หลังจากเหตุการณ์ชิงหัวใจในสุสานผ่านพ้นไป ชิงเซียนต้องเผชิญกับวิกฤตที่หนักหน่วงยิ่งกว่าการสู้กับปีศาจ นั่นคือการถูกพี่ชายทั้งสามและเฟยหลงจ้องมองด้วยสายตา "ล้อเลียน" ตลอดมื้อเช้า
[ฮึ่ม! ไอ้พี่ชายสามคนนี้เป็นอะไรกันไปหมด? นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พรางทำท่า "ล้วงกระเป๋า" เลียนแบบข้าอยู่ได้! ข้าบอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ! ถ้าเจ้าหน้าปลาทูไม่จามออกมา หัวใจเทพมันจะกระเด็นไปทับลิปสติกเบอร์ 05 ของข้าจนเละรึไง! น่าโมโหจริงๆ!]
"ชิงชิง... วันนี้เพื่อนสนิทเรา 'น้ำหวาน' ส่งการ์ดเชิญมาน่ะ งานแต่งจัดที่รีสอร์ทบนเขาใหญ่ พี่ว่าเราไปพักผ่อนกันหน่อยดีไหม?" หวังอี้เอ่ยขึ้นพลางแอบขำในใจเมื่อได้ยินเสียงบ่นเรื่องลิปสติกของน้องสาว
[น้ำหวาน? อ้อ... ยัยเพื่อนตัวแสบที่ชอบลากชิงชิงคนเดิมไปให้ผู้ชายหลอกนั่นน่ะเหรอ? แต่เอาเถอะ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์บนเขาหน่อยก็ดี เผื่อตบะข้าจะฟื้นฟูได้ไวกว่าการนั่งดมกลิ่นควันรถในกรุงเทพฯ]
"ไปสิคะพี่ใหญ่ ชิงชิงอยากไปแสดงความยินดีกับเพื่อนพอดีเลยค่ะ" ชิงเซียนยิ้มหวาน (แบบปลอมๆ)
ณ รีสอร์ทหรูบนยอดเขาใหญ่
บรรยากาศงานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างอลังการท่ามกลางขุนเขา แต่ทว่า... ชิงเซียนสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไม่ได้มาจากแอร์คอนดิชัน เธอสวมชุดเพื่อนเจ้าสาวสีชมพูอ่อนที่ดู "เรียบร้อยเกินจริง" จนเฟยหลงที่สวมสูทสีเทาเดินเข้ามาทัก
"ชุดนี้เหมาะกับคุณนะชิงชิง ดูเป็น... กุลสตรีขึ้นเยอะเลย" เฟยหลงกระซิบหยอก
[กุลสตรีบ้านพี่สิ! ข้าอึดอัดจะตายอยู่แล้ว ชุดนี้รัดจนข้าจะร่ายรำพัดไม่ได้เอา! ถ้าอคินมันโผล่มาตอนนี้ ข้าคงต้องเตะมันด้วยส้นสูงนิ้วครึ่งนี่แหละ!]
"ขอบคุณค่ะพี่เฟยหลง พี่ก็ดู... หล่อจนน่าหมั่นไส้เหมือนเดิมเลยนะ"
ในขณะที่งานเลี้ยงกำลังดำเนินไปถึงช่วงตัดเค้ก จู่ๆ ท้องฟ้าเหนือเขาใหญ่ที่เคยโปร่งใสก็ถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำสนิทที่เคลื่อนตัวต่ำลงมาเรื่อยๆ กลิ่นอายของ "อสูรเมฆา" สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของอคินเริ่มแผ่ซ่าน
"ว้าย! ทำไมฝนจะตกตอนนี้ล่ะเนี่ย!" แขกในงานเริ่มวิ่งวุ่น
[มาจนได้นะไอ้หน้าไก่! คิดจะพังงานวิวาห์เพื่อนข้ารึไง? ดูนั่นสิ... รินดาก็มาด้วยรึ? ใส่ชุดพนักงานเสิร์ฟแฝงตัวมาซะเนียนเชียว!]
ชิงเซียนเห็นรินดากำลังถือถาดน้ำดื่มที่มียาพิษ "กลืนชีพ" มุ่งหน้าไปทางเจ้าบ่าวเจ้าสาว เธอจึงรีบสะบัดกระโปรงลูกไม้อย่างรวดเร็ว
"พี่เฟยหลง! ฝากดูข้างบนนะคะ ไอ้เมฆนั่นมันไม่ใช่เมฆธรรมดา มันคือท้องของอสูรเมฆา ถ้ามันคาย 'ฝนกรดปีศาจ' ลงมา แขกทั้งงานได้ละลายหมดแน่! ส่วนยัยรินดา... ข้าจะไปถีบถาดน้ำนั่นเอง!"
