ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 109 พบเจอในความมืด

    "ด้านหน้ามีคน?"เชนแสดงสีหน้าประหลาดใจพร้อมทวนสิ่งที่เขาได้ยิน"ใช่ค่ะ ถ้าฉันรู้สึกไม่ผิด ด้านหน้านี้มีคนอยู่สองคน"ฟางหรูพยักหน้ากล่าวขณะที่หลับตาลง เหมือนเธอพยายามจะฟังเสียงหรือพยายามสัมผัสถึงอะไรบางอย่างเชนเมื่อได้ยินฟางหรูยืนยัน เขาก็พยายามหรี่ตามองไปยังโพรงถ้ำที่กึ่งมืดกึ่งสลัวเบื้องหน้า แต่สุดท้ายเขาก็ต้องส่ายหัวยอมแพ้ เพราะไม่ว่าเขาจะเพ่งมองอย่างไร สิ่งที่เขาเห็นก็มีแต่ความมืดมิดเท่านั้น"ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย""พวกเขาอยู่ลึกเข้าไปจากนี้อีกพอสมควร เพราะงั้นถ้ามองด้วยตาคงมองไม่เห็นหรอกค่ะ"ฟางหรูที่ขณะนี้ลืมตาแล้วกล่าวขึ้น เมื่อเชนได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าสงสัยออกมา"ถ้ามองไม่เห็น..แล้วหรูหรูรู้ได้ยังไงว่าด้านหน้ามีคนอยู่?""ด้วยระยะที่ยังห่างพอสมควรทำให้ฉันยังสัมผัสได้ไม่ชัดเจนนักหรอกค่ะ..แต่แม้จะบางเบา ฉันก็สามารถสัมผัสได้ถึงเสียงขยับเคลื่อนไหวและเสียงลมหายใจของมนุษย์จากเบื้องหน้านี้ได้ค่ะ"ฟางหรูกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนสิ่งที่พูดนั้นเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปใครก็ทำได้ แต่เชนที่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดนั้นกลับตกตะลึงไปแล้ว!สัมผัสได้ถึงเสียงขยับเคลื่อนไหวและเสียงลมหายใจ?..ต้องมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมขนาดไหน..ถึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้!'เคยได้ยินคำร่ำลือมาไม่น้อยว่าสังกัดแดนกระบี่นั้นมีจิตที่เฉียบคมเหนือใคร จนสามารถรับรู้สรรพสิ่งรอบตัวได้แม้ยามหลับตา ตอนที่ได้ยินเราก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก แต่พอวันนี้ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองก็บอกได้แค่ว่า..ช่างสมคำร่ำลือจริงๆ'"ไปต่อกันไหมคะเชน"ฟางหรูกะพริบตาปริบๆพร้อมกล่าวขึ้นเมื่อเห็นเชนยืนนิ่งไปหลายอึดใจ"อะ..อือ ไปกัน"เชนถูกเสียงหวานใดฉุดออกจากห้วงความคิด เขาพยักหน้าให้ฟางหรูเล็กน้อย แล้วทั้งสองก็พากันเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาวนั้นยิ่งเดินลึกเข้าไปมากเท่าไหร่ ฟางหรูก็บอกกับเชนว่าเธอนั้นยิ่งสามารถสัมผัสถึงการคงอยู่ของมนุษย์ทั้งสองเบื้องหน้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นั่นจึงทำให้ทั้งสองตั้งสมาธิเตรียมพร้อมอย่างไม่ประมาท"พวกเขาอยู่ด้านหน้านี้แหละค่ะ"เดินต่อมาอีกไม่ถึงนาที ฟางหรูที่เดินอยู่ด้านข้างก็กระซิบบอกเสียงเบาสิ้นเสียงกระซิบของฟางหรูไม่ถึงอึดใจ เชนที่กำลังเดินและมองจ้องไปยังเบื้องหน้าก็ต้องหรี่ตาลงในทันใด นั่นเพราะด้านหน้าของพวกเขาในขณะนี้นั้น ได้มีทางเดินที่ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองทางปรากฏขึ้น!ด้านหน้าของพวกเขาปรากฏทางเดินที่ถูกแยกเป็นสองทางซ้ายขวา มองจากจุดที่เขาอยู่ ด้านในทางเดินเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยความมืดสลัว แม้จะมีหินเรืองแสงติดอยู่ทั้งผนังและเพดานถ้ำ แต่ด้วยจำนวนหินเรืองแสงที่มีไม่มากนัก พวกมันจึงพอจะช่วยส่องแสงให้เห็นทางเดินได้เพียงรางๆเท่านั้นแต่..สิ่งที่ทำให้เชนต้องหรี่ตาลงนั้นไม่ใช่เรื่องของทางแยกที่ปรากฏขึ้น ที่ทำให้เขาต้องหรี่ตาลงนั้นเพราะสิ่งที่อยู่ด้านหน้าทางแยกต่างหาก! ตรงหน้าทางแยกที่ว่านั่น..ขณะนี้กำลังมีเงาร่างของคนสองคนยืนอยู่!'สองคน..เป็นอย่างที่หรูหรูบอก แถมกลิ่นแบบนี้..'เมื่ออยู่ในระยะที่ห่างกันไม่มากนัก เชนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นบางอย่างที่ลอยออกมาจากสองคนเบื้องหน้า มันเป็นกลิ่นเหมือน..ยาและสมุนไพรทางด้านคนทั้งสองนั้น พวกเขาเองก็เหมือนจะรับรู้ได้ถึงการมาของเชนและฟางหรูแล้ว พวกเขาทั้งสองจึงหันมองมา นั่นจึงทำให้เชนเห็นหน้าของคนทั้งสอง..แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นใบหน้าที่เชนเคยเห็นเสียด้วย!'ถ้าจำไม่ผิดนั่นคือ..'หนึ่งในสองนั้น..เป็นชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีใบหน้าหล่อเหล่า เขาอยู่ในชุดสีขาวแซมเขียวดูสะอาดและสบายตา กลิ่นอายของยาและสมุนไพรแผ่กระจายออกจากของเขาเข้มข้นเด่นชัด!เชนเคยเห็นชายคนนี้มาก่อนแล้วในขบวนของ..สังกัดเทพโอสถ!'..ซิล'หนึ่งในสองคนที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าเชนในขณะนี้คือซิล! ชายหนุ่มผู้ที่เป็นเหมือนผู้นำนักล่ารุ่นเยาว์ของสังกัดเทพโอสถ!ด้านข้างของซิล ยืนไว้ด้วยชายผู้หนึ่งที่มีกลิ่นอายของยาและสมุนไพรแผ่กระจายแผ่ออกมารอบตัวเช่นกัน ทำไมรู้ว่าเขาคนนี้ก็เป็นคนของสังกัดเทพโอสถไม่ผิดแน่ แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อเขามายืนอยู่กับซิล เขาคนนี้ก็เหมือนกับหลอดไฟที่ถูกแสงจากดวงอาทิตย์กลบรัศมีจนแทบหมดสิ้น'นี่คือคนของสังกัดเทพโอสถ'เชนคิดพร้อมจับจ้องไปยังชายทั้งสอง นี่คือคนของสังกัดเทพโอสถที่เขาคาดหวังไว้ว่าจะสามารถช่วยมิ้นท์น้องสาวของเขาได้.."