57 1-2
ตอนที่99 ถูกพิษ (1)
ยามรุ่งสางวันถัดมาได้ยินเสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอกของอิ๋งเอ๋อร์ เซียถงลุกขึ้นยืดเหยียดร่างกายบิดขี้เกียจเล็กน้อยและเดินออกไปเปิดประตู กล่าวว่า
“อิ๋งเอ๋อร์นี่ยังเช้าอยู่เลยเจ้ากลับไปนอนเถอะ”
อิ๋งเอ๋อร์ถือถังไม้เปล่าอยู่ในมือกำลังจะออกไปทำอะไรสักอย่างแต่พอได้ยินคุณหนูของนางเอ่ยกล่าวออกมาแบบนั้น ก็เอ่ยอธิบายไปว่า
“คุณหนูบ่าวขอตัวออกไปตักน้ำมาก่อนสักรอบ มิฉะนั้นแล้วหากออกสายกว่านี้เกรงว่าจะมีคนรอต่อแถวยาวเหยียดแล้ว”
กล่าวได้ว่าอิ๋งเอ๋อร์นางนี้ปฏิบัติหน้าที่สาวรับใช้ได้ไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยสักครั้งจริงๆทันทีที่มาถึง นางก็ไล่สอบถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาบริเวณหอพักเพื่อสอบถามทุกสิ่งที่ควรรู้ เพื่อจะได้ปฏิบัติหน้าที่ตักเตรียมสิ่งของต่างๆให้คุณหนูของนางพร้อมเสมอ
“บ่อน้ำในป่าไผ่เขียวเจ้าห้ามแตะต้องมันเป็นอันขาดในช่วงสามวันนี้”
เซียถงเดินไปหยิบถังไม้ในมือของอิ๋วงเอ๋อร์มาไว้ที่ตนก่อนปิดประตูเดินกลับไป นางทิ้งท้ายเพียงว่า
“ไปนอนซะ”
“แต่คุณหนูหากไม่ตักน้ำมาใช้ แล้วเรื่องสุขอนามัยของตัวคุณหนูล่ะเจ้าค่ะ? จะไม่อาบน้ำล้างหน้าในช่วงเช้าตลอดสามวันเชียว?”
อิ๋งเอ๋อร์ส่งสายตาจับจ้องเซียถงปนแววสับสน
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นในช่วงสามวันต่อจากนี้ เจ้ามีหน้าที่แค่นอน ส่วนเรื่องอื่นไม่ต้องกังวล”
เซียถงเดินปิดประตูใส่และเดินกลับเข้าห้องไปทิ้งให้อิ๋งเอ๋อร์ยืนงงอยู่ทั้งแบบนั้น
อิ๋งเอ๋อร์ยืนแข็งค้างเป็นรูปปั้นหินอยู่สักครู่หนึ่งสีหน้าการแสดงออกยังคงส่อแววฉงนใจมึนงงไม่หายสุดท้ายนี้นางทำได้เพียงเดินกลับไปขึ้นเตียงนอน หยิบยกผ้าห่มขึ้นมากอดนอนตะแคงหันหน้าจับจ้องทิศทางประตูห้องด้านในที่เซียถงอยู่ด้วยความงงงวย
ไฉนถึงไม่อนุญาตให้นางไปตักน้ำ? น่าแปลกจริงๆ!
เซียถงนั่งบนเก้าอี้ไม้เอนศีรษะเงี่ยหูฟังเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวนอกตัวห้องพอได้ยินเสียงขับขานเรียกใช้สาวรับใช้ประจำตนทั้งหลายจากกลุ่มสาวๆให้ไปตักน้ำมาล้างหน้ากินใช้ ไม่นานเสียงกรีดร้องระงมลั่นพลันปรากฏขึ้นจากด้านนอกตัวห้อง
การแสดงฉากใหย่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วแววความเย้ยเยาะสว่างวาบปรากฏขึ้นในสายตาคู่นั้นของเซียถง
“อ๊ากกก! หน้าข้า!หน้าของข้า!!”
