บทที่ 1 ตอนที่ 14
ช่วงเวลาเกือบร่วงเลยมาถึงเวลาเที่ยง ทั้ง 6 คนกำลังพูดคุยสนทนากันเกี่ยวกับแผนการณ์ที่จะใช้ในการรับมือของภารกิจของวันนี้ สถานที่สนทนาถูกเปลี่ยนไปจากจุดพัก พวกเขาได้เดินทางมายังจุดที่รามเคยสู้กับเจ้าหมียักษ์ ระหว่างทางได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มคนที่แตกกระจายกันแล้วในตอนนี้ พื้นที่สวนกลางซากอารยธรรมนั้นเหมาะสมจะใช้เป็นสนามรบที่เหมาะสมกับพวกเขามากที่สุดแล้วในตอนนี้ ด้วยความที่รามเป็นแนวหน้าที่มีความรวดเร็วและพละกำลังสูง ส่วนลูก้านั้นมีพลังกายและพลังพรสวรรค์ที่เหมาะสมสำหรับแนวหน้า ทำให้เพียงพวกเขาสองคนก็สามารถพุ่งเข้าปะทะกับอีกฝ่ายได้ไม่ยาก โดยมีการสนับสนุนของเสี่ยวฉางและมาคัสอยู่ห่างๆ ช่วยจัดการดึงความสนใจพวกมันบางส่วน ในตอนนี้น้ำได้บอกถึงความสามารถของตัวเองแล้ว แต่อารินนั้นยังไม่มั่นใจในตัวเธอเพราะร่างกายเธออ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง และอารินคือผู้ที่จะคอยบอกสิ่งต่างๆ ที่เธอนั้นสังเกตุเห็น พร้อมทั้งกล่าวบอกแผนการสนับสนุนให้กับมาคัสและเสี่ยวฉางฟัง ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจัดเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว จะเหลือก็เพียงแต่ภารกิจระหว่างวันที่จะมาหาพวกเขาเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบรู้ ดูท่าแล้วพวกเขาคงไม่จำเป็นต้องรอนานกว่านี้ หูของกระต่ายปัญญาเริ่มที่จะได้ยินเสียงของเท้าหนักๆ มากมายเดินตรงมา เพียงไม่นานพวกเขาก็ได้พบเห็นกับกองกำลังของโนมที่น่าจะมีมากกว่า 30 ตัว ในแนวหน้าของพวกมันเป็นโนมถือโล่โลหะ สวมใส่เกราะโลหะเกือบทั้งร่าง ต่อมาเป็นโนมถือหอกสวมใส่เกราะเบาเช่นเดียวกับพวกถือดาบ กองกำลังนี้นั้นมีสิ่งแปลกประหลาดที่แนวหลัง นอกเหนือจากโนมนักธนูที่มาในรูปแบบที่น่าเกรงขามกว่าเก่าแล้ว พวกเขายังเห็นได้ถึงพวกนักเวทถือไม้คทาที่น่าสนใจยิ่งกว่าเก่า [ภารกิจ : จัดการกองทหารโนมนักรบ (0/34) รางวัลคะแนนนักล่า 60 แต้ม] จากข้อมูลที่แจ้งขึ้นมา เป้าหมายของพวกเขาคือโนมนักรบทั้ง 34 ตัว จากรางวัลที่ได้นั้นสูงกว่าวันแรกเท่าตัว ดังนั้นแล้วพวกมันเองก็จำเป็นที่จะต้องแข็งแกร่งเป็นเท่าตัวจากเมื่อวานแน่นอน ในตอนนี้พวกเขาไม่มีสถานที่ให้หลบ ซึ่งพวกเขาก็ไม่มีความคิดที่จะหลบแต่แรกอยู่แล้ว ตึ้งๆๆๆ!! เจ้าโนมนักรบถือโล่ใช้โล่ของมันกระแทกพื้นอย่างแรงเพื่อขู่ขวัญ ฟิ้วๆ!... ตู้มๆ!! กลุ่มก้อนเปลวเพลิงของเสี่ยวฉางลอยเหนือพวกโนมถือโล่พุ่งทะยานเข้าไปจู่โจมพวกโนมถือดาบและแนวหลังทั้งหลายที่ไม่มีโล่ป้องกัน แม้พวกมันจะสวมใส่เกราะโลหะ ยังไงเสียโลหะก็ไม่ได้กันความร้อนได้ 100% ยิ่งเสี่ยวฉางปาบอลเพลิงเข้าไปใส่มันเรื่อยๆ พวกมันก็ยิ่งเหลือตัวเลือกแค่โดนความร้อนมหาศาลเผาตายคาเกราะ หรือจะยอมถอดเครื่องทรมาณชิ้นนี้ออก การข่มขู่ที่ดีที่สุดคือการลงมือทำจริงๆ ซึ่งเสี่ยวฉางก็ลงมือทำให้เห็นแล้ว ''เริ่มลงมือได้เลย'' อารินแตะไหล่ของมาคัสเบาๆ ในตอนนั้นเองมาคัสก็ได้สัมผัสพื้นดินเพื่อใช้พลังพรสวรรค์ของตนเองอีกครั้งหนึ่ง ตามสิ่งที่อารินต้องการ เธอต้องการให้มาคัสนั้นทำให้พวกโนมถือโล่สูญเสียสมดุลกันไปก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้รามสามารถพุ่งเข้าไปกลางกองกำลังนั้นได้ โดยมีลูก้าเป็นคนที่จะพุ่งเข้าไปทำลายแนวป้องกันข้างหน้าได้ ครืนๆๆๆๆ.... พื้นดินในส่วนที่พวกโนม แต่สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นไม่นานนัก เมื่อเหล่าจอมเวทโนมที่อยู่ข้างหลังทั้ง 3 ตัวได้ช่วยกันร่ายเวทมนตร์อะไรบางอย่าง พวกเขาสามารถมองเห็นได้ถึงวงเวทเช่นเดียวกับที่ภูติน้อยอิลล์ได้ทำ หากแต่แรงกดดันนั้นแตกต่างกันมากจนแทบไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เมื่อวงเวทได้ถูกร่ายจนสำเร็จ มาคัสก็ไม่สามารถควบคุมผืนดินในบริเวณนั้นได้ เพราะเหมือนมีอะไรบางอย่างมาทำให้พื้นดินในส่วนนั้นแข็งขึ้น แต่มาคัสก็ไม่ได้คิดจะย่อท้อ เขาพยายามทำใจให้นิ่งและคิดถึงแผนการณ์ต่อไปร่วมกับอารินที่สังเกตุเห็นถึงความผิดปรกตินั้น เวลาเพียงเล็กน้อยมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รามและลูก้าพุ่งเข้าไปประจัดกับพวกถือโล่ แนวป้องกันโล่และมีช่องว่างโจมตีให้กับพวกถือหอก เป็นปราการป้องกันชั้นยอดเมื่อครั้งอดีต ฟึบๆๆๆๆ!! หากแต่เมื่อมันอยู่ต่อหน้าราม เขาก็สามารถใช้ดาบของตนเองตัดด้ามหอกทั้งหมดให้พวกมันกลายเป็นกระบองไม้ยาว ไม่สามารถทิ่มแทงพวกเขาทั้งสองได้ ''ย๊ากกกกกกกกกกก!!'' ลูก้าแผดเสียงร้องคำรามลั่น แขนขวาของเขาซึ่งมีพลังของหมีดาบนั้นง้างออกก่อนจะพุ่งนิ้วทั้ง 5 ทิ่มเข้าใจโล่โลหะอย่างไม่หวั่นเกรง ปั้ง!! สิ่งที่น่าจะพรึงได้เกิดขึ้น มือของลูก้าพุ่งผ่านทะลุโล่โลหะได้อย่างไม่ยากเย็น ทั้งยังพุ่งเข้าไปทิ่มกับใบหน้าของโนมที่เว้นเกราะบริเวณใบหน้าเอาไว้ เล็บของหมีดาบนั้นคมยิ่งเสมือนดาบ ทั้งยังมีความแข็งแรงที่น่าหวาดผวา ต่อหน้าลูก้าโล่โลหะหนาเพียง 3-4 มิลลิเมตรแบบนี้มันช่างไร้ประโยชน์! พวกโนมก็เป็นสิ่งมีชีวิต