ไป๋รั่วเสวี่ยรู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมาทันทีเธอไม่เคยเจอคนหน้าด้านขนาดนี้มาก่อนแม้แต่ในยุคโลกาวินาศที่ไม่ว่าเื่น่ารังเกียจอะไร ผู้คนก็ยอมทำเพื่อให้มีชีวิตรอดหรือเพื่อให้มีกินสักคำก็ยังไม่มีสักคนที่ทำให้เธอรู้สึกรังเกียจเท่าผู้ชายตรงหน้า
ไป๋รั่วเสวี่ยสะบัดมือหยางหลิ่วออกเว้นระยะห่างจากอีกฝ่ายสองก้าวก่อนพูดว่า “นายไม่ต้องอธิบายฉันกับนายไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน นายอย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้เื่แผนของนายกับไป๋หรูอวี้ต่อไปนี้ช่วยอย่าโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีก ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ”
หยางหลิ่วหน้าซีดก่อนจะส่งสายตาฉายแววมุ่งร้ายออกมาที่เขามาวันนี้ไม่ใช่เพื่อมาขอให้ไป๋รั่วเสวี่ยยกโทษให้
“รั่วเสวี่ยเื่ในวันนั้นเป็แผนของเธอล่ะสิ” หยางหลิ่วเอ่ยเสียงเย็น
“แผนของฉันงั้นหรือ ทำไมนายไม่พูดว่าฉันซ้อนแผนของพวกนายแทนล่ะ”ไป๋รั่วเสวี่ยเชิดหน้าขึ้นมองหยางหลิ่วอย่างดูถูก
“ที่แท้ก็เป็แผนของเธอนี่เอง”หยางหลิ่วพูดกับตัวเอง
“เชิญกลับไปได้แล้วฉันไม่อยากเห็นหน้านาย” ไป๋รั่วเสวี่ยวางหนังสือลงบนโต๊ะพร้อมชี้ไปที่ประตู
“ไป๋รั่วเสวี่ยเธออาศัยที่บ้านเธอมีเงิน รังแกพี่สาวของตัวเองแล้วยังวางแผนใส่ร้ายแฟนของตัวเองอีกเธอยังเป็คนอยู่รึเปล่า” หยางหลิ่วถอดหน้ากากคุณชายผู้ถ่อมตัวก่อนหน้านี้ทิ้งะโด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดจริงจัง
ที่ประตูห้องมีหลายศีรษะยื่นเข้ามาดูมองไป๋รั่วเสวี่ยด้วยสายตาไม่ค่อยดี ไป๋รั่วเสวี่ยจึงเข้าใจเหตุผลที่หยางหลิ่วมาหาเธอขึ้นมาทันที
“หยางหลิ่ว เพราะนายยากจน นายเลยมีสิทธิ์ร่วมมือกับไป๋หรูอวี้เล่นงานฉันงั้นสิและเพราะฉันรวย ฉันเลยได้แต่ต้องก้มหน้ายอมรับ ห้ามตอบโต้กลับงั้นสิ น่าขำจริงๆทำเื่หน้าไม่อายแล้วยังมีหน้ามาซักไซ้คนอื่น ไม่รู้จริงๆ ว่าหลายปีมานี้นายเรียนหนังสือมาได้ยังไงฉันอับอายแทนอาจารย์ที่สอนนายมาจริงๆ”
“ฉันไม่ได้ทำ เธอกล่าวหาฉันกล่าวหาฉันกับหรูอวี้ ฉันกับหรูอวี้คบกันอย่างบริสุทธิ์ใจ เธอจบไม่สวยแน่ไป๋รั่วเสวี่ยเธอคอยดูเถอะ ฉันไม่ปล่อยเื่นี้ไปแบบนี้หรอก” หยางหลิ่วชี้หน้าไป๋รั่วเสวี่ยทิ้งคำพูดข่มขู่ไว้ประโยคหนึ่งก่อนเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว
ไป๋รั่วเสวี่ยมองหยางหลิ่วที่เดินจากไปอย่างฉุนเฉียวพยายามระงับอารมณ์อยากสังหารอีกฝ่ายไว้แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเองตามเดิม
“ไป๋รั่วเสวี่ย เธอเล่นงานแฟนของเธอกับลูกพี่ลูกน้องยังไงหรือ”ผู้หญิงต่างก็ชื่นชอบเื่ซุบซิบกันทั้งนั้นไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ตาม
หลุดปากออกไปเสียแล้วสิตอนนั้นทำไมถึงได้ยอมรับออกไปนะ ไป๋รั่วเสวี่ยทอดถอนใจเงียบๆ เธอผ่านประสบการณ์สามปีในยุคโลกาวินาศซึ่งมีระเบียบสังคมยุ่งเหยิง อีกทั้งศีลธรรมในใจคนก็ตกต่ำแต่ความคิดความอ่านก็ยังคงง่ายดายไม่ซับซ้อนเช่นนี้
“ฉันวางแผนให้พวกเขานอนด้วยกัน” ไป๋รั่วเสวี่ยยอมรับอย่างสง่าผ่าเผย
“อา...” เพื่อนร่วมห้องทั้งสามต่างเอามือปิดปากด้วยความตกตะลึงไปตามๆกัน
เมื่อไป๋รั่วเสวี่ยมองสีหน้าที่ตกตะลึงของพวกเธอแต่ละคนแล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเองเป็แม่เลี้ยงของสโนว์ไวท์เป็แม่นมหรงที่เอาเข็มทิ่มองค์หญิง[1]ในสายตาของพวกเธอ
การมาเยือนของหยางหลิ่วนั้นราวกับโยนก้อนหินลงในทะเลสาบอันสงบนิ่งหินก้อนนี้ทำลายความนิ่งสงบของผิวน้ำ ทั้งยังรบกวนนกบนผืนทะเลสาบให้บินทะยานขึ้นอีกด้วย
“เธอวางแผนให้แฟนหนุ่มกับลูกพี่ลูกน้องของตัวเองนอนด้วยกันทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาถูกทำลายลงต่อหน้าเพื่อนนักเรียน ส่วนตัวเองกลับหนีมาที่มหาลัยวิทยาลัยเราวิธีการยอดเยี่ยมจริงจริ๊งคนเก่ง” พูดเหมือนกำลังชมแต่น้ำเสียงกลับแสดงการประชดประชันอย่างชัดเจน
“ฉันได้ยินมาว่าแฟนคนนั้นเคยเป็แฟนของลูกพี่ลูกน้องแต่เธอแย่งเขามา พอตอนนี้เบื่อก็อยากจะสลัดเขาทิ้งก็เลยจัดฉากให้แฟนของตัวเองขึ้นเตียงกับลูกพี่ลูกน้อง แล้วตัวเองก็ย้ายมาที่มหาลัยวิทยาลัยของเราทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นกับเหตุการณ์นั้น”
“ทำไมมหาลัยวิทยาลัยเราต้องรับคนแย่ๆ แบบนี้เข้ามาด้วยนะ”
เมื่อไป๋รั่วเสวี่ยได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆของเพื่อนนักเรียน สีหน้าของเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปก่อนยุคโลกาวินาศเธอเป็ลูกสาวคนเดียวของบ้าน เป็ไข่มุกในฝ่ามือของพ่อและแม่เธออัธยาศัยดี ปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความจริงใจอยู่เสมอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนนักเรียนจึงไม่มีใครชักสีหน้าใส่เธอ อีกทั้งยังไม่มีใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับเธอแต่ถึงจะมีใครล่วงเกินเธอโดยไม่ตั้งใจเธอก็แค่ยิ้มแล้วปล่อยผ่านไปโดยไม่เคยนึกที่จะแก้แค้นเอาคืนแต่ในสามปีของยุคโลกาวินาศนั้น นอกจากการฆ่าซอมบี้แล้วเธอยังเคยฆ่าคนที่แย่งข้าวของและเอารัดเอาเปรียบเธอรวมทั้งคนที่กินเนื้อคนเพราะความหิวด้วยนิสัยของเธอเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเมื่อได้ยินผู้อื่นใส่ร้ายตนจึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้
“พวกนายพูดจาเหลวไหล ระวังเถอะ ฉันจะฟ้องให้หมด”ไป๋รั่วเสวี่ยพูดข่มขู่
“โอ๊ะ เธอคิดว่าเธอรู้กฎหมายสินะ”เฉิงเฉิงยืนขึ้นพูดอย่างหยิ่งผยอง
เขาเป็เพื่อนนักเรียนของหยางหลิ่ว เมื่อเพื่อนถูกวางแผนใส่ร้ายจึงต้องช่วยระบายความโมโหแทน
“ไปฟ้องเลยสิ เธอมีหลักฐานไหมล่ะ ถ้าไม่อยากให้คนพูดเธอก็อย่าทำสิ” เฉิงเฉิงพูดอย่างอวดดี
‘เพียะ’ ไป๋รั่วเสวี่ยก้าวไปข้างหน้าหลายก้าวแล้วตบหน้าอีกฝ่ายไปหนึ่งฉาด
ภายในรถเงียบลงทันทีคนทั้งหมดมองไป๋รั่วเสวี่ยกับเฉิงเฉิง ทุกคนต่างก็เป็นักศึกษามีอารยธรรมและรักษากฏหมาย อย่างมากสุดก็ใช้คำพูดเข้าห้ำหั่นกันในยามปกติน้อยมากที่จะใช้กำลังทำร้ายกันเช่นนี้ ดังนั้นทุกคนจึงใมาก
