ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 150 ตี้หลิงหาน จำเอาไว้

            ฮวาเหยียนพ่นลมหายใจเย็นชากล่าวกับตี้หลิงหานอย่างไม่เกรงกลัว

            เหล่าองครักษ์เงาล้วนไม่กล้าหายใจแรงพวกเขารู้สึกได้เพียงเหงื่อเย็นที่ไหลลงมาจากหน้าผาก

            ดวงตาสีแดงโลหิตของตี้หลิงหานขยับจ้องด้วยแววสั่นไหวสายตาตกลงบนใบหน้าของฮวาเหยียน เขาเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง อวัยวะภายในทั้งห้า [1] และอวัยวะกลวงทั้งหก [2] ล้วนร้อนดั่งไฟเผาเมื่อครู่เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายกดฮวาเหยียนเอาไว้ใต้กำมือจนหมดสิ้นแล้ว

            เดิมทีสำหรับเขาแล้วความตายมิเคยน่ากลัว

            ในใต้หล้านี้เมื่อคนผู้หนึ่งไม่เหลือสิ่งที่ต้องห่วงหาอาวรณ์ ก็มิสู้ตายไปเสียยังดีกว่า

            ความเชื่อที่ประคับประคองให้เขามีชีวิตมานานปีไม่มีอันใดนอกจากความไม่เต็มใจ

            ทว่าครานี้...

            พริบตานั้นจู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าตนปรารถนาจะมีชีวิตอยู่

            ในช่วงที่อยู่ใกล้ความตายสติของเขาว้าวุ่น ทว่าในสายธารแห่งความคิดพลันปรากฏภาพใบหน้าเย็นชาอวดดีของสตรีตรงหน้าแต่เมื่อภาพหมุนเปลี่ยน กลับเป็นภาพรอยยิ้มอบอุ่นของนางที่มีต่อคนตระกูลมู่

            รอยยิ้มเช่นนั้นเขาเคยเห็นมาแล้วสองสามครา ซึ่งเขาต้องการทำลายและฉีกมันออกเป็นชิ้นๆทว่าในส่วนลึกเขากลับโหยหา

            ทันใดนั้นเขาก็ปรารถนาที่จะรู้ว่าหากวันหนึ่งตนได้รับการปฏิบัติอย่างจริงใจจากสตรีผู้นี้ นั่นจะเป็นความรู้สึกเช่นไร?

            หึ...

            ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่มู่อันเหยียนกล่าวกับตนตี้หลิงหานพลันถอนหายใจออกมาเบาๆ เห็นทีคงเป็นได้แค่เรื่องเพ้อฝันเท่านั้น

            ตัวเขาในใจของมู่อันเหยียนคือคนที่มีศีลธรรมจอมปลอมเสแสร้งแกล้งทำ น่ารังเกียจไร้ยางอาย สุภาพบุรุษจอมปลอม...

            ในเมื่อเป็นเยี่ยงนี้เช่นนั้นแล้ว...

            ครู่ต่อมา นัยน์ตาของตี้หลิงหานก็หยุดลงบนใบหน้าของฮวาเหยียนเขามองดูนางอย่างไม่เร่งร้อน ด้วยสายตาที่ลึกล้ำและเย็นชา สั่นไหวและมีเสน่ห์ ทั้งยังเป็นสีแดงเลือดงดงามน่าอัศจรรย์

            ฮวาเหยียนที่ได้ด่าตี้หลิงหานออกไปตรงๆมิต้องเอ่ยเลยว่านางสบายใจเพียงใด! นางอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว ฮ่าๆๆ!

            แต่เมื่อถูกตี้หลิงหานจับจ้องเช่นนี้หัวใจของนางพลันเต้นกระตุก ทว่าสีหน้ามิเปลี่ยนแปลง นางจ้องเขม็งกลับไปพร้อมกล่าวว่า“หะ เหตุใดจึงจ้องหม่อมฉันเช่นนั้นเล่า? หม่อมฉันพูดอันใดผิดหรือเพคะ?”