เมื่อเห็นพละกำลังอำนาจของมนุษย์ตรงหน้าที่เจาะทะลุโล่ของพวกมันได้ก็เริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย รามจึงอาศัยจังหวะนั้นกระโดดขึ้นเหยียบไหล่ของลูก้าข้ามผ่านแนวปราการไปได้ไม่ยาก เมื่อเห็นว่ามีมนุษย์ผ่านแนวปราการของพวกมันเข้ามาได้ โนมถือหอกและโนมถือดาบจึงได้เล็งอาวุธของพวกมันทั้งหมดเข้ามาหาราม ทุกสิ่งทุกอย่างมันเหมือนกับตอนที่เขาสู้กับโจรโนมไม่มีผิด แต่สิ่งที่ผิดนั้นสมควรเริ่มต้นจากตรงนี้ ฉัวะๆๆ!! คมดาบของรามพุ่งฟันเข้าใส่ลำคอของพวกมันที่ไม่มีสิ่งป้องกันอย่างแม่นยำ เมื่อมนุษย์ผู้นี้เป็นฝ่ายเริ่มก็ถึงเวลาที่พวกโนมนักรบจะต้องโต้ตอบ พวกมันพุ่งเข้าจู่โจมรามจากทุกทิศทาง ด้วยจำนวนของอีกฝ่ายที่มากกว่า ก็ใช่ว่ารามจะไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้น วิธีการตอบโต้ของเขาก็ไม่ได้มีอะไรยากเย็น รามหันหลังกลับไปเพื่อมองดูคมหอกมากมายกำลังพุ่งตรงเข้ามาหมายที่จะจัดการแทงเขาให้สิ้นชีวิต พวกโนมนั้นมีขนาดตัวที่เล็กกว่ามนุษย์เกือบเท่าตัว ทำให้เพียงรามจัดการกระโดดด้วยแรงทั้งหมดที่เขามีก็สามารถหลบคมหอกนั้นได้ทั้งหมด อีกทั้งยังได้รับผลประโยชน์มากมาย ฉึกๆๆๆๆ ปลายหอกอันแหลมคมพุ่งแทงเข้าใส่ร่างกายของโนมนักรบถือดาบตามจุดต่างๆ พวกมันไม่คาดฝันว่ามนุษย์ผู้นี้จะลงมือทำเช่นนี้ โนมนักรบทั้งหลายถึงกับรู้สึกเสื่อมเกียรติที่เป็นคนจัดการลงมือสังหารสหายร่วมรบด้วยมือของตัวเอง การลอยอยู่กลางอากาศนั้นเป็นเสมือนเป้านิ่งฝึกซ้อมสำหรับพวกโนมนักธนู พวกมันง้างคันศรเล็งเป้ามาที่ราม ตอนนี้เองที่รามเพ่งสมาธิของตนเองจนถึงขีดสุด มือขวาของเขาลุกโหมไปด้วยพลังพรสวรรค์ เมื่อคืนด้วยเวลาที่เหลือมากมายจนให้ความรู้สึกเบื่อหน่าย รามจำเป็นที่จะต้องทดลองทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อประยุกต์ใช้ในหลากหลายสถานการณ์ 'เปลวเพลิงนี้จะร้อนหรือเย็นย่อมขึ้นอยู่กับเจตนา เปลวเพลิงนี้ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อเผาผลาญทำลายเพียงอย่างเดียว' หากไม่ได้ใช้เพื่อเผาทำลายเพียงอย่างเดียว ย่อมหมายถึงมันมีความสามารถในการปกป้องด้วยเช่นเดียวกัน อากาศรอบกายไม่ได้ว่างเปล่าไปทั้งหมด รามยื่นแขนขวาของตัวเองออกไปข้างหน้า เปลวเพลิงของเขาเปลี่ยนแปลงจากไอร้อนเป็นความหนาวเย็นยะเยือกสุดแสน ภาพที่เห็นคือเปลวเพลิงของเขากำลังแช่แข็งอากาศข้างหน้าให้เป็นแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่อยู่... ปึกๆๆๆๆ!! ลูกธนูทั้งหลายไม่สามารถที่จะเจาะทะลุผ่านแผ่นน้ำแข็งหนาเกือบ 