EMPEROR WORLD ONLINE

    กลยุทธ์ที่ 36 ราชารัตติกาล

    กลยุทธ์ที่  36  ราชารัตติกาล

    “ตูมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ร่องรอยเคียวเมลวาสถึงกับทำให้แนวไม้เบื้องบนแหว่งไปครึ่งนึงในคราวนี้  ทว่าเขากลับไม่เห็นจักรพรรดิในสายตาขณะนี้เลยจนกระทั่ง

            “!!?” เขาก้มมองพื้น  ในตอนนั้น หมัดของจักรพรรดิก็พุ่งขึ้นมาเฉียดเข้าที่ปลายคางของเมลวาสด้วยการใช้สกิลกลืนกายที่ใช้หลบเข้าไปที่พื้นก่อนหน้านี้

            เมลวาสกัดฟันพลิกเอาด้ามเคียวกระแทกท้องจักรพรรดิจนถอยออกไป

            “....”จักรพรรดิถึงกับสำลักเลือดแต่ก็ยังยิ้มออกมาได้สมกับเป็นขั้นราชา  ขั้นอัศวินหมาดๆ ของเขาเทียบไม่ได้เลย 

            “ฮะ  ฮะ  ฮะ  ฮะ สมแล้วที่พี่ชายเป็นถึงราชาฝีมือระหว่างฉันกับพี่ชายดูเหมือนต่างกันมากเลย”

            “แต่เจ้าก็ไม่คิดยอมแพ้หรอกใช่ไหม?”เมลวาสยิ้มพูดขึ้นมาบ้าง

            เมื่อรู้แบบนั้นจักรพรรดิก็เข้ามาหาเมลวาสต่อด้วยการใช้สกิลตัวเบาผสานกับสกิลปราณมังกร  การเคลื่อนไหวของเขาในตอนนี้จึงดูรวดเร็วมาก  ทว่ามันกลับถูกหยุดได้ด้วยการฟันเคียวยักษ์ในมือของเมลวาสเพียงครั้งเดียวอีกครั้ง จบด้วยที่เมลวาสเข้ามาถึงตัวเขาชั่วพริบตาแล้วง้างเคียวขึ้นมาเป็นวงคลื่นที่ดูอำมหิต

            เคียวโลหิต 

            จักรพรรดิไม่รู้ความสามารถของมันเพราะเขาไม่มีข้อมูลของเมลวาสก่อนมาที่นี่แม้แต่น้อยหากอยากรู้จริงๆมีเพียงแค่ต้องยอมรับเคียวนี้เท่านั้น  น่าเสียดายเขาไม่คิดที่จะมาตายที่นี่เขาจึงลองเสี่ยงใช้สกิลใหม่อีกสกิลที่เขาพึ่งเห็นมันในหน้าต่างสกิลและยังงงๆกับความสามารถของมันอยู่

            ความสามารถที่มันบ่งบอกห้วนๆเพียงแค่ว่า “สามารถลวงความเป็นจริงทุกอย่างได้” มีเพียงระดับที่มันบอกว่าเป็นสกิลท่าไม้ตายชั้นสูงเท่านั้นที่ทำให้จักรพรรดิพอเชื่อถือได้

            พอจักรพรรดิใช้ออกมาเขากลับไม่รู้สึกอะไรเลยจะกลับมาคิดและทำอย่างอื่นก็คงไม่ทัน  ที่สุดเคียวเมลวาสก็ได้เลื่อนผ่านตัวเขาไปจนเกิดเป็นภาพสีแดงวงจันทร์ทาบทับร่างของเขา  เท่านั้นล่ะ

            “!!?” ร่างของจักรพรรดิกลับหยุดนิ่งด้วยความประหลาดใจ ในสายตาเขาเห็นเพียงรอยยิ้มที่มีชัยของเมลวาสเบื้องบนเท่านั้น

            กระนั้นเขาก็ยังไม่ตาย  ในเสี้ยววินาทีที่เมลววาสคิดว่าตนเองชนะจักรพรรดิก็ได้ชกหมัดด้วยพลังทั้งหมดใส่ท้องของเมลวาสจนสำเร็จเป็นครั้งแรก

