The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 95 เพราะอะไร


    เครดิตภาพจาก  https://wallpaperaccess.com

           สิ้นคำกล่าว เหมยลี่ก็อึ้งไปชั่วขณะ ทั้งสองเข้าสู่โหมดใบ้รับประทาน สีหน้าของเด็กสาวแฝงแววมึนงงส่วนทางฝ่ายมาวิน ไม่จำเป็นต้องสืบให้เสียเวลา เพราะทั่วทั้งตัวได้แดงซ่านไปหมดแล้ว  

               


           ในช่วงวัดใจนั้นเอง ดูเหมือนว่าเด็กสาวร่างสูงจะเด็ดขาดกว่าเธอจึงเอ่ยถามสั้นๆด้วยเสียงที่แผ่วเบา


    “ ทำไม……” 


    “ ทำไมคืออะไร ” มาวินสงสัย แต่พอเงยหน้าขึ้นมา เขาก็ออกอาการเขินอาย เพราะสองดวงตาได้สบกันแบบเต็มๆ ในใจแอบขบคิด


    “ ดวงตาของยัยโย่งสวยจังเหมือนดวงตาของจันเลย ”           

            


            เด็กสาวร่างสูงเปิดโอกาสให้มาวินได้ตอบครู่หนึ่ง เมื่อไม่มีความคืบหน้า เธอจึงเอ่ยถามอีกครั้ง น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเหมือนจะสั่นเล็กน้อยคล้ายมีความไม่แน่ใจซ่อนอยู่ภายใน


    “ ทำไมนายถึงไม่อยากให้…….โจจี้ทำแบบนั้น ” 


    “ เอ่อ......อ่า.....เอ่อ..... ” มาวินเริ่มองค์ลง ปากคอสั่นเทาและกลับมาติดอ่าง กระนั้น เด็กสาวร่างสูงก็ยังยืนรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อขณะที่เด็กหนุ่มกำลังเผยความในใจ  ก็บังเกิดเสียงร้องทักที่ด้านหลัง


    “ เฮ้ พวกนายกำลังทำอะไรกันอยู่ อาหารเช้าเสร็จแล้วนะ ” 

               


           ทั้งสองหันกลับไปมอง จึงพบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือ….โจจี้ ใบหน้าของหนุ่มผมทองฉายแววสงสัยอย่างชัดเจน 

                


           เหมือนเสียงระฆังพักยกดังขึ้น เด็กหนุ่มหัวเขียวนึกขอบใจฟ้าดินอย่างใหญ่หลวงที่ส่งโจจี้มาห้ามทัพเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เหมยลี่จึงชิ่งหนีไปก่อน โดยไม่พูดคำใดออกมา 

                


           โจจี้เหลือบมองเหมยลี่ที่เดินผ่านสลับกับใบหน้าที่แดงก่ำของมาวิน ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยถามเสียงอ่อย


    “ เอ่อ.....นี่ชั้นมาขัดจังหวะรึเปล่า ” 


    “ เหอๆ ไม่มีอะไรหรอก เอ่อ.....แค่เหมยลี่กำลังแอบชมว่านายหล่อมากเท่านั้นเอง ” มาวินแสร้งอำต่อไป นับว่าเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส


    “ ชะ....อุ๋ย อย่าพูดแบบนี้ดิ นายต้องไปพูดหรือทำยังไงก็ได้ให้ชั้นดูทุเรศที่สุด เพราะชั้นไม่อยากตกเป็นเมียของพ่อหนุ่มหน้าสวยคนนั้น ” โจจี้โวยเสียงดัง เขาเผลอเอามือจับก้นตัวเอง 


    “ ได้จ้า...... ” มาวินรับคำเสียงยานคาง ภายในนึกกังวล เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะอำโจจี้ได้อีกนานแค่ไหน 


    ……………………

               

            อาหารเช้าวันนั้นได้แก่ปลาทอดเหลืองอร่าม สลัดผักและเบคอนย่างกรอบ ในด้านรสชาตินับว่าเป็นเลิศระดับห้าดาว แต่บรรยากาศกลับเงียบงัน คล้ายว่ามีกำแพงที่มองไม่เห็นรายล้อมรอบตัว 

              


           เหมยลี่กินอาหารอยู่เงียบๆ ส่วนมาวินก็รับประทานด้วยท่าทางที่เรียบร้อยจนผิดปกติแต่ที่น่าประหลาด เห็นจะหนีไม่พ้นโจจี้ เขาดูลุกลี้ลุกลน คล้ายว่าตนเองกำลังอยู่ในสนามรบที่ร้อนแรง หนุ่มผมทองแอบชำเลืองเด็กสาวร่างสูงเป็นระยะ มือขวาเอื้อมไปปิดก้น ปากพึมพำเบาๆในลำคออันใจความได้ว่า......


