“อะไรนะ? สะ... สี่... สี่... สี่สิบล้าน? ค่าพลังชีวิตตั้งสี่สิบล้านเลยเหรอ?”
เมื่อเห็นค่าพลังชีวิตและมานาที่เข้าขั้นไร้เหตุผลของลู่เซิ่ง
ในที่สุดออสการ์ก็ไม่อาจเก็บงำความตื่นตระหนกในใจไว้ได้อีกต่อไปเขาผู้ถูกผู้คนขนานนามว่าเป็นสัตว์ประหลาดมาโดยตลอดกลับจ้องมองลู่เซิ่งพลางเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือว่า“เจ้า... เจ้ามันเป็นตัวประหลาดแบบไหนกันแน่?”
“ฉันให้แกเลือกสองทาง หนึ่งคือยอมสยบแต่โดยดี แล้วมาเป็นสัตว์พาหนะของฉันหรือสองคือตาย เลือกเอาเองแล้วกัน”
ลู่เซิ่งไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ว่าไงนะ? ให้ข้า...ไปเป็นสัตว์พาหนะของเจ้าอย่างนั้นรึ?”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาออสการ์ก็ถึงกับชะงักไป
ทว่าในวินาทีต่อมามันก็พลันได้สติและระเบิดโทสะออกมาทันที
“เจ้าฝันไปเถอะ!”
“เหอะ ดูเหมือนแกจะเลือกทางหลังสินะ”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของออสการ์ลู่เซิ่งก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก
อย่างไรเสียเผ่ามังกรก็คือเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดโดยกำเนิดบนดาวสีน้ำเงินแห่งนี้แถมยังขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีมาแต่ไหนแต่ไร
และการจะทำให้พวกมันยอมสยบรับใช้นั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือการอัดมันให้หมอบเสียก่อน
“ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ฉันก็จะสงเคราะห์ให้”
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งก็ตัดสินใจเด็ดขาด
ทว่าเขายังคงรอบคอบทำการถอด‘เคียวปีศาจ’ ในมือออกก่อนแล้วเก็บเข้าไปในช่องเก็บของติดตัว
เพราะในเวลานี้ภายใต้การเสริมพลังของพรสวรรค์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’และสกิล ‘พรจากสวรรค์’ ค่าสถานะทั้งหมดของเขาได้รับการเสริมพลังจนเพิ่มขึ้นถึง10,000 หน่วย
หากยังขืนใช้อาวุธเข้าไปอีกเกรงว่าถ้าไม่ระวังให้ดี เขาอาจจะเผลอฆ่าออสการ์ตายในพริบตาได้เลย
ลู่เซิ่งไม่อยากให้สัตว์พาหนะที่อยู่ตรงหน้าต้องมาตายไปแบบงงๆด้วยน้ำมือของเขาเอง
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่ใช้แม้แต่อาวุธและพุ่งตัวเข้าหาออสการ์ด้วยมือเปล่าทันที
“หือ? ถึงขั้นไม่ใช้อาวุธเลยรึ?”
ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นลู่เซิ่งอวดดีเช่นนั้น นอกจากออสการ์จะไม่มีท่าทีประมาทแล้วหัวใจของมันกลับเต้นรัวขึ้นมาแทน
ในฐานะเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดบนดาวสีน้ำเงินเผ่ามังกรย่อมมีสัญชาตญาณในการแสวงโชคเลี่ยงภัยโดยธรรมชาติ
แม้ว่าลู่เซิ่งจะมีเลเวลห่างจากมันถึง100เลเวลเต็มๆ ก็ตาม
แต่เมื่อเห็นค่าพลังชีวิตของลู่เซิ่งพุ่งพรวดขึ้นไปถึงสี่สิบล้านกว่าหน่วยแถมยังอวดดีถึงขั้นจะไม่ใช้อาวุธในการเผชิญหน้ากับมันที่มีเลเวล 200
ออสการ์ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพร้อมกับมีความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างรุนแรงพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ
มังกรสามหัวผู้มีประสบการณ์การต่อสู้อย่างโชกโชนจนเรียกได้ว่าเจ้าเล่ห์เพทุบายตัวนี้ไม่กล้าปะทะกับลู่เซิ่งตรงๆ มันตัดสินใจถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะใช้ความนึกคิดร่ายสกิลใส่ลู่เซิ่งทันที
“คำสาปสังขาร: ร่วงโรย!”
วึง...
วินาทีต่อมาสัญลักษณ์ประหลาดพลันปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของลู่เซิ่งอย่างกะทันหัน
ลู่เซิ่งที่กำลังพุ่งตัวด้วยความเร็วสูงถึงกับชะงักและช้าลงทันทีไม่เพียงแต่ทุกย่างก้าวจะเต็มไปด้วยความยากลำบากแต่ขาทั้งสองข้างยังรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
“เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของร่างกายลู่เซิ่งจึงเหลือบมองแผงสถานะของตนเองตามสัญชาตญาณ
ทว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นเกือบจะทำให้เขาต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
[คำสาปสังขาร: ร่วงโรย]
หมายเหตุ:ตกอยู่ในสถานะร่วงโรย ความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง 80% เป็นเวลา30 วินาที!
...
“อะไรนะ ความเร็วลดลง 80 เปอร์เซ็นต์เลยเหรอ? นี่มันสกิลเฮงซวยอะไรกันเนี่ย?”
เมื่อเห็นดีบัฟที่ปรากฏขึ้นบนตัวลู่เซิ่งก็ตกใจจนแทบไม่อยากจะเชื่อ
เพราะเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันจะมีสกิลไหนที่สามารถลดความเร็วของผู้ใช้อาชีพลงได้โดยตรงถึง 80เปอร์เซ็นต์!
นี่มันสกิลบั๊กชัดๆ!
“ฮ่าฮ่ษฮ่าฮ่า! นึกไม่ถึงล่ะสิ ไอ้หนอนแมลงสกปรก!”
ทางด้านออสการ์เล่า
เมื่อเห็นลู่เซิ่งติดคำสาปของตนมันก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้างและคำรามออกมาอย่างลำพองใจ“ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าใช้วิธีไหนทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาได้กะทันหันขนาดนี้แต่ต่อหน้าออสการ์ผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่จะเข้าใกล้ตัวข้าเจ้ายังทำไม่ได้แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนมาเอาชนะข้า?”
“จงลิ้มรสพลังที่เทพแห่งความมืดประทานให้ข้าเสียเถิด!”
สิ้นเสียงคำรามออสการ์ที่กำลังฮึกเหิมก็ยกกรงเล็บมังกรขึ้น และร่ายสกิลใส่ลู่เซิ่งอีกครั้งทันที
“โรคทรมทาน: อาเจียนเป็นเลือด!”
วึง...
สัญลักษณ์ประหลาดอีกชิ้นพุ่งผ่านเหนือศีรษะของลู่เซิ่งไปอย่างเงียบเชียบ
ลู่เซิ่งที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็รู้สึกเหมือนอวัยวะภายในปั่นป่วนอย่างหนักจนสุดท้ายเขาก็ไม่สามารถทนไหว ต้องงอตัวลงไปอาเจียนออกมาอย่างหนัก
อุแหวะ...
พรวด!พรวด! พรวด!
HP-1077!
HP-1149!
HP-1088!
...
ลู่เซิ่งพ่นเลือดสีแดงฉานออกมาจากปากอย่างต่อเนื่องและแถบเลือดของเขาก็ลดฮวบอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตา
ยังดีที่มีเอฟเฟกต์จากพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ และสกิล ‘พรจากสวรรค์’ คอยช่วยอยู่ทำให้ค่าพลังชีวิตของเขาสูงถึงสี่สิบล้านกว่าหน่วย
มิเช่นนั้นเพียงแค่สกิลเมื่อครู่ของออสการ์เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะส่งเขาไปเกิดใหม่ได้ทันที
“สกิลนี่มันน่าสยดสยองเกินไปแล้วถึงขั้นส่งผลต่อสภาพร่างกายของผู้ใช้อาชีพเลยเหรอ?”