            “!!?” เมลวาสถึงกับทำตาโตในขณะตัวงอเล็กน้อย

            ตอนนี้เมลวาสแปลกใจจักรพรรดิกลับยิ้ม  ด้วยความสามารถที่ว่า “ลวงทุกอย่างได้” มันรวมถึงการลวงความเสียหายการโจมตีที่ทำให้เขาร่างขาดครึ่งท่อนได้ด้วยการโจมตีเมื่อกี้ของเมลวาสเลยทีเดียว 

            กระนั้นผลข้างเคียงของมันก็ไม่ต่างจากสกิลกลืนกายมากนัก แถมยังเยอะกว่าด้วยเมื่อทั้งมานาและพลังใจของเขาในตอนนี้ไม่เหลือแม้กระทั่งให้เขาขยับนิ้วได้สักนิ้ว

            เมลวาสขมวดคิ้วก่อนจะฟาดด้ามเคียวอัดร่างของจักรพรรดิลงสู่พื้นเป็นเสียงดัง

            “ตูมมม!!!!”

            “หมัดสุดท้ายเมื่อกี้เจ้าคิดว่าเจ้าจะจัดการข้าได้จริงๆงั้นเหรอ?” เมลวาสพูดขึ้นก้าวเท้ามาหาจักรพรรดิอย่างช้าๆ

            จักรพรรดิที่นอนอย่างไร้สภาพค่อยๆขยับร่างกายแล้วว่า

            “ไม่คิดอยู่แล้วว่าจะชนะ...”

            “แล้วทำไมถึงยังดึงดันที่จะต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่รู้ว่าตัวเองจะไม่ชนะอยู่อีก?”

            เขายื้มขึ้นมา  ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นมาได้แม้จะอยู่ในสภาพโงนเงนจนจะล้มอีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องน่าสงสัย

            “เพราะมันจะไม่สนุกเอานะสิ ถ้าฉันวิ่งหนีนาย...และถ้าไม่ทำแบบนี้นายก็จะไม่สนใจฟังสิ่งที่ฉันพูดอีก....”

            เมลวาสค่อยๆ วางเคียวมาที่คอจักรพรรดิ 

            “พูดมา  ถ้ามันเป็นคำสั่งเสียสุดท้ายของเจ้า”

            “....ฉันในตอนนี้  ไม่มีพลังพอที่จะต่อกรกับเทพเจ้าได้ แต่จากสิ่งที่นายพูดฉันก็รู้แล้วว่าหน้าที่ของนายสำคัญแค่ไหน.....เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น  ฉันยอมรับเองว่าฉันเป็นคนทำมันขึ้นมาเองพี่ชาย...จากความไม่ตั้งใจ(อีกครั้ง)”

            “มันไม่ใช่คำสั่งเสียแต่มันเป็นคำพูดหาที่ตาย”เมลวาสว่า

            จักรพรรดิพูดขึ้นมาด้วยแววตามุ่งมั่น  คมเคียวที่พร้อมจะสะบั้นคอเขาให้ขาดเหมือนกับไร้ความหมายที่มันวางอยู่

            “ฉันไม่ขอให้พี่ชายไว้ชีวิตฉัน  แต่ฉันเองก็ไม่คิดที่จะมาตายที่นี่ ทำไมไม่ลองให้ฉันคนนี้พยายามแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำดูล่ะ  การต่อสู้ของเราเมื่อกี้ก็น่าจะบอกแล้วว่าฉันเป็นคนแบบไหน?”

            “เจ้ามันเป็นคนบ้า....” เมลวาสพูดก่อนคมเคียวของเขาจะกลายเป็นสีแดงโลหิตอีกครั้งแต่จู่ๆตอนนั้นเองเท็นกุชายชั้นสูงก็ได้พูดขึ้นมา

            “เดี๋ยวขอรับนายท่านหยุดก่อน!!”