    “ อู้ย......เสียวโว้ย ” 

              


           หลังเสร็จสิ้นการกินอาหารเช้าที่แสนอึดอัด ทุกคนก็รวมตัวกันเพื่อออกเดินทาง โจจี้พยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ แม้ใจลึกๆยังรู้สึกหลอน เขาตัดสินใจแล้วว่า......ถ้าเหมยลี่เข้าประชิดตัวในระยะหนึ่งก้าวเมื่อไหร่ หนุ่มหล่อจะชู้ตอีกฝ่ายให้กระเด็นออกนอกโลกทันที 


    “ เอาล่ะ ทุกคนพร้อมนะ ” โจจี้สอบถามลูกทีมด้วยน้ำเสียงที่พยายามขึงขัง 


    “ พร้อมตั้งแต่ไก่โห่แล้ว ลูกพี่ ” มาวินเท้าเอวตอบกวนๆเขาผิวปากเบาๆ ส่วนเหมยลี่ไม่ได้พูดคำใด เธอเพียงพยักหน้ารับ 

               


           โจจี้พยายามไม่ใส่ใจต่ออาการกวนโอ๊ยของมาวิน เนื่องจากกลัวจะเสียเวลาเดินทาง หลังจากที่ชายหนุ่มข่มความโกรธของตัวเองไว้ได้ เขาก็เริ่มอธิบายทุกสิ่งให้เหล่าสมาชิกได้รับรู้


    “ ป่าตะวันออกเป็นแดนพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ”  


    “ ทำไมต้นไม้มันมีขาเดินได้รึไง หรือมันมีปากพูดได้ เหอๆ ” มาวินกล่าวแซว เพื่อหวังป่วนประสาท แต่ไม่ทันหัวเราะจบ เหมยลี่ก็ประเคนมะเหงกก้อนโตเข้าไปที่ศีรษะ 


    “ โป๊ก ” 


    “ โอ๊ย มือหนักชะมัด ” มาวินร้องจ้ากพร้อมกุมในจุดที่ถูกเขก แต่พอจะหันไปโวย ก็พบกับดวงตาคมเข้มที่แฝงแววดุดันสิ่งนั้นทำให้เด็กหนุ่มล้มเลิกความคิดไปโดยปริยายและกลับมาสงบเสงี่ยมเจียมตัว


    “ ฮะ.....แฮ่ม ขอบใจนะ ” โจจี้กระแอมเบาๆ พร้อมกล่าวขอบคุณ

             


             เมื่อไม่มีใครมาคอยป่วนให้เสียงาน โจจี้ก็เริ่มอธิบายเรื่องราวให้ฟังอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นงานเป็นการ 


    “ ป่าตะวันออกเป็นแดนอาถรรพ์ ว่ากันว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นที่สิงสถิตของเทพศาสตรา อันเป็นเทพโบราณที่อยู่มาตั้งแต่สมัยกำเนิดโลก”  

              


            มาถึงตรงนี้ มาวินเริ่มอ้าปากหาวหวอดๆ เพราะรู้สึกง่วงนอนเป็นที่สุด ส่วนเหมยลี่ เธอตั้งใจฟังด้วยอาการสงบ  

              


            โจจี้เว้นช่วงหายใจนิดหนึ่ง ก่อนอธิบายต่อ 


    “ ดังนั้นถ้าพวกนายไม่อยากหลงทาง ต้องคอยตามติดชั้นชนิดไปไหนไปกัน แต่คิดดูอีกที ห่างนิดหนึ่งก็ดีนะ อู้ย......” โจจี้รีบกลับคำในช่วงท้าย เพราะเหลือบไปเห็นเหมยลี่ มือขวาเผลอกุมก้นตัวเองอีกครั้ง

               


            ขณะที่ทุกคนกำลังจะออกเดินทาง มาวินก็แกล้งถามกวนๆตามสไตค์ของตัวเอง 


    “ ถ้าเกิดชั้นพลัดหลงกับพวกนายแล้วติดอยู่ในป่าอาถรรพ์ จากนั้นมันจะเป็นยังไงต่อเหรอ........ ” ท้ายประโยคมีการเล่นเสียงสูง อันเป็นการยียวนให้อารมณ์เสีย 

               


             ถ้าเป็นเหมือนทุกที โจจี้คงขัดเคืองใจ แต่คราวนี้ หนุ่มหล่อกลับยิ้มเยือกเย็นจนทำให้มาวินนิ่งอึ้งในบัดดล อึดใจต่อมา เขาก็ตอบกลับด้วยเสียงที่หนักแน่นและจริงจังในแบบที่พ่อหนุ่มเจ้าสำราญคนนี้ไม่เคยกระทำมาก่อน


    “ นายก็จะหลงอยู่ในโลกที่ไร้ทางออก ต้องติดอยู่ในสถานที่นั้นไปตลอดกาล ” 

               


             สิ้นคำกล่าว ทุกคนในวงสนทนาต่างพากันเงียบกริบ ไม่นานนักมาวินก็เริ่มยิ้มแห้งๆ พร้อมกล่าวแก้เกี้ยว


    “ อำแน่ๆเลย นายอย่าพูดเล่นแบบนี้ซิ อย่างกะป่านั้นเป็นทางเข้าสู่มิติลี้ลับแบบในหนังการ์ตูนบ้านนอกเรื่องแบบนี้ มันจะเป็นไปได้ยังไง เหอๆ....... ” 


    “ จะเชื่อหรือไม่มันก็เรื่องของนาย แต่ขอย้ำไว้เลยว่า…..ห้ามแตกกลุ่มเป็นอันขาด ” โจจี้ไม่สนใจคำว่า……หนังการ์ตูน  อันบ่งบอกถึงความจริงจังในน้ำคำที่กล่าวเตือน 


    “ เหอๆ รับทราบครับผม ” มาวินยิ้มแห้งๆและรับคำอย่างว่าง่าย เด็กหนุ่มเริ่มกลัวจริงๆจนไม่กล้าออกนอกกรอบในแบบที่เคย 

                         เวลา 9.00 น. ทุกคนพร้อมใจกันปรับเวลาบนนาฬิกาข้อมือให้ตรงกัน จากนั้น ชาวแก๊งก็เริ่มออกเดินทางสู่ป่าตะวันออก เพื่อตามล่า "คองโกล่า" มอนสเตอร์ค่าหัวสูง


    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter