แม้ว่าจำนวนร้านค้าในเมืองไม้ขจีจะมีน้อยนิดอยู่บ้างทว่ายังสามารถนับได้ว่ามีสินค้าจำเป็นอยู่ครบถ้วน หยุนเช่อเร่งฝีเท้าสองคิ้วขมวดแนบแน่น พร้อมทั้งก้าวเดินเข้าไปภายในร้านขายยาอย่างรวดเร็ว
“เถ้าแก่ ท่านมีดอกโคมม่วงกับผลทรายเหล็กบ้างหรือไม่?”หยุนเช่อกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วทันทีที่เข้าไปภายในร้านยาพร้อมทั้งกวาดสายตามองสำรวจไปทั่วทั้งบริเวณร้าน
จากการมองเถ้าแก่ร้านยาเพียงเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างเล็กและมีทีท่าเบื่อหน่ายสมุนไพรที่หยุนเช่อถามหา คือสมุนไพรพื้นฐานที่สุดในบรรดาตัวยาสมุนไพรดอกโคมม่วงสามารถบรรเทาไข้ผลทรายเหล็กสามารถสกัดเป็นตัวยาฟื้นฟูพลังลมปราณคุณภาพต่ำที่สุดได้ทั้งสองสิ่งสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปและมีราคาย่อมเยาเถ้าแก่ร้านขายยาตอบกลับอย่างเฉื่อยชาว่า “มีอยู่ เจ้าต้องการเท่าไร?”
“อย่างละห้าชั่ง!”หยุนเช่อกล่าวอย่างรวดเร็วร้านยาจัดแจงห่อตัวยาทั้งสองเสร็จเรียบร้อยพร้อมโยนให้แก่ชายหนุ่ม“ทั้งหมดรวมเป็นยี่สิบเหรียญเหลือง”
เมื่อวางเหรียญลงบนโต๊ะหยุนเช่อรีบร้อนจากไป ชายหนุ่มเร่งเดินทางไปประตูเมืองทิศใต้โดยไม่หยุดยั้ง
เซียวป้าผู้สะกดรอยตามชายหนุ่มมามิได้เร่งรีบกระทำการอันใดกลับกัน มันเดินตามหยุนเช่ออย่างเงียบๆ ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
ทางออกประตูเมืองไม้ขจีปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกมันอย่างรวดเร็วทางทิศใต้ของไม้ขจีเป็นเขตภูเขาอันกว้างขวางเรียกว่า เทือกเขามังกรแดง เทือกเขานี้อาศัยเต็มไปด้วยสัตว์อสูรลมปราณหลากชนิดเต็มไปด้วยอันตรายมากมายแม้กระทั่งหน่วยทหารของเมืองไม้ขจีและเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ซึ่งมีฝีมือในระดับหนึ่งยังไม่กล้าท่องเที่ยวเข้าไปภายในส่วนลึกเพียงแต่สำรวจอยู่บริเวณรอบนอกของเทือกเขาเท่านั้นเมื่อมีผู้เดินทางเข้าไปภายในส่วนลึกของขุนเขามังกรแดง ส่วนมากเผชิญพบกับสัตว์อสูรลมปราณชั้นสูงขึ้นเรื่อยๆส่วนใหญ่ลงเอยด้วยการหลบหนีด้วยอัตราการรอดชีวิตที่น้อยนิดสาเหตุที่มันถูกขนานนามว่าเทือกเขามังกรแดงสืบเนื่องจากส่วนลึกที่สุดภายในเทือกเขา ปรากฏมังกรไฟยักษ์อาศัยอยู่จึงเป็นที่มาของชื่อนี้
ทว่า นี่ล้วนเป็นเพียงตำนานที่ไม่มีผู้ใดสามารถพิสูจน์ได้มาก่อนมังกรเป็นสัตว์อสูรลมปราณชั้นสูง ดังนั้นแม้แต่มังกรระดับต่ำที่สุดยังคงนับได้ว่าเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหากมันมีชีวิตอยู่จริงๆความเป็นไปได้ในการรอดชีวิตของผู้พบเห็นมันนั้นแทบเท่ากับศูนย์
