The Organian

    บทที่6 ตอนที่35 : ผู้ที่พิเศษกว่าออแกเนียนทุกคน

    ส่วนทางด้านของเกษม มีสท์ สตีฟและเจ้าปั๊กกี้ ที่กำลังแกะรอยตามหากลุ่มของเซียวซินฉีอยู่นั้น พวกเขาก็ได้ขยับเข้าใกล้เป้าหมายไปมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว..          “ใกล้มาก ๆ กลิ่นคาวเลือดของสองคนนั่น..” เจ้าหมาน้อยใช้จมูกของมันดมกลิ่นก่อนพูดขึ้นและเร่งความเร็วฝีเท้าขึ้นอีกระดับ          ก่อนที่ที่เหลือจะรีบวิ่งตามเจ้าย่นไปติด ๆ .. และเพียงไม่นานพวกเขาก็ได้พบกับกลุ่มเป้าหมาย          และทันทีที่ได้เผชิญหน้า ความรู้สึกแรกที่เดอะไซท์สตีลเลอร์สัมผัสได้ก็คือความกระอักกระอ่วนภายในหัวของเขา เกษมเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่แปลกอย่างบอกไม่ถูก          “มีสท์.. แล้วก็นายด้วยสตีฟ รู้สึกแปลก ๆ เหมือนว่ามีอะไรอยู่ในหัวอย่างฉันไหม?” ชายหน้าเนิร์ดเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับท่าทีที่ไม่ค่อยจะสบายใจนัก          “ไม่นะ.. ฉันแค่แอบกลัวนิด ๆ ” สาวผมเปียตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แอบสั่นเล็ก ๆ            ส่วนทางฝั่งของหนุ่มอเมริกันก็ได้จ้องมองไปยังเบื้องหน้าที่มีบรรยากาศชวนพิศวง “ฉันก็แค่ได้กลิ่นแห่งความน่าสะพรึงน่ะ” เขายังคงไม่ละสายตาไปจากเหล่าอินเทอร์นอลทั้งห้าที่กำลังยืนรอด้วยใบหน้านิ่งเรียบจนไม่สามารถอ่านอารมณ์ของพวกเขาออก           ถึงกระนั้น.. เกษมก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินเดินเข้าไปหากลุ่มของเซียวซินฉีแบบตรง ๆ ในทันที ทั้งที่เขายังคงรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่..          “ดูซิ ใครมาหาพวกเรา? ว่าไงเจ้าเอ็กซ์เทอร์นอลทั้งหลาย อุตส่าห์ถ่อมาหาพวกฉันถึงที่นี่มีธุระอะไร? หรือแค่อยากจะตายเร็วขึ้นเฉย ๆ ?” ลี คา ฮอง หนุ่มเกาหลีหน้าตาดีในชุดสูทแดงอร่ามเดินเข้ามาประจันหน้าก่อนเอ่ยถามขึ้น           “ฉันจะมาขอเลือดของลี คา เพค เพื่อไปช่วยคุณเวิร์ด และเพื่อนของฉัน” โดยชายผู้มีนัยน์ตาสองสีก็ทำใจดีสู้เสือ เขาจ้องไปในดวงตาของชายรูปงามก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยความจริงใจ          “แกจะมาเอาเลือดจากน้องชายของฉันไปช่วยไอพวกไร้ค่าอย่างนั้นน่ะเหรอ? น่าตลกสิ้นดี! ไอพวก เอ็กซ์เทอร์นอลอย่างพวกแกตายไปสักคนก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?!!” ลี คา ฮองพูดขึ้นเสียงด้วยท่าทีที่ไม่เป็นมิตรสุด ๆ           และเมื่อเห็นท่าไม่ดี มีสท์จึงพยายามจะรีบวิ่งเข้าไปช่วย แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง.. ก็ได้มีเสียงแหบห้าวของหญิงสาวดังขึ้น “หยุด!! ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง” เซียวซินฉีพูดขึ้นก่อนจะเยื้องย่างเข้ามาหาเกษมอย่างช้า ๆ           คุณผู้หญิงตระกูลเซียวในร่างของสาวหมวยผู้ไร้แว่น ที่แต่งกายด้วยชุดกี่เพ้ายาวระพื้นสีดำลวดลายมังกรสีทอง และช่วงล่างของชุดยังผ่าแหวกยาวขึ้นมาจนถึงต้นขาเพื่อเพิ่มความเซ๊กซี่เร้าใจ การแต่งหน้าเป็นโทนเย้ายวนดุดันที่ดูแล้วมีเสน่ห์สุด ๆ .. เธอได้เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเกษมก่อนจะเอื้อมมือมาสัมผัสที่ตัวของเขาอย่างแผ่วเบา           และทันใดนั้นเอง.. ชายผู้มีตาเป็นอวัยวะพิเศษก็มองเห็นสิ่งที่น่าประหลาดใจปรากฏขึ้นตรงหน้า เกษมเหลือบไปเห็นหัวใจของหญิงสาวที่กำลังเต้นตุ้บตั่บ พร้อมส่องแสงเป็นประกายอยู่ จึงทำให้เขารู้ทันทีว่าเซียวซินฉีกำลังใช้พลังพิเศษของเธอซึ่งก็คือหัวใจทำอะไรบางอย่างกับร่างกายของเขาอยู่ แต่เขาก็ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้แล้วในจังหวะนั้น          “อืม.. นายอยู่ในโลกที่สวยงาม นายยังไม่เคยรู้สึกถึงความเจ็บปวดภายในใจเลยสินะ” สาวหมวยพูดขึ้นต่อหน้าเกษมอย่างนิ่มนวล และแฝงไปด้วยเสน่ห์ที่เย้ายวนชวนหลงใหล ซึ่งต่างจากการพูดกับคนอื่น ๆ ราวฟ้ากับเหว..          “ลี คา เพค!! กรีดเลือดของแกมามอบให้เขาซะ!” เซียวซินฉีตะโกนสั่งผู้อยู่ภายใต้อาณัติของเธอขณะในที่ตาอันแสนจะทรงเสน่ห์ยังคงจ้องเขม็งอยู่ที่เดอะไซท์สตีลเลอร์          “ฉันต้องขอโทษแทนลีคาฮองด้วยนะ ที่ทำกริยาไม่ดีกับนาย” หญิงสาวผู้มีหัวใจเปล่งประกายพูดต่อพลางยื่นขวดแก้วที่บรรจุเลือดของลีคาเพคให้กับผู้มาเยือน          “ขอโทษด้วยครับ!!” และทันใดนั้น หนุ่มเกาหลีสูทแดงก็ได้โค้งตัวลงจนหัวแทบจะถึงเข่าเพื่อคำนับเกษมในทันที          ซึ่งนั่นก็ทำให้ทั้งเกษม มีสท์ และสตีฟ ต่างก็งงกับการกระทำที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าของเหล่าอินเทอร์นอลผู้สูงส่ง               “ขอถามตรง ๆ เลยนะ.. เลือดของนายน่ะ ช่วยทำให้เพื่อนฉันหลุดพ้นจากการเป็นทาสของไอ้ดันทัวร์ได้หรือเปล่า?” มีสท์ถามแทรกขึ้น          ก่อนที่จะโดนเซียวซินฉีตะโกนเสียงแข็งตอบกลับไป! “แกคิดว่าแกเป็นใครถึงได้กล้ามาแทรกการสนทนาของฉัน ไอ้คนชั้นต่ำ!” หญิงสาวในชุดกี่เพ้าชะเง้อหน้ามองผ่านไหล่ของเกษมไปก่อนจะตะคอกใส่สาวผมเปีย และหันกลับมามองเกษมด้วยไปหน้าอันเป็นมิตรเช่นเคย           “ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน เพราะในตำราออแกเนียนไม่ได้บอกไว้น่ะ..” คราวนี้ชายผู้มีดวงตาวิเศษเป็นคนพูดบ้าง          ซึ่งถึงแม้จะเป็นประโยคที่มีความต้องการรู้ในสิ่งเดียวกัน แต่การตอบสนองของเซียวซินฉีนั้นกลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน “อ้อ.. เธอก็อยากรู้อย่างนั้นเหรอ ได้สิ..” เธอพูดอย่างนิ่มนวลพลางหันไปสั่งการลีคาเพค “อธิบายเขาไปสิ ยืนรออะไรอยู่ล่ะ!”          “ถ้าเป็นเรื่องนั้นน่ะสบายมาก.. มันง่ายกว่าการที่ใช้เลือดของฉันรักษาร่างกายที่บาดเจ็บซะอีก เพราะจริง ๆ แล้วหน้าที่ของเม็ดเลือดขาวก็คือการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย แล้วการที่โดนไอ้แวมไพร์นั่นกัดมันก็คือการฉีดสารบางอย่างจากฟันของมันเข้าไปในร่างกายของเหยื่อ เพื่อควบคุมการทำงานของสมองทำให้คนนั้นยอมเชื่อฟังคำสั่งมัน” ชายสูทขาวอธิบาย          “ถ้าคิดจะช่วยเพื่อนจากสิ่งนั้นเพียงแค่คนละจิบก็เกินพอแล้ว หรือจะเอาไปละลายน้ำสักครึ่งขวดแล้วแบ่งกันกินก็สามารถช่วยได้หมดทั้งกลุ่มเลยล่ะ แต่กับการรักษาฟื้นฟูร่างกายมันต้องได้รับมากกว่านั้นนะ อย่างน้อยก็ประมาณหนึ่งอึก” เขาอธิบายต่ออย่างละเอียดถึงสรรพคุณของเลือดตนเอง          “นี่พวกเธอ.. มีจุดประสงค์อะไรกันแน่? ทำไมถึงช่วยพวกฉันขนาดนี้” เกษมเอ่ยถามขึ้นอย่างกล้าหาญ          ซึ่งคำถามนี้เองก็ยังคงคาอยู่ในใจของทั้งสองพี่น้องชาวเกาหลีและโบมานีเช่นกัน ทั้งสามคนต่างหันไปมองที่ผู้มีหัวใจเป็นอวัยวะพิเศษด้วยความข้องใจ          “จุดประสงค์ของฉันน่ะเหรอ? ก็แค่รอดูพวกปลาซิวปลาสร้อยอย่างพวกนายสู้กันเพื่อความบันเทิงก็แค่นั้นเอง” เซียวซินฉีอธิบาย โดยที่ดวงตาของเธอยังคงจ้องไปยังดวงตาคู่พิเศษของหนุ่มแว่นอย่างไม่ลดละ          “ยังไงก็เถอะ ต้องขอบคุณพวกเธอมากที่ให้เลือดขวดนี้กับฉัน” เดอะไซท์สตตีลเลอร์พูดพลางถอยห่างออกมาจากสาวหมวยในชุดกี่เพ้า และเดินกลับไปหาผู้ร่วมทางทั้งสาม ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเอง!ตู้มมม ! ! ! ! ฉับพลันก็เกิดเสียงเหมือนอะไรบางอย่างกำลังระเบิดมาจากสถานที่ตั้งแคมป์ของเหล่าพันธมิตรผู้ต่อต้านดันทัวร์!          “เกิดอะไรขึ้นที่แคมป์กันนะ!?” มีสท์หันขวับไปตามเสียงอึกทึก          “ฉันจะบอกให้เอาบุญแล้วกันนะ ตอนนี้พวกของดันทัวร์มันกำลังบุกมาโจมตีพวกแกอยู่.. รีบกลับไปช่วยซะสิ” เซียวซินฉีพูดสวนขึ้นมาทันควันราวกับเธอเห็นทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น          “ตอนกลางวันแสก ๆ เนี่ยนะ?” สตีฟพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ          และด้วยความเป็นห่วงเพื่อนอีกทั้งภารกิจที่ตั้งใจจะมาทำก็ได้ลุล่วงลงไปแล้ว ทั้งหมดจึงรีบวิ่งกลับไปที่แคมป์ทันที..          โดยหลังจากที่ทั้งสามคนวิ่งออกไป.. เซียวซินฉีก็ได้เผยความจริงออกมาถึงเหตุผลที่เธอยอมมอบเลือดอันทรงคุณค่าให้กับเหล่าเอ็กซ์เทอร์นอล “ที่จริงจุดประสงค์ในตอนแรกน่ะ.. มันได้เสร็จลุล่วงไปแล้ว แต่ตอนนี้ฉันก็มีจุดประสงค์ใหม่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งก็คือนายยังไงล่ะ!” สาวในชุดกี่เพ้าลายมังกรพูดขณะมองเกษมที่กำลังวิ่งจากไป          “ทำไมถึงบอกว่าเจ้านั่นมันคือจุดประสงค์ของเราล่ะ?” ด้วยความสงสัยลี คา เพค จึงเอ่ยถามขึ้น          “นี่พวกนายสัมผัสไม่ได้จริง ๆ เหรอ? ว่าเจ้าหมอนั่นมันมีอะไรพิเศษ.. ตอนที่เจอกันครั้งแรกฉันก็สัมผัสได้แล้วแต่ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่หลังจากที่เจอกันเมื่อกี้แบบใกล้ ๆ มันก็ได้ทำให้ฉันมั่นใจว่าเจ้าแว่นนั่นมันพิเศษ” เธอยิ้มออกมาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปลื้มปริ่มและปรารถนาจะได้เขามาครอบครอง            และทันใดนั้นชายหัวโตผู้สวมชุดนักวิจัยที่ยืนหลบอยู่ก็ได้ยอมปริปากพูดอะไรออกมาบ้างในที่สุด “เขาพิเศษกว่าแก พิเศษกว่าฉัน พิเศษกว่าเราทุกคน”“เจ้านั่น.. มีสายเลือดของออแกเนียนสองคนไหลเวียนอยู่ในตัว..” “เมื่อสงคราม เริ่มปะทุ ระอุอู้เมื่อทั้งคู่ ต่างมีจุด ประสงค์หมายหนึ่งหวังครอง สองหวังช่วย ด้วยใจกายส่วนอีกฝ่าย ได้พบสิ่ง อัศจรรย์”