“มิ้ว...”
หยางเถาอวี้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาขณะรับรู้ได้ว่าท่อนแขนข้างหนึ่งของนางถูกเขย่าเร่าๆนางกวาดตามองไปโดยรอบอย่างรวดเร็วสิ่งแรกที่รับรู้คือนางกำลังนอนอยู่บนพื้นหญ้านุ่ม รอบด้านเป็นทุ่งหญ้ากว้างมีข่าเอ๋อนั่งจ้องมองนางอยู่ข้างตัวพร้อมด้วยน้ำตาคลอหน่วย
“ขอบใจที่ช่วยนะข่าเอ๋อข้าปลอดภัยแล้ว เจ้าไม่เป็นไรนะ”หยางเถาอวี้พูดพร้อมกับดึงข่าเอ๋อเข้ามาสำรวจว่ามันได้รับอันตรายอันใดหรือไม่เมื่อเห็นว่ามันปลอดภัยดี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จึงสวมกอดมันไว้ในอ้อมอกมือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบศีรษะเพื่อปลอบโยนก่อนที่จะล้วงยาและน้ำทิพย์ออกมากินรักษาตัวเองจากนั้นจึงพลันนึกถึงเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งขึ้นมาได้
“นี่ข้าหมดสติไปนานหรือไม่”เด็กสาวกล่าวพลางหายตัวเข้าไปในมิติของรุ่ยเอ๋อทันที
“ไม่นานเจ้าค่ะข่าเอ๋อพาท่านหนีมาทันที มาถึงแค่ไม่กี่อึดใจท่านก็รู้สึกตัวแล้ว” ภายในมิติรุ่ยเอ๋อกล่าวตอบ
“ท่านลุงผู้นั้นเล่า”หยางเถาอวี้รีบมองหาร่างของชายชราที่นางพาตัวเข้ามาในมิติของรุ่ยเอ๋อได้ทันก่อนที่ตนจะหมดสติไป
“ข้าพาไปนอนอยู่ในเรือนพักของอาเหยาเจ้าค่ะ”
หยางเถาอวี้ได้ยินเช่นนั้นจึงไม่รอช้ารีบสาวเท้าเข้าไปในเรือนไม้ทันที
ร่างของชายชรานอนทอดตัวอยู่บนเตียงหัวใจของเขาหยุดเต้น มุมปากมีคราบเลือดเกรอะกรังมือเท้ายังมีสายโซ่ที่ถูกตัดขาดติดมาด้วยระโยงระยาง
“ข้าประมาทจนทำให้เขาต้องตาย”เด็กสาวน้ำตาซึม “ไม่ ตามที่พี่รุ่ยเอ๋อบอก ข้าเพิ่งหมดสติไปไม่นานระยะเวลาจากตอนนั้นจนถึงตอนนี้น่าจะยังไม่เกินสี่ห้านาที น่าจะยังมีหวังข้าต้องลองดู” น้ำเสียงแฝงความดื้อดึงไม่ยินยอมนางกล่าวพลางเรียกให้ทีเจวันคืนร่าง
“ทีเจวันเปิดเครื่องช่วยชีวิตเต็มพิกัดเร็วเข้า ต่อระบบหัวใจเทียมให้เขา”หยางเถาอวี้รีบสั่งการ นางต้องแข่งกับเวลาทุกวินาทีขณะนี้ไม่สามารถกระตุ้นหัวใจของชายชราให้กลับมาเต้นใหม่ได้โดยตรงนางต้องทำลายอักขระรัดตรึงใจออกไปก่อน
ทีเจวันดำเนินการตามคำสั่งอย่างไม่รอช้าเขาตัดเปิดช่องอกของชายชราพร้อมเชื่อมต่อระบบหัวใจเทียมเข้าไปทันทีก่อนที่สมองของชายชราจะเกิดความเสียหาย
หยางเถาอวี้เห็นทีเจวันดำเนินการได้อย่างราบรื่นนางจึงหันไปจดจ่ออยู่กับอักขระรัดตรึงใจที่บีบเค้นหัวใจของชายชราจนหยุดเต้นข้อมูลมากมายไหลเวียนอยู่ในหัวในที่สุดจึงค้นเจอวิธีการทำลายอักขระชนิดนี้จากเนื้อหาส่วนหนึ่งของภาควิชาอักขระชั้นเซียนในคัมภีร์เฉียนคุน
