แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่ สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาภายในห้องนอน Master Suite บนชั้นสามของคฤหาสน์สิรินทรา กระทบลงบนเตียงนอนคิงไซส์ที่ยับยู่ยี่และเต็มไปด้วยร่องรอยของพายุอารมณ์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
นาฬิกาชีวภาพในร่างกายของอดีตทหารรับจ้างทำงานอย่างเที่ยงตรง ธีร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาในเวลาหกโมงเช้าตรงเป๊ะ ชายหนุ่มกะพริบตาเพื่อปรับโฟกัสรับแสงสว่าง ก่อนจะพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างในสภาพที่เปลือยเปล่าล่อนจ้อน ไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆ ปกปิดร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็
ธีร์ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าไปมองพื้นที่ว่างข้างกาย
ภาพที่ปรากฏแก่สายตา คือร่างระหงของนางพญาสาวผู้ยิ่งใหญ่แห่งสิรินทรา กรุ๊ป บัดนี้กำลังนอนหลับตาพริ้ม หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เพียงฟ้าซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ร่างกายบอบบางของเธอหดเกร็งและนอนคุดคู้เข้าหากันราวกับลูกแมวตัวเล็กๆ ที่กำลังหาไออุ่น
ชายหนุ่มทอดสายตามองท่าทางการนอนที่แสนจะไร้เดียงสานั้น ก่อนที่สายตาคมกริบของเขาจะเหลือบไปเห็นรอยด่างสีแดงอมชมพูที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา... ร่องรอยของเืแห่งการสูญเสียพรหมจรรย์ ที่เป็หลักฐานยืนยันถึงการ '' อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อคืนนี้
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหมาป่าหนุ่ม เมื่อเขาประเมินจากท่านอนที่คุดคู้และการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เขาก็รู้ได้ทันทีว่า หญิงสาวผู้เย่อหยิ่งคนนี้ยังคงรู้สึก 'เจ็บช้ำ' จากพายุรักอันเร่าร้อนที่เขาเป็ผู้มอบให้
ธีร์ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนของเธอ ชายหนุ่มเดินเปลือยเปล่าตรงเข้าไปในห้องน้ำหินอ่อนสีดำตัดทองอันแสนหรูหรา จัดการเปิดระบบเรนชาวเวอร์ (Rain Shower) ปล่อยให้สายน้ำเย็นฉ่ำไหลชโลมลงมาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคลและเรียกความสดชื่นให้กับร่างกาย
ในระหว่างที่สายน้ำเย็นกำลังไหลผ่านเรือนร่าง ธีร์ก็ยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชุ่มไปด้านหลัง พลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์อันบ้าคลั่งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา...
เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าสวยหวานที่บิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน และเสียงหวีดร้องครางกระเส่าของเธอยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามกับตัวเอง... นี่เขาทำบ้าอะไรลงไป?
ตลอดชีวิตของการเป็ทหารรับจ้าง เขาคือผู้ชายที่ยึดมั่นในหลักเหตุผล สัญชาตญาณระวังภัย และการควบคุมตัวเองขั้นสูงสุดมาโดยตลอด เขาไม่เคยมองว่าการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครจะเป็เื่สลักสำคัญ แต่กับผู้หญิงคนนี้... คนที่เขาเพิ่งจะรู้จักและใช้เวลาอยู่ด้วยเพียงแค่ไม่กี่วัน คนที่เขายังไม่รู้ถึงก้นบึ้งของจิตใจเธอดีพอ... เขากลับหน้ามืดตามัว ยอมปล่อยให้ความ 'กระหาย' ในเรือนร่างของเธอ เข้าครอบงำสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น และลงมือกระทำสิ่งนั้นลงไปอย่างตะกรุมตะกราม
ธีร์ถอนหายใจออกมาแ่เบาปนไปกับสายน้ำ... ในเมื่อข้าวสารกลายเป็ข้าวสุกไปแล้ว และในเมื่อเธอคือผู้หญิงที่กล้าแลกทุกอย่างเพื่อรอคอยเขา เขาก็ทำได้เพียงแค่บอกกับตัวเองอย่างลูกผู้ชายว่า หลังจากนี้ เขาคงจะต้องปกป้องและ 'ดูแล' เธอให้ดีที่สุดเท่าที่ชีวิตของเขาจะทำได้
ทว่า พอคิดมาถึงตรงนี้ มุมปากของอดีตทหารรับจ้างก็กระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้... หญิงสาวที่เป็ถึงมหาเศรษฐี เป็ผู้กุมบังเหียนเครือบริษัทระดับประเทศที่มีอำนาจล้นฟ้า... หากมองตามความเป็จริงแล้ว เขาต่างหากที่กำลังถูกเธอใช้เงินและอำนาจเลี้ยงดูอยู่... สรุปแล้ว งานนี้ใครจะต้องเป็คนดูแลใครกันแน่?