เสียงกรีดร้องเหล่านั้นเพิ่มระดับความดังมากยิ่งขึ้นและยิ่งขึ้นท่ามกลางเช้าอันสดใส
ทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องเหล่านี้อิ๋งเอ๋อร์ก็สะดุ้งโหย่ง กระโดดลงจากเตียงโดยไว สับฝีเท้าเตรียมวิ่งออกทางประตูด้วยความร้อนใจทว่าชั่วขณะที่กำลังจะเปิดประตูเปิดออกไป จู่ๆอิ๋งเอ๋อร์ก๋พลันนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของคุณหนูไว้ได้ จึงหันกลับมาเอ่ยถามเซียถงสีหน้ารวนเรไม่แน่ใจว่า
“คุณหนูบ่าวขออนุญาตออกไปดูได้หรือไม่?”
ทันทีที่เซียถงพยักหน้าให้อิ๋งเอ๋อร์ก็เปิดประตูพุ่งตัวออกไปดูโดยทันที ซึ่งยังไม่ทันได้วิ่งออกไปไหนไกลก็บังเกิดเสียงกรีดร้องดังแสบแก้วหูจนระบมไปหมด
“คุณหนู! แย่แล้วคุณหนู!!พวกผู้หญิงที่อยู่ด้านนอกแต่ละคนล้วนมีใบหน้าบวมแดงและแผลสดส่งกลิ่นเน่าเหม็นออกมาอยู่ทั่วเลย!แค่บ่าวได้เห็นก็ถึงกับขนลุกซู่วไปทั่วร่าง!พวกนางน่าเกลียดกว่าคุณหนูเยอะเลยเจ้าค่ะ!”
ผ่านไปสักครู่ต่อมาอิ๋งเอ๋อร์ถึงกับรีบวิ่งกลับห้องแทบไม่ทันอุทานร้องลั่นกล่าวรายงานสถานการณ์ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดแต่คล้อยหลังสิ้นเสียงพูดจบไปชั่วจังหวะ พลันตระหนักขึ้นได้ว่าตนเองหลุดปากในสิ่งที่ไม่เคยกล่าวออกไป จึงรีบยกมือปิดปากโดยไวสีหน้าตื่นตระหนกกังวลยิ่งยวด และรีบกล่าวน้ำเสียงอ่อนในทันใด
“บ่าว...บ่าวมิได้จะหมายความว่าคุณหนูน่าเกลียดนะเจ้าค่ะ...”
“ข้าน่าเกลียดตั้งแต่เกิดอยู่แล้วแล้วเจ้าก็แค่พูดความจริงออกมาเท่านั้น ไม่เห็นต้องรู้สึกผิดอะไร”
เซียถงมิได้สนใจคำกล่าวประเภทนี้อยู่แล้วในทางตรงข้าม หากอิ๋งเอ๋อร์ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนางหลังจากที่ลบเลือนร่องรอยจุดด่างดำทั่วใบหน้าไปจนสิ้นเกรงว่าสาวรับใช้ตัวน้อยนางนี้จะเป็นลมล้มพับด้วยความปีติยินดีแน่นอนเว้นช่องไฟไปหนึ่งจังหวะ เซียถงเอ่ยถามอีกครั้งว่า
“พวกนั้นน่าเกลียดเลยใช่หรือเปล่า?”
“ยิ่งกว่าน่าเกลียดอีกเจ้าค่ะ!เพราะไม่เพียงใบหน้าของคนพวกนั้นจะบวมแดงและมีแผลสด แต่ยังมีน้ำหนองไหลเยิ้มออกมาทำให้ส่งกลิ่นเน่าเหม็นไปทั่วบริเวณด้วยเจ้าค่ะ! จะกล่าวว่าเละเป็นหน้าศพก็ไม่เกินจริง!”
เซียถงพยักหน้าส่งยิ้มสีจางมอบให้
“คุณหนูพวกนั้นทุกคนล้วนล้างหน้าและกินดื่มจากน้ำที่ตักมาจากบ่อในป่าไผ่เขียวทั้งสิ้น”
อิ๋งเอ๋อร์เอ่ยปากกล่าวพลางเฝ้าสังเกตสีหน้าการแสดงออกของเซียถง
“อืม”
เซียถงพยักหน้าตอบอย่างใจเย็น
“แล้วคุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าค่ะว่ามีสิ่งผิดปกติบางอย่างกับบ่อน้ำในป่าไผ่เขียวแห่งนั้น?”
