เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 59 ปล่อยมือจากเธอ

            แสงไฟริมแม่น้ำที่เริ่มมืดลงทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนดำสนิท ทั้งเมืองเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการหลับใหล

            ลู่เป๋าเหยียนยืนอยู่บนสวนดอกไม้ลอยฟ้าชั้นบนสุดในมือคีบบุหรี่ที่กำลังส่งควันลอยล่องขึ้นผ่านหน้าของเขาและจางหายไปเหลือเพียงแต่กลิ่นฉุนของมันที่ยังคงอยู่

            ครั้งที่แล้วที่เขาสูบบุหรี่คือในคืนหลังจากที่เธอถูกคนร้ายจับตัวไปซูเจี่ยนอันต้มซุปเอาไปให้เจียงเส้าข่ายที่โรงพยาบาลจนดึกมากแล้วเธอก็ยังไม่กลับมา ราวกับเธอได้ลืมไปแล้วว่าตอนนี้เธอแต่งงานแล้วและมีสามีกำลังรอคอยอยู่ที่บ้าน

            ตอนกลางวันเขาเข้าไปช่วยแก้มัดเชือกอยู่ข้างกายเธอแต่เธอกลับรีบพุ่งเข้าไปหาเจียงเส้าข่าย เขาส่งเสียงเรียกเธอแต่เธอกลับกำลังเสียน้ำตาให้กับเจียงเส้าข่าย

            ตอนนั้นเขาคิดว่าสงสัยสิ่งที่เสิ่นเยว่ชวนพูดจะเป็นความจริง คนที่เธอชอบก็คือเจียงเส้าข่าย

            ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆเขาควรจะปล่อยเธอไป?

            ที่จริงเขาควรทำอย่างนั้นเพราะประวัติของตระกูลขาวสะอาด เจียงเส้าข่ายเองก็มีอำนาจมากพอที่จะปกป้องเธอ

            เมื่อเทียบกันแล้วเจียงเส้าข่ายดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ

            แต่ภายในใจของเขาเขาอยากจะพุ่งตัวไปโรงพยาบาล แล้วจับเธอมัดเอาไว้ข้างกายไม่ให้ไปไหนไปตลอดชีวิตสายตาของเธอจะต้องมองมาทางเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

            ความถูกต้องกับความต้องการส่วนตัวต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งเขาไม่เคยรู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้มาก่อนเถ้าบุหรี่ที่อยู่ตรงหน้าเริ่มทับถมมากขึ้นเรื่อยๆ

            ตอนหลังที่เขาพาเธอไปโรงพยาบาลระหว่างทางซูเจี่ยนอันถามว่า เขากำลังคิดอะไรอยู่

            จะให้เขาตอบเธออย่างไรกัน? เขากลัวหากต้องเห็นสีหน้าอันดีใจของเธอยามที่เป็นอิสระจากเขาเขากลัวใจเขาเองจะรับไม่ได้จนเผลอทำร้ายเธอ

            หรือบีบบังคับเธอเหมือนอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้

            ถ้าไม่ใช่เพราะมีอุบัติเหตุไม่คาดฝันเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเหมือนกันว่า ตอนนี้เขาจะกำลังทำอะไรอยู่

            เขาเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้มานานมากเหลือเกิน

            เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำลู่เป๋าเหยียนจึงดับบุหรี่ในมือและเดินกลับไปซูเจี่ยนอันยืนมองเขาด้วยสายตาะระแวดระวัง บนคอของเธอยังคงมีรอยแดงที่เขาทิ้งเอาไว้

            ไฟบางอย่างในตัวเขาเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งเขาจึงรีบเบือนสายตาจากจุดนั้นไปจ้องมองดวงตาใสแจ๋วของเธอแทน

            “เรื่องเมื่อกี้นี้...”