            จากนั้นนางก็ได้ยินตี้หลิงหานถามว่า“มู่อันเหยียน เจ้ารู้หรือไม่ว่าทั้งที่วันนี้เกิดเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ทว่าเหตุใดกลับยังไม่มีผู้ใดโผล่มาช่วยข้าสักคน?”

            “มิใช่ว่าล้วนอยู่ที่นี่หมดแล้วหรือทหารในจวนของท่านล้มตายไปไม่น้อย องครักษ์เงาทั้งเก้าล้วนถูกท่านทำให้บาดเจ็บสาหัสนอกจากปากที่ยังพูดได้แล้ว แม้แต่นิ้วก็ยังขยับไม่ได้เกรงว่าคงมิได้เป็นอัมพาตไปแล้วกระมัง แล้วยังจะช่วยท่านได้อย่างไร?”

            องครักษ์เงา “...!”

            พวกเขายังมิตายเสียหน่อยแต่เกรงว่าหากคุณหนูใหญ่ยังพูดต่อไป พวกเขาคงได้โกรธจนตายแทน! วาจาเช่นนี้ช่างเสียดแทงใจคนนัก

            “หึ...!”

            หลังจากฮวาเหยียนเอ่ยจบนางก็ได้ยินตี้หลิงหานหัวเราะเสียงเบา เป็นรอยยิ้มที่ค่อนข้างเย้ยหยันก่อนจะเปิดปากกล่าวว่า “องครักษ์เงาที่ขึ้นตรงต่อข้ามีสิบกว่าคน ทุกนายล้วนมีวรยุทธ์สูงกว่าระดับผู้บำเพ็ญขั้นแปดมีจำนวนไม่น้อยที่เข้าสู่ระดับขั้นปรมาจารย์”

            “แล้วอย่างไรเพคะ?”

            ฮวาเหยียนไม่เข้าใจว่าตี้หลิงหานต้องการสื่อสิ่งใดนางจึงเลิกคิ้วขึ้นถาม

            “นักฆ่าเหล่านั้นหาใช่คนธรรมดาเปิ่นกงได้รับบาดเจ็บสาหัส ชีวิตตกอยู่ในอันตราย ระหว่างการลอบสังหารมีผู้มากฝีมือบางคนใช้วิชาพรางตาพยายามจะฆ่าเปิ่นกง องครักษ์เงาทั้งสิบกว่าคนล้วนรออยู่ด้านนอกพร้อมสู้รบ แต่ทำอย่างไรก็มิอาจเข้ามาได้ไม่รู้ว่าภายในจวนเกิดเรื่องอันใดขึ้น พวกเขาจึงเข้ามามิได้ทว่าหากมีคนต้องการจะออกจากจวน ย่อมต้องทำลายวิชาพรางตานั้น เจ้าหนีไม่พ้น...แค่ก...!”

            อาจเพราะเขาพูดมากเกินไปในลมหายใจเดียวตี้หลิงหานจึงกระอักเลือดออกมาอีกคำ

            หัวใจของฮวาเหยียนตื่นตระหนก“พระองค์ทรงขู่หม่อมฉันหรือ?”

            “หึ...”

            ตี้หลิงหานเอียงศีรษะและปิดเปลือกตาลงราวกับคร้านจะกล่าววาจาอันใดต่ออีก

            “แม่นางมู่สิ่งที่นายท่านตรัสล้วนคือความจริง...ข้าน้อยเป็นองครักษ์เงาลำดับที่เก้าถัดจากข้าน้อยไปยังมีพี่น้องอีกหลายคน เกรงว่ายามนี้พวกเขาคงทราบเรื่องแล้ว...”