ปฏิบัติการกู้ชีพกลางเวที
เฟยหลงพยักหน้า แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองแดงทรงพลัง เขาทะยานขึ้นไปบนยอดหอคอยของรีสอร์ท รวบรวมพลังหยางมหาศาลไว้ที่ฝ่ามือ "ท่าเทพสงคราม: สุริยันแผดเผาเมฆา!" เขาซัดคลื่นความร้อนขึ้นฟ้าเพื่อต้านทานการกลั่นตัวของฝนกรด
ส่วนชิงเซียน เธอแกล้งทำเป็นสะดุดล้มกลางฟลอร์เต้นรำในจังหวะที่รินดาเดินผ่านพอดี
"อุ๊ย! ขอโทษนะรินดา!"
โครม!!!
เท้าของชิงเซียน (ที่แฝงปราณหนักแน่น) ขัดขารินดาจนล้มคะมำ ถาดน้ำดื่มพุ่งกระเด็นไปที่พุ่มไม้ใกล้ๆ จนใบไม้ในพุ่มนั้นไหม้เกรียมทันทีที่โดนน้ำ
"แก! นังชิงชิง!" รินดาสบถเบาๆ พยายามจะลุกขึ้นมาจิกหัวเพื่อนเจ้าสาว
[จุ๊ๆ...รินดา เป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องกิริยามารยาทเรียบร้อยนะคะ เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าตระกูลหลิวส่งกุ๊ยมาเสิร์ฟน้ำ!]
ชิงเซียนคว้าข้อมือรินดาไว้แน่น พลางกระซิบข้างหู "อคินอยู่ไหน? บอกมาซะดีๆ ก่อนที่ข้าจะใช้ส้นสูงนี่ตอกหน้าผากเธอให้เป็นรู!"
รินดาหัวเราะหิๆ แววตาดูบ้าคลั่ง "คุณอคินไม่ได้อยู่ที่นี่... แต่เขากำลัง 'เตรียมของขวัญ' ชิ้นใหญ่ไว้ให้แกที่ห้องพักเจ้าสาวต่างหากล่ะ!"
ชิงเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองทางห้องพักที่อยู่บนอาคารหลัก แสงสีม่วงประหลาดเริ่มสว่างออกมาจากทางนั้น
[แย่แล้ว! เป้าหมายของมันไม่ใช่เจ้าบ่าวเจ้าสาว... แต่มันคือ "ชิ้นส่วนกระจกส่องเทพ" ที่ข้าเคยฝากไว้กับน้ำหวานเมื่อชาติที่แล้วรึ?! ทำไมข้าถึงเพิ่งนึกออกตอนนี้!]
ชิงเซียนรีบปล่อยมือจากรินดาแล้วพุ่งตัวไปทางอาคารหลักทันที โดยไม่สนว่าชุดเพื่อนเจ้าสาวจะขาดวิ่นแค่ไหน
"พี่เฟยหลง! ตามข้ามาด่วน! เราโดนสับขาหลอกแล้ว!"
เฟยหลงที่เพิ่งสลายเมฆเสร็จรีบทะยานตามลงมา แต่ทว่า... ทันทีที่ทั้งคู่ไปถึงหน้าห้องพักเจ้าสาว ประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับแรงระเบิดมหาศาลที่สัดทั้งคู่ให้กระเด็นออกมา
ฝุ่นควันจางลง ปรากฏร่างของอคินที่ยืนถือ "กระจกโบราณ" ที่แตกครึ่งไว้ในมือ แววตาของเขาดูทรงพลังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
"ขอบใจมากนะหลินชิงเซียน... ถ้าเจ้าไม่พาข้ามาที่นี่ ข้าคงหามันไม่เจอไปอีกนาน" อคินแสยะยิ้ม "และตอนนี้... ข้าได้วิธีที่จะ 'ส่งเจ้ากลับไปลงนรก' แบบถาวรแล้ว!"
ชิงเซียนมองกระจกในมืออคินด้วยความตกตะลึง แววตาของเธอเริ่มสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
[กระจกส่องเทพ... มันไม่ได้มีไว้แค่ส่องอดีต แต่มันคือ 'กุญแจ' เปิดประตูคุกสวรรค์ที่ขังอสูรนับพันไว้! ถ้าอคินเปิดมันได้... โลกมนุษย์ใบนี้จะกลายเป็นนรกในพริบตา!]
แต่สิ่งที่ทำให้ชิงเซียนต้องขนลุกยิ่งกว่า คือการที่เฟยหลงจ้องมองกระจกนั่นแล้วพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป... เป็นน้ำเสียงของ แม่ทัพหยางเฟย ในอดีตกาล
"กระจกนั่น... มันคือที่เก็บ 'ดวงวิญญาณที่แท้จริง' ของเจ้าใช่ไหม... ชิงเซียน?"