บทที่ 1 ตอนที่ 25
ทั้งสองมุ่งเดินทางตรงไปยังจุดสุดท้ายที่อิมนั้นพบเห็นการไล่ล่า และเมื่อมาถึงพวกเขาก็พบสิ่งที่จะทำให้ไล่ตามไปต่อในทันที เพราะรอยเท้าของกลุ่มคนจำนวนมากนั้นมุ่งไปยังทิศเหนือ ไม่มีรอยเท้าที่เดินทางไปยังทิศอื่น นั้นก็หมายความว่าพวกมันกำลังไล่ล่าความเสียใจของราชาไปยังทิศเหนือตอนนี้รามมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายนั้นแทบไม่มีความต้องการใน 'ความเสียใจของราชา' เลย นั้นเพราะอิมมีพลังที่จะฟื้นฟูตนเองได้อยู่แล้วจากพรสวรรค์ร่างกายในครอบครอง มันทำให้รามสามารถมั่นใจเพิ่มขึ้นมาได้ในส่วนหนึ่งว่าการร่วมมือในครั้งนี้มันจะเป็นเรื่องที่ดีสภาพพื้นที่โดยรอบตอนนี้เริ่มไม่ปรากฏซากศพของมนุษย์มากสักเท่าไหร่นัก อาจเพราะเมื่อมาถึงในจุดนี้ พวกมันน่าจะเล็งเห็นแล้วว่าการไล่สังหารไปโดยที่ไม่มีอะไรตอบแทนให้เหมาะสมนั้นไม่ควรอย่างยิ่ง หากจะให้คาดการณ์ การสังหารจะเริ่มต้นอีกครั้งก็ต่อเมื่อมีใครคนหนึ่งนั้นได้รับ 'ความเสียใจของราชา' มาถือในครอบครองให้เห็น ในจุดนั้นการไล่ล่าสังหารจะเกิดขึ้นอีกครั้งและจะไม่มีวันจบจนกว่าของชิ้นนั้นจะถูกทำให้หายไปมนุษย์ที่หวาดหวั่นในความตาย เป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิเสธสิ่งฟื้นชีวิตแบบนั้นท่ามกลางผืนป่าอันสุดแสนกว้างใหญ่ เป็นไปได้ยากที่จะตามหาคนเพียงแค่คนเดียวซึ่งวิ่งหนีไปทางไหนก็ไม่รู้ทิศทาง แต่เหมือนโชคชะตากำลังกลั่นแกล้ง เพราะเพียงรามและอิมมุ่งเดินทางติดตามเข้าไปอีกไม่กี่สิบนาที พวกเขาก็พบเห็นกลุ่มคนจำนวนมากมุ่งโอบล้อมกันอยู่โดยรอบถ้ำขนาดเล็กแห่งหนึ่งทอดยาวลงสู่ใต้ผืนพิภพนี้ พวกผู้คนทั้งหลายต่างถืออาวุธกันครบมือ บ้างก็ปรากฏพลังพรสวรรค์กันขึ้นมาบ้างแล้ว แนวหลังต่างจัดเตรียมพลังให้พร้อม คันศรถูกง้างออก พลังเวทมนตร์ถูกรวมให้เป็นบทใหญ่เพื่อใช้ออกในคราเดียวแต่ด้วยกลุ่มคนจำนวนมากหลากสัญชาติหลากส่วนสูง รามและอิมที่แอบดูอยู่ห่างๆจึงไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่พวกมันกำลังล้อมอยู่ได้ แต่ที่คิดเอาไว้แล้วคือพวกมันกำลังล้อมผู้ถือครองความเสียใจของราชาคนปัจจุบันอยู่ดังนั้นรามจึงได้แหงนหน้ามองหากิ่งไม้ที่มีขนาดใหญ่พอที่จะรับน้ำหนักของเขาเอาไว้ได้ ก่อนที่จะใช้ทวนเงินปักลงไปลำต้นใช้เป็นขั้นเหยียบปีนป่ายขึ้นไป แต่ก่อนจะขึ้นไปถึงเขาก็ไม่ลืมจะคว้าหยิบทวนเงินมาด้วย การที่มีอาวุธติดตัวเอาไว้ก่อนยังไงก็ทำให้เขาอุ่นใจได้มากกว่า ส่วนอิมนั้นไม่เป็นที่น่ากังวล ด้วยน้ำหนักที่ไม่เป็นปัญหาทำให้เขาเคลื่อนไหวขึ้นมาบนต้นไม้ได้ราวกับงู''หืม?'' รามส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ สิ่งที่เห็นมันทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่ใช่น้อย แต่เขาก็ไม่ใช่ว่าไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นเขาหันไปมองดูอิมที่แอบเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง สีหน้าและท่าทีที่เคยร่าเริงมลายหายไปจนสิ้น ดวงตาอันน่าหวาดกลัวหนาวเย็นราวน้ำแข็ง เสียงฟันกัดกันดังเพื่อระบายอารมณ์ในตอนนี้ มือทั้งสองเอื้อมไปดึงดาบซึ่งเป็นอาวุธคู่กายของตนเองให้ออกมาจากพื้นที่หลับไหล แต่ก่อนจะได้คิดทำอะไร รามก็ได้พุ่งทวนเงินของตนเองออกมาขวางเอาไว้ พร้อมกับส่ายศีรษะเบาๆเพื่อบ่งบอกว่าตอนนี้ยังไม่ควรจะลงมือทำอะไร''ฉันรู้ว่าควรทำอะไรน่า... แค่เตรียมตัวเฉยๆ'' แม้รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า แต่รอยยิ้มนั้นกลับไร้อารมณ์อย่างแท้จริงรามถอนทวนเงินของตนเองกลับ ในสถานการณ์ตรงหน้ามันน่าตกใจแล้วที่อิมไม่พุ่งตรงเข้าไปในทันที หากแต่ลองคิดไปคิดมาการที่อิมรู้จักเขาได้แสดงว่าอีกฝ่ายก็ควรจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกใต้ดิน จากที่ได้ยินมาอิมเคยพูดถึงการฝึกฝนกับอาจารย์ด้วย คงจะไม่ใช่การเรียนการสอนทั่วไปแน่นอนถ้าหากรู้จักเรื่องราวเกี่ยวกับโลกใต้ดินการฝึกจิตใจให้นิ่งสงบเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ถ้าหากเป็นภารกิจที่ตนได้รับมอบหมายและมีความสำคัญเกี่ยวกับตระกูลของตน ต่อให้ตัวประกันจะเป็นคนรักของเขา รามก็มั่นใจว่าตนเองนั้นกล้าที่จะเสียสละหนึ่งชีวิตเพื่อความยิ่งใหญ่ของตระกูล นั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่รามนั้นปฏิเสธเกี่ยวกับการหมั้นหมายตลอดมา จนเมื่อบิดาของเขามัดมือชกให้ตนหมั้นหมายกับลูกสาวตระกูลเสี่ยวเพื่ออำนาจของตระกูลเขาเลยต้องจำยอม ดีแล้วที่มันไม่เกิดขึ้น เพราะมันจะเป็นอีกหนึ่งตราบาปของเขาถ้าหากจะต้องเอาหญิงสาวคนหนึ่งมาเข้าสู่วงจรอุบาทแบบนี้''นายคิดจะทำยังไง...'' อิมพูดถามขึ้นในขณะที่กำลังพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองรามแสดงสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมา ''เราจะเป็นพวกกินซาก... รอให้พวกมันเปิดศึกกันเองไปก่อน'' รามพูดขึ้นมาเพียงสั้นๆ แต่เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดแล้วในตอนนี้หากกะประมาณโดนสายตาตอนนี้มีคนจำนวนเกือบ 70 คนกำลังจ้องมองไปยังผู้ที่ถือครองความเสียใจของราชาอยู่ พวกมันทั้งหลายแทบไม่สนใจสิ่งรอบตัว ยังไม่สนใจที่จะมองหาว่ามีคนกำลังรอแทรกแซงการต่อสู้ในครั้งนี้อยู่ ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดใหญ่หลวงที่พวกมันได้กระทำชายผู้ถูกผู้คนจำนวนมากล้อมเตรียมจู่โจมนั้นเยือกเย็นได้อย่างน่าผิดปรกติ ท่ามกลางสายตานับร้อยที่จับจ้องตรงมา มันไม่แสดงออกถึงท่าทีหวาดกลัวหรือสูญเสียความเยือกเย็นของจิตใจไปเลยสักนิด สิ่งที่มันถืออยู่ในมือขวาคือดาบที่ตีขึ้นมาจากโลหะสีเงินปนสีดำซึ่งมองดูแล้วมั่นใจได้อย่างแน่นอนว่าเป็นอุปกรณ์ระดับ 1 และหากมองให้ดียิ่งกว่านั้น