3 นิ้วตรงหน้าของรามได้ มันพุ่งมาปักเอาไว้อยู่บนแผ่นน้ำแข็งเช่นนั้น เมื่อถึงคราวร่วงหล่นลงพื้น ราวก็เอื้อมมือไปจับแผ่นน้ำแข็งนั้นปาไปยังทิศทางที่พวกโนมถือธนูยืนอยู่ ปั้ง!! แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่มีน้ำหนักมาก เมื่อพุ่งปะทะเข้ากับโนมนักธนูตัวหนึ่งก็ทำให้มันมีอาการตาเหลือกลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ครืนนนน!!! ผืนดินพุ่งขึ้นมาเป็นฐานให้กับรามเพื่อไม่ให้ร่างของเขานั้นตกกระแทกกับพื้นแรงจนเกิดไป เมื่อขาได้สัมผัสพื้นผิว รามก็ได้ตีลังกากลับหลังให้ร่างของตัวเองหล่นลงอยู่จุดที่พวกโนมถือหอกกำลังชี้หอกขึ้นมาหาเขาอยู่ แต่เมื่อตกมาได้เล็กน้อย รามก็ได้ง้างหมัดขวาของเข้าซัดเข้าใส่กลางดินที่มาคัสสร้างขึ้น ทำให้ก้อนดินขนาดใหญ่กำลังตกลงหมายจะทับพวกโนมนักรบทั้งหลาย รามเลือกจะทำสิ่งที่น่าหวาดเสียว เขาหล่นลงพื้นในสภาพที่ร่างกายกลับด้านพุ่งดิ่งลง รามมองเห็นได้ถึงหอกจำนวนเกือบ 10 เล่มนั้นกำลังถือแทงขึ้น นี้เป็นหนทางรอดชีวิตของเขา รามใช้มือขวาของเขาพุ่งไปปลายหอกซึ่งเป็นโลหะเอาไว้ แต่ก่อนที่มันจะได้บาดเข้ากับมือรามก็ได้แช่แข็งมันเอาไว้ ค่าความแข็งแรงที่มากกว่า 20 หน่วยทำให้รามสามารถเดินได้ด้วยมือทั้งสองข้าง ในตอนนี้เขาสามารถทรงตัวได้โดยการใช้มือขวาข้างเดียวจังปลายหอกเอาไว้ ''ย๊ากกกกกกกกกก!!!'' ลูก้านั้นเป็นเสมือนรถถังที่พุ่งปะทะกับทุกชีวิตอย่างไม่หวั่นเกรง ร่างกายของเขาเริ่มที่จะมีบาดแผลปรากฏขึ้นมาให้เห็น แต่เขาสามารถพุ่งทะลวงผ่านแนวป้องกันต่างๆ แขนขวาของหมีดาบง้างขึ้นตะปบเข้าใส่พวกโนมถือหอกทั้งหลายเพื่อที่จะช่วยเหลือราม เมื่อเห็นว่าปลอดภัยรามจึงได้ปล่อยมือของเขา แขนขวาของรามพุ่งเข้าไปจับหมวกโลหะที่โนมถือหอกโชคร้ายนี้สวมใส่ จากเปลวเพลิงที่เยือกเย็นกลับกลายเป็นเปลวเพลิงอันร้อนระอุ รามสามารถทำให้หมวกโลหะกลายเป็นโลหะเหลวได้ในเวลาไม่นาน เผาผลาญลึกลงไปจนถึงกระโหลกจบชีวิตของมันลงไปโดยไร้หนทางต่อต้าน ตู้มๆๆๆๆ!!! เสี่ยวฉางที่อยู่รอบนอกก็พยายามวิ่งวนรอบเพื่อปาเพลิงระเบิดของเขาเข้าใส่พวกโนมนักรบอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้ขบวนรบที่เหมือนจะแข็งแกร่งนั้นไขว้เขวไปทีละน้อย ตอนนี้พวกมันจำเป็นที่จะต้องเลือก ว่าจะจัดการกับปีศาจสองตนที่อยู่กลางวงล้อมของพวกมันก่อน หรือจะจัดการกับจอมระเบิดที่กำลังพยายามสังหารพวกมันอย่างช้าๆ...