หลังจากจัดการทำธุระส่วนตัวเสร็จสิ้น ธีร์ก็นำผ้าเช็ดตัวผืนหนามาพันรอบเอวสอบของตนเองเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะผลักประตูห้องน้ำเดินกลับออกมายังโซนห้องนอน
ทว่า เมื่อก้าวพ้นประตูออกมา เขาก็พบว่าเตียงนอนไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป
เพียงฟ้าตื่นขึ้นมาแล้ว หญิงสาวในสภาพที่เอาผ้าห่มผืนหนาพันรวบรัดร่างกายเปลือยเปล่าของตนเองเอาไว้แน่น กำลังนั่งตัวงอคุ้มอยู่ที่บริเวณขอบเตียง ใบหน้าสวยสะกดที่ไร้เครื่องสำอางบัดนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับชายหนุ่มที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ภาพเหตุการณ์อันแสนจะเร่าร้อนและน่าอับอายเมื่อคืน ก็พุ่งกลับเข้ามาโจมตีสมองของเธอจนแทบจะะเิ
"ตื่นแล้วเหรอครับ?"
ธีร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบตามปกติ ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องแต่งตัว Walk-in closet หยิบเสื้อยืดสีดำและกางเกงสแล็กทรงสบายๆ ขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว
เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ธีร์ก็เดินกลับมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวที่ยังคงนั่งก้มหน้างุดอยู่บนเตียง ชายหนุ่มทอดสายตามองท่าทีเก้ๆ กังๆ ของนางพญาผู้ไร้พ่าย ก่อนจะเอ่ยปากออกคำสั่งด้วยความเป็ห่วง
"ผมว่า... วันนี้คุณอย่าเพิ่งเข้าไปทำงานที่บริษัทเลยดีกว่านะครับ ฟ้า"
เพียงฟ้าเงยหน้าขึ้นขวับทันที สัญชาตญาณของความเป็ซีอีโอผู้บ้างานถูกปลุกให้ตื่นขึ้น "ไม่ได้นะคะ! วันนี้ฟ้ามีธุระสำคัญ มีเอกสารสัญญาเกี่ยวกับการผลิตลอตแรกที่ต้องเข้าไปเซ็นอนุมัติด้วยตัวเองน่ะค่ะ"
"เดี๋ยวนี้... พวกเอกสาร หรือสัญญาธุรกิจ เขาก็มีระบบให้เซ็นอนุมัติผ่านช่องทางออนไลน์กันหมดแล้วไม่ใช่เหรอครับ?" ธีร์ใช้ตรรกะเหตุผลเข้าสู้
"มันก็ใช่ค่ะ..." เพียงฟ้าเถียงกลับเสียงแข็ง "แต่เื่บางเื่ หรือเอกสารลับบางอย่าง มันก็จำเป็จะต้องให้ผู้บริหารสูงสุดเข้าไปเซ็นรับรอง หรือปรากฏตัวที่บริษัทเพื่อความน่าเชื่อถืออยู่ดีนั่นแหละค่ะ"
เมื่อเห็นความดื้อดึงของหญิงสาวตรงหน้า ธีร์ก็ถึงกับส่ายหน้าไปมาเบาๆ ชายหนุ่มหรี่ตาลง มองประเมินสภาพของเธอั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาซีอีโอสาวถึงกับสะดุ้ง
"หรือว่า... คุณคิดจะเดินลากขา เข้าไปในตึกสิรินทรา กรุ๊ป... ด้วย 'สภาพ' แบบนี้จริงๆ เหรอครับ?"
