออยู่ออกจนท่อนบนเหลือแต่ชุดชั้นในลายลูกไม้สีดำ เผยให้เห็นผิวกายที่ดูสะอาดนวลเนียนไปทั้งตัว
‘ทำไมสถานการณ์แบบนี้ถึงได้เกิดขึ้น นี่พระเจ้าพยายามทดสอบความอดทนของเขาอยู่หรือไงกัน’
เขาโทษฟ้าดินอย่างข่มอารมณ์ที่พลุกพล่านมือก็ขยับเคลื่อนไหวกดเธอลงนอนก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับถังน้ำและผ้าชุบน้ำสะอาด
จะเรียกว่าโชคดีก็พูดได้ไม่เต็มปากที่คราบอาเจียนของเธอไม่เลอะเทอะไปถึงใต้ร่มผ้า
เขาแน่ใจได้เลยว่าคงไม่สามารถเปลี่ยนชั้นในให้กับเธอได้อย่างแน่นอนไม่ได้เด็ดขาด! เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้สึกเฉยเมยกับความใกล้ชิดในระดับถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้ถึงจะเหนื่อยใจกับความอ่อนหัดอย่างเหลือเชื่อของตัวเอง แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ
เรย์บรรจงซับคราบสกปรกบริเวณลำคอและท่อนแขน แม้ว่าหญิงสาวจะไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่นักเธอกระสับกระส่ายปัดไม้ปัดมืออย่างรำคาญตลอดเวลา
กว่าจะเสร็จเรียบร้อยดีก็ทำเอาเขาเหนื่อยใจจากความกดดันทางด้านจิตใจมากกว่าเหนื่อยกายเสียอีก
เขาถือวิสาสะช้อนอุ้มเธอเข้าไปส่งในห้องส่วนตัวอีกครั้ง
วางเธอเอนนอนลงบนเตียงอย่างเบามือโดยมีสายตาของเธอจ้องมองดวงหน้าของเขาอยู่ตลอดเวลา
เรย์พยายามไม่สบตาอีกฝ่ายด้วยเขาเดินไปยังตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อยืดสีขาวตัวหนึ่งออกมาพร้อมประคองเธอกึ่งนั่งกึ่งนอนเพื่อสวมใส่ให้ทางศีรษะ
เขาพยายามกดเธอลงบนเตียงอีกครั้งทว่าเธอกลับขัดขืนด้วยการเหนี่ยวรั้งคอของเขาลงและพลิกนั่งคล่อมอยู่บนร่างเขาอย่างหมิ่นเหม่
มันใกล้ชิดเสียจนเรย์ได้กลิ่นหอมละมุนเฉพาะตัวอย่างแจ่มชัด
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสร่างกายของหญิงสาวในระดับใกล้ชิดขนาดนี้ความรู้สึกที่ได้รับมันไม่ใช่ความตื่นเต้นหรือมีอารมณ์แต่อย่างใดเเต่เป็นความรู้สึกที่พิเศษจนตัวเขามั่นใจว่าไม่มีใครที่ไหนจะมาเเทนที่เธอคนนี้ได้
เมื่อเขาตระหนักเช่นนั้นเเล้วเขาก็ไม่สามารถโกหกตัวเองได้อีกต่อไป ยิ่งหลัง ๆมานี้เขารู้สึกได้ว่าหลายสิ่งในตัวเธอมีความอ่อนหวานละมุนละไมตรงข้ามกับท่าทีเย็นชาจนดูแข็งกระด้างซึ่งเธอมักแสดงออกให้ทุกคนเห็น
“ท่านพี่...รู้ไหมว่าฉันโดดเดี่ยวมากแค่ไหนตั้งแต่ท่านพี่จากไป— ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเลยที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้...”
คางูยะพูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้เหมือนคนไม่ได้สติมือทั้งสองข้างของเธอทาบลงบนแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่า แล้วลูบไล้ไปมา
“อาจารย์ครับ...นี่ผม... เรย์เองนะครับ”
เขาพูดด้วยน่ำเสียงอันแหบพร่าสัมผัสได้ถึงผิวกายที่ร้อนผ่าวขึ้นจนรู้สึกได้
“ท่านพี่ไม่เคยรู้เลยสินะคะ...ว่าฉันไม่ได้อยากให้ท่านพี่เห็นฉันเป็นเพียงแค่น้องสาว… ฉันยอมทำตามคำสั่งของตระกูลมาโดยตลอดเพื่อให้ท่านพี่มีความสุข—แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น... เพื่อความสุขของฉัน”
เรย์ไม่รู้จะตกตะลึงกับคำสารภาพหรือการกระทำของเธอตอนนี้ก่อนดี
ระหว่างนั้นเองที่เขายังไม่ทันได้ตั้งสติคางูยะใช้มือขวาค่อย ๆ ดึงกางเกงขายาวผ้าลินินของเขาลงเธอใช้มืออันนุ่มนวลกอบกำรอบความเป็นชายของเขาไว้ฝ่ามือนุ่มเนียนของเธอสร้างความรู้สึกอันเหลือเชื่อ
จะเรียกว่าฉวยโอกาสก็ได้ แต่เขาก็ปล่อยให้ตัวเองเสียการควบคุมทั้งหมดเพราะเธอไป
เขาดันร่างตัวเองขึ้นในท่านั่งโดยมีคางูยะคล่อมอยู่บนท่อนขา มองประสานสายตาอันเร่าร้อนของเธอแค่แวบเดียวก่อนจะเลื่อนลงไปยังริมฝีปากอิ่มอ้าเผยอน้อย ๆ อย่างเชิญชวนแล้วโน้มใบหน้าเข้าหากันเพื่อประทับริมฝีปากกันอย่างหนักหน่วงไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป
เขาเบียดตัวเองเข้าหาตัวเธออย่างดุดันรู้สึกถึงหัวใจของเธอที่เต้นแรงพอ ๆ กับเขาปลายลิ้นและริมฝีปากของเธอตอบสนองอย่างเร่าร้อนฝ่ามือของเธอขยับขึ้นลงเติมเต็มอารมณ์ของเขาจนเกือบพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
“ถ้าอาจารย์ยังทำแบบนี้ต่อไปเราทั้งคู่จะถอยกลับอีกไม่ได้แล้วนะครับ”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าปนหอบทันทีที่ผละริมฝีปากออกจากเธอแค่ช่วงห่างของลมหายใจเธอที่ได้ยินเช่นนั้นกลับใช้มืออุ่นจัดการขยับขึ้นลงอย่างเร่าร้อนรุนแรงยิ่งกว่าเดิมเขาซึ่งถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงเช่นนั้นจึงไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป
เรย์ดึงตัวคางูยะเข้ามากอดไว้พร้อมกับอารมณ์ที่ถูกผลักดันพุ่งถึงขีดสุดเลอะเสื้อยืดสีขาวที่เพิ่งเปลี่ยนมาหมาด ๆ ของเธอ
ตัวเขาสั่นเทาพร้อมกับครางออกมาเบา ๆอย่างไม่อาจเก็บกั้นอารมณ์
หลังห้วงพายุแห่งอารมณ์ของเขาสงบได้สักพักคางูยะพึมพำเบา ๆ ออกมาว่า
“ท่านพี่...อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวอีกนะคะ”
เรย์ได้ยินเช่นนั้นจึงดันคางูนะเอนหลังนอนลงไปโดยริมฝีปากและปลายลิ้นของพวกเขาทั้งคู่คลอเคลียกันจนไม่มีเวลาพักหายใจเขาใช้มือลูบไล้คลำไปตามเนินอกของเธอซึ่งนูนเด็นเป็นสง่าจนดันเสื้อออกมาเขาถลกมันพร้อมกับบราไว้เหนือเนินอกคู่งามที่กำลังปรากฏแก่สายตา เขาค่อย ๆลูบไล้มันอย่างหลงใหล ทุกสัมผัสที่แตะต้องลงบนร่างกายแทบทุกตารางนิ้วของเธอเต็มไปด้วยความสุภาพและทะนุถนอมให้ความรู้สึกราวกับเขากำลังชื่นชมบูชาเธอด้วยความคลั่งไคล้สุดหัวใจ
คางูยะที่กลับสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกรุกล้ำสอดใส่เข้าไปในกายอย่างอ่อนโยนด้วยปลายนิ้วร่างละมุนขยับกระสับกระส่ายอยู่ใต้ร่างหนาเธอปล่อยเสียงครางที่ถูกปลุกเร้าออกมาอย่างเร่าร้อนตัวเธอเกร็งพร้อมกับโอบรอบคอเขาไว้แน่น
สีหน้าของเธอที่กำลังทรมานจากการถูกปลุกเร้าอย่างหนักหน่วงทำให้เขาอดใจไม่ได้ที่จะก้มลงไปอีกครั้งและใช้ริมฝีปากกับปลายลิ้นช่วยคลายบรรเทาอาการของเธออย่างปลอบโยน