เมื่อเข้าสู่เขตเทือกเขามังกรแดงหยุนเช่อสูดลมหายใจลึกมือขวาโอบรัดถุงบรรจุยาสมุนไพรทั้งสองถุงที่ถูกซื้อมาจากร้านขายยาไว้ที่หน้าอกมือซ้ายประทับลงบนถุงยาพร้อมทั้งไข่มุกพิษสวรรค์ที่เปล่งประกายจากภายในฝ่ามือ…ทันใดนั้นเอง ยาสมุนไพรในฝ่ามือของชายหนุ่มย่อยสลายกลายเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ มากมายมหาศาลเมื่อหยุนเช่อยกฝ่ามือซ้ายขึ้นสิ่งที่เหลืออยู่บนฝ่ามือมีเพียงผงสีม่วงเข้มเล็กละเอียดเพียงเท่านั้น
ดอกโคมม่วงไม่มีคุณสมบัติใดที่เป็นพิษผลทรายเหล็กเองก็ไม่ ดังนั้น แม้จะย่อยผสมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันก็ไม่มีพิษร้ายอันใด แม้มันจะมีพิษ พิษธรรมดาทั่วไปลักษณะนี้เพียงสามารถส่งผลเล็กน้อยต่อบุคคลที่บรรลุระดับลมปราณจิตเพียงเท่านั้นกระทั่งอาจไม่มีผลอันใดเลยด้วยซ้ำ
ทว่าผงยาที่เกิดจากการผสมผสานส่วนประกอบบางอย่างในดอกโคมม่วงและผลทรายเหล็กกลับระคายเคืองต่อดวงตาอย่างมากหากสัมผัสถูกดวงตาเมื่อใด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีระดับลมปราณถึงขั้นไหนมันจะสูญเสียการมองเห็นไประยะหนึ่ง
หยุนเช่อกำผงยาบนฝ่ามือพร้อมหันหลังกลับจ้องมองไปยังเซียวป้าผู้ซึ่งปรากฏตัวราวกับภูตพรายห่างออกไปจากเบื้องหลังของชายหนุ่มไม่เกินสิบเมตร
เซียวป้าแปลกใจเล็กน้อยที่หยุนเช่อสามารถรับรู้ถึงมันได้มันจ้องมองไปทางหยุนเช่ออย่างสมเพชพร้อมทั้งกล่าวเสียงเย็นชาว่า “เจ้าคือเซียวเช่อ ใช่หรือไม่? เจ้าเศษสวะที่ถูกเตะกระเด็นออกจากตระกูลเซียว!”
“ผิดแล้ว ชื่อของข้าคือหยุนเช่อ!”หยุนเช่อสบสายตากับมันอย่างปลอดโปร่ง บนใบหน้าไม่ปรากฏร่องรอยของความหวาดหวั่นใดๆ
“เฮอะ!!” เซียวป้าไม่ให้ความสนใจอันใดต่อนามที่แท้จริงของหยุนเช่อทั้งไม่สังเกตสนใจถึงสีหน้าอันปลอดโปร่งสบายเมื่อต้องจัดการกับเศษสวะเส้นลมปราณพิกลพิการเยี่ยงนี้ยังต้องกังวลสนใจอันใดให้มากความ “ข้าได้รับคำสั่งจากนายน้อยให้ส่งเจ้าไปพบยมบาล!ชาติหน้า จำไว้ว่าจงอย่าได้ก่อเรื่องราวใหญ่โตที่เจ้าไม่อาจรับผิดชอบไหว!”
เมื่อจบคำพูดดาบสั้นเล่มหนึ่งพลันปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเซียวป้ามันตวัดมือขวาอย่างรวดเร็วส่งดาบเข้าหาหยุนเช่อ ปรากฏเสียงหวีดบาดแก้วหูบังเกิดรอยแยกในอากาศตามทิศทางการวาดมือ…เซียวกวงหยุนต้องการให้มันทำลายโฉมหน้าของหยุนเช่อพร้อมทั้งตัดลิ้นชายหนุ่มทว่า สำหรับกับเซียวป้าแน่นอนว่ามันไม่มีความอดทนในการสิ้นเปลืองเวลาของมันกับเศษสวะเช่นหยุนเช่อมันเกียจคร้านถึงระดับที่ไม่ยอมแม้แต่จะแตะตัวหยุนเช่อเพียงเหวี่ยงดาบสั้นมาเบื้องหน้าโดยมีคอหอยของหยุนเช่อเป็นเป้าหมาย
หยุนเช่อหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อเห็นดาบสั้นบนปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเซียวป้าเมื่อมันตวัดมือขวามาเบื้องหน้าหยุนเช่อต้องอกสั่นขวัญหาย…ชายหนุ่มเตรียมพร้อมสำหรับการติดตามและโจมตีของเซียวป้า ทว่าชายหนุ่มคาดคิดไม่ถึงว่าบุคคลซึ่งมีพลังฝีมือบรรลุถึงขั้นลมปราณจิตจะใช้อาวุธต่อบุคคลไร้ความสามารถเช่นตนเอง!ทั้งยังต้องการกำจัดฆ่าหยุนเช่อด้วยการซัดดาบใส่!