ธีร์เลิกคิ้วขึ้นสูง แววตาทอประกายเ้าเล่ห์ "คุณอยากจะเข้าไปเดินป่าวประกาศ ให้พนักงานทุกคนในบริษัทของคุณได้รู้... ว่าท่านประธานหญิงของพวกเขาน่ะ เพิ่งจะ 'เสียตัว' ให้กับผมมาหมาดๆ เมื่อคืนนี้ อย่างนั้นน่ะเหรอครับ?"
"ธ... ธีร์!"
เพียงฟ้าเบิกตากว้าง ถลึงตามองหน้าชายหนุ่มด้วยความตกตะลึงระคนเขินอายขั้นสุด! หญิงสาวอ้าปากพะงาบๆ อยากจะเถียง แต่ก็เถียงไม่ออก เพราะสภาพร่างกายของเธอในตอนนี้ แค่ขยับตัวนิดเดียว ความเจ็บระบมที่บริเวณจุดอ่อนไหวก็แล่นริ้วขึ้นมาจนเธอต้องนิ่วหน้า
"วันนี้ คุณนอนพักผ่อนอยู่บ้านเถอะครับ อย่าฝืนร่างกายตัวเองเลย"
ธีร์เปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนโยนลง แฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "ถึงแม้ว่าผม... จะไม่ค่อยเข้าใจเื่ระบบการทำงานบริษัท หรือเื่ของการบริหารงานระดับหมื่นล้านอะไรพวกนี้เท่าไหร่ แต่ผมก็รู้ดีว่า... ด้วยคนที่มีตำแหน่ง และมีอำนาจระดับคุณน่ะ ไม่จำเป็จะต้องฝืนสังขารเข้าไปนั่งทำงานที่บริษัททุกวันหรอกนะครับ คุณควรจะให้เวลาร่างกายได้พักผ่อนบ้าง"
ทว่า ด้วยทิฐิและความเคยชิน เพียงฟ้าก็ยังคงพยายามจะดิ้นรน "ต... แต่ว่า ฟ้าสบายดีนะคะ! เื่แค่นี้น่ะ... นั่งพักแป๊บเดียว เดี๋ยวเดียวมันก็หายเจ็บแล้วล่ะค่ะ!"
เมื่อเจอกับความดื้อรั้นที่ไม่ยอมถอย ธีร์ก็ถอนหายใจออกมาแ่เบา ชายหนุ่มทอดสายตามองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของความห่วงใยอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของหมาป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อซ้ำสอง!
ธีร์คลี่ยิ้มกว้าง ก่อนจะก้าวประชิดตัวหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียง ชายหนุ่มค่อยๆ ยื่นมือหนาที่หยาบกร้านของตนเอง วางแหมะลงบน 'หน้าขา' ขาวเนียนของเธอ ที่โผล่พ้นออกมาจากใต้ผ้าห่มเบาๆ
เพียงฟ้าสะดุ้งโหยง!
"ถ้าคุณยืนยัน ว่าจะเอาอย่างนั้นให้ได้... ก็ได้ครับ"
ธีร์โน้มใบหน้าลงไปใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความอันตราย "แต่ผมไม่อยากให้คุณไปทำงานในสภาพนี้เลยจริงๆ... งั้นถ้าคุณดื้อนัก ผมก็คงจะต้อง..."
ปลายนิ้วหยาบสากของชายหนุ่ม เริ่มขยับลูบไล้ไปตามผิวเนื้ออ่อนนุ่มที่ต้นขาของเธออย่างเชื่องช้า ทว่าปลุกปั่นอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง
"คงต้อง 'อัปเกรด' บทเรียน... จากสิ่งที่ผมได้ทำกับคุณไปเมื่อคืนนี้ซะแล้วล่ะครับ..."
ธีร์ยิ้มกริ่ม ั์ตาพราวระยับ "ผมคงต้องจัดเต็ม ทั้งความ 'ดุดัน' ...และ 'ท่วงท่า' ที่มันลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เอาให้คุณลุกไม่ขึ้นไปอีกสามวันเลยดีไหมครับ?"