            “อะไร...เจ้าเห็นใจเจ้านี่รึไง?”เมลวาสกล่าวถามเขาขึ้นมา ก่อนเขาจะชี้มาที่ข้อมือขวาของจักรพรรดิที่ตอนนี้แขนเสื้อขาดรุ่งริ่ง  จนทำให้เมลวาสมองตามแล้วเห็นกำไลแห่งสัจจะ

            ไม่รู้ว่ามันนั้นเป็นเวลานานเท่าไหร่แล้วที่ผู้มาเยือนที่นี่มีร่องรอยของเขาในอดีตปรากฏขึ้นมา  แม้มันจะเพียงน้อยนิดแต่เขาก็หวนรำลึกถึงความหลังที่เคยมีอิสระใต้ท้องฟ้าเสรีนี้ทุกวัน  โดยไม่มีใครสั่งเขาได้  โบยบินไปทุกที่กระทั่งพบเธอ  เธอผู้เจิดจ้าตรงกันข้ามกับเขาที่เป็นสีดำ  ถึงแม้เธอจะไม่เคยเหลียวมองเขาเลยแต่เขาก็ไม่อาจล่ะสายตาจากเธอได้เมื่อพบเธอ

            “เอาล่ะ ฉันฆ่ามันได้ยัง...?” เมลวาสหันไปถามเท็นกุชายชั้นสูง

            “เออ แล้วท่านไม่สงสัยหน่อยเหรอครับว่าเขาได้มันมาได้เยี่ยงใด?”

            “เมื่อกี้ก็สงสัยอยู่หรอก  แต่ฆ่าเจ้านี่คืองานของพวกเราตอนนี้”

            จักรพรรดิยังคงยิ้มพูด  แถมคราวนี้พร้อมยกมือขวาชูกำไลแห่งสัจจะขึ้นมา  เหมือนกับว่าเขาจะได้เจอกุญแจและปริศนาของสิ่งนี้แล้ว

            “ฉันได้เจ้านี่มาตั้งแต่เข้ามายังโลกแห่งนี้ครั้งแรก...”

            “ไม่ได้ถาม...” เมลวาสว่า  ทว่าจักรพรรดิกลับไม่สนใจ

            “....เพราะมันความยากลำบากในโลกแห่งนี้ของฉันเลยเกิดขึ้นมามากมาย  ทั้งๆที่คิดว่าต่อให้กับศัตรูของฉันแล้วฉันจะได้ความสนุกเพิ่มขึ้นแต่แบบนี้มันกับดักที่ดักทางฉันให้ตายแทบจะทันที”

            “ก็บอกว่าไม่ได้ถาม  แล้วนายพูดอะไรของนาย?”

            “....พี่ชายเข้าใจรึเปล่า ความยากลำบากของคำสาปนี้มันกัดกินฉันอยู่จนถึงขั้วหัวใจ(จริงง่ะ)  ฉันทรมานกับมันมาแรมปี(แค่เดือนเศษๆในเกมเองไม่ใช่เหรอ) ต้องหลบหนีการไล่ล่าและการหมายตาของผู้ที่คิดจะจัดการฉันมากมาย(ส่วนนึงเพราะแกสร้างเรื่องขึ้นมาเองทั้งนั้น)ถ้าไม่มีมันอยู่ละก็ฉันก็จะได้ใช้พลังของฉันอย่างเต็มที่แล้วแท้ๆ ทั้งคนรักและศัตรูของฉันคงยอมสยบให้กับฉัน(กำลังแถออกทะเล(พยายามเอาตัวรอดจนถึงที่สุด))มันทรมานเหลือเกินคืนวันที่ต้องต้องคำสาปนี้...” จักรพรรดิกุมหัวใจของตัวเองด้วยใบหน้าที่เจ็บปวดแสนจะทานทน(เอารางวัลออสก้าไปเลยเหอะ)

            แล้วในตอนนั้นเองเขาก็เห็นใบหน้าเรียบๆของเมลวาสเหมือนกับจะบอกว่า(มึงพูดไร’ของมึง)

            จักรพรรดิทำหน้าผ่อนคลายออกมา  อันที่จริงหากเป็นลูกผู้ชายตัวจริงเขาไม่จำเป็นต้องขอความเห็นใจจากศัตรูแม้แต่น้อย  แต่นี่มันเกมถ้าเขาตายตอนนี้อนาคตที่เขาวาดฝันไว้กับฟุยูกิคงพังพินาศหมดพอดี  จักรพรรดิรัวลิ้นพูดขึ้นมาด้วยความรวดเร็วหลังจากพอปะตัดปะต่อเรื่องเมลวาสในหัวได้

            “ไหนๆฉันก็จะตายแล้ว  อย่างน้อยๆฉันเองก็อยากจะช่วยพี่ชายสักเรื่อง  2 เรื่องเพื่อเป็นการไถ่โทษที่ก่อเรื่องให้พี่ชายจนพี่ชายต้องลำบาก”

            “ข้าไม่มีอะไรให้เจ้าช่วยทั้งนั้น...”เมลวาสพูดออกมาพร้อมฟันเคียวสู่จักรพรรดิจักรพรรดิกัดฟันลั่นคำพูดสุดท้ายออกไปเพื่อเป็นการโต้ตอบ

            “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก!  ความลำบาก!  ความหนักใจฉันคือกูรูที่สามารถช่วยทุกคนได้!!!”เมลวาสหยุดเคียวอยู่ที่คอจักรพรรดิไม่กี่เซ็นต์เหมือนการเน้นคำว่า  ความรัก  จะต้องเข้าหูของเขาเต็มๆ

            เมลวาสค่อยๆพูดขึ้น  ถึงปัญหาที่ตัวเองเผชิญอยู่

            “นายช่วยฉันได้...อย่างงั้นเหรอ....?”

            “นายท่านอย่าไปฟัง!  ฆ่าๆ เขาเถอะครับ” เท็นกุชายชั้นสูงเห็นท่าไม่ดีพูดขึ้น 

            ในขณะที่เมลวาสกำลังสับสน จักรพรรดิก็เดินเข้าไปโอบคอของเมลวาสอย่างเนียนๆ

            “เชื่อเถอะว่าฉันช่วยพี่ชายได้...”

            ไม่นานทั้งคู่ก็ไปนั่งหลบอยู่ที่มุมพูดคุยกันอย่างสนุกสนานปนเปไประหว่างความเศร้าและความเข้าใจซึ่งกันและกัน  ในขณะที่เท็นกุชายชั้นสูงเป็นกังวลเมลวาสก็เดินมาออกคำสั่งที่ขัดต่อใจและหน้าที่ของเขาจนได้

            “บอกให้พวกเราถอนทัพทั้งหมดกลับมาที่รังซะ  อ๋อ แล้วพาเพื่อนๆ ของน้องชายข้าจักรพรรดิขึ้นมาด้วยนะ”ว่าจบเขาก็ไปนั่งคุยกับจักรพรรดิต่อ

            ในฐานะบทบาทของเขานั้นมีไม่ซับซ้อนเขาจึงน้อมรับคำของเมลวาสและจากไปโดยที่ยังรู้สึกขัดๆอยู่เท่านั้น

            พอเมลวาสมานั่งข้างๆจักรพรรดิอีกครั้งเขาก็เริ่มเผยความในใจออกมา

            “...ข้าในอดีตเคยเป็นปีศาจที่ก่อกรรมทำผิดมามากมายไม่เคยอยู่ใต้อาณัติของใคร ในระหว่างที่หลงระเริงในความสามารถของตนเองและหรรษาที่ได้เข่นฆ่าผู้อื่นนั้น ตัวข้าก็ถูกเทพเจ้าสาปส่งให้มาปกป้องและดูแลสถานที่แห่งนี้ตราบนานเท่านาน...และตราประทับนี้เป็นตัวบ่งบอกถึงปีศาจที่เกิดที่โลกปีศาจ  ข้าเป็น 1  ในจำนวนนั้นที่ออกมาจากโลกแห่งนั้นและหาที่อยู่ใหม่แต่ก็ต้องจบความทะเยอทะยานลงเพราะความลำพองใจของตน...”เมลวาสเปิดเสื้อที่อกออกมาให้จักรพรรดิได้เห็นอักษรสีแดงที่คล้ายกับอักษรที่กำไลของเขา

            “แล้ว  พอรู้อะไรเกี่ยวกับเจ้าสิ่งนี้รึเปล่าครับ”

            เมลวาสเพ่งมองมันดีๆแล้วว่า

            “ส่วนใหญ่เจ้าเครื่องประดับที่มีอักษรปีศาจอยู่  มันจะบ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของของปีศาจตนนั้นๆ ตรงๆข้าก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกันว่ามันคืออะไร ที่ข้าแปลกใจก็เพราะว่าข้าไม่เคยเห็นมนุษย์คนไหนเช่นเจ้ามีมันไว้ในครอบครองเลย”

            หลังจากใช้เรื่องความรักเป็นสะพานใจให้พวกเขาทั้ง  2  จักรพรรดิก็เริ่มหาจุดเชื่อมโยงกำไลของเขากับสิ่งต่างๆได้บ้างแล้ว  มันหมายความว่ายังไงจักรพรรดิกำลังขบคิดอยู่บ่งบอกถึงเจ้าของ  กับการที่เขาไม่สามารถถอดมันออกได้มันเกี่ยวอะไรกัน  จักรพรรดิยังไม่อยากยืนยันความคิดของตนแต่ที่รู้แน่ๆตอนนี้คือคำตอบของเจ้ากำไลนี้ไม่อยู่ที่อาณาจักรที่ปรากฏอยู่ในแผนที่ทั้ง  5  อย่างแน่นอนหากจะมีคงน้อยนิดและต้องหากันอย่างรากเลือดต่อไปจนพบคำตอบนั้น

            ดูเหมือนเรื่องราวของเจ้ากำไลนี่จะใหญ่โตมากๆใหญ่โตซะไทหยางที่เป็นถึงผู้นำในการสร้างเกมนี้ยังไม่รู้เรื่องราวของมันทั้งหมด  เพราะหากรู้จริงเขาคงเคลียร์เกมนี้ได้ไปนานแล้วล่ะสิ่งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ซิลเวอร์แอบใส่เข้ามาในเกมด้วยตัวเองก็ได้ และจักรพรรดิก็เริ่มตีความสงสัยไปอีกว่าคำสาปของพวกเขาทั้ง  7 ทำไมถึงไม่เหมือนกัน

            “เรื่องราวของพี่ชายนั้นน่าเศร้าจริงๆถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ฉันก็ยินดีที่จะช่วย”

            ปกติจักรพรรดิจะไม่สนใจเรื่องตัวผู้ด้วยกันแม้แต่น้อยแม้จะดราม่าเพียงใดก็ตาม ทว่ากรณีของเมลวาสนั้นเป็นกรณีพิเศษที่เขาไม่อาจมองข้ามไปได้

                                                                                           

            “พร้อมแล้วใช่ไหม!”ที่ด้านล่างทวนยืนจับดาบแน่นพร้อมด้านหลังมีวันด้าที่ถือเครื่องมือบางอย่างอยู่ที่มือ

            บลูโดม  สิ่งที่วันด้าใช้กันพวกคาราสุเท็นกุมากมายที่อยู่ด้านนอกนั้นกำลังจะหมดเวลาใช้งานลง  พอทั้ง 2 ที่คิดไตร่ตรองแผนที่จะออกไปจากที่นี่ได้แล้วก็เลยตกลงที่จะร่วมมือกันอย่างเป็นทางการจึงได้เกิดภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้ออกมา

            แต่แล้วพอแสงของบลูโดมเจือจางจนหายไปตัวเครื่องตรงกลางระหว่างทั้ง  2 มีควันไหม้ลอยขึ้นมา  พวกคาราสุเท็นกุในเวลานี้กลับยืนนิ่งเฉยท่ามกลางความสงสัยของทั้ง  2 และแล้วในสายตาของทวน  เท็นกุชายหญิงที่แตกต่างจากพวกที่เขาสู้อยู่ก็ปรากฏขึ้นมาสู่สายตาเขา

             

            กลับมาด้านจักรพรรดิที่เขาเริ่มจับจุดของตัวเองได้พร้อมของเมลวาส

            เรื่องของเขาในเวลานี้ไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึงเขาจึงคิดจะเคลียร์เรื่องของที่นี่ที่เกิดปัญหาขึ้นเพราะเขาอีกครั้งเสียก่อน  หลังจากทำตัวเป็นผู้ฟังมาพอสมควรจักรพรรดิก็เริ่มเอ่ยขึ้นมาและเล่าเรื่องที่เขาได้หน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาวมาได้ยังไง

            “โธ่เอ้ย  ตอนแรกข้าก็คิดว่าเจ้าได้มาจากเธอโดยตรงซะอีกเป็นเทพธิดาองค์อื่นหรอกเหรอที่มอบมันให้เจ้า...”