ผมก็นึกว่าใครกันนะที่กำลังเดินมา ที่แท้ก็คุณฟางหรูนี่เอง"ซิลที่หันหน้ามา กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นยินดีไม่น้อย บนใบหน้าของเขานั้นประดับด้วยรอยยิ้มไว้ไม่ขาด และดูจากคำพูดของเขาแล้ว เขาก็เหมือนจะรับรู้การมาของพวกเชนได้เช่นกันเชนเมื่อได้ยินคำทักทายจากซิลก็เผยสีหน้าแปลกใจออก เขาหันไปหาฟางหรูเพื่อจะกล่าวถาม แต่เมื่อเขาหันไปกลับพบว่าฟางหรูนั้นหายไปจากด้านข้างเขาเสียแล้ว! ขณะที่เขากำลังตกใจว่าฟางหรูหายไปไหนนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างกำลังอยู่ด้านหลังของเขา เขาจึงรีบหันขวับไปมองในทันที แต่เมื่อหันไปและเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลัง เขาต้องกะพริบตาปริบๆ เพราะตอนนี้ฟางหรูนั้น..ได้มายืนหลบอยู่ด้านหลังเขาเสียแล้ว "หรูหรูรู้จักเขาเหรอ?"เชนกล่าวถามฟางหรูที่ตอนนี้หลบอยู่ด้านหลังเขาเหมือนเด็กที่กำลังกลัวการเจอคนแปลกหน้าฟางหรูที่ตอนนี้ใช้หลังของเชนเหมือนเป็นที่กำบัง โยกหัวมองข้ามไหล่ของเชนไปยังซิลแล้วรีบดึงหัวกลับมา"ก็..พอรู้จักชื่ออยู่ค่ะ แต่ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว"ฟางหรูกล่าวขณะที่ยังหลบอยู่ด้านหลังเชนไม่ยอมออกมา "แต่ผมรู้จักคุณดีเลยนะครับคุณฟางหรู.."ซิลที่ยืนอยู่ไกลออกไปเหมือนจะได้ยินสิ่งที่ฟางหรูกับเชนคุยกัน เขาจึงรีบกล่าวขึ้นในทันที"..ในการประลองสาขาย่อยสี่สังกัดเมื่อปีก่อนในรอบแปดคนสุดท้าย คุณน่ะจัดการกับรุ่นพี่ในสังกัดที่ผมนับถือซะอยู่หมัดจนเหมือนเขาเป็นเด็กเพิ่งหัดเดินไปเลย ทำเอาผมนี่อึ้งไปเลยล่ะครับ"ซิลกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสกังวาน ไม่มีน้ำเสียงของความไม่พอใจปนเอาไว้ในนั้นแลยแม้แต่น้อย เอาจริงๆในน้ำเสียงนั้นยังแฝงความตื่นเต้นยินดีเอาไว้จนปิดไม่มิด"จนสุดท้ายคุณก็คว้าอันดับหนึ่งในปีนั้นไปได้สำเร็จ..ตั้งแต่นั้นผมก็ชื่นชมและติดตามคุณมาตลอด ตอนที่ได้ยินว่าRaidครั้งนี้คุณจะมาด้วย ผมบอกตรงๆนะครับว่าผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ยิ่งได้มาเจอคุณในRaidแบบนี้ มันเหมือนกับฝันที่เป็นจริงเลยล่ะครับ"ซิลยังกล่าวต่อไป ถึงแม้ฟางหรูจะไม่ตอบและเอาแต่หลบอยู่ด้านหลังของเชนก็ตามเชนเมื่อได้ยินสิ่งที่ซิลกล่าวมาเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆ ไอ้หมอนี่มันแฟนคลับหรูหรูนี่หว่า"หรูหรูมีแฟนคลับมาหาแน่ะ ไม่ไปแจกลายเซ็นเขาหน่อยเหรอ"เขาหันไปข้างหลังแล้วกระซิบหยอกฟางหรู ทั้งที่เขารู้อยู่แล้วว่าฟางหรูที่เป็นคนขี้อายไม่มีทางทำแบบนั้นก็เป็นไปตามคาด ฟางหรูได้ยินแบบนั้นก็มองค้อนเชนทันทีโดยไม่กล่าวอะไร"ยังไงเราก็มีวาสนาได้มาเจอกันแล้ว..