ที่นิ้วชี้บนมือขวาของมันสวมใส่เอาไว้ด้วย 'แหวนฆาตกรโลหิต' เช่นเดียวกับรามที่มีแหวนนี้อยู่ เป็นเครื่องยืนยันว่ามันเป็นผู้ที่ลงมือสังหารมนุษย์ลงในวันแรกๆ โดยสมควรจะเป็นความตั้งใจให้มันเกิดขึ้นหากแต่สิ่งที่ผู้คนทั้งหลายสนใจมากยิ่งกว่า คือมือซ้ายของมันที่ลากร่างของชายหนุ่มที่เป็นผู้ถือครอง 'ความเสียใจของราชา' ในสภาพที่ทั้งร่างอาบชุ่มไปด้วยโลหิต นิ้วทั้ง 5 แหลกเละไปโดยการกระแทกของบางสิ่ง สภาพที่แม้ยังไม่ตายก็คล้ายตายไปแล้วครึ่งหนึ่งช่างน่าเวทนา น่าเสียใจที่ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดคิดเห็นอกเห็นใจ ตัวของชายหนุ่มผู้นี้จะเป็นเพียงภาชนะที่ใส่ความเสียใจของราชาเอาไว้ ในตอนนี้สิ่งของนั้นอยู่ตรงหน้า แต่มีผู้เข้าใกล้มันที่สุดเพียงแค่หนึ่งคนตอนนี้ยังไม่มีใครเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม หากมีคนเริ่มเปิดศึกก่อนคนอื่นๆก็อาจจะแว้งทำร้ายมันจากทางด้านหลังได้ ในสถานการณ์ตอนนี้เป็นเหมือนกับการหยั่งเชิงกันเสียมากกว่า''ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนที่หวาดกลัวความตายกันมากขนาดนี้... ทำไมกันล่ะ? พวกคุณไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนุกหรือไงกันที่เราจะได้มาเผชิญหน้ากับความตายได้ง่ายขนาดนี้ ทั้งๆที่ในโลกเก่าพวกเราไม่สามารถที่จะทำมันได้ ของชิ้นนี้มันมีความสำคัญมากขนาดนั้นเลยหรอ'' ชายผู้เป็นจุดรวมสายตาพูดขึ้นมาช้าๆ ท่ามกลางความเงียบสงบของป่าไม้เสียงของเขาสามารถดังให้ทุกคนได้ยินไปทั่วขณะเดียวกันมันก็ปล่อยร่างที่ลากออกมาจากถ้ำลง ก่อนจะลงมาล้วงหาบางสิ่งบางอย่าง และเพียงไม่นานมือของมันก็ออกมาจากร่างพร้อมถือเอาไว้ด้วยก้อนอัญมณีรูปทรงหยาดน้ำตาสีใส อันเป็นจุดรวมสายตาใหม่ของทุกคนแต่เหมือนมีบางคนคันไม้คันมือเร่งรีบในสถานการณ์นี้ ศรดอกหนึ่งพุ่งออกมาจากฝูงชนตรงดิ่งไปยังหลังมือของชายผู้ถือความเสียใจของราชาเอาไว้ จากระยะและทิศทาง ยังไงศรดอกนี้ก็ต้องพุ่งเข้าปักหลังฝ่ามือของเขาอย่างแน่นอนและก็เป็นเช่นนั้น... เพียงแต่ศรดอกนั้นกลับปักลงไปบนหลังฝ่ามือซึ่งจู่ๆก็ปรากฏผ้าพันแผลขึ้นมาจำนวนมาก พวกมันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตพุ่งออกมาหยุดศรดอกนั้นเอาไว้ได้อย่างรวดเร็วก่อนจะหักมันทิ้งไป ผ้าพันแผลนั้นเกิดขึ้นมาจนถึงบริเวณหัวไหล่ซ้าย ปลายผ้าทั้งหลายมองไปก็ดูคล้ายกับอสรพิษที่น่าหวาดกลัว รอยยิ้มอันแสนเย็นชาปรากฏบนใบหน้าริมฝีปากค่อยๆเปิดออกช้าๆ''ทำไมถึงได้รีบกันขนาดนั้น...'' น้ำเสียงอันเย็นชาทำให้ผู้ที่ได้ฟังต่างรู้สึกคนหัวลุกแต่เพียงเสี้ยวอึดใจนั้นเอง ร่างของมันก็วิ่งเข้าหาแนวหน้าของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แต่การโจมตีฉับพลันนั้นมีหรือที่จะได้ผลหากอีกฝ่ายมีการเตรียมพร้อมที่สมบูรณ์ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ชายคนนี้รู้ดีและเขาก็รู้ว่าจะพังทลายการป้องกันนี้ได้ยังไงวิ้ง... ประกายแสงสีเงินสาดส่องออกมาให้ได้เห็น