คำขู่ที่มาพร้อมกับััรุกราน ทำเอาหัวใจของเพียงฟ้าหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม! ภาพความบ้าคลั่งและพละกำลังอันมหาศาลของเขาเมื่อคืนนี้ผุดขึ้นมาในหัวเป็ฉากๆ แค่โดนไปรอบเดียวเธอก็แทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ขืนโดน 'อัปเกรด' ท่วงท่าเข้าไปอีก มีหวังร่างกายเธอได้แหลกสลายคามือเขาจริงๆ แน่!
"อ... ไอ้บ้า! เอามือออกไปเดี๋ยวนี้นะ!"
เพียงฟ้ารีบยกมือขึ้นปัดฝ่ามือหนาของเขาออกจากต้นขาของตนเองเป็พัลวัน หญิงสาวกระถดตัวหนีไปด้านหลังเล็กน้อย ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
"ฉันยังเจ็บระบมไปหมดทั้งตัวอยู่เลยนะยะ! คนบ้าอะไร รังแกกันอยู่ได้!" เธอบ่นอุบอิบเสียงหลง
ธีร์มองท่าทีตื่นตระหนกเหมือนกระต่ายน้อยของซีอีโอสาว แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะหึๆ ออกมาในลำคอด้วยความชอบใจ ที่สามารถกำราบความดื้อรั้นของนางพญาลงได้สำเร็จ
สุดท้าย เพียงฟ้าก็จำต้องยอมยกธงขาว หญิงสาวทำหน้างองุ้ม พ่นลมหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะยอมรับชะตากรรมของตนเอง
"ก็ได้ค่ะ! ยอมแล้วค่ะ! วันนี้ฉันจะไม่เข้าไปที่บริษัทก็ได้!" เพียงฟ้าสะบัดหน้าหนีเล็กน้อย "เดี๋ยวฉันขอตัวอนุญาตโทรไปสั่งงาน และลางานกับน้ำรินก่อนก็แล้วกันนะคะ!"
ธีร์พยักหน้ารับ รอยยิ้มผู้ชนะยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
ทว่า ในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องเพื่อรอรับประทานอาหารเช้านั้น เพียงฟ้าก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแขวะชายหนุ่มที่ทำตัวลื่นไหลผิดกับบุคลิกปกติ
"หึ! แหม..."
เพียงฟ้าหรี่ตามองแผ่นหลังกว้างของเขา "ปกติ เวลาอยู่ข้างนอก เห็นทำเป็เงียบขรึม ไม่ค่อยชอบพูดชอบจา... แต่พอเป็เื่ใต้ร่มผ้า หรือเื่แบบนี้ขึ้นมาเนี่ย... แหม... พูดจา 'ป๋อ' ไหลลื่นเป็น้ำเลยเชียวนะคะ ร้อยโทธีรภัทร!"
หญิงสาวกอดอก หรี่ตาจับผิดอย่างหมั่นไส้ "สรุปแล้ว... ตกลงว่าเป็ 'คุณ' หรือว่าเป็เพื่อนของคุณที่ชื่อ 'แซม' กันแน่คะ... ที่มีปัญหาเื่ความเ้าชู้และเชี่ยวชาญเื่ผู้หญิงน่ะฮะ!?"
