ขณะที่นั่งรับประทานไปนั้น แม้ว่าอาหารจะรสชาติเลอเลิศ แต่ดูเหมือนความสุขจริงๆที่ลี้เพ้งได้รับมากกว่า น่าจะมาจากการที่ได้เล่าเรื่องราวที่เขาภูมิใจจากการรู้มากกว่าคนอื่นและเสริมด้วยการวิเคราะห์ วิจารณ์ที่ละเอียดอ่อนให้แก่พวกเล้งปวยได้ฟังนั่นเอง
เล้งปวยและจวงยี่หลานนั้นย่อมได้รับประโยชน์มากมาย จากการเล่าของเพื่อนใหม่คนนี้
เขาได้ทราบว่า สำนักหมื่นบรรพต อันยิ่งใหญ่ นอกจากจะมีระบบสอบเข้าเป็นศิษย์ที่ยากที่สุด และละเอียดหลายขั้นตอนที่สุด มีบรรดาศิษย์ที่ยอดเยี่ยมระดับตำนานมากมาย มีทรัพยากรธรรมชาติในการบ่มเพาะที่ยอดเยี่ยม และอื่นๆอีกหลายอย่างแล้ว
ยังมีเรื่องละเอียดอ่อนภายในอีกไม่น้อยที่คนอื่นไม่ค่อยรู้เช่น นอกจากจะรู้ว่ามีการผ่านด่านทดสอบ 2 ด่าน จากนั้นให้ผู้ผ่านได้เลือกทดสอบความเป็นอัจฉริยะ หรือพรสวรรค์ ที่ตนเองมี ได้เลือกตึก หรือถูกตึกเลือกแล้ว
แต่ละตึกยังมีการแข่งขันผลงานเพื่อรับการสนับสนุนด้านทรัพยากร และการทดสอบพิเศษที่มีขึ้นได้บ่อยๆอีกด้วย นี่คือจุดแข็งของสำนักนี้นี่เอง ขณะเดียวก็เป็นจุดอ่อนของมันในตัว
“เจ้าถามข้าเกี่ยวกับ หมู่ตึกเทพอสูร สินะ ข้าแปลกใจเจ้าไม่เคยทราบอันใด แต่กลับถามข้าเรื่องนี้ ”
เล้งปวยจึงเล่าเหตุการณ์ที่ตนถูกตามไปพบหัวหน้าหมู่ตึกเทพอสูรให้ลี้เพ้งฟัง
“อะไรนะ !! เจ้าว่าเจ้าถูกหัวหน้าหมู่ตึกเทพอสูรเรียกไปพบ สวรรค์!!! นั่นนับว่าเจ้าโชคดีอย่างสุดๆไปเลย เจ้ารู้ไหมว่าในบรรดาห้าตึกใหญ่นั้นปัจจุบันที่แข็งแกร่งที่สุด ทรงอิทธพลอำนาจที่สุด นั้นย่อมเป็นหมู่ตึกเทพอสูรนั่นเอง มันมีอำนาจมากกว่าอีกสี่ตึกรวมมกันเสียด้วยซ้ำ หากได้เป็นศิษย์สายตรงของมันเฮอะๆ” มันหันมามองอีกฝ่ายอย่างชื่นชมเป็นอย่างยิ่งอีกครั้งหนึ่งในความคิดของมันและคนอื่นๆแล้ว อย่าว่าต่ได้เป็นศิษย์สายตรงเลย ขอเพียงแค่ได้เป็นศิษย์สายในหมู่ตึกอสูรฟ้าความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ก็นับว่าหาใดเสหมือนได้แล้ว “ข้าช่างดีใจแทนเจ้าจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว” ความตื่นเต้นยินดีปรากฏออกมาทางสายตาของมันแวววาว
“แต่ข้าก็ได้ปฏิเสธไปแล้ว” เล้งปวยกล่าวอย่างราบเรียบ
“บ้าสิ อา… เจ้าปฏิเสธ!!!” มันถึงกับพูดไม่ออก
“ในขณะที่เขาทั้งหลายแทบฆ่ากันเพื่อแย่งโอกาสนั้น แต่มันกลับโยนโอกาสนั้นลงถังขยะ เฮ้อ!! หรือนี่ที่เรียกว่าเป็นโชคชะตาของมัน
เช้าวันต่อมา ศิษย์ที่ผ่านการทดสอบทั้งหมดต้องนำป้ายหยกไปลงทะเบียนทดสอบความเป็นอัจฉริยะหรือทดสอบพิเศษเพื่อเข้าเป็นศิษย์ของหมู่ตึกโดยเครื่องศิลาสุริยะ 7 สี อันเป็นเครื่องบอกถึงความเป็นอัจฉริยะ ชึ่งบอกโดยแสงที่ปรากฏเมื่อวางมือบนศิลา อันได้แก่แสงสี ขาว ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง เรียงตามลำดับ