น้ำเสียงเอ่ยถามฟังดูรวนเรไม่แน่ใจแต่ไม่ว่านางจะโง่สักแค่ไหน แต่ยามนี้เองก็พึงทราบเช่นกันเรื่องความผิดปกติในบ่อน้ำนั้นน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณหนูของนางไม่มากก็น้อย
“คุณหนูของเจ้าย่อมรู้ดี”
เซียถงส่งยิ้มพร้อมคำตอบแสนกำกวมไปให้ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูออกน้องห้องไปอย่างสงบเกรงว่าเวลานี้คงถึงคราวที่ต้องเชยชมผลงานหน่อยแล้ว
เซียถงเดินจับราวบันไดลงไปชั้นล่างท่าทีใจเย็นเดินไปยังหอพักที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทำทีเดินผ่านไม่มีอะไร ในระหว่างนั้นก็แอบสังเกตเห็นหญิงสาวกลุ่มหนึ่งยืนมุงอยู่หน้าประตูห้องของไป๋หลี่อวี๋อิงแต่ละคนล้วนมีผ้าผืนใหญ่โพกอยู่ทั่วใบหน้าเหลือแค่ช่องแคบบริเวณสายตาที่เปิดให้เห็น บางคนถึงกับร้อนใจสุดขีดรอไม่ไหวยกกำปั้นขึ้นทุบประตูเรียก รอให้ไป๋หลี่อวี๋อิงเปิดประตูออกมาคุยกับพวกนางแน่นอนทั้งหมดก็เพื่อขอโอสถล้างพิษน็น
พวกนางกลุ่มนี้มิใช่ใครอื่นนอกเสียจากบรรดาสาวๆ ที่ทำลายถ้วยน้ำชาของฉีหมิงเยว่ทิ้งเมื่อวานนี้
พอเห็นแต่ละนางโพกผ้าเป็นชั้นหนาทั่วทั้งใบหน้าและศีรษะทำท่าทำทางลับๆ ล่อๆ ก้มหน้าก้มตามองแต่พื้น พลันปรากฏรอยยิ้มฉายแววพึงพอใจเปล่งสะท้อนออกมาจากดวงตาของเซียถง
โอสถพิษที่มีวัตถุดิบหลักเป็นกิ้งก่าพิษในหนองน้ำมีเพียงนักหลอมโอสถระดับชั้นปราชญ์โอสถขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถหลอมกลั่นโอสถล้างพิษชนิดนี้ออกมาได้และไป๋หลี่อวี๋อิงที่เป็นแค่ราชาโอสถ ย่อมไม่มีคุณสมบัติความสามารถนั้นโดยสิ้นเชิงสรุปได้ว่าพวกนางจะต้องทนอยู่ในสภาพใบหน้าเละดั่งศพเช่นนี้เป็นเวลาถึงสามเดือนเต็มพิษเหล่านี้ถึงจะถูกขับออกไปได้โดยใช้พลังลมปราณ
ตนใช้ชีวิตติดพันความอัปยศบนใบหน้าถึงสามเดือนเต็มนี่ก็เพียงพอแล้วที่จะทรมานพวกนางจนขาดใจตาย!
บรรดาสาวๆ เหล่านั้นยังคงยืนรออยู่หน้าห้องของไป๋หลี่อวี๋อิงเป็นเวลานานแสนนานแต่พอไม่เห็นว่าองค์หญิงของพวกนางจะเปิดประตูอออกมาต้อนรับเสียทีแต่ละคนก็ยิ่งวิตกกังวลหนักอึ้ง รีบช่วยกันยกมือเคาะประตูทันทีด้วยความตื่นตระหนก
“องค์หญิงเปิดประตูให้พวกเราเข้าไปด้วย!พวกเราถูกวางยาพิษ! องคห์หญิงโปรดนำโอสถถอนพิษแก่พวกเราด้วยเถิด!”