คำถามแซวที่พุ่งเป้ามาอย่างจัง ทำเอาอดีตแนวหน้าทะลวงฟันผู้ดุดันถึงกับชะงักกึก ธีร์หันหน้ากลับมามองนางพญาสาวที่กำลังทำหน้าย่นใส่เขา
ชายหนุ่มผู้ไร้เทียมทานในสนามรบ หาคำโต้เถียงไม่เจอ เขาจึงทำได้เพียงแค่ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองเบาๆ ก่อนจะส่ง 'รอยยิ้มเจื่อนๆ' กลับไปให้คู่หมั้นสาว แล้วรีบจ้ำอ้าวหนีออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เพียงฟ้าหลุดหัวเราะคิกคักออกมากับท่าทีเสียอาการของหมาป่าหนุ่มในยามเช้า
บรรยากาศยามเช้าภายในห้องรับประทานอาหารอันโอ่อ่าของคฤหาสน์สิรินทรา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดและอาหารเช้าเลิศรสที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้อย่างประณีต
ที่บริเวณหัวโต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวยาว เ้าสัวสิรินทร์กำลังนั่งเอนหลังจิบชาสมุนไพรร้อนๆ พร้อมกับกางหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้ว่าในโลกยุคปัจจุบัน ข่าวสารต่างๆ จะสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ปลายนิ้วััผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน แต่สำหรับมหาเศรษฐีวัยชราผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิต การได้ัักลิ่นหมึกพิมพ์และพลิกหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์อ่านในยามเช้า ก็ยังคงเป็กิจวัตรและงานอดิเรกที่ท่านชื่นชอบและขาดไม่ได้อยู่ดี
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเบาๆ จากบริเวณโถงทางเดิน ทำให้เ้าสัวสิรินทร์ลดหน้าหนังสือพิมพ์ลงเล็กน้อย
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวเดินเข้ามาภายในห้องอาหารด้วยท่วงท่าที่ดูปกติและผ่อนคลาย ทว่า หากสังเกตให้ดี จะพบว่าจังหวะการก้าวเดินของเขานั้นจงใจชะลอความเร็วลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับกำลังรอคอยใครบางคนที่กำลังเดินตามหลังมา
เพียงอึดใจเดียว ร่างระหงของเพียงฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่กรอบประตู หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสทำงานสีเรียบหรูที่ถูกรีดจนเรียบกริบ ทรงผมถูกจัดแต่งอย่างประณีต ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ เพื่อปกปิดร่องรอยความอ่อนล้า
ทว่า สิ่งที่ขัดกับภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของนางพญาสาวในเช้าวันนี้... คือ 'ท่วงท่าการเดิน' ของเธอ
ปกติแล้ว เพียงฟ้ามักจะก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่สง่างาม มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจดุจนางพญา แต่ในวันนี้... จังหวะการก้าวขาของเธอกลับดูกระย่องกระแย่งผิดปกติ หญิงสาวพยายามอย่างหนักที่จะหนีบหน้าขาและก้าวเดินให้ดูเป็ธรรมชาติที่สุด แต่มันก็ไม่อาจปกปิดความฝืดเคืองและความเกร็งของกล้ามเนื้อที่เกิดจากความเจ็บระบมเบื้องล่างได้เลย
เ้าสัวสิรินทร์ละสายตาจากหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์อย่างสมบูรณ์แบบ ั์ตาฝ้าฟางทว่าเฉียบแหลมของผู้ผ่านโลกมามาก กวาดมองหลานชาย สลับกับหลานสาวบุญธรรมที่กำลังพยายามเดินมานั่งที่เก้าอี้อย่างยากลำบาก
เพียงแค่เสี้ยววินาที... รอยยิ้มกว้างขวางจนแทบจะถึงใบหูก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายชรา!
"อ้าว! มากันแล้วเรอะ..." เ้าสัวเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่สดใสและอารมณ์ดีเป็พิเศษ "มาๆ มานั่งทานมื้อเช้าด้วยกันสิลูก"
ชายชราเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหรี่ตามองหลานสาวด้วยความเอ็นดู แล้วเอ่ยปากแซวตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม "ว่าแต่... ท่าเดินแปลกๆ แบบนั้นน่ะ... อะไรกัน อะไรกัน... ที่แท้ เมื่อคืนนี้ พวกแกสองคนก็ 'ทำ' กันแล้วงั้นสิ!?"
คำทักท้วงที่พุ่งเป้าเข้ากลางปล้อง ทำเอาบรรยากาศในห้องอาหารหยุดชะงักไปชั่วขณะ!
เพียงฟ้าที่เพิ่งจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้บุผ้ากำมะหยี่ ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าสวยหวานที่ถูกแต่งแต้มมาเป็อย่างดี ซับสีเืแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคออย่างห้ามไม่อยู่ หญิงสาวก้มหน้างุด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับผู้เป็ปู่
ในขณะที่ชายหนุ่มต้นเื่ ทำเพียงแค่ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยเบาๆ ก่อนจะพยักหน้ารับคำของชายชราด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่มุมปาก เป็การยอมรับความจริงโดยดุษฎี
"ฮ่าๆๆ! ดี! ดีมาก!"
