ตอนที่ 27 จัดเตรียม
จากความทรงจำของร่างเดิม แม้ในยามปกตินั้นจี้ซิวผิงจะรักใคร่เอ็นดูตนเอง แต่กลับไม่ใช่การคล้อยตามอย่างไร้เหตุผล ทั้งยังไม่เคยมีเหตุการณ์ที่อยากจะเอ่ยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยเช่นนี้เลย จู่ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็เช่นนี้อย่างกะทันหัน ทว่ายามนี้ไม่ควรใส่ใจเื่วุ่นวายเหล่านี้มากจนเกินไป
“พี่ซิวผิง ท่านมักจะบอกข้าเสมอว่า ยามที่อยู่ต่อหน้าท่าน หาก้าเอ่ยสิ่งใดก็ให้ใจกล้าเอ่ยออกมาได้เลย อีกทั้งไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใดให้มากนัก แต่พอมาบัดนี้ เห็นชัดๆ ว่าตัวท่านเองมีเื่ที่อยากจะเอ่ย แต่กลับกลายเป็สงบเสงี่ยมเช่นนี้แทน”
“เชียนเอ๋อร์ก็ยังเป็เชียนเอ๋อร์คนเดิมเหมือนเมื่อก่อน เพียงแต่พอผ่านเื่ราวต่างๆ ในอดีตมาแล้ว จึงทำให้รู้ว่าตัวเองควรทำสิ่งใด ใครที่ดีต่อข้าอย่างแท้จริง ทว่าเหตุใดท่านจึงปฏิบัติกับข้าราวกับเป็ตุ๊กตากระเบื้องแสนบอบบางแตกง่ายตลอดเวลาเลยเล่า”
“ที่ข้าเอ่ยเื่พวกนี้กับท่าน ก็เพื่อให้ท่านสามารถเสนอความเห็นให้ข้า ในยามที่ต้องแก้ปัญหาจะได้ทำออกมาสมบูรณ์แบบโดยไร้ที่ติ หรือพี่ซิวผิงอยากเห็นตัวข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะครุ่นคิดเื่พวกนี้ใช่หรือไม่”
ราวกับกลัวว่าเอ่ยวาจาเช่นนี้แล้วจี้ซิวผิงจะไม่ยอมตอบ นอกจากในแววตาจะมีความจริงใจแล้ว ก็ยังเจือความรอคอยอีกด้วย มิหนำซ้ำยังใช้มือทั้งสองข้างดึงแขนของจี้ซิวผิง แล้วเขย่าเบาๆ ราวกับเด็กน้อยออดอ้อนอยากได้ขนมหวานก็มิปาน
สิ่งที่จี้ซิวผิงทนไม่ได้เป็ที่สุด ก็คือท่าทางน่ารักไร้เดียงสาเช่นนี้ของถงเชียน ในอดีตถึงคราที่มีเื่อันใด ตราบใดที่นางยังยืนกราน ตนเองก็จนปัญญาที่จะปฏิเสธ ยามนี้ก็เช่นเดียวกันเอ่ยวาจาไม่ออกเลยสักคำ
ยิ่งไปกว่านั้นนางได้กล่าวไว้หมดแล้ว ความจริงนางมิได้มีสิ่งใดที่เปลี่ยนไป เพียงแค่เข้าใจเื่ราวอย่างแจ่มแจ้งก็เท่านั้น ทว่าตนเองทำตัวแปลกไปจริงๆ เพราะความเปลี่ยนแปลงของนาง เลยทำให้ไม่กล้าที่จะพูด มิหนำซ้ำเฝ้าจับตามองอารมณ์ที่เปลี่ยนไปทุกขณะอีก มันยากที่จะอธิบายจริงๆ
“เชียนเอ๋อร์ อันที่จริงแล้วสิ่งที่เ้ากล่าวมานี้ หากลองไปคิดดูให้ละเอียดถี่ถ้วนล่ะก็ ข้าย่อมเห็นว่ามันสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ ทว่าในระหว่างที่นำไปใช้ย่อมต้องมีปัญหาแน่นอน”
“ประการแรกคือจะรวบรวมคนกลุ่มใหญ่ในหมู่บ้านให้มาฟังบรรยายได้อย่างไร ทั้งยังต้องให้พวกชาวบ้านเข้าร่วมโดยสมัครใจอีกด้วย อีกประการคือเมื่อเสาะหาคนเ่าั้มาได้แล้ว พวกเราจะจัดหางานให้คนเ่าั้อย่างไร หากมีแค่ภายในบ้านของพวกเราล่ะก็ เกรงว่าจะรองรับคนมากมายถึงเพียงนั้นไม่ไหว”