            “...ขอโทษนะพี่ชาย  ที่ผมสร้างปัญหาให้พี่ชายเพิ่มแบบนี้”

            เมลวาสที่นั่งคอตกปลงใจยกมือขึ้นมาพูด

            “ไม่เป็นไร เรื่องที่พลาดไปแล้วก็ปล่อยให้พลาดไปสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเจ้ารู้ว่าตัวเองผิดและคิดจะแก้ไข(แต่เมื่อกี้แกไม่ใช่แบบนี้นะ)”

            “เอาแบบนี้ก็แล้วกันเดี๋ยวฉันจะช่วยเหลือพี่ชายอย่างที่บอกเป็นการตอบแทน  โดยเฉพาะเรื่องของผู้หญิง”

            “นะ  นะ  นี่เจ้ารู้เหรอ?” เมลวาสแปลกใจพูดขึ้นมา

            “รู้สิครับ  ในตอนที่พี่ชายเห็นหน้ากากของฉันครั้งแรก  พี่ชายทำท่าแปลกใจมากและเหมือนอยากเอามันมาเป็นของตัวเองให้ได้  จนเมื่อกี้ยังพูดถึงเธอ  ถ้าเดาไม่ผิดเธอคงเป็นเหยี่ยวขาว  “ซาช่า” ใช่ไหม”

            เมลวาสพูดไม่ออกเหมือนกับว่าจักรพรรดิดักทางเขาถูก

            เหยี่ยวขาว  ซาช่า  เธอนั้นเป็น  1 ใน  6  เจ้าเวหา 6  เจ้าเวหาคือมอนเตอร์ที่อยู่ชั้นสูงสุดทั้งหมดของพวกมอนเตอร์ประเภทวิหค ซึ่งไอเทมหน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาวเป็นสิ่งที่ปกติดร็อปและสร้างได้จากเธอหรือพวกของเธอ  นี่เป็นสิ่งที่จักรพรรดิรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับเธอ เพราะข้อมูลของเธอจักรพรรดิยังไม่เห็นถึงความสำคัญสำหรับเขาจนถึงเมื่อครู่นี้

            ทว่าจนถึงเมื่อครู่ข้อมูลของเธอก็เพิ่มเติมมาในสมองของจักรพรรดิอีกหน่อยแล้วนั่นก็คือเมลวาสเองก็เป็น  1 ใน  6  เจ้าวิหคเฉกเช่นเดียวกับเธอเช่นกัน  และพัดขนนกยูงสีรุ้งเองก็เป็น  1  ในไอเทมที่ดร็อปมาเจ้าวิหคอีกตนเหมือนเมลวาสด้วย

            จากกิริยาของเมลวาสที่เห็นหน้ากากของเธอและคำถามก่อนหน้าของเขามันก็ทำให้เขารู้ซึ่งความในใจของเมลวาสมากแล้ว

            เมลวาสถอนหายใจเนืองๆออกมา

            “อันที่จริงแล้วตัวข้านั้นเกือบจะถูกกำจัดโดยเทพแห่งนภาไปนานแล้ว  แต่เธอกับเป็นฝ่ายขอชีวิตข้าเอาไว้ ด้วยบุญคุณในครั้งนั้นทำให้ข้าตกหลุมรักเธอแทบจะทันทีและนับตั้งแต่นั้นมาข้าจึงถูกส่งมาอาศัยอยู่ที่นี่แทนนาง”

            สิ่งที่เมลวาสพูดเหมือนกับจะบ่งบอกถึงความรักในสภาวะบุญคุณที่เธอสร้างให้เขา  แต่สำหรับจักรพรรดิเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอไม่อยากอยู่ที่นี่เลยอยากหาคนมาแทนตนแล้วตอนนั้นเองคนที่เธอเล็งไว้คือเมลวาส

            จะสงสารแล้วดำเนินต่อไปยังไงจักรพรรดิคิดอยู่

            “เธอแวะมาหาข้าเป็นครั้งคราวจนทำให้ความรู้สึกของข้าชัดเจนมากขึ้น แต่พอรวบรวมความกล้าได้สำเร็จและคิดจะบอกนางนางก็กลับไม่โผล่มาหาข้าอีกเลย...”