“นี่...ต้องใช้หญ้าไส้ขาดประกอบการทำลายอักขระรัดตรึงใจ ทำยังไงดี” หยางเถาอวี้หน้าเสียภายในมิติของรุ่ยเอ๋อไม่มีหญ้าเซียนชนิดนี้
“มิ้ว”ข่าเอ๋อได้ยินเช่นนั้นก็ร้องมิ้วออกมาคำหนึ่งพร้อมหายตัวไปเพียงไม่กี่อึดใจมันก็โผล่กลับเข้ามาในมิติของรุ่ยเอ๋อพร้อมกับหญ้าไส้ขาดในมือน้อยๆที่ยื่นส่งให้หยางเถาอวี้
“วิเศษจริงเก่งมากๆ ข่าเอ๋อ” หยางเถาอวี้ถึงกับตะลึงงัน เอ่ยชมคู่หูตัวน้อยไม่หยุดนางรีบรับหญ้าไส้ขาดมาจากเจ้าตัวเล็ก เด็กสาวใช้พลังปราณเผาหญ้าไส้ขาดจนเป็นผงสกัดส่วนผสมที่ไม่ต้องการทิ้งไปก่อนที่จะควบคุมให้ผงยาลอยเข้าสู่วงอักขระที่นางค่อยๆวาดขึ้นกระทั่งวงแสงสีทองก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์
หยางเถาอวี้ไม่รอช้านางควบคุมวงแสงอักขระสีทองเข้าทำลายอักขระรัดตรึงใจอย่างใจเย็นมองเห็นสายอักขระสีดำทมึฬที่พันเกี่ยวชอนไชอยู่ทั่วหัวใจของชายชราค่อยๆสลายหายไปจนหมดสิ้น นับว่าทำลายอักขระชั่วร้ายชนิดนี้ลงได้แล้ว
“ฟู่..สำเร็จแล้ว” เด็กสาวผ่อนลมหายใจยาวออกมาคำหนึ่งพร้อมยกชายแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อที่หลั่งออกมาเต็มหน้าผาก
“ต่อหัวใจกลับเข้าสู่ระบบได้เลยทีเจวัน”ทีเจวันเชื่อมต่อหัวใจกลับเข้าสู่ร่างกายของชายชราพร้อมถ่ายถอนระบบหัวใจเทียม“ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ข้าจะกระตุ้นหัวใจของเขาด้วยพลังปราณแสง วิธีนี้อ่อนโยนกว่าและยังเป็นการให้พลังงานแก่เซลโดยตรงได้อีกด้วย”เด็กสาวตั้งใจควบคุมพลังปราณแสงเข้ากระตุ้นหัวใจของชายชราให้กลับมาเต้นอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยหัวใจของชายชราก็ตอบสนองต่อกระแสพลังอันอ่อนโยนที่ถูกถ่ายทอดเข้าไปมันเริ่มเต้นตุบๆ ตุบๆ
เห็นดังนั้นทีเจวันจึงเริ่มรักษาแผลที่ตัดเปิดช่องอกเขาเชื่อมกล้ามเนื้อ ผิวหนัง เส้นเลือดและส่วนประสาทให้กลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว
หยางเถาอวี้รีบป้อนน้ำทิพย์ให้แก่ชายชราทีละหยดๆให้น้ำทิพย์ค่อยๆ ไหลซึมเข้าไปในปาก
ใช้เวลาอีกราวครึ่งชั่วยามลมหายใจของชายชราที่แผ่วเบาในเบื้องแรกจึงค่อยๆ สม่ำเสมอขึ้นสัญญาณชีพนับว่าไม่เลว ถือว่าก้าวพ้นวินาทีแห่งความตายได้สำเร็จแล้วที่เหลือก็ต้องรอดูว่าร่างกายของเขาจะกลับมาสมบูรณ์เป็นปกติได้หรือไม่สมองจะถูกทำลายหรือไม่ แม้จากการสแกนคลื่นสมองจะบ่งบอกว่าไม่มีปัญหาก็ตามแต่หยางเถาอวี้ไม่อาจวางใจ
ยังเหลือปัญหาการรักษาเส้นลมปราณกับเส้นเอ็นที่ข้อมือข้อเท้าอยู่อีกทว่าเรี่ยวแรงของผู้ฝึกปราณระดับปัจฉิมตอนปลายที่ควรมีมากมายมหาศาลของหยางเถาอวี้ในเวลานี้คล้ายแห้งเหือดนางรู้สึกราวกับแข้งขาอ่อนปวกเปียก เหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน เหน็ดเหนื่อยที่สุดในชีวิตคงเป็นเพราะความตึงเครียดบีบเค้นทางอารมณ์เด็กสาวมัวแต่ห่วงช่วยชีวิตคนจนลืมไปว่าตนก็ได้รับบาดเจ็บมาเช่นกันหลังจากกินยาเข้าไปในตอนแรกที่ได้สติก็ไม่ได้พักรักษาตัวเลยนางจำต้องนั่งลงโคจรพลังปราณหลังจากดื่มน้ำทิพย์เข้าไปอีกอึกใหญ่
ราวสองเค่อต่อมาหยางเถาอวี้ฟื้นฟูเรี่ยวแรงกลับคืนมาได้หลายส่วน อาการบาดเจ็บภายในนับว่าหายดีแล้วนางหันไปมองชายชรา สมควรต้องรักษาขั้นต่อไปแล้วกระมัง
พริบตาที่หันกลับไปดูคนบนเตียงมองเห็นเปลือกตาเหี่ยวย่นกำลังขยับเคลื่อนไหว ปลายนิ้วมือของชายชรากระตุกเล็กน้อยดูคล้ายคนกำลังอยู่ในห้วงฝัน
“ท่านตาท่านตา ท่านได้ยินที่ข้าพูดไหมเจ้าคะ” หยางเถาอวี้ไม่รอช้านางพยายามส่งเสียงเรียกปลุกชายชราให้รู้สึกตัว
เปลือกตาหนาหนักของชายสูงวัยขยับยุบยิบและค่อยๆลืมขึ้นกระพริบปริบ เขากำลังรู้สึกมึนงงจึงพยายามเรียบเรียงความคิด ‘เกิดอะไรขึ้นกับข้าจำได้ว่าแม่หนูผู้นั้นตัดสายโซ่ตรวนให้ จากนั้นข้าก็ถูกพิษอักขระจนตายนี่คงมิใช่ข้ากำลังอยู่บนโลกหลังความตายหรอกนะ’ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองเพดานไม้อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงค่อยเลื่อนไปมองรอบทิศ
“ที่นี่ที่ไหนกัน”ชายชราพึมพำ กวาดตามองไปด้านหนึ่ง ที่นี่เหมือนจะเป็นเรือนไม้แปลกตาข้าวของเครื่องใช้ล้วนทำด้วยไม้ ตกแต่งเรียบง่ายชวนอยู่สบายดูอย่างไรก็เป็นบ้านคนธรรมดาหลังหนึ่งมิใช่เรือนขังเหล็กมืดทมึฬที่ถูกคุมขังมานานนับสิบปี
“ท่านตาท่านฟื้นแล้ว” หยางเถาอวี้เห็นชายชราได้สติลืมตาขึ้นสำรวจตรวจมองรอบด้าน นางจึงปล่อยให้เขาปรับจิตปรับใจครู่หนึ่งค่อยร้องเรียก
ครั้นได้ยินเสียงเรียกเขาหันขวับกลับมามองต้นเสียงด้วยหัวใจสั่นไหว “นังหนูน้อย”เสียงครางแฝงความไม่เชื่อสายตาดังขึ้น
“นี่เจ้า...เจ้าช่วยข้าออกมาจากนรกแห่งนั้นได้สำเร็จ!”เวลานี้สีหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง “ข้ามิใช่ตายไปแล้วหรอกหรือ”
“ท่านตาตายไปครู่หนึ่งเพราะอักขระพิษรัดตรึงใจบีบรัดหัวใจของท่านจนหยุดเต้น”เว้นระยะครู่หนึ่งหยางเถาอวี้จึงพูดต่อ “ข้าต้องขออภัยท่านตา เป็นเพราะข้าประมาทไม่เห็นอักขระพิษที่สลักอยู่บนสายโซ่ ทำให้ท่านต้องได้รับความลำบากแล้ว”
“หัวใจข้าหยุดเต้นแล้ว.. แล้วข้าฟื้นกลับมาได้อย่างไร เจ้าเป็นคนช่วยข้า?”เรื่องราวประดังประเดเข้ามาในหัวสมองของชายสูงวัยจนแทบคิดตามไม่ทัน
หยางเถาอวี้พยักหน้าหงึก“อืม เป็นข้า”