“ยังมีอีกข้อหนึ่งที่สำคัญมากที่สุด เ้าจะจัดการคนจำนวนมากเ่าั้เช่นไร ไหนจะต้องฟังอาจารย์ถ่ายทอดวิชาความรู้ ไหนจะต้องทำการเกษตรเพาะปลูก แค่เพียงแปลงเพาะปลูกของบ้านเรา รวมถึงฤดูทำการเกษตรที่มีจำกัด ก็ไม่สอดคล้องกับความเป็จริงแล้ว เชียนเอ๋อร์ เ้าจะทำสิ่งใดข้าล้วนให้การสนับสนุน ทว่าพวกเราไม่อาจที่จะไม่คำนึงถึงสภาพความเป็จริงได้”
ถงเชียนได้ฟังเขาวิเคราะห์อย่างมีระเบียบแบบแผนแล้ว สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็จริงจัง ทว่าในใจกลับรู้สึกดีใจแปลกๆ แค่เริ่มต้นเขาก็สามารถหาวิธีแก้ไขได้อย่างเหมาะสมแล้ว ทั้งยังสามารถวิเคราะห์ปัญหาออกมาได้อย่างแม่นยำ ดูเหมือนสิ่งที่ตนเองทำทั้งหมดในวันนี้นับว่าคุ้มค่าแล้ว
ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากจนได้ จึงไม่ตามเกาะแกะเขาอีก เพียงแค่นั่งอยู่ข้างๆ ห้อยขาแกว่งไปแกว่งมาเป็บางครั้ง
“พี่ซิวผิง ท่านสามารถตั้งคำถามเช่นนี้ได้ ความจริงแล้วข้าดีใจยิ่งนัก ท่านลองคิดดูสิ หากพวกเรากระจายข่าวในหมู่บ้านว่าจะเชิญอาจารย์มาให้วิชาความรู้ด้านการเพาะปลูกแก่พวกเรา แล้วยังเชิญคนมาชี้แนะอีกด้วย พวกเราก็แค่ใช้แปลงเพาะปลูกเป็ห้องเรียน มิหนำซ้ำยังรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย”
“ท่านว่าทำเช่นนี้ถือเป็การประกาศให้ผู้คนรับรู้ในอีกวิธีหนึ่งหรือไม่ ไม่เพียงแต่ไม่ต้องไปเปลืองน้ำลายบอกให้ทำสิ่งใด ไม่ต้องถูกคนชั่วประสงค์ร้ายบ่อนทำลาย ทั้งยังค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงจนสัมฤทธิผลอีกด้วย”
จี้ซิวผิงได้ยินดังนี้ ยังอดที่จะชื่นชมในความคิดแปลกใหม่ของถงเชียนไม่ได้ หากบอกว่าตนประหลาดใจยามที่ได้ฟังนางขับกล่อมบทเพลง ฉะนั้นยามที่เห็นว่านางยอมขยันหมั่นเพียรอย่างไม่ลดละเพื่อที่จะแก้ไขความผิดพลาดในอดีต เลยทำให้ตนเองรู้สึกปวดใจ ทว่ายามนี้ตนเองคงจะรู้สึกตะลึงไปแล้ว
“เ้าอยากให้คนในหมู่บ้านเป็ฝ่ายมาหาพวกเรา แทนที่พวกเราจะไปฝ่ายไปหาพวกเขา เมื่อเป็เช่นนี้ก็จะทำให้พวกเราเป็ฝ่ายควบคุม ต่อไปในอนาคตหากพวกเขาจะหาข้อผิดพลาด คงจะไม่ง่ายเช่นนั้น”
เมื่อกล่าวดังนี้ ก็คิดใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งเพียงชั่วครู่ แล้วจึงเอ่ยต่อว่า “เ้า้าให้ป้าหวังนั้นพูดแทน มีเพียงนาง ที่จะทำให้ผู้คนรู้อย่างแจ่มแจ้งโดยที่ไม่รู้สึกตัว”
ถงเชียนได้ยินเช่นนี้แล้วจะนั่งติดได้อย่างไร ที่แท้พี่ชายตัวน้อยของตนก็ฉลาดมากเลยนี่นา จึงะโลงมายืนที่พื้น เอาสองมือไขว่หลัง แล้วเดินไปมาไม่หยุด