            “ฉันลืมไปหมดแล้ว!”ซูเจี่ยนอันพูดขัดขึ้นมา แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่อยากนึกถึงเรื่องเมื่อกี้อีก

            “ฉันต้องขอโทษด้วย”ลู่เป๋าเหยียนพูด

            ซูเจี่ยนอันไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเธอสะบัดผ้าห่มแล้วล้มตัวนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าหากำแพงในทันที เธอคิดอยู่สักพักแล้วจึงหยิบหมอนสองใบมาวางคั่นไว้ตรงกลางเตียง

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นการกระทำของเธอแล้วเขายิ้มเยาะตัวเองออกมา และเดินเข้าห้องหนังสือไป

            เมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาอีกซูเจี่ยนอันจึงพลิกตัวนอนหงายพลางมองประตูไม้โอ๊คที่ปิดสนิท จากนั้นจึงหลับตาลง

            ลู่เป๋าเหยียนไม่อยู่ในห้องนอนแล้วก็ดีเธอจะได้ไม่ต้องนอนตัวเกร็งไปหมด

            ที่จริงซูเจี่ยนอันเริ่มง่วงมานานแล้วไม่นานหลังจากล้มตัวลงนอนจึงหลับไปในทันทีเมื่อเข้าสู่นิทราเธอก็ฝันเห็นเหตุการณ์ในวันที่เธอถูกฆาตกรโรคจิตจับตัวไว้

            เธอถูกเขาจับมัดให้นอนกองอยู่ที่พื้นพลางแกว่งมีดไปมาบนตัวเธอ

            “เดี๋ยวฉันช่วยสลักสัญลักษณ์สวยๆไว้บนตัวเธอดีไหม”

            “ไม่นะ...”เธอส่ายหน้าพลางร้องไห้ “ปล่อยฉัน ปล่อยฉันออกไป”

            ค่ำคืนที่แสนเงียบสงบเสียงร้องของเธอลอดผ่านประตูไม้โอ๊คเข้ามาในห้องหนังสือ

            ลู่เป๋าเหยียนรีบปิดเอกสารและเดินออกไปในทันทีที่ได้ยินเขาเห็นซูเจี่ยนอันขดตัวดิ้นไปมาอยู่ใต้ผ้าห่มน้ำตาไหลเธอออกมาจากเปลือกตาไม่ยอมหยุด พลางส่งเสียงร้องขอให้ใครสักคนปล่อยตัวเธอดูท่าคงกำลังฝันร้าย

            หัวใจเขาเหมือนมีอะไรมาบีบรัดเขารีบเดินเข้าไปกุมมือเธอ จากนั้นเธอก็ละเมอขึ้นว่า

            “ช่วยฉัน...ลู่เป๋าเหยียนนายอยู่ไหน ช่วยฉันด้วย...”

            คนที่ตอนกลางวันดูเก่งกล้าไม่ยอมแพ้ใครแต่พอฝันร้ายเท่านั้น ก็กลับกลายเป็นปีศาจตัวน้อยแสนอ่อนแอที่กำลังถูกทำร้ายเสียงสั่นๆ ของเธอทำเอาใจของเขาอ่อนยวบ

            “ตื่นเถอะเจี่ยนอัน” เขาลองส่งเสียงปลุกเธอ “เธอแค่ฝันร้าย”

            ซูเจี่ยนอันจับมือเขาไว้แน่นเหมือนคนจมน้ำที่กำลังยึดเหนี่ยวขอนไม้เพียงหนึ่งเดียวที่ลอยอยู่ตรงหน้าพลางเรียกชื่อเขาไม่หยุด

            “ลู่เป๋าเหยียนลู่เป๋าเหยียน ช่วยฉันด้วย...”

            ตอนที่เธอถูกจับตัวไว้ในใจของเธอก็ร้องเรียกหาเขาแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า?

            ลู่เป๋าเหยียนรู้สึกสงสารซูเจี่ยนอันจับใจเขากอดเธอเอาไว้ในอ้อมอกพลางตบหลังเธออย่างแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบโยนเด็กน้อยที่ร้องไห้กลางดึกการกระทำของเขาทำให้ซูเจี่ยนอันหยุดร้องไห้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เธอค่อยๆ ขยับเข้าสู่อ้อมกอดของเขาให้มากขึ้นอย่างหาที่พึ่งอันแสนปลอดภัย

            หางตาของเธอยังคงมีคราบน้ำตาขนตางอนยาวมีหยดน้ำใสเกาะอยู่ ช่างดูน่าสงสารเหลือคณนา

            ลู่เป๋าเหยียนได้ยินเสียงถอนหายใจของตัวเอง

            เป็นซะแบบนี้แล้วจะให้เขาปล่อยมือเธอไปได้ยังไง?