ด้วยระดับพลังลมปราณอันน้อยนิดภายในร่างกายหยุนเช่อจะสามารถหลบหลีกดาบที่ถูกซัดมาจากบุคคลที่บรรลุระดับลมปราณจิตได้อย่างไร?
เจ้าเซียวป้าผู้นี้เสียสติหรือไร? มันถึงกระทำการผิดแปลกสามัญสำนึกคนปกติเช่นนี้!ถึงขั้นจงใจใช้อาวุธเพื่อสังหารบุคคลไร้พลังยุทธ์อย่างข้ามันไม่มีความรู้สึกละอายใจหากผู้คนรู้เรื่องนี้หรืออย่างไรกัน?…หยุนเช่อก่นด่าสาปแช่งภายในใจอย่างไร้ทางสู้เมื่อเงาดาบสะท้อนเข้าสู่นัยน์ตาของตนใกล้เข้ามาเรื่อยๆจิตใต้สำนึกของชายหนุ่มกระตุ้นให้ร่างกายพยายามหลบหลีกจากอาวุธทว่าเงื่อนไขทางกายภาพอันแสนเชื่องช้าไม่อนุญาตให้ชายหนุ่มทำสำเร็จ…
ชั่วขณะที่ดาบสั้นกำลังจะตัดเข้าสู่คอหอยของหยุนเช่อพลันปรากฏเงาสีแดงสะท้อนประกายขึ้นแวบหนึ่งดุจสายฟ้า พร้อมทั้งพุ่งตรงไปยังเซียวป้า…
วี้ดดดดดดดด~~~~~~~
ดาบสั้นเล่มนั้นมิได้ตัดผ่านลำคอของหยุนเช่อทว่ากลับอันตรธานหายไปเฉยๆ! ทันใด เบื้องหลังของเซียวป้า พลันปรากฏเงาร่างเล็กอันรางเลือนนางหันหลังให้กับหยุนเช่อ สวมใส่เสื้อผ้าสีขาวชุดหนึ่งเปิดเผยข้อเท้าและเรียวน่องงดงามปานสลักเสลาจากหยก เรือนผมสีแดงทิ้งตัวลงจรดสะโพก กอปรเป็นมนต์เสน่ห์เย้ายวนอย่างหาที่เปรียบมิได้
และในมือขวาของนาง คือดาบสั้นที่เซียวป้าเขวี้ยงมายังหยุนเช่อ!
เด็กหญิงผู้นี้…เสื้อผ้า…และผมสีแดง…อย่าบอกนะว่า…
เซียวป้ายังคงอยู่ในท่าซัดขว้างดาบสั้นทั่วทั้งร่างแข็งค้างอยู่ในท่าเดิมท่ามกลางความเงียบสงัดอันน่าหวาดผวามันมิได้หันหลังกลับไป สีหน้าแววตาล้วนปราศจากการเปลี่ยนแปลงประดุจดังมันถูกหยุดเวลาเอาไว้ ความเปลี่ยนแปลงเพียงหนึ่งเดียวคือลูกตาดำของมันที่หรี่เล็กลงเทียบเท่าหัวเข็ม คล้ายกับว่าชั่วขณะนั้นมันได้พบเห็นบางสิ่งที่น่ากลัวที่สุดบนโลกใบนี้…
เมื่อสายลมพัดผ่านร่างกายที่ยืนหยัดอยู่ของเซียวป้าพลันร่วงกระจายลงเป็นชิ้นตามกระแสลมพัดผ่าน…ถูกต้อง!มันร่วงหล่นแตกกระจาย ประดุจดังตัวต่อเป็นชิ้นๆ ที่ร่วงหล่นลงพื้นในคราเดียว กลับกลายเป็นแอ่งเลือดผสมผเสกับชิ้นส่วนเล็กๆ นับไม่ถ้วน
เมื่อสายลมพัดเข้าหาใบหน้าของหยุนเช่อที่นำคือพามากลิ่นคาวโลหิตอันเข้มข้น ชายหนุ่มตกตะลึงจนร่างกายแข็งค้างอยู่กับที่เมื่อหยุนเช่อจับจ้องมองเบื้องหลังของเด็กสาวลูกนัยน์ตาของชายหนุ่มหดตัวอย่างรุนแรง ลมหายใจขาดห้วง แม้แต่หัวใจก็แทบหยุดเต้น