“ท่านกล่าวได้ถูกต้อง ข้าคิดที่จะยืมปากป้าหวังพูดแทน จากนั้นก็ทำให้คนจำนวนมากรับรู้เื่ที่พวกเรากำลังทำ เพียงแต่ไม่ต้องบอกนางให้ชัดเจน โดยใช้เื่ที่นางเพิ่งจะช่วยเหลือพวกเรานั้นไปแสดงความขอบคุณ จากนั้นก็ถือโอกาสเล่าแผนการของพวกเราออกไป เช่นนี้ก็จะสามารถทำในสิ่งที่พวกเรา้าทำได้แล้ว ท่านมีความเห็นเช่นไร”
จี้ซิวผิงมองท่าทางเช่นนี้ของนาง แววตาก็เริ่มปรากฎความรักใคร่เอ็นดูขึ้นมาเด่นชัด “เชียนเอ๋อร์ บัดนี้นับวันเ้ายิ่งฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เื่ราวภายในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ล้วนมาจากป้าหวังผู้นั้นเป็คนป่าวประกาศทั้งสิ้น ข้าชื่อว่าในไม่กี่วัน จะต้องมีผู้คนไปฟังการบรรยายของอาจารย์เยอะขึ้นเรื่อย ๆ เป็แน่”
“เพียงแต่ พวกเราไปหาป้าหวังเวลาใดจึงจะเหมาะสมเล่า อีกทั้งยามนี้พวกเราเองก็ยังเสาะหาคนที่พวกเรา้ายังไม่เจอ แม้แต่อาจารย์ก็ยังไม่แน่นอน แล้วจะทำเื่พวกนี้ได้อย่างไร”
ดูเหมือนถงเชียนจะรู้ว่าจี้ซิวผิงอาจถามคำถามอย่างนี้ก็มิปาน จึงสั่นศีรษะแล้วหมุนกายเดินต่อไป พลางเอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า “อันที่จริงในตอนที่ข้าเลือกอาจารย์ชิวให้ท่าน ข้าได้ทำความเข้าใจบรรดาอาจารย์ที่สอนสั่งความรู้จนครบทุกด้านแล้ว”
“ย่อมเข้าใจในสิ่งที่พวกเขา้า ในขณะเดียวกันก็มั่นใจว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขา ส่วนคนที่พวกเราเตรียมจะอุปการะเ่าั้ ข้าได้ให้แม่หนูอวิ๋นช่วยจับตาดูแล้ว เพียงแต่พวกเราต้องไปตรวจสอบกันดูอีกสักรอบ อย่างไรเสียการพาพวกเขากลับมา ก็ไม่ใช่เพื่อใช้ชีวิตเกษตรกรเพาะปลูกอย่างเรียบง่ายเพียงเท่านั้น”
มองเห็นท่าทางสงสัยของจี้ซิวผิงแล้ว ก็หยุดเดินเป็วงกลม จากนั้นกล่าวว่า “ข้าไม่เพียงแต่จะให้พวกเขาติดตามอาจารย์เพื่อเรียนรู้วิชาการเกษตรในฤดูเพาะปลูกเพียงเท่านั้น แต่ยังจะให้พวกเขาเป็ลูกศิษย์และติดตามอาจารย์เรียนรู้เฉพาะด้านอีกด้วย นั่นเท่ากับว่าแต่นี้ต่อไปพวกเราจะมีคนที่มีความรู้ความสามารถด้านการเกษตรอย่างแตกฉาน”
“อีกทั้งยังให้พวกเขาฝึกอบรมและจัดหาอาจารย์ที่แตกต่างกันมาสอนพวกเขา ในอนาคตหากท่านได้เข้าเป็ขุนนางจริงๆ ก็ทิ้งพวกเขาส่วนหนึ่งไว้เฝ้าทรัพย์สินของพวกเราที่นี่ อีกส่วนหนึ่งก็ให้ตามพวกเราไป แล้วเริ่มต้นจากศูนย์”
“ไม่ว่าจะทำสิ่งใด หากไม่มีคนที่ตนเองสามารถไว้ใจได้ ไม่มีคนที่ยอมทำสิ่งใดให้อย่างแท้จริง ท้ายที่สุดก็จะถูกขัดขวางไม่ให้เจริญก้าวหน้า ทว่าพวกเขาเป็คนกลุ่มแรกที่ข้าเตรียมจะอุปการะเลี้ยงดู นั่นเท่ากับว่าจะเป็กลุ่มคนที่มีความสามารถรอบด้าน”
.
.
.