            วันรุ่งขึ้นลู่เป๋าเหยียนตื่นแต่เช้าซูเจี่ยนอันยังคงนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดเขาเฉกเช่นเมื่อวาน เขาค่อยๆ ขยับตัวออกห่างแต่เธอกลับทำท่าเหมือนตื่นตระหนก พลางขมวดคิ้วและขยับเข้าไปในผ้าห่มนอนขดตัวงอราวกับกุ้ง

            ลู่เป๋าเหยียนรู้สึกมีอะไรบางอย่างผิดปกติทำไมหน้าเธอถึงซีดขนาดนี้

            เดิมทีซูเจี่ยนอันก็เป็นคนขาวมากอยู่แล้วแต่เป็นความขาวแบบคนสุขภาพดีที่มีเลือดฝาด แต่ในตอนนี้ใบหน้าเธอดูขาวซีดริมฝีปากอิ่มก็ดูซีดเซียวจนน่าเป็นห่วง

            “เจี่ยนอัน!”ลู่เป๋าเหยียนเขย่าไหล่เธอ “ซูเจี่ยนอัน ตื่นสิ!”

            “อืม...”ซูเจี่ยนอันส่งเสียงประท้วง เธอขมวดคิ้วยุ่งกว่าเดิมขณะมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม

            “ตื่นสิ!”ลู่เป๋าเหยียนส่งเสียงเรียกดังกว่าเดิมอย่างร้อนใจ

            ซูเจี่ยนอันลืมตาที่ดูอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเห็นดังนั้นลู่เป๋าเหยียนก็ยิ่งร้อนใจเข้าไปใหญ่

            “เธอไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”

            เธอปวดท้องมากเหมือนอย่างทุกทีในช่วงเวลาแบบนี้

            ก่อนหน้าที่ประจำเดือนจะมาถ้ากินไม่ดีหรือพักผ่อนไม่เพียงพอละก็ อาการปวดของเธอจะเพิ่มขึ้นมากแต่ก่อนเคยปวดหนักถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยซ้ำ

            หลังจากนั้นก่อนที่ประจำเดือนจะมา เธอมักจะใส่ใจกับการกินการนอนเป็นพิเศษจนเมื่อครึ่งปีที่ผ่านมาอาการปวดได้หายไป แต่ช่วงก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเธอทั้งถูกจับตัว ทั้งเครียดเรื่องลู่เป๋าเหยียน อาการจึงกำเริบคราวนี้เธอปวดยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ เสียอีก

            เธอพยายามลุกขึ้นนั่งเมื่อสบตาเขาเธอก็เบือนหน้าออกพลางส่ายหน้า

            “ฉันไม่เป็นไร”

            เธอฝืนเดินไปยังห้องน้ำเมื่อออกมาอาการง่วงงุนก็เริ่มดีขึ้นบ้าง เหลือแต่เพียงความปวดหน่วงๆ ตรงท้องน้อยที่ทำเอาแทบทนไม่ไหว

    ลู่เป๋าเหยียนกุมมือเธอขึ้นมา

            “เดี๋ยวฉันพาเธอไปโรงพยาบาล”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไปอยู่นานกว่าจะมีแรงพูดตอบเขา

            “นายรู้จักอาการปวดประจำเดือนใช่หรือเปล่ามันไม่ใช่โรคร้ายอะไร ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรอกนอนพักแค่วันเดียวก็หายแล้ว”

            ว่าแล้วเธอก็เดินกลับไปที่เตียงเธอรู้สึกเพลียมาก แต่เพราะความเจ็บปวดที่เหลือทน ทำให้นอนไม่หลับเสียที จึงได้แต่หลับตานอนพักเท่านั้น