ความเสียใจของราชาถูกโยนเข้าไปกลางกลุ่มผู้คนหลายสิบอย่างไม่เสียดาย ดึงดูดเอาสายตาจำนวนมากให้หันมองไปตามสิ่งที่สามารถชุบชีวิตได้ แต่นั้นก็เท่ากับว่ามีคนในแนวหน้าลดการป้องกันลงไป และเมื่อมันทำเช่นนั้นผ้าพันแผลที่สุดแสนอันตรายก็พุ่งตรงเข้าไปผูดมัดพันธนาการร่างของชายคนหนึ่งเอาไว้ ไม่มีการปล่อยเวลาให้เสียเปล่า คมดาบสีเงินปะดำสำแดงพลังอำนาจของมันออกมาให้ได้เห็นได้ประจักษ์ ชายผู้ถือครองมันใช้พลังของมันฟันตัดแยกชายผู้โชคร้ายออกเป็น 6 ส่วน ตัดแขนขาทั้งหมดออกจากร่างกายพร้อมทั้งฟันศีรษะปลิดชีวิตไป ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลา 5 วินาทีเท่านั้นการฆ่าที่ไร้ความปราณีทำให้ผู้พบเห็นต่างหวาดกลัว ก็ใช่ว่าจะเป็นทั้งหมด ชายผู้หนึ่งกระโดดเข้าไปหาพร้อมกับฟันขวานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มันรู้ดีว่าหากปล่อยฆาตกรโรคจิตตรงหน้านี้เอาไว้นานกว่านี้จะเป็นปัญหาได้หากการฆ่าเป็นศิลปะ ชายผู้นี้ก็คงจะเป็นจิตรกรชั้นยอด เหล่าผ้าพันแผลนั้นเคลื่อนไหวออกมาจากร่างที่ถูกฆ่าทิ้งไปแล้ว พวกมันพุ่งตรงออกจากแขนซ้ายของเขาไปหายังเหยื่อร่ายใหม่ การพุ่งออกไปตรงๆแบบนั้นก็คงยากที่จะไม่หลบเลี่ยงหรือคิดวิธีปัดป้องไม่ออก ชายผู้ที่พุ่งตรงเข้ามายื่นแขนของตนออกไปจับผ้าพันแผลทั้งหมดได้อย่างง่ายดายขวานรบในมือถูกเหวี่ยงเข้าใส่หมายที่จะฟันตัดแขนข้างหนึ่งให้ขาดออก แต่จู่ๆก็มีบางสิ่งบางอย่างมาฉุดรั้งร่างของมันเอาไว้... ใช่แล้ว ผ้าพันแผลที่มันจับเอาไว้จู่ๆมันก็พุ่งตรงออกมาจากส่วนปลายที่ไม่น่าขยายออกมาเพิ่มขึ้นได้ ผ้าพันแผลพิศดารกว่า 5 เส้นพุ่งเข้าไปรั้งแขนที่จับขวาน เส้นหนึ่งพุ่งออกไปรัดลำคอบ้างก็แบ่งหน้าที่กันไปชุดรั้งร่างกายส่วนอื่นๆไม่ให้ขยับไปได้มากกว่านี้''น่าสงสาร...'' นั้นเป็นเสียงสุดท้ายที่มันได้ยิน ก่อนที่ชะตากรรมของมันจะไม่แตกต่างกับคนก่อนหน้ามากนัก...ในขณะที่การต่อสู้เพื่อแย่งชิงความเสียใจของราชาได้เริ่มต้นขึ้นจากชายเพียงคนเดียว รามและอิมซึ่งหลบอยู่บนต้นไม้ก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง''นายไปจัดการช่วยคนของนายก่อน ตอนนี้เหมือนไอ้บ้านั้นจะไม่ได้สนใจคนของนายแล้วน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ถ้าหากปล่อยไปเขาอาจจะโดนลูกหลงได้'' รามหันไปพูดขึ้นกับอิม ในขณะที่ตัวของเขานั้นกำลังเหยียดยืดร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยับร่างกายในเวลานาน''แล้วนายจะทำอะไร?'' แม้จะไม่น่าถาม แต่ตามบทแล้วเขาสมควรจะต้องถามรามยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะกล่าวตอบ ''เวลาดีแบบนี้ ฉันจะใช้มันเก็บเกี่ยวให้คุ้ม'' พูดจบเขาก็กุมหอกเงินแน่นและกระโดดลงจากต้นไม้ทันที....