แม้ไม่อยากเชื่อแต่จนด้วยหลักฐานเพราะเขาจำช่วงเวลาที่เจ็บปวดจนขาดใจตายได้ ทว่าเวลานี้กลางอกของเขากลับเป็นปกติไม่หลงเหลือความเจ็บปวดใดๆ อีกเลย
“ยังเหลือการถอดโซ่ตรวจที่ข้อมือข้อเท้าของท่านเพื่อรักษาเส้นเอ็นจากนั้นค่อยรักษาเส้นลมปราณต่อ เมื่อครู่ข้าหมดแรงจนต้องพักโคจรลมปราณจึงยังไม่ได้ช่วยรักษาให้อย่างต่อเนื่อง ท่านดื่มน้ำทิพย์และกินยานี่ก่อน”หยางเถาอวี้ล้วงขวดยารักษาอาการบาดเจ็บภายนอกภายในออกมา“ส่วนยาฟื้นฟูพลังปราณต้องกินหลังจากการรักษาทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว”
“ท่านตาพร้อมหรือยังเจ้าคะข้าจะผ่าเอาห่วงโซ่พวกนี้ออกแล้ว” ชายชราพยักหน้า เขาเต็มไปด้วยความยินดีไม่อยากเชื่อจริงๆ ว่าตนจะพ้นจากความทุกข์ทรมานที่กัดกินทั้งกายทั้งใจเขามายาวนาน
เด็กสาวตัดสินใจปรุงยาชาและทาใส่บริเวณข้อมือข้อเท้าทั้งหมดแทนการรมยาสลบก่อนที่จะผ่าเอาสายโซ่ทั้งหมดออกมาโดยมีชายชรานอนลุ้นดูขั้นตอนทั้งหมดอยู่ข้างๆเห็นฝีมือของเด็กสาวต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ในที่สุดจึงเริ่มเชื่อว่านางเป็นคนยื้อเขากลับมาจากความตายจริงๆ
ทุกอย่างดำเนินไปจนกระทั่งถึงขั้นตอนการฟื้นฟูเส้นเอ็นซึ่งเด็กสาวยกให้เป็นหน้าที่ของทีเจวัน
ชายชราตาโตเบิกกว้างเมื่อเห็นรูปร่างแท้จริงของทีเจวันซึ่งขยายตัวจากกำไลข้อมือของหยางเถาอวี้“นี่ สิ่งนี้คือไข่เซียนหรืออะไร” รูปร่างทรงกลมรีอย่างไข่พื้นผิวสีเงินยวงวาววับงามจับตามองดูแล้วก็เห็นเป็นไข่วิเศษสำหรับชาวโลกใบนี้ได้จริงๆ
“ฮ่าๆๆทีเจวัน นายเป็นไข่เซียนแล้ว”
“ผมชอบครับ”
“พะ...พูดได้ด้วย” ชายชราตกใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่ทราบ
“ท่านตานอนนิ่งๆนะขอรับ ข้าจะสมานและฟื้นฟูเส้นเอ็นให้ ใช้เวลาไม่นานหรอกขอรับ” ทีเจวันส่งเสียง
“ได้ๆ”ผู้สูงวัยรีบขานรับ ลำตัวเกร็งนิ่งไม่กล้ากระดุกกระดิก
“ผ่อนคลายขอรับผ่อนคลายอย่าเกร็งนะขอรับ”
“ได้ๆตกลง” ฟู่... เขาพยายามปรับกล้ามเนื้อทุกส่วนสัดให้คลายตัวลง ผ่อนความตื่นเต้นในใจ
“ส่วนข้าจะถือโอกาสคลายจุดสกัดลมปราณและฟื้นฟูให้ท่านเจ้าค่ะขั้นตอนนี้คงเจ็บปวดพอสมควร ท่านตาอดทนหน่อยนะเจ้าคะ”ชายชราพยักหน้ารับคำของหยางเถาอวี้
ทุกอย่างดำเนินต่อไปอย่างแช่มช้าใช้เวลาราวหนึ่งชั่วยามจึงแล้วเสร็จ ขณะนี้สภาพร่างกายของชายชรากลับมาสมบูรณ์ยิ่งแตกต่างลิบลับกับเดนตายเมื่อวันวาน
“เสร็จสมบูรณ์แล้วท่านตากินยาฟื้นฟูพลังปราณและลองโคจรลมปราณดูเจ้าค่ะ”เด็กสาวยื่นยาฟื้นฟูพลังปราณระดับสูงให้พร้อมน้ำทิพย์อีกขวด
ชายสูงวัยค่อยๆลุกขึ้นนั่ง เขาลองขยับแขนขยับขาด้วยความตื่นเต้นยินดีจากนั้นจึงขยับท่านั่งขัดสมาธิเตรียมฟื้นฟูพลังปราณ