            ลู่เป๋าเหยียนรินน้ำอุ่นให้เธอ

            “หิวหรือเปล่าเดี๋ยวฉันเรียกคนให้เอาอาหารเช้าขึ้นมาให้”

            “อืม”ซูเจี่ยนอันตอบกลับไปอย่างเพลียๆ อาหารเช้าที่ถูกส่งขึ้นมาเป็นขนมปังทาแยมหอมๆ กับนมร้อนหนึ่งแก้วซูเจี่ยนอันกินไปได้สองคำก็รู้สึกกินไม่ลง จึงดื่มนมไปอีกครึ่งหนึ่งจากนั้นก็เอนนอนลงบนเตียงอย่างหมดแรง

            ในขณะที่กำลังสะลึมสะลือเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยหยุดอยู่ที่ข้างเตียงมืออุ่นยกขึ้นมาอังหน้าผากเธอ เธอรู้ดีว่าเป็นมือของใครจึงยิ้มออกมาทั้งที่ยังหลับตา

            “ฉันไม่มีไข้นายควรไปบริษัทได้แล้ว”

            “ถ้ามีอะไรก็โทรหาฉันเข้าใจไหม”

            “อืม...”

            เสียงของเธอแผ่วเบาเหมือนกำลังจะหลับลู่เป๋าเหยียนลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบจากนั้นจึงเรียกให้เลขามาช่วยดูแลเธอ เขาถึงวางใจไปทำงานได้

            เลขาสาวที่ถูกเรียกมาเองรู้ดีถึงอาการปวดประจำเดือนที่ผู้หญิงหลายคนต้องพบเจอแต่เธอไม่นึกเลยว่าซูเจี่ยนอันจะปวดท้องมากขนาดนี้มิน่าลู่เป๋าเหยียนถึงได้สั่งให้เธอมาคอยเฝ้า

            เธอนอนหลับเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสาคงไม่มีใครคิดว่านี่คือภรรยาของผอ.ใหญ่เครือบริษัทลู่ลู่เป๋าเหยียนสั่งเอาไว้ว่าให้ซูเจี่ยนอันพักผ่อนมากๆเลขาสาวเองไม่กล้าเข้าไปรบกวนจึงหยิบโน้ตบุ๊คที่ทำการปิดเสียงแล้วเรียบร้อยเดินไปนั่งเช็คอีเมลอยู่ที่ห้องรับแขกเธอเปิดประตูทิ้งไว้เพื่อคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของซูเจี่ยนอัน

            ที่จริงซูเจี่ยนอันไม่ได้หลับลึกจึงพอรู้ตัวอยู่บ้างว่ามีใครมา เธอตื่นอีกทีก็เที่ยงแล้วหน้าผากของเธอมีเหงื่อซึมออกมาบางเบา ว่าแล้วจึงลุกออกจากเตียงและก็พบกับเลขาสาวที่ยืนคอยอยู่หน้าประตูห้อง

            “คุณนายตื่นแล้วเหรอคะ”

            “คุณ...”

            “ท่านผอ.ไม่อยากให้คุณอยู่คนเดียวจึงสั่งให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อนคุณนายค่ะ” เลขาสาวอธิบายพลางยิ้ม“คุณนายรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยังคะ ยังปวดอยู่หรือเปล่า”

            “ดีขึ้นมากแล้วขอบคุณค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันหยิบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำเลขาสาวที่มองตามหลังเธอไปถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย ที่เมื่อคืนชุดนอนตัวงามที่ตนอุตส่าห์เลือกสรรอย่างดีไม่ได้ถูกใช้งานดั่งที่ควรและก็ต้องถอนหายใจอีกครั้งว่า คุณนายของท่านผอ.หุ่นดีเหลือเกิน