หากศิลาเปล่งแสงสีขาว ถือว่าคนผู้นั้นไม่มีความเป็นอัจฉริยะเลย ซึ่งทุกปีที่ผ่านมานั้นไม่เคยปรากฏมาเลยสำหรับผู้ที่ผ่านการทดสอบเข้ามาได้ หรือมิเช่นนั้นก็เป็นอัจฉริยะระดับเทพ ซึ่งก็ไม่เคยมีมาก่อนอีกเช่นกัน ไม่นานการตรวจวัดก็เริ่ม ซึ่งเครื่องตรวจมี3เครือง กลุ่มป้ายสีเขียวกับสีเหลืองใช้เครื่องเดียวกัน
“เตรียมรับการตรวจวัดได้” กรรมการควบคุมแจ้ง
“คนแรก หมายเลข25ฉางอี้” ชายหนุ่มที่ถูกเรียก นำมือวางลงบนศิลาสุริยะ เพียงชั่วครู่ศิลาเริ่มมีสีขาววาบขึ้นมาแล้วเปลี่ยนเป็นสีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว แล้วหยุดนิ่งอยู่ที่สีเขียว
“อัจฉริยะ ระดับ4 ศิษย์สายนอก” เสียงกรรมการประกาศผลการตรวจวัดออกมา จากนั้นก็มีเสียงเรียกหมายเลข ขานนาม ขานบอกบอกความเป็นอัจฉริยะ ระดับ ต่างๆดังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีระดับ1ระดับ2 ระดับ3 นานๆจึงจะมีเสียงเฮ เมื่อมีค่าแสดงที่สูงๆออกมาสลับให้ได้ยินบ้าง ผ่านไปครู่ใหญ่ๆ ก็มีเสียงเรียก
“หมายเลข157 ต้วนหวังลี้” พอมันทาบมือลงไปศิลาพลันวาบสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสี ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แล้วหยุดนิ่งที่สีเหลือง“อัจฉริยะ ระดับ 5 ศิษย์สายใน” สิ้นการประกาศ เสียงเฮยาวๆพลันตามมา และต่อมาก็เรียกมาถึงลำดับของจวงยี่หลาน
“หมายเลข457จวงยี่หลาน “ นางเดินเข้าไป พอวางมือลงแสงของศิลาก็เริ่มว้าบๆๆไปเรื่อยๆขาว ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง นิ่ง“อัจฉริยะระดับ 5 ศิษย์สายใน” เฮ!!!!!!!!
เล้งปวยดีใจจนกระโดดเข้าไปจับมือของนางเขย่าเบาๆ ให้กำลังใจ นางได้แต่ยิ้มขอบคุณส่วนลี้เพ้งนั้น วัดค่าได้เพียงอัจฉริยะระดับ2 ได้เป็นศิษย์สานนอก ซึ่งดูท่าทางมันแล้วไม่ได้เสียใจแต่อย่างใดเลย
และมีที่น่าสนใจของพวกเขาอีกสองคนคือหลี่ว่านชิงกับเฉินเล่ากอนั้นผลผ่านออกมาแล้วคือได้เข้าเป็นศิษย์สายในทั้งคู่ ซึ่งมิได้ผิดไปจากความคาดหมาย
การทดสอบได้ดำเนินมาถึงลำดับที่คนหลายคนให้ความสนใจอย่างมากนั่นคือ
“หมายเลข 1211ตี้อูหมิง” ป้ายชื่อสีเหลืองที่มันห้อยคอแสดงให้เห็นทันทีว่ามันมีพลังระดับเกินกว่าระดับ 5 แน่นอน บุคลิกที่โอ่อ่าสง่างามจนสูงส่งอย่างน่าเกรงขามอย่างยิ่ง หากบอกว่ามันคือยอดอัจฉริยะคงไม่มีใครกล้าสงสัยแน่ๆ พอมันทาบมือลงไปบนศิลา แสงที่เปล่งออกมาเป็นแสงที่สว่างสุกใสอย่างไม่ปรากฏมาก่อนการไล่ของแสงก็รวดเร็วมากจาก ขาว ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง แล้งจึงหยุดนิ่ง
“อัจฉริยะระดับ 7 ศิษย์สายตรง” เสียงกรรมการประกาศช้าๆ“เฮ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! “
เสียงเฮพลันระเบิดออกมาอย่างกึก้องยาวนาน จนคนที่อยู่ด้านนอกรีบเบียดแทรกกลุ่มคนเข้าไปดู ในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นอัจฉริยะในอัจฉริยะอย่างแท้จริง ที่เขาพากันเรียกว่าพวกศิษย์ เทพอัจฉริยะ เกิดขึ้นในวันนี้เอง