เสื้อผ้าที่สวมใส่และเส้นผมสีแดงเพลิงชี้ชัดว่านางคือเด็กสาวที่ชายหนุ่มได้พบเจอในคืนวันแต่งงานที่เขตภูเขาหลังตระกูลเซียวเด็กสาวผู้ซึ่งเข้าไปอยู่ในไข่มุกพิษสวรรค์อย่างไรก็ตาม หลังจากนางเข้าไปอยู่ในไข่มุกแล้ว นางไม่ได้สติมาตลอดเวลา…ทว่า ณขณะนี้ เด็กสาวกลับลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว นางออกจากไข่มุกพิษสวรรค์มาด้วยตนเองทั้งยังได้แสดงให้ชายหนุ่มเห็นฉากเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวที่สุดที่เคยพบมาบนดินแดนลมปราณฟ้านี้
ชั่ว ณ วินาทีนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเด็กสาวสามารถหยิบฉวยดาบสั้นที่เกือบจะตัดผ่านลำคอของหยุนเช่อพุ่งตัวเข้าหาเซียวป้าและลงมือสังหาร…การกระทำทั้งหมดเพียงสามารถเห็นเป็นประกายแสงสีแดงที่คงอยู่เพียงชั่วเศษเสี้ยวของวินาทีเพียงเท่านั้น…ร่างกายของเซียวป้าถึงกับกลับกลายเป็นเศษเนื้อสับการลงมือถึงขั้นนี้ จำต้องใช้การตวัดฟาดฟันอย่างน้อยหลายร้อยครั้ง…
หรืออาจพูดได้ว่าเด็กสาวมิเพียงฉกฉวยดาบสั้นที่กำลังจะเชือดคอหอยของหยุนเช่อเมื่อครู่เท่านั้นนางยังสามารถใช้ดาบเล่มเดียวกันนั้นสับเฉือนเซียวป้าเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา
นี่…นี่คือความสามารถของเด็กสาวคนหนึ่งอย่างนั้นรึ?
ไม่!นี่คือความสามารถที่มนุษย์คนหนึ่งสมควรมีได้เช่นนั้นหรือ?!!
เคร้ง!
“อุ๊…”
ท่ามกลางความตกตะลึงอย่างถึงที่สุดของหยุนเช่อดาบสั้นในมือของเด็กสาวพลันร่วงหล่นกระแทกพื้นพร้อมทั้งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดประดุจดังสัตว์ตัวเล็กๆ ที่ถูกทำร้ายเปล่งออกมาจากริมฝีปากทันใดนั้นเอง ร่างกายของนางกลับค่อยๆ ขดตัวลงบนพื้นอย่างช้าๆ ร่างเล็กบอบบางของนางสั่นสะท้านดุจดังถูกเคลือบคลุมด้วยน้ำแข็งจากภายในร่างกาย…
“พิษเทพสังหารอันน่าชัง…เราเจ้าหญิง…เหตุใด…จึงได้รับผลสะท้อนกลับ…ถึงเพียงนี้…แค่เพียงใช้พลังเล็กน้อยเพียงนี้เท่านั้น…อ๊า…”
หยุนเช่อสืบเท้าเข้าใกล้อีกสองก้าวอย่างระมัดระวังทุกครั้งคราที่สายตาของชายหนุ่มเหลือบไปมองแอ่งเลือดภายในใจของชายหนุ่มรู้สึกถึงคลื่นความเย็นยะเยือก…เด็กสาวผมแดงนี้เป็นใครกันแน่! เซียวป้าเป็นคนจากพรรคตระกูลเซียว พลังยุทธ์ขั้นต่ำของมันล้วนไม่ต่ำกว่าระดับลมปราณจิต!ถึงขั้นที่ไม่มีผู้ใดในเมืองเมฆาล่องสามารถเป็นคู่มือของมันได้ทว่าเด็กสาวนางนี้กลับสามารถสังหารมันได้ภายในพริบตา!
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การมาถึงดินแดนลมปราณฟ้า ที่หยุนเช่อถูกทำให้แตกตื่นอย่างแท้จริงเมื่อชายหนุ่มมองไปยังภาพเบื้องหน้าทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นสิ่งเหนือจินตนาการ…เหนือกว่าจินตนาการอื่นใดของชีวิตทั้งสองชาติภพของตนเอง!!