            จากการพบกันอย่างเร่งด่วนเมื่อคืนเธอก็แค่รู้สึกว่าซูเจี่ยนอันเป็นคนสวย แต่ในสายตาเธอตอนนี้ซูเจี่ยนอันเป็นคนที่สวยไร้ที่ติตั้งแต่หัวจรดเท้าขาเรียวยาวและทรวดทรงอกเอวที่ถึงแม้จะไม่ได้ดึงดูดสายตาในทันที เหมือนกับพวกผู้หญิงที่ชอบอวดความเซ็กซี่แต่ทุกอย่างกลับดูน่ามองไปหมด มิน่าผอ.ลู่ถึงได้หลงรักเธอ

            เมื่อซูเจี่ยนอันเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยทางโรงแรมก็ให้คนมาส่งอาหารเที่ยง เป็นอาหารที่รสชาติไม่จัดมาก หน้าตาดูน่าทานทำเอาท้องเธอเริ่มร้อง เลขาสาวพูดขึ้นว่า

            “ท่านผอ.คนสั่งกับทางโรงแรมให้เตรียมไว้เป็นพิเศษแน่เลยค่ะ”

            “เอ่อ?” ซูเจี่ยนอันไม่ค่อยเข้าใจ

            “คุณนายลองคิดดูนะคะว่าโรงแรมห้าดาวแบบนี้ ปกติเขาจะจัดอาหารเป็นพวกโจ๊กแบบนี้หรือเปล่า”

            อาจเป็นเพราะอายุที่ใกล้เคียงกันซูเจี่ยนอันเองก็ไม่ใช่คนถือตัว เวลาเลขาสาวพูดกับเธอจึงค่อนข้างสบายๆ ซูเจี่ยนอันเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอมองอาหารที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็แย้มยิ้มออกมา

            เลขาจึงพูดต่อว่า“ท่านผอ.เป็นห่วงความรู้สึกของคุณนายมากนะคะ เมื่อวานฉันบอกกับเขาว่าทิ้งให้คุณอยู่คนเดียวที่โรงแรมคงไม่ดี เขาจึงเลิกงานก่อนกำหนดเพื่อกลับมาที่นี่”

            “เมื่อวานเขากลับมาก่อนเหรอคะ”

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกแปลกใจที่เธอรู้มาคือเมื่อคืนเขาควรเลิกงานประมาณเที่ยงคืน แต่ห้าทุ่มเขาก็ไปปรากฏตัวที่สวนสาธารณะเธอนึกว่าเขาทำงานเสร็จก่อนเวลา ที่ไหนได้เขาตั้งใจเลิกงานก่อนเพื่อมาหาเธอ

            มิน่าตอนเธอถามเขาเขาจึงไม่ยอมตอบ แถมทำหน้านิ่งถามเธอย้อนกลับอีก เธอก็กลัวว่าเขาจะโกรธเลยไม่ได้ซักไซ้ต่อ

            “ไม่ใช่แค่ท่านผอ.หรอกค่ะเขายังสั่งให้ทุกคนเลิกงานก่อนเวลาด้วย” เลขาสาวยิ้ม “ผู้ช่วยเสิ่นยังบอกเลยค่ะว่าคุณคือฮีโร่ของพวกเรา เอ่อ...ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ คุณนายกับท่านผอ.แอบคบกันมานานหลายปีแล้วใช่ไหมคะ?”

            ซูเจี่ยนอันถามอย่างสงสัย“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ”

            “เพราะว่าหลายปีมานี้ท่านผอ.ไม่เคยคบใครเลยน่ะสิคะ!”เลขาสาวตอบ “ถึงคนข้างนอกจะลือกันว่าหานรั่วซีเป็นแฟนของเขาแต่คนในบริษัทรู้ดีค่ะว่าหานรั่วซีก็แค่เกาะท่านผอ.เพื่อให้ตัวเองโด่งดังก่อนหน้านี้ที่มีข่าวออกมาว่าท่านผอ.จะแต่งงาน พวกเรายังเดากันเลยค่ะว่าพวกคุณคงแอบคบกันมานานหลายปีแล้ว”

            “เปล่าหรอกค่ะ”ซูเจี่ยนอันกล่าว “แต่ว่าพวกเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก”

            “ว้าว!”เลขาสาวอุทาน “มิน่าล่ะคะ เพราะโตมาด้วยกันนี่เอง!”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592