            อั้นจิ่วกล่าว

            เขาเองก็บาดเจ็บสาหัสเช่นกันหลังจากคำพูดนี้จบลง ลมหายใจของเขาพลันหนักหน่วงขึ้น มุมปากปรากฏคราบเลือดสีหน้าฉายแววเจ็บปวด

            ฮวาเหยียนกะพริบตานางมองออกว่าตี้หลิงหานและอั้นจิ่วมิได้โกหก

            ดังนั้นหากตอนนี้นางออกจากจวนไท่จื่อไปเงียบๆมิสนใจความเป็นตายของคนเหล่านี้ ทว่าทันทีที่ก้าวออกไป นางก็จะโดนองครักษ์เงาที่อยู่ภายนอกล้อมจับหรือ?

            เหล่าพี่น้องของอั้นจิ่วหากเรียงตามลำดับตัวเลขแล้ว มิแน่ว่าอาจเรียงลำดับไปถึงอั้นจิ่วสือจิ่ว [3] !

            ลมแทบจับ!

            เหตุใดนางจึงถูกตี้หลิงหานกุมไว้ในกำมือตลอดเลยเล่า?

            ช่างน่าโมโหจนอยากระเบิดทุกสิ่งทิ้งเสียจริง

            เมื่อครู่ที่นางลงมือช่วยเหลือนางมิได้เต็มใจหรือยินยอม ตอนนี้ยังมาถูกตี้หลิงหานใช้วาจาข่มขู่ นางยิ่งไม่เต็มใจ!

            ฮวาเหยียนรู้สึกว่าตนโกรธจนกลายเป็นปลาปักเป้าพองตัว

            อากาศยามราตรีหนาวเย็นเล็กน้อยกลิ่นอายที่แผ่ออกมาแฝงกลิ่นคาวเลือดเจือจาง บนพื้นเต็มไปด้วยซากศพมีเพียงฮวาเหยียนผู้เดียวที่ยังยืนอยู่ นางจับจ้องตี้หลิงหาน ยิ่งคิดยิ่งไม่ยอมใจคิดถึงหายนะที่ไร้เค้าลางปรากฏของนาง คิดถึงเงินสามล้านตำลึงคิดถึงภาพที่เขาวาดในห้องหนังสือคิดถึงท่าทางที่เขามองเหยียดจากที่สูงอยู่ทุกวัน...

            “ตี้หลิงหานได้ ฝากไว้ก่อนเถิด! แต่หากคิดว่าข้าจะเต็มใจช่วยท่าน นั่นย่อมไม่มีทางหม่อมฉันมีเงื่อนไข!”

            ฮวาเหยียนกล่าว

            เหล่าองครักษ์เงาล้วนกระวนกระวายจนมีเหงื่อผุดซึมที่หน้าผากดวงตาของพวกเขาฉายแววร้อนใจเป็นกังวล แทบทนไม่ไหวอยากลุกขึ้นโค้งคำนับเต็มพิธีให้ฮวาเหยียนท่านเทพผู้สูงส่ง ท่านมีเงื่อนไขอันใดก็รีบกล่าวมาเถิดสถานการณ์ของนายท่านหนักหนาสาหัสยิ่งขอรับ

            “พูด”

            ตี้หลิงหานเอ่ยคำอย่างสง่างามและเย็นชา

            ฮวาเหยียนพ่นลมหายใจพูดอย่างอวดดีว่า “สองเงื่อนไข ข้อแรก สัญญาระหว่างเราเงินจำนวนสามล้านตำลึงถือว่าเป็นโมฆะ ข้อสอง ท่านต้องให้คำสัญญากับหม่อมฉันอีกสามประการโดยไม่มีเงื่อนไข”

            ดวงตาของฮวาเหยียนเปล่งประกายรอยยิ้มบนริมฝีปากและแก้มของนางสดใสราวกับดอกท้อ

            นางรู้สึกว่าตนเองช่างมีไหวพริบทั้งได้ช่วยชีวิตตี้หลิงหานเอาไว้ สัญญาหนี้เป็นโมฆะ และยังได้รับสัญญาสามประการจากอีกฝ่ายเพื่อเป็นการรับประกันว่าเขาจะไม่กล้าหาเรื่องนางอีกในภายหน้า