            เมลวาสพูดจบโดยมีน้ำหยดเล็กๆไหลออกมาจากดวงตา

            ‘โดนเขาหลอกใช้ยังไม่รู้ตัวอีกน่าสงสารจริง’ จักรพรรดิอดคิดไม่ได้ถึงเขาจะบ้าเพียงใดแต่เขาก็อยู่กับปัจจุบันและมองภาพรวมโดยตลอด แม้จะเคยมีผู้หญิงหลอกเขาได้แต่ทุกครั้งเขายินยอมให้พวกเธอหลอกเอง  ไม่ได้มีความเสียหายอะไรแม้แต่น้อยเพราะสมบัติที่พวกเธอได้ไปก็ของซิลเวอร์ทั้งนั้น  รวยจนไม่รู้จะรวยยังไงแล้วนิ 

            “ไม่ต้องห่วงพี่ชาย...เรื่องของพี่ชายอยู่ในใจของฉันแล้ว  เดี๋ยวฉันคนนี้จะเป็นพ่อสื่อรักให้เอง หากพี่ชายไปหาเธอไม่ได้เดี๋ยวฉันคนนี้จะช่วยบอกความในใจของพี่ชายที่แสนจะจริงใจให้เธอรับรู้เอง”จักรพรรดิตบไหล่ของเมลวาสเบาๆ

            “....ถือว่าเป็นบุญคุณเลยล่ะ  แม้มันอาจจะกินแห้วก็ตาม”เมลวาสยังคงรู้สึกเศร้าอยู่

            “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ”

            “ก็เธอดันชอบเทพนภาน่ะสิไม่ใช่ข้า  เขาทั้งสง่างาม  แข็งแกร่ง บ้านมีกิน  บารมีล้นฟ้า  แต่ดูข้าสิเป็นได้แค่อีกาดำเฝ้ารัง”

            เหมือนจะรู้ว่าโดนหลอกใช้แต่ก็ไม่ทั้งหมดจักรพรรดิยิ่งรู้สึกสงสารตัวเมลวาสเข้าไปใหญ่จนเขาเกิดความรู้สึกร่วมไปด้วย  เขากับฟุยูกิก็เหมือนกันถึงแม้ในอดีตจะเคยมีเหตุการณ์ที่เขาสร้างขึ้นจนแสนจะเลวร้ายกับเธอแต่ปัจจุบันเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือมาเป็นข้างๆมือแล้วแต่เธอก็ยังไม่หันมามองเขา เขาคิดว่าเธอคงมองผู้ชายคนอื่นอยู่แน่ ดังนั้นสิ่งที่เขาจะทำก็คือพยายามเบนสายตาของเธอมามองเขาให้มากที่สุด  1 สิ่งในตอนนี้ที่จักรพรรดิทำได้ก็คือทำตัวเด่นๆในเกมนี้จนเรียกเธอมาหาเสียก่อน นี่คือสิ่งที่เขาคิดและเป็นเหตุผลที่เขาไม่ปิดบังข้อมูลความรวยของตนในเกมนี้(ตรงๆ)

            จักรพรรดิแหงนมองท้องฟ้ายามราตรีนี้แล้วพูดขึ้นมากับเมลวาส

            “ไม่ต้องห่วงพี่ชาย  ฉันเป็นคนพูดแล้วไม่คืนคำเรื่องของพี่ชายเป็นปัญหาของฉันแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่ฉันจะทำทดแทนเนื่องจากสร้างงานเพิ่มให้พี่ชายก็แล้วกัน”

             “นี่เจ้าพูดจริงเหรอ? เศษเสี้ยวของความหวังของข้าข้าฝากเจ้าไว้ได้จริงๆ เหรอ?” เมลวาสถามขึ้นมาด้วยความปิติ  เรื่องราวนี้ไม่ว่าจะพูดกับใครก็ไม่มีใครรับฟังเขาเลยพอจะพูดกับลูกน้องลูกน้องมันก็ไม่เข้าใจ มนุษย์ที่เคยใช้ลูกน้องจับมาให้รับฟังส่วนใหญ่ก็มักจะฆ่าตัวตายหนีตนเอง  จนเขาเลิกจะทำสิ่งนั้น  จนเก็บความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ในใจ 

            “จริงแท้แน่นอนพี่ชาย”จักรพรรดิยิ้มพูดขึ้นมาด้วยความจริงใจ 

            เมลวาสที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับร้องไห้ออกมาแทบจะทันทีแล้วพูดซ้ำไปซ้ำมาอยู่คำเดียวว่า“ขอบคุณมาก” สลัดคาบราชารัตติกาลเมื่อครู่ออกไปอย่างสิ้นเชิง