เ้าสัวสิรินทร์ะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจที่สุดในรอบหลายปี ชายชราตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ "แบบนี้... วันที่ปู่จะได้เห็นหน้า 'เหลน' ตัวน้อยๆ ก็คงจะอยู่ไม่ไกลเกินรอแล้วสินะเนี่ย! เอ้า! ลงมือทานมื้อเช้ากันเถอะ บำรุงร่างกายกันเยอะๆ หน่อย!"
บรรยากาศการรับประทานอาหารเช้าในวันนี้ ดำเนินไปอย่างแปลกประหลาด มันอบอวลไปด้วยความขัดเขินของหนุ่มสาว แต่กลับถูกปกคลุมไปด้วยความสุขและจินตนาการอันแสนเลิศเลอของมหาเศรษฐีวัยชรา
ดูเหมือนว่า การที่หลานทั้งสองคนได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งและกลายเป็สามีภรรยากันทางพฤตินัยอย่างสมบูรณ์ จะเป็ยาวิเศษที่ทำให้เ้าสัวสิรินทร์ดูกระชุ่มกระชวยและมีชีวิตชีวาขึ้นมาผิดหูผิดตา ชายชราเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สายตาจับจ้องไปที่หน้าท้องแบนราบของหลานสาว ราวกับกำลังจินตนาการเห็นภาพเด็กตัวน้อยๆ วิ่งเล่นอยู่ตรงนั้นแล้ว
เพียงฟ้าที่เริ่มจะตั้งสติและปรับตัวกับความขัดเขินได้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยตอบรับความคาดหวังของคุณปู่ด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ และแฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
"คุณปู่ต้องได้เห็นหน้าเหลนแน่นอนอยู่แล้วค่ะ..." เพียงฟ้าคลี่ยิ้มบางๆ "และฟ้าก็ขอสัญญาเลยนะคะ... ว่าเหลนของคุณปู่ จะไม่ได้มีแค่ 'คนเดียว' อย่างแน่นอนค่ะ"
เมื่อได้ยินคำสัญญาที่หนักแน่นนั้น ดวงตาของเ้าสัวก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นเต้นยินดี
"อะไรนะ! จะมีหลายคนอย่างนั้นรึ!?" ชายชราอุทานด้วยความดีใจ "โอ๊ย! ดีเลย! ดีเลยลูก! แบบนี้หนูฟ้าคงต้องเหนื่อยแย่เลยสิเนี่ย!"
พูดจบ เ้าสัวก็หันหน้าขวับมาทางหลานชายสายเืแท้ๆ ที่กำลังนั่งหั่นไส้กรอกเข้าปากเงียบๆ "เ้าธีร์! หลานเองก็อย่าน้อยหน้าหนูฟ้านะโว้ย! คฤหาสน์สิรินทราของเรามันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้... มันก็ต้องมีลูกมีหลานเอาไว้เยอะๆ สิ ถึงจะดี! ในเมื่อหนูฟ้าเขาพูดเปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว หลานก็ต้อง 'พยายาม' และขยันทำการบ้านให้หนักๆ หน่อยนะรู้ไหม!?"
ธีร์ที่จู่ๆ ก็ถูกดึงเข้ามาเป็เป้าหมายในการผลิตทายาท ถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก ชายหนุ่มมองหน้าปู่ สลับกับมองหน้าภรรยาหมาดๆ ของตนเอง... คนหนึ่งก็รับ คนหนึ่งก็ส่ง เข้าขากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย โดยที่ไม่ยอมหันมาถามความสมัครใจ หรือความเห็นของเขาสักคำ ว่าไอ้คนที่ต้องเป็คนออกแรง 'ทำ' น่ะ มันเหนื่อยแค่ไหน!