“เธอกล้าตบฉันหรือ” เฉิงเฉิงเป็คนแข็งแรงมากคนหนึ่ง เมื่อถูกตบหน้าก็เกิดอาการหัวร้อนพุ่งตัวเข้าไปหาไป๋รั่วเสวี่ยหมายจะตบคืน
ไป๋รั่วเสวี่ยเองก็ไม่ใช่พวกกินพืชมีประสบการณ์การรบมาอย่างโชกโชน เธอเริ่มเรียนเทควันโดมาั้แ่ชั้นประถมจึงไม่กลัวเฉิงเฉิงที่ใช้เป็แต่กำลังครั้นแล้วทั้งสองจึงเริ่มตีกันในพื้นที่แคบๆ
เฉิงเฉิงเป็ผู้ชาย มีพละกำลังมากแถมยังรูปร่างสูงใหญ่บึกบึน เขาไม่ปรานีอีกฝ่ายที่เป็ผู้หญิงแม้แต่น้อยส่วนไป๋รั่วเสวี่ยเป็ผู้หญิง ถึงแม้ว่าจะมีทักษะการต่อสู้แต่เมื่ออยู่ในรถบัสเช่นนี้ เธอจึงใช้ทักษะที่มีได้ไม่มากนักจึงค่อนข้างเสียเปรียบเขาอยู่ประมาณหนึ่ง
ท้ายที่สุดแล้วพวกกรรมการของห้องก็ช่วยกันห้ามการตะลุมบอนดังกล่าวให้หยุดลงไป๋รั่วเสี่ยวไม่ได้เสียเปรียบเท่าไรนักกลับเป็เฉิงเฉิงที่ได้รับาเ็ไปไม่น้อย ในเมื่อเป็เช่นนี้ไป๋รั่วเสวี่ยจึงไม่ยอมอยู่ในรถต่อเธอลงจากรถมาเพียงลำพังก่อนรถบัสจะค่อยๆ ขับออกไป
ไป๋รั่วเสวี่ยนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างถนน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เธอไม่ได้รับความยุติธรรมกลับไม่ยอมร้องไห้เธอหยิบมือถือออกมาแล้วโทรเรียกคนขับรถของที่บ้านอย่างใจเย็น
เหลิ่งจั้นกำลังขับรถมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารพลันเห็นไป๋รั่วเสวี่ยนั่งอยู่บนพื้นหญ้าข้างถนนก็เกิดความรู้สึกแปลกใจขึ้นเล็กน้อยอยากจะเพิกเฉยไม่สนใจแต่สุดท้ายก็จอดรถ
ไป๋รั่วเสวี่ยนั่งก้มหน้ารอให้คนขับรถมาถึงจู่ๆ กลับมีรองเท้าทหารหนาหนักคู่หนึ่งและข้างบนมีกางเกงลายพรางโผล่มาตรงหน้าไป๋รั่วเสวี่ยจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจนเห็นผู้มาเยือนในที่สุด
“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ไป๋รั่วเสวี่ยยืนขึ้น ใเล็กน้อย อีกทั้งยังรู้สึกอายอยู่หน่อยๆเมื่อเห็นเหลิ่งจั้น ดวงตาที่เมื่อครู่ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวกลับเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
เหลิ่งจั้นปวดใจขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
“เป็อะไรไป ใครทำร้ายเธอกัน”เหลิ่งจั้นเห็นรอยแดงบนใบหน้าไป๋รั่วเสวี่ย เอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“โฮ...” ไป๋รั่วเสวี่ยโถมตัวเข้ากับแผ่นอกของเหลิ่งจั้นร้องไห้เพราะไม่ได้รับความเป็ธรรม
เหลิ่งจั้นนิ่งอึ้ง ตัวแข็งทื่อยากจะหาคำพูดใดมาบรรยายความรู้สึกในตอนนี้
เขาอยากผลักเธอออกแต่ว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่จึงทำให้เขาผลักเธอออกไปไม่ลง เขาเองก็ไม่ใช่แฟนของเธอจึงไม่สามารถลูบหลังปลอบใจเธอแบบที่คนเป็แฟนทำกันได้ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิมปล่อยให้เธอกอดอยู่อย่างนั้น
ไป๋รั่วเสวี่ยร้องไห้อยู่สักพักหลังจากได้ระบายอารมณ์ออกไปแล้วเธอก็ปล่อยเหลิ่งจั้น
เหลิ่งจั้นมองดูใบหน้าเปื้อนน้ำตาของไป๋รั่วเสวี่ยแล้วอดไม่ได้ที่จะใจสั่นขึ้นเล็กน้อย
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428
[1]ฉากหนึ่งจากเื่องค์หญิงกำมะลอ