            พอเห็นว่าพวกของตนมาแล้วจักรพรรดิก็หันไปพูดด้วยทันที

            “พวกนายมาได้เวลาพอดีเลย  ฉันกับพี่ชายได้ตกลงกันแล้วถึงเรื่องที่เกิดขึ้น”

            “งั้นเหรอ...ขอรับ”ทวนยิ้มพูดขึ้นมาโดยข้างๆ มีวันด้ายืนอยู่

            งานของเมลวาสก็อย่างที่เขาเคยพูด  เขานั้นมาปกป้องที่นี่ตามคำสั่งของเทพนภาหากมีใครเอาของนั้นออกมาโดยผิดวิธี  และต่อสู้กับบางอย่างที่จะตื่นหลังจากมันถูกนำออกมาอย่างผิดวิธีนั้น  แต่ด้วยการพูดคุยและเจรจากับจักรพรรดิจนได้บทสรุปแล้วเขาจะยอมวางมือจากเรื่องทั้งหมด  เผ่าพันธุ์ของเขาจะไม่ไปโจมตีใครอีก  แต่ต้องแลกด้วยที่จักรพรรดิต้องรับภารกิจหัวใจ?  ของเขาที่ต้องส่งตรงไปถึงซาช่าให้ได้ 

             

            ถึงยิ่งคิดจะยิ่งหาความหวังอะไรไม่ได้จักรพรรดิก็ไม่คิดจะละความหวังนั้นที่ลั่นวาจากับเมลวาสไปแล้ว แต่นั่นเป็นแค่การแก้ปัญหาปลายเหตุเท่านั้นจักรพรรดิยังหาทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุกับเมลวาสอยู่แม้มันจะมีวิธีนึงอย่างชัดเจนอยู่แล้วก็เหอะ

            “ไม่...”วันด้าปฏิเสธเมื่อจักรพรรดิขอมันคืนจากเธอ

            “ขอเถอะน่าวันด้า...”จักรพรรดิขอร้องเธออีกครั้ง

            “เป็นทาสอย่าริมาบังอาจ...ออกคำสั่ง...”จักรพรรดิถึงกับคอตก

            เมื่อทวนกับเมลวาสได้ยินแบบนั้นก็ถึงกลับสุมหัวกันแล้วมาพูดกับจักรพรรดิ

            เมลวาสเป็นคนแรกเดินยิ้มขึ้นมาออกความคิดเห็นกับจักรพรรดิ

            “ให้ฉันฆ่าเธอให้ไหม  รับรองไม่เจ็บปวดหรอกฉับเดียวขาดครึ่งแล้วเราก็จะได้ของสิ่งนั้นมา”

            จักรพรรดิรีบตอบกลับทันที

            “ถ้าพี่ยังทำแบบนั้นกับผู้หญิงทุกคนอยู่  คุณซาช่าไม่หันมามองพี่แน่”

            เมลวาสถึงกับเบิกตากว้างก่อนจะไปนั่งจ้อยอยู่ที่มุมนึงแล้วทวนก็เข้ามาพูดต่อ

            “เอาแบบนี้ไหมขอรับนายท่าน  ท่านก็ทำอย่างทุกทีซะก็จบ  แค่ท่านไปขโมยมันคืนจากเธอซะก็สิ้นเรื่องเรื่องนั้นท่านถนัดไม่ใช่เหรอ”

            “นี่นายเห็นฉันเป็นคนแบบนั้นแล้วสินะ”จักรพรรดิว่าเรียบๆ

            “ไม่ใช่นะขอรับ!!” ทวนรีบปฏิเสธ  ก่อนจักรพรรดิจะเข้ามากระซิบกับเขา

            “จะปล้นเธอได้ยังไงเล่า  แค่เข้าใกล้เธอสักก้าวเธอก็รู้ตัวแล้ว  เห็นแบบนั้นเธอระวังตัวแจจะตาย” เขาอดนึกถึงความน่ากลัวของวันด้าไม่ได้จริงๆว่าหากถูกเธอจับได้ในขณะที่ทำตามสิ่งที่ทวนแนะนำแล้วตนจะเป็นยังไง(กลัวเธอจริงๆแล้วสินะ)