หยางเถาอวี้เฝ้ามองผลงานการรักษาชิ้นโบว์แดงของตนด้วยความภาคภูมิใจเจือปิติสุขที่เอ่อล้นขึ้นมาจนหัวใจพองฟูนางอดงงกับชีวิตของตนไม่ได้ ‘ข้าอยากเป็นนักบินอวกาศแท้ๆแต่หลายวันมานี้กลับกลายเป็นคุณหมอจำเป็นไปเสียได้’
“ว่าแต่เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนะเจ้าคะ ข้าชื่อหยางเถาอวี้ ไข่เซียนนั่นชื่อทีเจวันพี่สาวคนสวยที่ยืนเป็นกำลังใจอยู่ตรงนั้นคือพี่รุ่ยเอ๋อจิตวิญญาณผู้ดูแลมิติแห่งนี้ซึ่งเป็นมิติส่วนตัวของข้าเอง”
“ข้าชื่อกงซุนชื่อเหยียนขอบคุณนายหญิงมากที่มอบชีวิตใหม่ให้ข้านับจากนี้ไปข้ายินดีเป็นวัวเป็นม้าให้ท่านขอรับ” เมื่อเรื่องราวเป็นตายผ่านพ้นไปชายชราจึงเพิ่งนึกได้ว่าบัดนี้แม่หนูน้อยเบื้องหน้านี้คือเจ้าชีวิตของตนเขายกสองมือขึ้นคำนับพร้อมกับค้อมศีรษะลงเล็กน้อย
“ท่านตาอย่าได้ใส่ใจและโปรดทำตัวตามปกติเหมือนเดิมเถอะเจ้าค่ะอันที่จริงข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านมาเป็นวัวเป็นม้าให้หรอกเพียงแต่วิธีการช่วยเหลือท่านคือความลับของข้าการทำพันธะสัญญาเป็นตายจึงเป็นเรื่องจำเป็นต่อความปลอดภัยของข้าเท่านั้นเอง”
“ข้าเข้าใจเรื่องนี้ย่อมสมควรอย่างยิ่ง” ผู้ที่หยิบยื่นชีวิตคืนให้แก่เขาโลกนี้จะมีสักกี่คนที่ทำได้ ดูจากทรัพยากรทุกอย่างที่หยางเถาอวี้ทุ่มเทช่วยเหลือตนล้วนเป็นความสามารถและสิ่งวิเศษควรค่าแก่การที่ผู้คนทั่วโลกบำเพ็ญเซียนจะต้องปรารถนาช่วงชิงมาครอบครองหากความลับนี้แพร่ออกไป ชีวิตและความสงบสุขของนางคงไม่หลงเหลือและไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแน่นอน
“ว่าแต่ค่ายโจรน่าชังนั่นทรมานท่านตาเสียขนาดนี้เหตุใดไม่ทำลายจุดตันเถียนของท่านตาเสียเลยล่ะเจ้าคะ คงไม่ใช่ความเมตตาแน่นอน”หยางเถาอวี้เอ่ยถามข้อสงสัยที่อุตส่าห์เก็บไว้ในใจมาจนป่านนี้
“เป็นเพราะความลับที่ข้ากุมไว้เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ลมปราณของข้ามันเป็นกุญแจสู่ความลับที่เหล่ยอ้าวฉี หัวหน้าค่ายโจรหลงจั้นต้องการ”
------
คำสารภาพ1: เย็นนี้ง่วงฝุดๆๆ จนสมองมะแล่นหมูน้อยจำเป็นต้องกระโดดขึ้นเตียงไปชาร์จพลังคร่อกๆๆสุดท้ายเลยคลอดตอนใหม่ไม่ทันตอนค่ำค่ะ ข้าน้อยขออภัยจริงๆๆ (น้ำตาคลอเบ้า)
คำสารภาพ2: เวลาระบบแจ้งเตือนว่ามีเม้นใหม่จากรี๊ด ไรท์จะรู้สึกกระดี๊กระด๊ามากตอนมือกดเปิดอ่านนี่รู้สึกอย่างกะกำลังลุ้นหวย จะโดนด่าหรือว่าได้รับคำชมแว๊....คือหัวใจได้ออกกำลังกายชิมิ.. เต้นตึกๆๆๆ หยั่งกะได้วิ่งมาร้อยเมตร
ขอบคุณทุกเม้นทุกกำลังใจจริงๆๆนะฮ๊าฟฟฟฟ จุฟๆ