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งนิ่งเป็ใบ้ เ้าสัวสิรินทร์ก็เริ่มดำดิ่งลงสู่ห้วงจินตนาการอันแสนเลิศเลอของตนเองอีกครั้ง
"อืม... แบบนี้ก็ไม่เลวเลยนะ"
ชายชราลูบคางตัวเองเบาๆ รอยยิ้มเปี่ยมสุขประดับบนใบหน้า "ถ้ามีเด็กตัวน้อยๆ มาคอยวิ่งเล่น ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันสัก 3-4 คน... คฤหาสน์หลังนี้ ก็คงจะวุ่นวายและสนุกสนานน่าดูเชียวล่ะ... บ้านของเรา ก็จะได้ไม่ต้องเงียบเหงาอีกต่อไปแล้ว..."
ทว่า จินตนาการที่กำลังสวยงามของคุณปู่ กลับถูกขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงหวานใสของนางพญาสาว ที่เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยตัวเลขที่ทำเอาคนฟังแทบช็อก
"น้อยจังเลยนะคะ คุณปู่..."
เพียงฟ้าวางช้อนลง ก่อนจะสบตากับชายชราด้วยแววตาจริงจัง "พื้นที่คฤหาสน์ของเราตั้งกว้างขวางขนาดนี้... อย่างน้อยๆ ฟ้าว่า... ต้องมีเหลนให้คุณปู่สัก 7-8 คน สิคะ... ถึงจะสมน้ำสมเนื้อ"
พรวดดดดดด!!
"แค่กๆๆ! อะแฮ่ม!!"
ธีร์ที่กำลังยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบ ถึงกับสำลักพรวดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่! ชายหนุ่มรีบคว้ากระดาษทิชชูมาปิดปาก ไอกระอกกระแอมจนหน้าดำหน้าแดง
ั์ตาคมกริบของชายหนุ่มเบิกกว้าง หันขวับมามองหน้าผู้หญิงที่เพิ่งจะกลายมาเป็ภรรยาของเขาเมื่อคืนนี้ด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ!
เจ็ดถึงแปดคนเนี่ยนะ!?
ธีร์สบถะโลั่นอยู่ในใจ ผู้หญิงคนนี้รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดบ้าอะไรออกมา! แค่เื่ทำลูกให้ติด มันก็ต้องใช้ความพยายามมากพออยู่แล้ว แต่การอุ้มท้องและการเลี้ยงเด็กทารกตั้ง 7-8 คนน่ะ มันไม่ใช่เื่ตลกเลยนะ! เธอคิดว่าเขาเป็เครื่องจักรผลิตลูก หรือเห็นตัวเองเป็แม่พันธุ์ม้าน้ำหรือยังไงกัน ถึงได้กล้าประกาศตัวเลขที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนั้นออกมาหน้าตาเฉย!
ตรงกันข้ามกับชายหนุ่มที่กำลังช็อก เ้าสัวสิรินทร์กลับตาวาวโรจน์ไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างถึงขีดสุด!
"เจ็ดถึงแปดคนเลยรึ!! ฮ่าๆๆ! อย่างนั้นก็ยิ่งดีเยี่ยมไปเลยสิลูก!"
ชายชราหัวเราะจนตัวโยน ก่อนจะชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงหลานสาว "ว่าแต่... ตั้ง 7-8 คนเนี่ย... หนูฟ้า จะอุ้มท้อง และเลี้ยงดูไหวจริงๆ เรอะลูก?"
เพียงฟ้าคลี่ยิ้มหวานหยดย้อย หญิงสาวปรายตามองใบหน้าหล่อเหลาของสามีหมาดๆ ที่กำลังนั่งทำหน้าเหวอเหมือนคนสติหลุด ก่อนจะหันกลับไปตอบคำถามของคุณปู่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"ไหวสิคะ คุณปู่... เื่แค่นี้ ฟ้าไหวอยู่แล้วล่ะค่ะ"
เพียงฟ้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ั์ตาสีเข้มของเธอจะทอประกายเ้าเล่ห์และมีเลศนัย หญิงสาวตักอาหารเข้าปาก พลางคิดในใจอย่างอารมณ์ดี
...มันก็ต้องไหวอยู่แล้วสิคะ...
...ในเมื่อตอนนี้ ฟ้ามีเพื่อนสนิทที่เป็ 'ตัวช่วย' และเตรียมตัวรอต่อคิวเพื่อมาช่วยกัน 'แบ่งเบาภาระ' ในการผลิตทายาท... อยู่อีกตั้งสองคนนี่นา!