หลังจากนั้น ยังเสียงเฮอันยาวๆพลันให้ได้ยินอีก 3 ครั้งในปีนี้ เมื่อมีเทพอัจฉริยะอีกสามคนตามมาในเวลาไล่กัน อันได้แก่ เย่ยี่จู อูเสี่ยวเมิ่ง และเซี่ยลี่อวี้
“ปีนี้มันเกิดอันใดขึ้นมา ที่ผ่านมาบางปีแทบไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว พอปีนี้พรวดพราดมาเต็มๆพร้อมกันตั้ง 4 คน สวรรค์ เหลือเชื่อจริงๆ แล้วก็มาถึงอีกลำดับที่มีหลายคนคอยเฝ้าจับตามอง คือลำดับของเล้งปวย
“หมายเลข2311 เล้งปวย” เมื่อได้ยินกรรมการขานชื่อของเล้งปวยทุกคนที่อยู่ในกลุ่มสีเขียวที่เคยเห็นเขาแสดงพลังมาแล้วในการทดสอบที่ผ่านมา พลันใจเต้นระทึกใคร่ทีจะทราบค่าความเป็นอัจฉริยะของเขาจนรีบเบียดหาที่ที่จะได้มองเห็นชัดๆ จนพลอยทำให้คนอื่นๆสนใจตามไปด้วย
เล้งปวยเดินเข้าไปทาบมือลงบนศิลาวัดระดับ อย่างเหนื่อยหน่ายอยู่บ้าง พลันมีแสงวาบอันเจิดจ้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วและสว่างไล่ระดับพรวดเดียว จากม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง แล้วหายไป แต่อีกไม่นานก็แว้บกลับมานิ่งอยู่ที่สีขาว เพียงอย่างเดียว เหมือน อาการของเครื่องวัดมีปัญหา
“ค่าความเป็นอัจฉริยะเท่ากับ 0 ศิษย์……” กรรมการประกาศผลการวัดค่า ได้เพียงครึ่งเดียว หลังจากที่งุนงงกับผลการวัดที่เกิดขึ้นมาได้ครู่ใหญ่แต่แล้วกรรมการต้องตัดสินใจประกาศออกไปตามผลที่เห็นได้เท่านั้น เพราะเขาไม่เคยเห็นเครื่องปรากฏผลเช่นนี้มาเลยตั้งแต่เริ่มใช้
“อา วัดค่าความเป็นอัจฉริยะได้ระดับ 0 เป็นไปได้อย่างไรกัน” ทำให้หลายคนถึงกับอึ้งแม้จะมีผู้สงสัยบ้างก็ได้แต่เก็บเงียบเพียงอย่างเดียว “ฮ่าๆๆๆๆ สงสัยมันต้องโกงการทดสอบรอบก่อนๆเข้ามาแน่ๆ ถึงได้ปรากฏออกมาเช่นนี้ ก็สมแล้วที่ถูกแสดงหลักฐานเช่นนี้” ถึงกับมีบ้างบางคน ทีไม่เคยเห็นเล้งปวยแสดงฝีมือมาก่อน คิดขึ้นมาเมื่อผลออกมาเช่นนั้น
มีเพียงผู้เดียวที่พูดออกมาเบาๆ “ข้าไม่เชื่อ เขาต้องเป็นยอดอัจฉริยะที่วัดค่าไม่ได้แน่นอนพันเปอร์เซ็นต์” มันที่พูดเช่นนี้ก็คือ สัพพัญญูลี้เพ้งนั่นเอง
“ปวยเอ๋อ มันต้องมีการผิดพลาดแน่ๆ ข้าว่าเราขอให้กรรมการวัดใหม่ดีหรือไม่” จวงยี่หลานพลันเข้ามากุมมือทั้งสองของเขาเพื่อให้กำลังใจ
“ไม่นะ!! นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการนะยี่หลาน ข้าจะไม่ปล่อยให้โชคชะตาอันยิ่งใหญ่แห่งข้าต้องมาถูกกำหนดด้วยเครื่องมืออันกระจอกเช่นนี้ได้หรอกนะยี่หลาน” หลังจากพูดแล้วท่าทีของมันพลันเปลี่ยนเป็นห้าวหาญสุดทรนงยิ่งใหญ่ขึ้นมา จนผู้พบเห็นต้องถอยออกห่างมันทันที
“ถูกต้อง นี่จึงสมเป็นกับเป็นบุคลิกของผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตจริงๆ ข้าต้องติดตามเจ้าแน่นอนแล้วพี่ใหญ่เล้งปวย”
ลี้เพ้งกลับชอบใจเล้งปวยมาก ที่เห็นเขาสามารถ เข้มแข็งในยามตกอับ ที่คนส่วนมากทำไม่ได้
…