            สามประการไม่นับว่าใหญ่หรือเล็ก

            ได้รับคำสัญญาจากองค์รัชทายาทเพียงข้อเดียวก็สามารถยิ่งใหญ่คับฟ้า

            สิงโตปากกว้าง[4] ฮวาเหยียน ร้องปรารถนาสามประการ

            ตี้หลิงหานจ้องมองนางไม่พูดอันใดสักคำ

            ทันใดนั้นบรรยากาศพลันเงียบลงเหล่าองครักษ์เงาร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็รู้ว่าเวลานี้พวกเขามิอาจเอ่ยปากได้

            เมื่อเห็นตี้หลิงหานจ้องมองตนอยู่นานโดยไม่พูดอันใดฮวาเหยียนก็เหลือบสายตามองเขา “พระองค์ทรงมิตอบรับหรือ?ปรารถนาจะตายไปพร้อมกับหม่อมฉันหรือเพคะ?”

            นางถาม

            แต่อันที่จริงฮวาเหยียนก็ตัดสินใจจะช่วยตี้หลิงหานอยู่แล้วนางย่อมมิอาจปล่อยให้เขาตายไปทั้งเช่นนี้เป็นแน่ เหตุผลแรกคือความคิดที่ว่าเขาเป็นถึงองค์รัชทายาทของต้าโจวผู้สืบทอดในภายหน้าของอาณาจักรนี้ เป็นองค์เหนือหัวที่บิดาและพี่ชายของนางต้องปกป้องด้วยชีวิตตอนนี้นางคือคนของตระกูลมู่ จึงมิอาจเป็นผู้ลงมือสังหารหรือปล่อยให้ตี้หลิงหานตายอย่างเงียบเชียบในคืนนี้

            ประการที่สองนั่นคือ...ถ้อยคำข่มขู่ของตี้หลิงหาน หากนางออกไปตอนนี้ เกรงว่านางคงหนีปัญหาที่จะเกิดขึ้นไม่พ้น

            ดังนั้นก่อนช่วยชีวิตเขาฮวาเหยียนย่อมต้องเจรจาเงื่อนไข!

            ทว่าตี้หลิงหานกลับยังคงนิ่งเงียบไม่กล่าววาจาออกมาสักคำ...

            “ตรัสอันใดหน่อยสิเพคะ...”

            ฮวาเหยียนกระตุ้น

            เห็นเพียงตี้หลิงหานจ้องเขม็งมาที่ใบหน้าของนางริมฝีปากแดงขยับเล็กน้อยก่อนพูดออกมาคำหนึ่ง

            “ได้”

            หืม?

            ตอบรับอย่างง่ายดายยิ่ง!

            เกรงว่าจะมีแผน

            “ท่าน...”

            ฮวาเหยียนยังต้องการพูดต่อทว่านางกลับเห็นเพียงตี้หลิงหานหลับตาและนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาบริสุทธิ์ผิวขาวราวกับกระเบื้องเคลือบ และมีเลือดสีแดงสดที่มุมปากราวกับรอยเปื้อนสีหมึกในยามค่ำคืน

            เป็นลมหรือ? ตายเสียแล้ว?

             

            เชิงอรรถ

            [1] อวัยวะภายในทั้งห้า 五脏 (wǔ zàng) ได้แก่ ตับ หัวใจ ม้าม ปอด และไต

            [2] อวัยวะกลวงทั้งหก 六腑 (liù fǔ) ได้แก่ ถุงน้ำดี ลำไส้เล็กกระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ กระเพาะปัสสาวะ และซานเจียว

            [3] อั้นจิ่วสือจิ่ว 暗九十九 (Àn jiǔ shí jiǔ) ในที่นี้ อั้นจิ่วหมายถึงองครักษ์เงาลำดับที่เก้า อั้นจิ่วสือจิ่วจึงหมายถึงองครักษ์เงาลำดับที่เก้าสิบเก้า

            [4] สิงโตปากกว้าง 狮子大开口 (shī zī dà kāi kǒu) อุปมาถึง คนที่เสนอเงื่อนไขหรือราคาที่สูงมาก

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382