ยังไงเราร่วมเดินทางไปด้วยกันไหมครับคุณฟางหรู"ซิลที่อยู่ห่างออกไปกล่าวขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เขากล่าวชักชวนให้ฟางหรูเดินทางไปด้วยกัน แต่..ไม่ได้กล่าวถึงเชนเลยแม้แต่น้อยเชนหันไปมองฟางหรู"เอาไง"ฟางหรูไม่กล่าวอะไรแต่ส่ายหัวไปมาเป็นคำตอบ"ขอบใจสำหรับคำชวน แต่พวกเราไม่ค่อยสะดวกจะเดินทางร่วมกับคนอื่นเท่าไหร่ ยังไงด้านหน้าก็มีทางแยกสองทางอยู่แล้ว พวกเราเดินแยกกันไปคนละทางละกัน"เชนกล่าวออกไปเป็นคำตอบครั้งนี้ซิลนั้นหันหน้ามามองเชนและสำรวจอย่างจริงจัง เมื่อเขาตรวจสอบจึงพบว่าชายเบื้องหน้าผู้นี้มีระดับอยู่แค่ระดับแปดสิบเอ็ดเท่านั้น..แม้ใบหน้าจะยังคงรอยยิ้มไม่คลายแต่สายตาของเขานั้นกลับ..เรียบเฉยขึ้นในทันที "นายคือ.."แม้แต่น้ำเสียงที่เคยสดใสกังวานก็ดูเหมือนจะเย็นชาและห้วนขึ้นไปหลายส่วน"ฉันเชนเป็นเพื่อนหรูหรู และก็อย่างที่บอก พวกเราไม่สะดวกที่จะเดินทางร่วมกับใคร เพราะงั้นคงต้องขอปฎิเสธ"เชนรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงห้วนเย็นชาของซิลจนต้องขมวดคิ้ว เขาจึงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงห้วนไม่แพ้กัน"หรู..หรู"ซิลเมื่อได้ยินสรรพนามที่เชนเรียกฟางหรูก็ขมวดคิ้วในทันที สายตาที่มองไปยังเชนนั้นเย็นชาขึ้นไปอีกขั้นจนเชนที่มองอยู่นั้นสัมผัสได้ สายตานั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจและ..อิจฉา"ไม่มีมารยาท..ไม่เห็นเหรอว่าฉันกำลังพูดกับคุณฟางหรูไม่ได้พูดกับนาย?""ฉันจะพูดแล้วทำไม? แล้วฉันก็จะบอกด้วยว่านายน่ะมันพูดมากน่ารำคาญ ไม่เชื่อลองถามเพื่อนนายดูสิ ฉันเพิ่งเจอนายไม่ถึงห้านาทียังรำคาญที่นายพูดเลย ไม่อยากคิดว่าเพื่อนนายจะรำคาญขนาดไหน"เชนที่สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงและสายตาไม่เป็นมิตรจากซิล เขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องแสดงความเป็นมิตรให้อีกฝ่ายเช่นกัน!ต่อให้สังกัดเทพโอสถคือความหวังที่จะรักษามิ้นท์ในอนาคต แต่เรื่องนั้นไม่ใช่เหตุผล ที่จะทำให้เขาก้มหัวยอมรับท่าทางเช่นนี้ เพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นคนของสังกัดเทพโอสถ!สิ้นเสียงของเชน เพื่อนของซิลที่ยืนอยู่ด้านข้างก็เผยสีหน้าตกใจออกมาทันที ไม่นึกว่านักล่าธรรมดาที่อยู่แค่ระดับชั้นแปดจะกล้ากล่าวโต้ตอบเช่นนี้!ซิลขมวดคิ้วจ้องเขม็งไปที่เชน ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบในทันใด"นายกล้าพูดกับฉันแบบนี้..