ไม่รู้เวลาร่วงเลยผ่านไปนานเพียงใดเขาสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาทางร่างกายของเธอที่เกร็งขึ้นอย่างชัดเจนจนบั้นท้ายยกลอยขึ้นไม่ติดเตียงเธอทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ออกมาเท่านั้นเพราะถูกเขาคลอเคลียด้วยปลายลิ้นอยู่ไม่ห่าง
เรย์ซึ่งสัมผัสได้ถึงอาการตอดรัดของเธอเช่นนั้นจึงปรนเปรอด้วยสัมผัสอันร้อนแรงขยับนิ้วมือที่อยู่ภายในกายของเธอชอนไชอย่างหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งขึ้น
ในห้วงสุดท้ายแห่งอารมณ์ร่างกายของหญิงสาวเกร็งกระตุกสั่นเทิ้มไปทั้งร่างอย่างรุนแรงทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงคราง ลมหายใจหอบกระเส่าจากชายหญิง
เรย์ที่นอนอยู่ด้านข้างโอบกอดเนื้อตัวสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ของเธอไว้อย่างแนบแน่นกดรั้งแผ่นหลังและสะโพกของเธอเข้าหาเขาอย่างเรียกร้องต้องการให้เธอรับรู้ถึงลมหายใจที่สั่นสะท้านและความปรารถนาที่กลับมาลุกโพลงของเขาที่เบียดแนบเข้าหาความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นของเธออย่างดุดันปลายนิ้ว ริมฝีปาก กับปลายลิ้นของเขาแตะต้องเธออย่างอำเภอใจปลุกเร้าและแสดงความต้องการตัวเธอที่กลับมาอีกครั้ง
“ฮึก...ทำไมคะ ฉันทำอะไรผิด ทำไมท่านพี่ถึงต้องทิ้งฉันไป ทำไมถึงไม่เลือกฉัน—”
ทว่าคางูยะกลับสะอึกสะอื้นออกมาก่อนจะผล็อยหลับไป
คำพูดของเธอเสียดแทงเข้าไปถึงกลางใจจนคนฟังจนรู้สึกพ่ายแพ้อย่างหมดรูป.....ไม่ใช่เขาไม่เคยรู้ความลับของเธอมาก่อนเรย์เคยได้เห็นบันทึกลับที่เธอซ่อนเอาไว้โดยบังเอิญตอนทำความสะอาดห้องพักให้เธอ
ในครั้งนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงแต่ตอนหยิบมาดูเขาเผลอทำมันตกลงพื้น แล้วหน้าที่กางออกก็ปรากฏข้อความสะดุดตาเข้านั่นเลยทำให้เขาได้รับรู้ความลับที่เก็บซ่อนของเธอเอาไว้ในบันทึกเหมือนเธอแค่ต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวและระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ภายในใจออกมาผ่านตัวอักษรถึงสิ่งที่เธอพรรณนาจะเป็นเรื่องต้องห้ามแต่สถานะของเขาตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเธอเมื่อตอนนั้น
เรย์ตัดสินใจผละจากร่างของหญิงสาว ความรู้สึกสารพัดจู่โจมจนภายในใจว้าวุ่นปั่นป่วนพบว่าตัวเองติดอยู่ในความขัดแย้งทางอารมณ์
เขารู้ดีว่าภาพตรงหน้าจะติดตามทรมานเขาไปอีกนานเท่านานนาทีนี้ความต้องการของเขายังไม่สงบลงแม้แต่น้อย ร่างกึ่งเปลือยเปล่าหมดจดต่อสายตากำลังฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็นความหอมหวานทุกตารางนิ้วที่ถูกเขาลิ้มรสด้วยปลายลิ้นกำลังล่อลวงอย่างหนักอยู่ตรงหน้าแต่เขาก็ยินดีที่จะทรมานตัวเองต่อไป
หลังจากเก็บเสื้อผ้าที่ถูกเขาเปลื้องทิ้งไว้ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยชายหนุ่มค่อย ๆ บรรจงใส่ชุดชั้นในและเสื้อเชิ้ตตัวใหม่ให้เธออย่างเบามือก่อนจะโน้มใบหน้าใช้ริมฝีปากแตะไปที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน
“ฝันดีนะครับ… อาจารย์”
เรย์ดึงผ้ามาห่มให้เธอก่อนจะก้าวออกจากห้องไปอย่างเงียบงันไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าไปกับมัน
เพราะสุดท้ายเขานั้นเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีการเลือกด้วยอารมณ์ จมกับอดีต และอยากแก้ไขผ่านปัจจุบันโดยที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น