คราวนี้ลู่เซิ่งตกใจอย่างแท้จริง
เพราะเขาไม่คิดเลยว่าสกิลของออสการ์จะพิสดารและเหนือความคาดหมายได้ขนาดนี้
แต่นี่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
“คำสาปทางจิต: สับสน!”
“โรคระบาดชั่วร้าย: กัดกินกระดูก!”
“แพร่โรคระบาด: ฝีหนอง!”
“โรคมรณะ: เนื้อร้าย!”
...
จากนั้นสกิลแต่ละอย่างที่ลู่เซิ่งไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด ก็ถูกออสการ์กระหน่ำร่ายออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ในที่สุดลู่เซิ่งก็ได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำกล่าวที่ว่า‘ถึงฉันจะฆ่าแกไม่ได้ แต่ฉันจะทำให้แกขยะแขยงจนตาย’
สกิลของออสการ์ช่างประหลาดล้ำพิสดารเหลือเกินเพราะทั้งหมดล้วนเป็นสกิลลดค่าสถานะทั้งสิ้นไม่เพียงแต่จะลดพลังชีวิตและมานาอย่างต่อเนื่องแต่ยังลดพลังโจมตีและเพิ่มระยะเวลาร่ายเวทอีกด้วยเรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่น่าขยะแขยงไปมากกว่านี้อีกแล้ว
ที่เลวร้ายกว่านั้นคือสกิลของออสการ์ไม่สามารถลบล้างออกได้ด้วยสกิล ‘แสงแห่งการไถ่บาป’
นั่นเป็นเพราะสกิลของมันไม่ใช่ผลจากเวทมนตร์ทั่วไปแต่เป็นคำสาป โรคระบาด และโรคร้ายที่แท้จริง
และแล้ว
ในช่วงเวลาสั้นๆเพียงสิบกว่านาที แม้จะอยู่ในสถานะเสริมพลังของพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ และสกิล ‘พรจากสวรรค์’ แต่ลู่เซิ่งกลับไม่สามารถแม้แต่จะแตะต้องเกล็ดมังกรของออสการ์ได้แม้แต่ชิ้นเดียว
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังถูกสกิลสุดพิสดารเหล่านั้นทรมานจนแทบอยากจะตายไปให้พ้นๆ
ทั้งอาการมึนงงอาเจียนเป็นเลือด หมดสติ ความเร็วลดลง หรือแม้กระทั่งควบคุมการขับถ่ายไม่ได้...
“โธ่เว้ย! แกจะเล่นไม่เลิกใช่ไหม!”
ในที่สุดลู่เซิ่งก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เมื่อเห็นว่าออสการ์นี่ฆ่าเขาไม่ตายแต่ตั้งใจจะถ่วงเวลาให้เขาทรมานเล่น
เขาจึงกัดฟันกรอดและตัดสินใจเปิดใช้งานสกิลของพาลาดินที่เปลี่ยนเขาให้เป็นลูกผู้ชาย 6วินาทีอย่าง ‘โล่เทพพิทักษ์’ ทันที
วึง...
แสงศักดิ์สิทธิ์อันเจิดจ้าสาดส่องลงมาจากฟากฟ้าเพียงพริบตาเดียว เอฟเฟกต์ดีบัฟทั้งหมดบนตัวลู่เซิ่งก็ถูกชำระล้างจนหมดสิ้น
“หือ? นี่คือสกิลไร้เทียมทานของพาลาดินงั้นรึ?”
เมื่อเห็นภาพนี้ออสการ์ถึงกับหรี่ตามองอย่างพิจารณา แต่มันยังไม่ทันได้หาทางรับมือลู่เซิ่งก็พุ่งเข้าประชิดตัวมันด้วยความเร็วสูงก่อนจะง้างฝ่ามือขนาดใหญ่เท่าโม่หิน ฟาดลงไปบนร่างอันมหึมาของมันเต็มกำลัง
หวึ่ง...
[พลาดเป้า!]
[ต้านทาน!]
[สูญหาย!]
[เบี่ยงเบน!]
วินาทีต่อมาสถานะไร้ผลมากมายก็พุ่งขึ้นเหนือศีรษะของออสการ์รัวๆ ราวกับน้ำหลาก