หยุนเช่อสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามสงบจิตใจ ชายหนุ่มกัดฟัน พร้อมทั้งกล่าวออกมาในที่สุด “แม่นางน้อยท่าน…ฟื้นแล้ว?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหยุนเช่อ ร่างกายของเด็กสาวพลันหยุดการสั่นสะท้านนางยืนหยัดขึ้นพร้อมทั้งหมุนตัวกลับมาเปิดเผยใบหน้าที่ละเอียดอ่อนประดุจตุ๊กตาเคลือบแม้ว่าจะเป็นใบหน้าที่บอบบางอ่อนเยาว์และงดงามอย่างไม่อาจเชื่อสายตาทว่าขณะนี้กำลังแสดงให้เห็นถึงสีหน้าของความเจ็บปวด นางจับจ้องมองหยุนเช่อพร้อมกล่าวด้วยสุ้มเสียงไพเราะเย็นชาว่า“ไม่น่าเชื่อจริงๆ ไข่มุกพิษสวรรค์กลับเลือกนายเป็นคนธรรมดาเช่นเจ้า!อย่าบอกข้านะว่าจิตวิญญาณแห่งสมบัติสวรรค์ชิ้นนี้ได้ถูกทำลายไปแล้ว?”
หากจะพูดอย่างเจาะจงนี่เป็นครั้งแรกที่หยุนเช่อได้เผชิญพบหน้านางอย่างแท้จริง แม้ว่าชายหนุ่มจะได้เข้าไปหานางภายในไข่มุกพิษสวรรค์วันละสองสามครั้งมาตลอดหากเมื่อหยุนเช่อจับจ้องมองเด็กสาวในครั้งนี้ชายหนุ่มยังคงไม่สามารถเคลื่อนย้ายสายตาของตนออกจากนางได้นี่ล้วนสืบเนื่องจากความงามอย่างถึงที่สุดของเด็กสาวนางถึงกับงดงามจนแทบสามารถขโมยวิญญาณของบุรุษไปทุกเส้นสายบนใบหน้าขาวราวหิมะของนางทั้งละเอียดอ่อนและสมบูรณ์แบบเหนือใดเปรียบเป็นความงดงามที่บรรลุเกินความสมบูรณ์แบบในโลกหล้า
ดวงตาของนางสดใสสะท้อนประกายระยิบระยับประดุจนิลทว่ากลับคงความลึกล้ำดุจห้วงนภา จากภายในแววตาของนาง หยุนเช่อสามารถมองเห็นประกายแห่งความหยิ่งทระนง…ทว่ามิใช่ความหยิ่งทระนงอันไร้แก่นสารและอวดโอ่ลำพองในอำนาจเช่นเซียวกวงหยุนหากกลับเป็นความเย่อหยิ่งทระนงตนจากส่วนลึกในจิตวิญญาณคล้ายกับว่าเมื่ออยู่ต่อหน้านางแล้ว จิตวิญญาณทั้งหลายในโลกหล้าเป็นเพียงมดปลวกสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนมีค่าเทียบเท่าฝุ่นผงธุลีเพียงเท่านั้น
………………………………
ภายในโรงเตี๊ยม เมืองไม้ขจี
อาหารเรียกน้ำย่อยรวมทั้งอาหารจานหลักล้วนถูกนำมาจัดวางเรียบร้อย ทว่าเซียวป้ากลับยังไม่กลับมา
เซียวกวงหยุนเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจมันหัวเราะขึ้นจมูกอย่างเย็นชา “ลงมือกับเศษสวะชิ้นหนึ่งถึงกับใช้เวลามากมายถึงเพียงนี้ อืมมม หรือมันอาจจะหลงทางเนื่งจากความไม่คุ้นเคย? เซียวจิ่วไปดูสิ”
“ขอรับ นายน้อย!” เซียวจิ่วรับคำสั่งพร้อมทั้งยืนขึ้นก้าวออกจากประตูโรงเตี๊ยมจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปทิศทางที่เซียวป้าผ่านไปก่อนหน้านี้
-------------------------
*ค่าเงินของทวีปลมปราณฟ้าแบ่งออกเป็นสามระดับคือเหรียญเหลือง เหรียญเขียว และเหรียญม่วง
1 เหรียญม่วง = 100 เหรียญเขียว = 10,000 เหรียญเหลือง
มูลค่าอ้างอิงรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อปีของดินแดนลมปราณฟ้าอยู่ที่ 30,000 เหรียญเหลือง หรือ 3 เหรียญม่วง