คงไม่รู้สินะว่าฉันเป็นใคร!"นี่เป็นครั้งแรก..ครั้งแรกที่เขาถูกนักล่าธรรมดากล่าวใส่เช่นนี้! ปกติคนพวกนี้เวลาเห็นเขาต่างพากันเผยสีหน้าเคารพนับถือออกมา ทุกคนล้วนเป็นเช่นนั้นเพราะเขาคือ..คนของสังกัดเทพโอสถ! แต่ชายเบื้องหน้ากลับ..."ขนาดตัวนายเองยังไม่รู้ แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่านายเป็นใคร? ว่าแต่เลิกเกะกะขวางทางได้หรือยัง"เชนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับโบกมือไล่เชนกับซิลจ้องตากันเขม็ง ปราณรอบร่างของซิลแผ่ปะทุออกมาจนเพื่อนของเขาต้องขยับถอยห่างออกไป แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าอีกฝั่งนั้นมีฟางหรูอยู่ เขาจึงต้องพยายามสูดลมหายใจลึกเพื่อสะกดอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของตนในทันที"หึ!"สุดท้ายซิลก็หลับตาลงแล้วพ่นลมหายใจออกมา ทำท่าเหมือนการมองเชนนั้นจะทำให้เขาเสียสายตายังไงยังงั้น เขาหันหลังแล้วเดินเข้าไปยังโพรงถ้ำด้านขวาทันที โดยมีเพื่อนของเขาที่นิ่งเงียบมาตลอดเดินติดตามไปเมื่อพวกซิลเดินจากไป ฟางหรูที่หลบอยู่ด้านหลังเชนก็เดินออกมา"โกรธไหมเนี่ยที่ฉันไล่หมอนั่นไปแบบนั้น?"เชนกล่าวขึ้นจนฟางหรูที่ได้ยินต้องหันมามองด้วยสีหน้าสงสัย"ทำไมฉันต้องโกรธล่ะคะ?"โกรธ? ทำไมเธอต้องโกรธเชนด้วย ฟางหรูเผยสีหน้างุนงง"ก็แหม..เหมือนฉันเพิ่งจะไล่แฟนคลับตัวยงเธอไปนะ"เชนยิ้มมุมปากพร้อมกล่าวหยอกล้อสิ้นเสียงหยอกของเชน ฟางหรูก็ค้อนขวับเข้าให้พร้อมกับลงมือหยิกไปที่แขนของเชนจนเขาร้องเสียงหลงในโทษฐานล้อเธอเป็นครั้งที่สอง"โอ๊ย! ยอมๆ ฉันยอมแล้วหรูหรู! โอ๊ย!"เชนที่โดนหยิกไปหลายที่ร้องอย่างเจ็บปวดพร้อมกับรีบวิ่งหนีไปยังโพรงถ้ำด้านซ้าย ฟางหรูเองก็รีบวิ่งติดตามเชนไปเช่นกัน แม้จะไม่เห็นร่างของทั้งสองแล้ว เสียงร้องเจ็บปวดของเชนก็ยังดังแววฝ่าความมืดนั้นมาให้ได้ยิน....."เป็นแค่พวกชั้นต่ำระดับชั้นแปดกลับกล้าพูดกับฉันแบบนั้น!"ในทางโพรงถ้ำด้านขวา ซิลที่ขณะนี้ใบหน้าถมึงทึงคำรามลอดไรฟัน"แต่นายก็ต้องใจเย็นๆ อย่าลืมว่าอีกฝั่งน่ะมีฟางหรูคนนั้นอยู่นะ"เพื่อนของซิลกล่าวเตือน"ถ้าไม่มีคุณฟางหรูอยู่ คิดเหรอว่าไอ้ชั้นต่ำนั่นจะยังได้ยืนหายใจอยู่แบบนั้น!"น้ำเสียงของซิลในขณะนี้ช่างต่างกับน้ำเสียงสดใสที่พูดกับฟางหรูเป็นอย่างมาก ในน้ำเสียงของเขานี้ล้วนเต็มไปด้วยความดุร้ายและทะนงตน!"คอยดูเถอะ! ฉันจะทำให้มันเสียใจที่กล้าพูดกับฉันแบบนั้น!"                

    คล้ายกับเรื่องล่าผ่าแดนทมิฬ ที่คุณอ่าน