ไม่นานประตูห้องของไป๋หลี่อวี๋อิงก็ถูกเปิดออกพร้อมกับสาวรับใช้นางหนึ่งที่ปรากฏขึน้หน้าประตู เอ่ยปากทักบรรดาสาวๆ ขึ้นว่า
“วันนี้องค์หญิงไม่สบายและไม่สะดวกที่จะพบใครทั้งสิ้นคุณหนูทั้งหลายโปรดกลับไปก่อนเถิด”
“ไม่! ข้าถูกวางยาพิษและต้องการโอสถถอนพิษเดี๋ยวนี้! ไม่ว่าองค์หญิงจะคิดค่าโอสถเป็นจำนวนเท่าใดขอเพียงเอ่ยมาเท่านั้น พวกเราพร้อมจ่าย! เจ้าไปเรียกองค์หญิงออกมา!”
บรรดาสาวๆ ยิ่งตื่นตระหนกวิตกจริตกันหนักเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินสิ่งที่สาวรับใช้ตรงหน้าป่าวประกาศออกมาดังนี้ขณะเอ่ยกล่าวออกมาพวกนางแต่ละคนก็พยายามเบียดเสียดเข้าไปภายในห้องของไป๋หลี่อวี๋อิงกันอย่างชุลมุน
“องค์หญิงไม่ประสงค์จะพบผู้ใดในวันนี้หากพวกท่านยังคิดขัดขืนคำสั่งและบุกรุกเข้ามากันทั้งแบบนี้ เกรงว่าองค์หญิงจะโกรธเอาได้!”
สาวรับใช้นางนั้นของไป๋หลี่อวี๋อิงรีบกางแขนขาเพื่อหยุดไม่ให้บรรดาสาวๆพวกนั้นหลุดเข้าไปในห้อง
“แต่ข้าต้องการพบองค์หญิง!องค์หญิงมีความสัมพันธ์อันดีและสนิทสนมกับพวกเราเป็นที่สุดแล้ว!หากองค์หญิงทรงทราบว่าพวกเราโดนวางยาพิษ นางจะต้องอนุญาตให้เราเข้าไปด้านในแน่นอน!”
“องค์หญิงเจ้าค่ะ!ขอโอสถล้างพิษแก่พวกเราด้วย!!”
พอได้ยินสาวรับใช้ของป็หลี่อวี๋อิงกล่าวแบบนั้นบรรดาสาวๆ ทั้งหลายก็กลายเป็นบ้าในทันทีโดยไม่สนใจถึงตัวตนของไป๋หลี่อวี๋อิงอีกต่อไปพวกนางโยนผ้าและเสื้อผ้ากองโตที่ใช้โพกใบหน้าและศีรษะทิ้งกับพื้นทันทีเผยให้เห็นใบหน้าบวมเละอย่างกับศพแสนน่าสยดสยองขึ้นมาพวกนางทั้งหมดแย่งกันเข้าไปภายในห้องไป๋หลี่อวี๋อิงราวกับผีดิบหิวกระหายก็มิปาน
เซียถงเฝ้ามองภาพฉากนี้ระเบิดหัวเราะเยาะเย้ยภายในใจอย่างสนุกสนาน และตามที่บอกเล่ากล่าวเอาไว้หากต้องการลบเลือนใบหน้าบวมเลาะดั่งศพนี่ทิ้งจำเป็นต้องรอให้ผ่านพ้นช่วงระยะสามเดือน
“นี่พวกเจ้าไม่ฟังคำสั่งของข้าแล้วงั้นรึ?!คงเบื่อกับชีวิตนักกระมัง!?! ข้าบอกให้พวกเจ้าไสหัวไป!!!”
ขณะที่บรรดาสาวๆ พุ่งตัวแย่งกันเข้าห้องผ่านประตูบานน้อยจนติดแหง็กแออัดกันทันใดนั้นไป๋หลี่อวี๋อิงก็ปรากฏตัวขึ้นจากภายในห้อง ยืนกรานต่อหน้าทุกคนยกมือขึ้นสะบัดแส้ยาวสีดำกระหน่ำฟาดใส่พวกนางจนแตกกระเจิง
ใครที่อยู่ด้านหน้าล้วนโดนกระหน่ำแส้เฆี่ยนตีร้องไม่เป็นภาษาส่วนพวกที่อยู่ด้านหลังเห็นแบบนั้นเข้าก็รีบวิ่งหนีออกจากห้องด้วยความตื่นตระหนกตกใจ